<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนชายแดนใต้ พบขนปืนระเบิด จ่อหลังรอมฎอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค 4 สั่งป้องกันก่อการร้ายสูงสุดช่วงหลัง &amp;ldquo;รอมฎอน&amp;rdquo; 10 วัน หลังพบเบาะแสแนวร่วมเตรียมก่อเหตุ ขนระเบิด อาวุธ เข้าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอ จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 มีคำสั่งจากกองข่าว กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งเตือนไปยัง ฉก.จว.และ ฉก.อำเภอทุก ฉก.ในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อแจ้งให้เพิ่มการระวังป้องกันการก่อเหตุร้ายในช่วง 10 วันหลังสิ้นสุดของเดือนรอมฎอน หรือตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.ถึง 22 พ.ค. เนื่องจากมีข่าวสารที่แน่ชัดว่าแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นในประเทศเพื่อนบ้านได้มีการสั่งการให้สมาชิกในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลาก่อเหตุร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวสมาชิกกลุ่มผู้ก่อการร้ายขนย้ายวัตถุระเบิด อาวุธ เข้ามาพักคอยในพื้นที่ รวมถึงความเคลื่อนไหวของสมาชิกปฏิบัติการที่มีความถี่อย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งบอกเหตุได้ว่ากลุ่มจะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เป้าหมายอ่อนแอ หรือยิงรบกวน ขว้างระเบิดแสวงเครื่อง (ไปป์บอมบ์) ต่อฐานปฏิบัติการ จุดตรวจ จุดสกัด ตลอดจนสถานที่ราชการ ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องต่อเจ้าหน้าที่ที่เคลื่อนที่ด้วยยานยนต์ เดินเท้า รวมถึงทำลายทรัพย์สินของทางราชการและก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ โดยมีพื้นที่เพ่งเล็ง ดังนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ จ.ยะลา จำนวน 4 อำเภอ 11 ตำบล และ 1 เขตเทศบาล ได้แก่ ต.ยุโป, ต.ลิดล, ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา และเขตเทศบาลนครยะลา ต.จะกว๊ะ, ต.เกะรอ, ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน&amp;nbsp; ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา ต.บ้านแหร, ต.แม่หวาด, ต./อ.ธารโต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 6 อำเภอ 16 ตำบล ได้แก่ ต.ตุยง, ต.ปุโละปุโย, ต./อ.หนองจิก ต.นาประดู่, ต.นาเกตุ, ต./อ.โคกโพธิ์ ต.เตราะบอน, ต.บางเก่า, ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี ต.กะรุบี, ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ ต.กอลำ, ต.เมาะมาวี, ต./อ.ยะรัง ต.ตะโละแมะนา, ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 7 อำเภอ 18 ตำบล ได้แก่ ต.ช้างเผือก, ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ ต.กาลิซา, ต.บองอ อ.ระแงะ ต.สุวารี, ต.สามัคคี, ต.รือเสาะออก, ต./อ.รือเสาะ ต.เชิงคีรี, ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร ต.โต๊ะเด็ง, ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี ต.กาเยาะมาตี, ต.ลุโบะสาวอ, ต./อ.บาเจาะ ต.ละหาร, ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดสงขลา จำนวน 2 อำเภอ 5 ตำบล ได้แก่ ต.ลำไพล, ต.ท่าม่วง อ.เทพา ต.เปียน และ อ.สะบ้าย้อย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ทุกหน่วยพิจารณาใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าว ยกระดับมาตรการ รปภ.การระวังป้องกันขั้นสูงสุด รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด หรือด่านตรวจไม่ประจำที่ (Pop up) ตรวจสอบบุคคลเฝ้าระวังในบัญชีเป้าหมายยานพาหนะต้องสงสัยที่มีการแจ้งหาย และท่าทีของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนตรวจสอบสิ่งผิดปกติ วัตถุต้องสงสัย/สิ่งบอกเหตุอื่นๆ เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการก่อเหตุที่อาจเกิดขึ้น ช่วงเฝ้าระวังตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ยังได้รับแจ้งจากผู้รับเหมาก่อสร้างถนนในพื้นที่ว่า เสาตั้งการ์ดเรล ขนาดยาว 1 เมตร รัศมีกว้าง 4 นิ้ว จำนวน 100 ต้น ที่ติดตั้งริมถนนสาย 410 บ้าน กม.32 สามแยกทางขึ้นทะเลหมอกอัยเยอร์เวง หมู่ 2 ต.อัยเยอร์เวง ได้หายไปตั้งแต่วันที่ 16.เม.ย.ถึง 6 พ.ค. ซึ่งเสาตั้งระเบิดแสวงเครื่องหรือไปป์บอมบ์ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่สำคัญ การประกอบพิธีศพของแนวร่วมที่ถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจทหารวิสามัญฯ 2 ศพที่ ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา เมื่อ 3 วันก่อน มีกลุ่มคนแปลกหน้าจากพื้นที่นอก ต.สะเอะ เข้ามาร่วมพิธีศพ มีการสดุดีผู้เสียชีวิตเป็นเช่นวีรบุรุษหรือนักรพบผู้พลีชีพ มีการเข้าแถวจูบศพ และได้มีการนำวิดีโอการไลฟ์สดของ 2 ผู้เสียชีวิต ที่ได้ไลฟ์สดแสดงความกล้าหาญและพร้อมพลีชีพในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ หลังจากที่ไลฟ์สดแล้วทั้ง 2 แนวร่วมจึงได้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนีจนถูกวิสามัญฯ เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ภาพข่าวของการไลฟ์สดของแนวร่วมก่อนการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ และภาพพิธีศพของผู้เสียชีวิต ได้มีการนำมาเผยแพร่ในเพจกว่า 100 เพจ ที่เป็นเพจของแนวร่วมปีกทางการเมืองของบีอาร์เอ็น เพื่อเป็นการปลูกระดม รวมทั้งมีการนำสภาพของบ้านหลังที่แนวร่วมเข้าไปพักและยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จนบ้านเสียหายจากกระสุนปืนทั้งหลัง มีการสร้างเพจเป็นภาพของเด็กๆ ที่กล่าวว่าชุดรายอปีใหม่ของหนูที่เสียหาย ทำให้ไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อใส่ในวันอีดิลฟิตรีหรือออกบวช เพื่อต้องการให้เห็นว่าเด็กๆ ได้รับผลกระทบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และถามหาความรับผิดชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 กล่าวว่า เมื่อได้รับแจ้งและเป็นข่าวสารที่เชื่อถือได้ ก็มีการสั่งการป้องกันเหตุ ซึ่งเป็นปกติของกำลังในพื้นที่ที่จะต้องป้องกันเหตุร้าย ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เป็นการไม่ประมาท และได้สั่งการให้ ชป.จรยุทธ์ในแต่ละพื้นที่ดำเนินการกดดัน จำกัดเสรีภาพของแนวร่วมในพื้นที่ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ว่าจะไม่มีสถานการณ์ความรุนแรงอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102245</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., กอ.รมน.ภาค 4, ชายแดนภาคใต้, รอมฎอน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตรียมก่อเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ยันไม่เกี่ยว &#039;นักรบองค์ดำ-สองคาบสมุทร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.64 - พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักรบองค์ดำ-สองคาบสมุทร มีการนำตรา กอ.รมน. มาติดบริเวณชุดดำแขนขวา และในเพจเฟซบุ๊กระบุว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษหรือการ์ดปกป้องสถาบัน ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น กอ.รมน. ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับกลุ่มดังกล่าว โดย กอ.รมน. ได้แจ้งไปทาง กอ.รมน.ภาค และกอ.รมน.จังหวัด ให้ตรวจสอบว่ามี จนท. และ มวลชนไปเกี่ยวข้องหรือไม่ หากพบว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมีการนำตรา กอ.รมน. ไปแอบอ้าง โดยไม่ได้อนุญาต จะถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายราชการ พ.ศ.2482 มาตรา 6 ห้ามบุคคลใช้เครื่องหมายราชการ เว้นได้รับอนุญาต ซึ่งคนฝ่าฝืนจะมีโทษตาม มาตรา 8 คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับเกิน 2,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ธนาธิป กล่าวต่อว่า สำหรับงานกิจการมวลชน กอ.รมน. มีบทบาทหน้าที่หลักๆ คือ นำข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงกระจายไปพื้นที่ต่างๆ รวมพลังเทิดทูนสถาบัน และงานจิตอาสาต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมวลชน กอ.รมน. จะไม่แต่งกายแบบกลุ่มนักรบองค์ดำ-สองคาบสมุทร โดยขณะนี้ได้ให้ กอ.รมน.ภาคกับจังหวัดตรวจสอบเพิ่มเติม หากพบบุคคลกระทำผิด จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100208</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., นักรบองค์ดำ, พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95b83cbb586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานเข้มลุยตรวจสอบโซลาร์เซลล์ของกอ.รมน.ที่ใช้งบจากกองทุนอนุรักษ์ฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค. 2564 นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานคณะทำงานกำกับติดตามผลการดำเนินโครงการเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพลังงานมีการตั้งคณะทำงานกำกับและติดตามผลการดำเนินโครงการเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อตรวจติดตามการดำเนินโครงการฯที่ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานทั่วประเทศ ในช่วงปี 2557-2562 เพื่อให้ทุกโครงการฯ ดำเนินการให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ตามวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาในส่วนโครงการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3&amp;nbsp;(กอ.รมน.ภาค 3) ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกรองน้ำสำหรับอุปโภคขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 10 กิโลวัตต์ และระบบกรองน้ำสำหรับบริโภคขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 2 กิโลวัตต์ ในพื้นที่อ.แม่สะเรียง และอ.สบเมย แม่ฮ่องสอน และพื้นที่อ.ท่าสองยาง ตาก จำนวนรวม 20 แห่ง พบว่า 18 แห่ง สามารถใช้งานได้ตามปกติ และอยู่ระหว่างการเร่งแก้ไขอีก 2 แห่ง ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค. นี้ และหลังจากนั้น จะมีการส่งมอบให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะทำงานฯ จะดำเนินการตรวจสอบและติดตามการแก้ไขปัญหาโครงการที่ไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อทราบปัญหาแล้วจะได้ประสานหน่วยงานเจ้าของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนดำเนินการซ่อมบำรุงกลับสู่สภาพเดิมให้ประชาชนสามารถใช้โครงการต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจะทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบโครงการทั้งหมดอีกกว่า 788 โครงการทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจว่างบประมาณจากกองทุนดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ส่วนโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น การพิจารณาอนุมัติงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจะมีความเข้มงวดมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะมีการตรวจสอบตั้งแต่คำขอโครงการที่จะต้องมีรายละเอียดงบประมาณ แผนงานการดำเนินงานและมีแผนงบประมาณการซ่อมบำรุงที่ชัดเจน คำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่อีกด้วย&amp;rdquo;นายสมบูรณ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97204</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., สมบูรณ์ หน่อแก้ว, โครงการเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605bdb4a532f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอละพ่อ! เหตุอุ้มการ์ดราษฎร ที่แท้กุเรื่อง เตรียมเอาผิดฐานแจ้งความเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 - จากกรณีนายมงคล สันติเมธากุล หรือเยล สมาชิกการ์ดราษฎร ถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. อุ้มหายไปจากท้องที่ จ.สมุทรปราการ &amp;nbsp;ก่อนปล่อยตัวที่บริเวณปากซอยเทศบาลบางปู 49 การเคหะสมุทรปราการ ซึ่งภายหลังผู้เสียหาย ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 ม.ค. มีรายงานว่าทาง พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 สั่งการให้ พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ระดมทีมสืบสวนทั้งในส่วนของสภ.เมืองสมุทรปราการ สืบจังหวัดและสืบภาค1 ลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อม จุดที่ผู้เสียหายถูกอุ้มไปตามคำให้การ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีเหตุดังกล่าว ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นทางพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 &amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญเน้นย้ำให้ชุดทำงานลงพื้นที่แสวงหาหลักฐานทั้งในส่วนของภาพวงจรปิด พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ รวมทั้งพยานแวดล้อมโดยรอบ&amp;nbsp;เพื่อทำความจริงให้ปรากฎ รวมถึงการพิสูจน์ข้อกล่าวหาว่าผู้เสียหายถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอุ้มไปจริงหรือไม่ เป็นเหตุการณ์จริงหรือต้องการสร้างกระแสทางการเมือง โจมตี ดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐ หรือไม่อย่างไร และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่าชุดสืบสวนของสภ.เมืองสมุทรปราการ&amp;nbsp;สืบจังหวัดและสืบภาค 1 ได้นำพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ได้จากที่เหตุเกิดตามคำกล่าวอ้าง รวมทั้งคำให้การจากพยานแวดล้อมประจักษ์พยานที่เชื่อได้ว่าในวันเวลาดังกล่าวนายมงคลอยู่ในละแวกบ้าน อีกทั้งไม่พบรถยนต์หรือชายฉกรรจ์มาดักรอ ทำให้อนุมานได้ว่า ไม่ได้เกิดเหตุอุ้มจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง และได้รายงานพล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ให้ทราบเป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขั้นตอนจากนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ว่าจะดำเนินคดีในฐานความผิดแจ้งความเท็จหรือไม่ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อไปยังนายมงคล และผู้ที่เกี่ยวข้องก็ทราบว่าจะมีการติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;นายมงคล สันติเมธากุล หรือ เยล อายุ 24 ปี การ์ดของกลุ่มราษฎร&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวโดยเล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อคืนวันที่ 16 ม.ค.&amp;nbsp;เวลาประมาณ 23.00 น.ขณะที่ตนเองกำลังไปซื้อข้าว ได้ถูกคลุมจากสิ่งของวัสดุคล้ายผ้า และพาตัวขึ้นรถที่คากว่าจะเป็นรถตู้ จากกลุ่มผู้ชายประมาณ 4 คน โดยอยู่บนรถตลอด ไม่มีการลงไปเข้าห้องน้ำ และถูกปล่อยตัวมาในช่วงเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิดจากบริเวณจุดเกิดเหตุที่นายมงคลอ้างว่าถูกอุ้มไปนั้น ในช่วงเวลา 23.00 น. นายมงคล อยู่ในร้านสะดวกซื้อ เวลา 23.30 - 23.40 น. น.นายมงคลเดินอยู่ในซอยละแวกบ้าน ซึ่งพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า นายมงคลไม่ได้ถูกอุ้มตัวไปแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90360</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., การ์ดราษฎร, สภ.เมืองสมุทรปราการ, อุ้มการ์ด3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006cc015d896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบอุ้มการ์ด3นิ้ว ตร.รับหากเป็นจริงอุกอาจ/ฝ่ายค้านซัดป่าเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ฉุนข่าว กอ.รมน.อุ้มการ์ดราษฎร&amp;nbsp; บอกทำไปทำไม &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; เต้นสั่งตรวจกล้องวงจรปิดกรณีเยล ชี้เป็นเรื่องอุกอาจหากเป็นจริง ส่วนกรณี &amp;ldquo;ทศเทพ&amp;rdquo;&amp;nbsp; เจ้าตัวรับสารภาพพ่นสีสเปรย์พระบรมฉายาลักษณ์จริง คดีละเอียดอ่อนตำรวจไม่มั่วนิ่ม ผกก.สำโรงเหนือแจงยิบจับ 2&amp;nbsp; การ์ดอาชีวะไม่ใช่เรื่องปลอกแขน แต่เพราะพกระเบิด 2&amp;nbsp; ลูก-มีด ส่งอีโอดีคุ้ยพันบึ้มสามย่านหรือไม่ &amp;ldquo;พท.-ก.ก.&amp;rdquo;&amp;nbsp; กอดคอถล่ม ชี้เป็นกองกำลังป่าเถื่อนหลัง &amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; ไฟเขียว เตรียมตั้งกระทู้สดถามนายกฯ ตามคาดที่ประชุมเคาะ &amp;ldquo;เทอดพงษ์&amp;rdquo; นั่งประธานสมานฉันท์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงข้อสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวข้องกับการอุ้มตัวนายมงคล&amp;nbsp; สันติเมธากุล หรือเยล กลุ่มการ์ดราษฎร ก่อนจะนำตัวไปปล่อยในภายหลังว่า กอ.รมน.ชี้แจงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่าเป็นห่วงที่เกิดเหตุการณ์โยนระเบิดปิงปอง ในระหว่างการชุมนุมที่บริเวณสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่าไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง ซึ่งตำรวจทำตามขั้นตอนอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่รัฐอาจเกี่ยวข้องกับเหตุโยนระเบิด พล.อ.ประวิตรพูดสวนทันทีว่า &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ทำเมื่อไหร่ คุณก็พูดไปเรื่อย เจ้าหน้าที่จะไปทำทำไม คุณก็ไม่น่าถามเลย ถามทำไม ถามให้มีเรื่องหรือ คุณพูดไปเรื่อย คิดเองคนเดียว คนอื่นเขาไม่คิดหรอก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำเกรงสถานการณ์จะบานปลายหรือไม่&amp;nbsp; เพราะผู้ชุมนุมยังรวมตัวไม่กลัวการระบาดโควิด-19 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะบานปลายหรือไม่ต้องไปถามผู้ชุมนุม&amp;nbsp; เราก็ดูแลอย่างที่ดูแลอยู่
ขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการอุ้มนายมงคลว่า ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยเบื้องต้น&amp;nbsp; พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ สั่งระดมทีมสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อม จุดที่ผู้เสียหายถูกอุ้มไป ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงถือว่าอุกอาจพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวอีกว่า บางคนอาจบอกว่าเป็นฝ่ายความมั่นคงของตำรวจ ขอชี้แจงว่าเวลานี้ตำรวจทำงานยึดถือกฎหมาย หากเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร ไม่ใช่งานของตำรวจที่ต้องไปอุ้มเขาอยู่แล้ว ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่ใช่การทำตามกฎหมายของหน่วยราชการใด ถือว่าเป็นเรื่องที่อาจละเมิดกฎหมาย และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพราะเป็นเรื่องละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศยังกล่าวถึงกรณีตำรวจ สภ.บางแก้ว จับกุมนายทศเทพ ดวงเนตร หรืออาร์ต หนึ่งในการ์ดราษฎร จากเหตุการณ์ทำกิจกรรมพ่นสีสเปรย์ใส่พระบรมฉายาลักษณ์ ว่าตำรวจได้เชิญตัวนายทศเทพมาสอบถาม&amp;nbsp; ก่อนที่เจ้าตัวจะรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง ตำรวจจึงขออนุญาตศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับ และแจ้งข้อกล่าวหาทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ซึ่งเมื่อผู้ต้องหารับสารภาพ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ซึ่งวันนี้จะนำตัวนายทศเทพไปฝากขัง ทั้งนี้ยืนยันว่านายทศเทพไม่ได้ถูกอุ้มหายไปไหน
ตร.ยันมีหมายจับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีโลกโซเชียลแชร์ข้อมูลว่าตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือของนายทศเทพไม่ให้โทร.หาทนาย รวมถึงไม่ให้พบญาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้เพราะตำรวจเชิญตัวมาพูดคุยก่อน ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้หรือไม่ เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้ว เขาก็รับสารภาพว่าทำ จึงไปขอศาลออกหมายจับ เรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหวทางสังคม เราไม่ทำสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.อาญา ตำรวจไม่กล้าทำ ส่วนการที่เขาจะร้องขอทนายหรือไม่เป็นสิทธิ์ของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมคณะได้นำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนกว่า 1 กองร้อยเข้าตรึงกำลังที่บริเวณหน้า สภ.สำโรงเหนือ หลังมีข่าวในโซเชียลว่ากลุ่มการ์ดอาชีวะประชาธิปไตยนัดรวมตัวกันปิดล้อมโรงพัก เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัว 2 การ์ดอาชีวะ ซึ่งถูกตำรวจสำโรงเหนือจับกุมกรณีพบระเบิดทำเองและปลอกแขนซุกอยู่ใต้เบาะระหว่างขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ม.ค. แต่เวลาผ่านไปก็ยังไม่พบกลุ่มการ์ดอาชีวะเดินทางมาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ&amp;nbsp; ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดจากนครบาล (อีโอดี) เข้ามาตรวจสอบระเบิดทั้ง 2 ลูกที่ตรวจยึดเอาไว้ ว่าเป็นชนิดเดียวกับที่เกิดระเบิดขึ้นที่ปทุมวันหรือไม่ โดย พ.ต.อ.อาทิตย์กล่าวถึงการจับกุมนายสิทธิชัย ขำจริง อายุ 18 ปี&amp;nbsp; และนายสิทธิ์ไพศาล พูลสมบูรณ์ศรี อายุ 17 ปี สมาชิกการ์ดอาชีวะประชาธิปไตย พร้อมวัตถุระเบิดไทยประดิษฐ์ที่ประกอบขึ้นเองพันด้วยผ้าเทปสีดำ จำนวน 2 ลูก และอาวุธมีดดาบยาว 80 เซนติเมตร และมีดง้าวพร้อมด้ามยาว&amp;nbsp; 1 เมตรเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ม.ค.ว่า ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง-เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&amp;nbsp; ผ่านมาที่บริเวณปากซอยด่านสำโรง 24&amp;nbsp; ด้วยท่าทางมีพิรุธ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในตัวและกระเป๋าเสื้อแขนยาวของนายสิทธิชัย และมีดดาบพกอยู่ที่เอว ส่วนนายสิทธิ์ไพศาลพกอาวุธมีดง้าว อยู่ที่เอว พร้อมปลอกแขนการ์ดอาชีวะประชาธิปไตย จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาทำการสอบสวนที่โรงพัก โดยนายสิทธิชัยรับสารภาพเป็นคนทำระเบิดดังกล่าวขึ้นมาเอง และอ้างว่าที่พกติดตัวมาเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งการจับกุมทั้งสองไม่ได้กลั่นแกล้งจับกุมเพราะมีปลอกแขน แต่เป็นการจับกุมคดีอาวุธมีดและวัตถุระเบิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานสอบสวน สน.พญาไท&amp;nbsp; นำตัวนายภานุพงศ์ หรือตา พงษ์ธนู อายุ 20 ปี และนายใบบุญ หรือโอม ไทยพานิช อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาแนวร่วมกลุ่มการ์ดปลดแอก มายื่นคำร้องขอผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกต่อศาล มีกำหนดวัน 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-23 ม.ค.นี้ จากกรณีโพสต์เชิญชวนชุมนุม รวมทั้งการเขียนป้ายความยาว 112&amp;nbsp; เมตรที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยศาลให้ผัดฟ้องและฝากขัง แต่ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เงินสดคนละ 20,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต่างจากที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องผัดฟ้องและฝากขังนายสถาพร วราวงศ์วณิชย์, นายอภิสิทธิ์ ชนากรสุนีย์, นางกฤษณา สาระ และนางจารุณี สายแผลง 4 ผู้ต้องหาผู้ชุมนุมสนับสนุนกลุ่มการ์ดปลดแอกในความผิดต่างๆ ในการชุมนุมที่แยกสามย่าน ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องและฝากขังมีกำหนด&amp;nbsp; 6 วัน ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว&amp;nbsp; ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เงินสดคนละ&amp;nbsp; 20,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; (พท.) กล่าวถึงการชุมนุมทำกิจกรรมของประชาชนเมื่อวันที่ 16 ม.ค และมีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ลักพาตัวผู้ทำกิจกรรมว่า ทำเหมือนประชาชนเป็นเชลยสงคราม&amp;nbsp; ไม่ใช่พฤติกรรมที่รัฐควรทำกับประชาชน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่ารัฐประหารไม่เสร็จ รัฐบาลละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างชัดแจ้ง และทำจนเป็นนิสัยอ้างเพียงมิติด้านความมั่นคง
ตั้งกระทู้สดถามนายกฯ
ส่วน น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า การจับกุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ และสามย่านมิตรทาวน์มาจากการที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไฟเขียวให้ตำรวจใช้กำลังจัดการผู้ชุมนุมได้หากจำเป็นโดยไม่ลังเล นำมาสู่การจับกุมประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 6 ราย รวมทั้งยังเกิดการอุ้มเยลไปจากที่พักกว่า 14 ชั่วโมง รวมถึงการคุมขังนายทศเทพไว้ที่ สภ.บางแก้ว โดยไม่ได้แจ้งไปยังญาติ ซึ่งการที่&amp;nbsp; พล.ต.อ.สุวัฒน์ไฟเขียวเช่นนี้ นับเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก เป็นการเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ถืออาวุธกำลังกลายเป็นกองกำลังที่ป่าเถื่อน สามารถใช้กำลังและอาวุธได้ตามใจชอบในการกำจัดและจัดการผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง และถ้าเปรียบเทียบการดำเนินการที่กระทำความรุนแรงต่อประชาชนต่อผู้ชุมนุม กับกรณีบอส กระทิงแดง&amp;nbsp; หรือกรณีบ่อนการพนัน กลับไม่เห็นความขมีขมันความตั้งใจจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคก้าวไกลเตรียมตั้งกระทู้ถามสดถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อนายกฯ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรมีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย&amp;rdquo; น.ส.เบญจากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่สำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง นายพินิจ ทองคำ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง แกนนำกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน เป็นตัวแทนนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล แกนนำกิจกรรมวิ่งไล่ลุง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร และนายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน เข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นการนัดรายงานตัวครั้งที่ 3 ในการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ลำปางรวมการเฉพาะกิจ รวมพลคนไม่ทนในลำปาง&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 26&amp;nbsp; ก.ค.63 โดยเจ้าหน้าที่ได้เลื่อนนัดเป็นครั้งที่ 4 โดยให้มาอีกครั้งในวันที่ 22 ก.พ.64 เพื่อรับฟังว่าอัยการจะพิจารณาสั่งฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ &amp;nbsp;
ส่วนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&amp;nbsp; ศาลอ่านคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ&amp;nbsp; อท188/2563 ที่นายวสันต์ เสตสิทธิ์ หรือโต้ง อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นและอดีตสมาชิกกลุ่มดาวดิน&amp;nbsp; เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.โชคอำนวย วงษ์บุญฤทธิ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ชนะสงคราม เป็นจำเลย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ และข้อหากลั่นแกล้งให้เป็นคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200 จากกรณีถูกระบุเป็นผู้ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่สนามหลวง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลให้โจทก์แก้ฟ้อง และจัดทำคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ยื่นต่อศาลแทนฉบับเดิมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่&amp;nbsp; 18 ม.ค. และมีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มีหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการกรณีต่างๆ ตามที่ปรากฏในฟ้องโจทก์ พร้อมบทบัญญัติที่ยกขึ้นอ้างเพื่อดำเนินการในกรณีดังกล่าวต่อศาลภายในวันที่ 18 ก.พ.64&amp;nbsp; และเลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งและกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 1 มี.ค.64 เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เป็นนัดแรก ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้เข้ามานั่งเป็นประธานในเบื้องต้น และได้กล่าวถึงที่มาของคณะกรรมการ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ได้หารือเรื่องนี้กับผู้นำฝ่ายค้านและบอกไปว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของส่วนรวม ฝ่ายค้านยังสามารถไล่นายกฯ ได้เหมือนเดิม ซึ่งท่านก็บอกว่าขอกลับไปพิจารณาอีกครั้งก่อน ต่อมาก็ไม่ได้เข้าร่วม ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมยอมรับว่าไม่สามารถประสานกับใครได้โดยตรง ทั้งนี้เหลือผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 คน ก็จะให้คณะกรรมการชุดนี้เป็นผู้เลือก ซึ่งเรื่องนี้ถ้าไม่มีฝ่ายค้านก็ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้&amp;nbsp; หรือหากไม่มีฝ่ายรัฐบาลก็ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้เช่นกัน เพราะเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชน
&amp;#39;เทอดพงษ์&amp;#39; นั่งประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวอีกว่า ในฐานะรัฐสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะไม่ทำเรื่องถูกให้เป็นเรื่องผิด หรือทำเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูก ขอให้กำลังใจทุกท่าน เราไม่สามารถบันดาลใครได้หรือสั่งใครได้ แต่ขอให้คิดว่าเป็นการนำความรู้มาพูดคุยเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายชวนได้ให้คณะกรรมการหารือเบื้องต้น โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. ในฐานะกรรมการ ได้สอบถามถึงการรายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการว่าควรรายงานความคืบหน้าอย่างไร นายชวนตอบกลับว่าเบื้องต้นให้รายงาน 2 สัปดาห์ต่อครั้ง จากนั้นนายชวนได้เชิญให้กรรมการที่มีความอาวุโสสูงสุดเป็นประธานเพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระต่างๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีให้รายงานความคืบหน้าให้รับทราบใน 2 สัปดาห์ว่า ไม่ใช่การแทรกแซงเพียงแค่ให้รายงาน เพราะยังมีรายละเอียดของการทำงาน เช่นการตั้งกรรมการสมานฉันท์ ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ และฝ่ายผู้ชุมนุมที่ต้องลงนามแต่งตั้งเพิ่มเติม ส่วนกรณีไม่มีฝ่ายค้านเข้าร่วมและหลายคนมองว่าไม่สำเร็จ ขอให้เข้าใจว่าฝ่ายค้านไม่ขอเข้าร่วม ไม่ใช่ว่าเลือกปฏิบัติ&amp;nbsp; อย่างไรก็ดีในการทำงานของกรรมการ อาจแต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงาน หรือศึกษาโดยขอความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์นัดแรก&amp;nbsp; 11 คน ที่ประชุมได้ให้ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวเพื่อเลือกตำแหน่งประธาน ซึ่งก่อนจะเริ่มคณะกรรมการมีความเห็นเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งแรกต้องการให้มีผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 คนเข้ามาก่อนแล้วถึงเลือกประธาน ขณะที่อีกฝั่งเห็นว่าควรเดินหน้าทำงานเลย กระทั่งที่สุดเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรเดินหน้าทำงานเลย ซึ่งท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เลือกนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ต้องรอมีผู้ทรงคุณวุฒิให้ครบ 4 คนก่อนถึงจะเลือก โดยคณะกรรมการจะประชุมทุกวันจันทร์เวลา 13.30 น.เป็นต้นไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90254</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.สมานฉันท์, กล้องวงจรปิด, กอ.รมน., พ่นสีสเปรย์พระบรมฉายาลักษณ์, สมานฉันท์, สอบอุ้มการ์ด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุ้มการ์ด3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005926b0130e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ตร. ยันจนท.ไม่กล้าละเมิดกฎหมาย พร้อมระดมฝ่ายสืบสวนหาหลักฐานวงจรปิดอุ้มการ์ดราษฎร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.64 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายมงคล สันติเมธากุล หรือเยล สมาชิกการ์ดราษฎร ถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. อุ้มหายไปจากท้องที่ จ.สมุทรปราการ ว่า ล่าสุดผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เรื่องราวก่อนเกิดเหตุ นายมงคล กลับจากการชุมนุม เมื่อลงรถไฟฟ้าจะเดินเข้าไปในที่พัก แต่รู้สึกว่ากุญแจหาย จึงเดินย้อนกลับไปหากุญแจตามทาง จากนั้นถูกคนร้ายอุ้มขึ้นรถตู้ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หายไปประมาณ 1 คืน และเอามาส่งใกล้จุดเกิดเหตุที่โดนอุ้มไป เบื้องต้นทาง พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ระดมทีมสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อม จุดที่ผู้เสียหายถูกอุ้มไป ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงถือว่าอุกอาจพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าววอีกว่า บางคนอาจบอกว่าเป็นฝ่ายความมั่นคงของตำรวจ ตนขอชี้แจงว่า เวลานี้ตำรวจทำงานยึดถือกฎหมาย ป.วิอาญา,&amp;nbsp;พ.ร.บ.ควบคุมโรค,&amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,&amp;nbsp;และพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ หากเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร ไม่ใช่งานของตำรวจที่จะต้องไปอุ้มเขาอยู่แล้ว ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่ใช่การทำตามกฎหมายของหน่วยราชการใด ถือว่า เป็นเรื่องที่อาจจะละเมิดกฎหมาย และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพราะเป็นเรื่องละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ ยังกล่าวถึงกรณี ตำรวจสภ.บางแก้ว จับกุมนายทศเทพ ดวงเนตร หรืออาร์ต สมาชิกการ์ดราษฎร จากเหตุการณ์ทำกิจกรรมพ่นสีสเปรย์ใส่พระบรมฉายาลักษณ์ ว่า ตำรวจได้เชิญตัวนายทศเทพ มาสอบถาม ก่อนที่เจ้าตัวจะรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง ตำรวจจึงขออนุญาตศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับ และแจ้งข้อกล่าวหาทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย และควบคุมตัวตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงปล่อยชั่วคราว โดยไม่มีหลักประกัน ซึ่งวันนี้จะนำตัวนายทศเทพ ไปฝากขัง ทั้งนี้ยืนยันว่านายทศเทพ ไม่ได้ถูกอุ้มหายไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ากรณีโซเชียลมีเดียแชร์ข้อมูลว่าตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือของนายทศเทพ ไม่ให้พบทนาย รวมถึงไม่ให้พบญาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะผู้ต้องหาตำรวจเชิญตัวมาพูดคุยก่อน ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้หรือไม่ เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้ว เขาก็รับสารภาพว่าทำ จึงไปขอศาลออกหมายจับ เรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหวทางสังคม เราจะไม่ทำสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิอาญา ตนว่าตำรวจไม่กล้าทำ การที่เขาจะร้องขอทนายหรือไม่ เป็นสิทธิของเขา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90195</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., การ์ด3นิ้ว, การ์ดปลดแอก, การ์ดราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_60052a78a91da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐประหารไม่เสร็จ! พท.ป้อง&#039;3นิ้ว&#039;ฉะรัฐบาลละเมิดสิทธิทำรุนแรงอุ้มการ์ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; กล่าวถึงการชุมนุมทำกิจกรรมของประชาชน เมื่อวันที่ 16 ม.ค และมีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ลักพาตัวผู้ทำกิจกรรม หรือกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ชุมนุมโดยไม่แจ้งหมายจับ&amp;nbsp; ควบคุมตัว คลุมหัวปิดตา ทำเหมือนประชาชนเป็นเชลยสงครามว่า ไม่ใช่พฤติกรรมที่รัฐควรทำกับประชาชนคนไทยด้วยกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่ารัฐประหารไม่เสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างชัดแจ้ง และทำจนเป็นนิสัย อ้างเพียงมิติด้านความมั่นคงโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือควบคุมคน กระทำรุนแรงต่อผู้ที่เห็นต่าง เพราะการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์เด่นติดตาประชาชนมาตลอด คือ การละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp; ละเลยข้อตกลงระหว่างประเทศ รวมถึงการละเลยกฎหมายภายในประเทศ&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90186</URL_LINK>
                <HASHTAG>3นิ้ว, กอ.รมน., ตร., น.ส.อรุณี กาสยานนท์, พท., ม็อบ, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_60051996d8ec1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
