<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!บิ๊กตู่ถอยสั่งถอนงบซื้อเรือดำน้ำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีการจัดหาเรือดำน้ำ 2 ลำของกองทัพเรือ (ทร.) ว่า กห.ได้หารือร่วมกันอย่างต่อเนื่องถึง เหตุผลความจำเป็นของการเสริมสร้างกำลังทางทะเลรับมือกับสภาพแวดล้อมภัยความมั่นคง โดยเฉพาะมิติใต้น้ำที่เรามีความสามารถจำกัด เพื่อรักษาดุลภาพความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลที่มีมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี &amp;nbsp;แต่ในสถานการณ์วิกฤตจากการแพร่ระบาดของโรคร้ายแรงที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปี 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กห. ก็ได้ให้ กห.และ ทร.ไปพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการชะลอโครงการจัดหาเรือดำน้ำ หรือยืดเวลาออกไปก่อน โดย กห.ได้เห็นถึงปัญหาภาระงบประมาณและความจำเป็นเร่งด่วนในการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติและประชาชนภาพรวมในสถานการณ์ปัจจุบัน &amp;nbsp;ซึ่งในปี 2563 และปี 2564 ที่ผ่านมา ทร.ได้ส่งคืนงบประมาณ จำนวน 3,375 ล้านบาท และ 3,425 ล้านบาท เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภาพรวม ตามความจำเป็นเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปี 2565 &amp;nbsp;กห.ได้ประเมินร่วมกันแล้วว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังคงอยู่ และมีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการไปแล้ว ให้ กห. โดย ทร.พิจารณาถอนแผนงานงบประมาณโครงการเรือดำน้ำออกไปก่อน โดยให้หารือกับ กห.จีน ถึงเหตุผลความจำเป็น ที่ต้องขอชะลอโครงการในปีนี้ออกไปจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการจัดหาเรือดำน้ำของ ทร. เป็น โครงการตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ที่ กห.ของทั้งสองประเทศมีความร่วมมือกันโดยตรงตามข้อตกลงและโปร่งใส ไม่ผ่านคนกลางหรือบริษัทนายหน้าอื่นใด โดยที่ผ่านมา ทร.ได้ติดต่อตรง กับ กห.และ ทร.จีน ผ่านช่องทางทางการทูตเท่านั้น &amp;nbsp;จึงขอให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสังคมและไม่อยากให้มีการแสวงประโยชน์จากกลุ่มใดๆ หรือการใช้ประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งอาจเกินเลยไปกระทบความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110199</URL_LINK>
                <HASHTAG>กห., กองทัพเรือ, ทร., พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เรือดำน้ำ, โฆษกกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f11c945d20a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทป. ดำเนินโครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วม  เพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาโครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วมเพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหารด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม (กห.) ที่ต้องปฏิบัติหลายประการ รวมไปถึงภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจด้านการรบ เช่น การส่งกำลังเข้าสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ และการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ และภารกิจการตอบสนองขณะประเทศประสบสภาวะวิกฤตและขาดสัญญาณการสื่อสาร โดยการจัดทำแผนที่สถานการณ์ร่วมจากข้อมูลภาพถ่ายที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับหรือ UAV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วมเพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงดำเนินการสถาปนาระบบสื่อสารขึ้นเอง เพื่อสนับสนุนการเข้าช่วยเหลือของทหารในพื้นที่ฉุกเฉิน และการขยายขีดความสามารถของแผนที่สถานการณ์ช่วยสร้างผลกระทบในเชิงบวกกับหน่วยงานด้านความมั่นคง อีกทั้งในด้านเศรษฐกิจเพื่อเตรียมการรับมือ ตอบสนอง และบรรเทาภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม เป็นต้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้หน่วยงานภายใต้สังกัด กห. ได้นำแผนที่สถานการณ์ร่วมไปประยุกต์ใช้เพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้สถานการณ์ร่วมให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการที่ศูนย์ควบคุม และสั่งการในพื้นที่ห่างไกลได้ออกคำสั่งตามหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุด รวมถึงการตัดสินใจต่อการปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินให้ทหารที่ปฏิบัติการในพื้นที่รับคำสั่งไปปฏิบัติได้ทันที ในการนี้ สทป. และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย หรือ บก.ทท. (นทพ.) ได้ตกลงร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงในการวิจัยและพัฒนาร่วม เพื่อให้ได้เครื่องมือซึ่งเป็นต้นแบบให้ทหารนำไปใช้ฝึกก่อนการปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินขณะเกิดเหตุฉุกเฉินจากภัยพิบัติและสาธารณภัย และเมื่อสิ้นสุดโครงการจะส่งมอบให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 หรือ นพค.31 ที่มีขอบเขตความรับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดน่าน นำเข้าประจำการทดสอบทดลองเพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วมเพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นการวิจัยและพัฒนาต่อยอดแผนที่สถานการณ์ร่วมในรูปแบบสามมิติด้วยภาพถ่ายจาก UAV มาถ่ายทอดสัญญาณและแสดงผลการปฏิบัติหน้าที่ของทหารขณะปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ฉุกเฉิน จากนั้นจึงใช้เทคโนโลยีการสร้างตัวแบบและการจำลองภาพสถานการณ์ฉุกเฉินในระบบศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน (Command, Control, Communication, Computer, Intelligence, Surveillance, Reconnaissance (C4ISR)) เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการในพื้นที่ห่างไกลได้ออกคำสั่ง รวมถึงการตัดสินใจต่อการปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินให้ทหารที่ปฏิบัติการในพื้นที่รับคำสั่งไปปฏิบัติได้ทันที &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสื่อสารข้อมูลในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิเช่น การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดอุทกภัย UAV จะทำหน้าที่บินถ่ายภาพพื้นที่ ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดอุทกภัยตามหลักการลาดตระเวน พร้อมกรรมวิธีการเฝ้าตรวจ และการสำรวจภาคพื้น เพื่อความถูกต้องของข้อมูลในการจัดเตรียมแผนที่สถานการณ์ 3 มิติ การเข้าบรรเทาเหตุอุทกภัยด้วย UAV ที่ทำหน้าที่ลาดตระเวน เพื่อสื่อสารสัญญาณข้อมูลจากอุปกรณ์สื่อสารสัญญาณแบบพกพา Manpack จากพื้นที่ เข้าสู่ระบบอำนวยการปฏิบัติแบบเคลื่อนที่ ห่างออกไปได้ถึง 150 กิโลเมตร เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ภาพ หรือ วีดิโอ ก่อนส่งข่าวสารที่ได้ผ่านโครงข่ายการสื่อสารปกติ เข้าสู่ศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การดำเนินการที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1. สร้างต้นแบบและองค์ความรู้ระบบโครงข่ายการสื่อสารด้วยระบบสื่อสารในช่วงคลื่น L-band ติดตั้งบน UAV บินทำการ 6 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;2. สร้างต้นแบบและองค์ความรู้ระบบแผนที่สถานการณ์ร่วม 3 มิติ ด้วยภาพจาก UAV แทนภาพดาวเทียมเพื่อความถูกต้องและทันสมัยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. สร้างต้นแบบและองค์ความรู้ระบบ C4ISR ด้วยองค์ความรู้ด้านข่าวกรอง, การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน (ISR : Intelligence, Surveillance and Reconnaissance) เพื่อหนทางปฏิบัติที่ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน สทป. อยู่ระหว่างการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้แผนที่สถานการณ์ร่วมในรูปแบบ 3 มิติ ด้วยภาพถ่ายจาก UAV เพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหาร และภารกิจอื่นของรัฐในประเทศเพื่อการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย การร่วมกับภาครัฐอื่นแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยคลี่คลายปัญหาได้อย่างทันเวลา เนื่องจากระบบสามารถสร้างโครงข่ายการสื่อสารขึ้นเองได้ขณะเกิดสถานกาณ์ฉุกเฉิน การนำต้นแบบโครงการฯ ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและภัยพิบัติปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยได้ใกล้เคียงเวลาจริง ช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ เน้นภารกิจที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการบรรเทาสาธารณภัย และภัยพิบัติ โดย สทป. นำเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่มีอยู่หลากหลายแขนงมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการป้องกันประเทศ รวมถึงการประยุกต์ใช้ประโยชน์แก่ประเทศในภาพรวม ด้วยการวิจัยและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้แผนที่สถานการณ์ร่วมในรูปแบบ 3 มิติ ด้วยภาพถ่ายจาก UAV เพื่อการจำลองเหตุการณ์น้ำท่วมแบบ 3 มิติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติและสาธารณภัยของ นพค.31 ในพื้นที่ จังหวัดน่าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สทป. ยังคงต้องวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่เป็นโครงการเดิมนี้ ควบคู่ไปกับการดำเนินการโครงการใหม่ภายใต้พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 ในลักษณะของการบูรณาการและเป็นเทคโนโลยี 2 ทางที่ใช้งานได้ทั้งทหารและพลเรือน งานในโครงการใดที่สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้&amp;nbsp; จะได้รับการพิจารณาดำเนินการ โดยเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่นอกจากจะทำให้กองทัพไทยพึ่งพาตนเองได้แล้ว ยังเป็นอุตสาหกรรมที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ประเทศไทยในอนาคตอีกด้วย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104759</URL_LINK>
                <HASHTAG>UAV, กระทรวงกลาโหม, กห., กองบัญชาการกองทัพไทย, ด้วยภาพถ่าย, นทพ., บก.ทท, ภารกิจการช่วยเหลือทางทหาร, รูปแบบสามมิติ, สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ, สทป., สนับสนุนภารกิจทางทหาร, หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, โครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b45809c491e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กห.ปฏิรูปกองทัพแล้ว! ลดทหารประจำการ เพิ่มขรก.พลเรือน ดีเดย์ต้นปีงบ64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 63 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (โฆษก กห.) เปิดเผยถึงการปฏิรูปกองทัพว่า มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดย กห.ได้จัดกลุ่มภารกิจงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และให้น้ำหนักกับภารกิจของภัยจากสงครามรูปแบบใหม่มากขึ้น โดยได้ปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของทุกเหล่าทัพให้มีขนาดที่เหมาะสม และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถรองรับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในมิติต่างๆ ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปี 63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กห.) ได้กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการปฏิรูปกองทัพและส่งเสริมการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ให้นำกำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวและนำข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาบรรจุรับราชการ เพื่อทดแทนการบรรจุกำลังทหารประจำการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กห.ได้ปฏิรูประบบงานกำลังพล โดยตั้งเป้าหมายในการปรับลดอัตรากำลังทหารประจำการลง ด้วยเงื่อนไขไม่เพิ่มจำนวนข้าราชการและงบประมาณ บนพื้นฐานการบริหารจัดการงานหลักๆ ทั้งด้านสมรรถนะ ด้านผลงาน ตลอดจนด้านคุณธรรมและความเป็นมืออาชีพ
ความคืบหน้าของการนำระบบข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาใช้ เพื่อลดจำนวนอัตราข้าราชการทหารและแก้ปัญหาความคับคั่งในแต่ละชั้นยศ โดยเฉพาะชั้นยศระดับสูงในอนาคตนั้น ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะสามารถบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้รับราชการใน กห. โดยมีตำแหน่งที่มิใช่อัตราทหารและไม่มีชั้นยศ ได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 64 เป็นต้นไป เพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทางในกลุ่มลักษณะงานต่างๆ เช่น ด้านการแพทย์ ด้านกฎหมาย ด้านการงบประมาณและการบัญชี ด้านครูอาจารย์ นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ ด้านธุรการและอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการนำกำลังสำรอง เข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวในหน่วยรบและหน่วยสนับสนุนการรบนั้น ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการสัญญาจ้างแล้วตั้งแต่ เม.ย.ที่ผ่านมา และจะดำเนินการสมัครและสอบคัดเลือกครบทุกเหล่าทัพให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 63 โดยจะดำเนินการในรูปแบบสัญญาจ้างระยะเวลา 4-8 ปี เพื่อให้ได้กำลังพลสำรองที่มีอายุน้อย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ทดแทนการบรรจุข้าราชการทหารประจำการในหน่วยรบ ซึ่งจะเป็นการประหยัดและลดภาระผูกพันงบประมาณด้านบุคลากรในระยะยาว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68715</URL_LINK>
                <HASHTAG>กห., ปฏิรูปกองทัพ, พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์, โฆษกกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6e01a8884e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กห.เตรียมรับคนไทยกลับบ้าน1,071คนสัปดาห์หน้า พร้อมดูแลแรงงานภาคประมง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63- พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม​ (กห.)​ กล่าวว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม​ ได้ตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กห. และประชุมร่วมกับเหล่าทัพ เพื่อติดตามการบริหารจัดการมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐ ( State Quarantine ) &amp;nbsp;ที่ศาลาว่าการกลาโหม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ ระบุด้วยว่า สรุปภาพรวมสัปดาห์หน้า ระหว่าง 26 - 30 เม.ย. 63 จะมีคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ จำนวน 1,071 ราย จาก ออสเตรเลีย 207 คน ญี่ปุ่น 35 คน เนเธอร์แลนด์ 25 คน สเปน 42 คน อินเดีย 601 คน รวมทั้ง นิวซีแลนด์ 168 คน ซึ่งมีเด็กกว่า 50 คน โดยทั้งหมดจะทยอยเดินทางเข้ามาผ่านกระบวนการคัดกรองและเข้าพักในสถานที่ที่กำหนด ตามมาตรการควบคุมโรคแห่งรัฐ โดยการดูแลของ สธ.และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ทุกเหล่าทัพได้เรียกกำลังพลเหล่าแพทย์ ที่ปฏิบัติงานนอกสายงาน เข้ารับการอบรมฟื้นฟูทักษะการแพทย์ เพื่อเตรียมหมุนเวียนเสริมการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ทหาร ตามโรงพยาบาลต่างๆ ด่านชายแดนและสถานที่กักควบคุมโรคที่จัดตั้งขึ้นให้เพียงพอในการดูแลประชาชนในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ ได้ย้ำขอให้ทุกเหล่าทัพประสานกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและเป็นที่เชื่อมั่นร่วมกัน ในการดำเนินการอย่างเข้มข้นตามมาตรการคัดกรองทั้งจากด่านชายแดนและท่าอากาศยานนานาชาติ ต่อเนื่องไปถึงมาตรการดูแลกักควบคุมโรคของรัฐทุกสถานที่ที่จัดตั้งขึ้นอย่างมีมาตรฐานต่อเนื่องกันไป โดยให้ประสานขอประวัติข้อมูลของผู้เดินทางเข้ามาที่มีโรคประจำตัว เพื่อการดูแลรักษาระหว่างการกักควบคุมโรค &amp;nbsp;พร้อมทั้งขอให้กองทัพเรือขยายประชาสัมพันธ์ให้ความรู้มาตรการป้องกันโรคกับภาคประมงในพื้นที่ต่างๆ และช่วยสนับสนุนแจกจ่ายหน้ากากผ้าที่ผลิตขึ้น กระจายไปยังแรงงานภาคประมงให้มีใช้โดยทั่วกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น พล.อ.ณัฐ ได้มอบให้ พล.อ.นภนต์ สร้างสมวงษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหมนำศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ประสานกับ ผอ.เขตดินแดง และผกก.สน.บางซื่อ รวมทั้งผู้นำชุมชนและสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม สำรวจความต้องการของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในชุมชนริมคลองบางซื่อ เขตดินแดง กทม. และร่วมกันจัดหาสิ่งของบรรจุถุงยังชีพและจัดทำอาหารกล่องแจกจ่ายตามบ้านให้กับประชาชน จำนวน 630 คน &amp;nbsp;220 ครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยทั่วกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับจากต่างประเทศเป็นหลัก, กห., กักตัว, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea53a27e481c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กห.เสริมทัพสธ.&#039;พร้อมเปิดรพ.ทหาร13แห่งรองรับผู้ป่วย จ่อผุดแผนเผชิญเหตุโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.63 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห.กล่าวว่า เมื่อ 09.00 น.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กห.ได้เรียกประชุมหน่วยงานภายใน กห. ติดตามและรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมทั้งมาตรการต่างๆของรัฐ กทม.และจังหวัดต่างๆที่ออกมาเพิ่มเติม เพื่อประเมินความพร้อมทรัพยากรของ กห.ในการสนับสนุน สธ.รับมือกับปัญหาดังกล่าว ในภาพรวม กห.โดยทุกเหล่าทัพ ยังคงความต่อเนื่องในการสนับสนุน สธ.รับมือกับวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID - 19 โดยจัดกำลังพลและบุคลากรทางการแพทย์กระจายเข้าไปช่วยเหลือคัดกรองผู้โดยสารจากท่าอากาศยานหลักและภายในประเทศ พร้อมทั้งได้จัดกำลังพลเพิ่มเติม เข้าไปช่วยคุมเข้มคัดกรองการผ่านเข้าออกในทุกช่องทางของด่านชายแดน 13 แห่ง ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวมากขึ้น รวมทั้งได้สนับสนุนกำลังพลและยานพาหนะ เข้าไปช่วยเสริมการผลิตและกระจายขนส่งหน้ากากอนามัยจากโรงงาน ไปยังสถานพยาบาลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ ระบุว่า ขณะเดียวกัน ยังคงการสนับสนุนและจัดหาพื้นที่ควบคุมโรคส่วนรวมเพิ่ม พร้อมทั้งเตรียมพื้นที่หน่วยทหารและกองพันทหารเสนารักษ์รองรับ ผู้ป่วยระดับ 1 และ 2 จำนวน 2,000 เตียง นอกจากนั้นได้เตรียมโรงพยาบาลทหารทั้งส่วนกลางและภูมิภาค 13 แห่ง รองรับผู้ป่วยระดับ 3 สนับสนุนการทำงานของ สธ.ในการบริหารจัดการภาพรวม ขณะที่ปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนและฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะ ยังคงดำเนินการต่อเนื่องกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ ทั้งนี้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล&amp;nbsp;รมช.กห. ขอให้เร่งประสานกับ สธ. ร่วมจัดทำความสมบูรณ์ของ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่างแผนเผชิญเหตุรองรับ COVID-19 กรณีเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล &amp;ldquo; จากบทเรียนการฝึกร่วมที่ผ่านมา โดยให้เสนอรัฐบาลทราบแผนดังกล่าว เพื่อให้ กทม. โดย &amp;ldquo;ศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรด้านการแพทย์ กทม.&amp;rdquo; ใช้บริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์และควบคุมโรคในภาวะเผชิญเหตุ&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ขอให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนทรัพยากรอย่างเต็มกำลังและทำงานร่วมกับ สธ.และส่วนราชการต่างๆใกล้ชิดมากขึ้นพร้อมทั้งกำชับ ขอให้ความสำคัญในการดูแลปกป้องกำลังพลและครอบครัว โดยให้กำหนดมาตรการคุมเข้มการป้องกันการแพร่ระบาดภายในหน่วยทหารและที่พักอาศัยของหน่วยทหาร ย้ำกำลังพลต้องมีวินัย รู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบตนเองและสังคมอย่างจริงจัง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60530</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, กห.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad3526c17e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งเยียวยาเหยื่อบึ้มยะลา เร่งล่าโจรใต้มาลงโทษตามกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 62 &amp;ndash; ทื่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดยะลาจำนวนหลายจุด เมื่อค่ำวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้สั่งการไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วหลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการ ติดตามสืบสวนสอบสวนกันอยู่ และมอบหมายให้หน่วยงานด้านการสาธารณสุขและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เข้าไปช่วยดูแลด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งการเยียวยาต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้มีกติกาอยู่แล้ว ขณะนี้ก็ต้องติดตามเฝ้าระวังกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จว.ยะลา ที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งเข้าช่วยเหลือเยียวยาประชาชนบริสุทธิ์และเด็กที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด ควบคู่ไปกับการเร่งฟื้นฟูความเสียหายของระบบสาธารณูปโภคที่ถูกทำลาย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด มาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว โดยขอให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่และตั้งอยู่บนความไม่ประมาท&amp;nbsp; พร้อมทั้งให้พิจารณาขยายผลปฏิบัติการเชิงลึกต่อเครือข่ายขบวนการผู้ก่อเหตุรุนแรงและความเชื่อมโยงกับกลุ่มผลประโยชน์ในพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันหยุดความรุนแรง ในขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งกระจายความเท่าเทียมและนำความเจริญมาสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43935</URL_LINK>
                <HASHTAG>กห., กอ.รมน.ภาค4, นายกฯ, บิ๊กตู่, บึ้มยะลา, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cd639d11f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลเอกประยุทธ์&#039; ถือฤกษ์เช้า 30 กรกฎา เข้ากระทรวงกลาโหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนการประชุมครม.วันที่ 30 ก.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จะเดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม ในเวลา 06.00 น.โดยเข้าสักการะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงกลาโหม ไหว้ศาลหลักเมือง เจ้าพ่อหอกลอง 2 แห่ง รัชกาลที่ 5 เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีโดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และข้าราชการกระทรวงกลาโหมให้การต้อนรับ จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จะหารือร่วมกับรมช.กลาโหมและผู้นำเหล่าทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การประชุมครม.วันที่ 30 ก.ค.จะมีการพิจารณาแต่งตั้งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยขณะนี้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยังมีความเป็นไปได้สูง จะได้รับเลือกเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41633</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, กห., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d319aa872a51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
