<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน. แจงปะทะคนร้ายดับ 2 ราย พบประวัติโดน 7 หมายจับเอี่ยวหลายเหตุการณ์สำคัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.64 - จากกรณีเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่ บ.ปาตาบูดี ม.3 ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และได้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นเป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรง เสียชีวิต 2 ราย เจ้าหน้าที่ปลอดภัยเหตุเกิด เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 64 เวลา 04.24 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เวลา 15.30 น. พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี และหน่วยปฏิบัติพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี สนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย เข้าติดตามบังคับใช้กฎหมายผู้ก่อเหตุรุนแรงกลุ่มของ นาย อัมรัน &amp;nbsp;มะหิเละ จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ว่ามีบุคคลเป้าหมายเข้ามาเคลื่อนไหวบริเวณ Awada รีสอร์ท บ้านปาตาบูดี ม.3 ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง &amp;nbsp;จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่จึงใช้กำลังเข้าติดตามบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 04.24 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างการปฏิบัติ พล.ท.เกรียงไกร &amp;nbsp;ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักภายใต้การมีส่วนร่วมและรับรู้ของทุกฝ่ายในพื้นที่ โดยได้เชิญผู้นำศาสนา และผู้นำในพื้นที่ ร่วมเจรจาเกลี่ยกล่อมให้คนร้ายที่อยู่ภายในรีสอร์ทเข้ามอบตัว นานกว่า 6 ชม. ในระหว่างทำการเจรจากลุ่มผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะ จนเกิดการยิงต่อสู้กันหลายระลอก โดยเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. เมื่อเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบบริเวณพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุ ตรวจพบคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก และลูกระเบิดขว้างแบบ M.67 1 ลูก ขั้นต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิตประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นาย อัมรัน &amp;nbsp;มะหิเละ &amp;nbsp;อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 10 ม.5 ต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี &amp;nbsp;มีหมายจับ จำนวน 5 หมาย ซึ่งเคยถูกควบคุมตัวไปดำเนินการซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม ฉก.ทพ.43 เมื่อปี 58 และได้ให้การปฏิเสธไม่เคยเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่หน่วยจึงได้ปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นาย อาดือเระ &amp;nbsp;มันปุเตะ อายุ 31 ปี ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 64/1 ม. 4 ต.ธารครี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา &amp;nbsp;มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 2 หมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมของคนร้ายที่เสียชีวิตทั้ง 2 ราย พบว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการในพื้นที่ มีหมายจับ ป.วิ อาญารวม จำนวน 7 หมาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุสำคัญหลายเหตุการณ์ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง อาทิ เหตุยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชคต.ประจัน จำนวน 4 ศพ ในพื้นที่ ม.5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อ 10 ม.ค. 62 , เหตุยิง อส. ภานุพงศ์ ชูมณี ในพื้นที่ ม.4 ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อ 11 มิ.ย. 60, เหตุยิง นายอภิวัชญ์ &amp;nbsp;ดอนพล และนาย กิตติศักดิ์ &amp;nbsp;ดอนพล ในพื้นที่ ม.3 ต.สุโบ๊ะยือไร อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อ 9 ก.ย. 60, เหตุลอบวางระเบิดบริเวณถนนวันเวย์ ต.ท่ายามู ต.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อ 11 ก.พ. 61 และทำหน้าที่ปล้นรถยนต์กระบะมาสด้า ธันเดอร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน บง 7378 นราธิวาส เพื่อนำไปใช้ในการรับส่งคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นรถยนต์จากเต้นท์รถวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ ในพื้นที่ ต./อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อ 16 ส.ค. 60 เป็นต้น รวมไปถึงยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีสำคัญอีกหลายคดีในพื้นที่ สำหรับในส่วนของรีสอร์ทที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีส่วนรู้เห็นกับการเข้ามาใช้เป็นที่พักพิงของผู้ก่อเหตุหรือไม่ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ประกอบการดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันเฝ้าระวังและเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่รัฐอีกทางหนึ่งด้วย หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร 061-173-2999 หรือสายด่วน 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107126</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, จังหวัดปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d08073ba8bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค 4 แจงปืน 28 กระบอกไม่ได้หายพร้อมกัน แต่เป็นยอดสะสมในช่วงหลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.64 - พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี อาวุธปืน AK 102 จำนวน 28 กระบอก ของกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองนราธิวาสที่ 2 หาย ในวันที่ 18 พ.ค.2564 ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทราบมาว่า นายอำเภอจังหวัดนราธิวาส ได้ตรวจสอบสถานภาพของอาวุธปืนเมื่อ พ.ย. 63 ที่ผ่านมา และพบว่าหายไป 1 กระบอก ถึงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมอาวุธปืนที่สูญหายทั้งหมดในห้วงที่ผ่านมาว่าหายจากสาเหตุอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ดำเนินการแล้วเสร็จและตรวจพบว่ามีอาวุธปืน หายไปในห้วงที่ผ่านมา จำนวน 28 กระบอก ซึ่งบางส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อความไม่สงบ บางส่วนก็ไม่ใช่ แค่เป็นหารทยอยหายในหลายๆปี และมาสรุปยอดรวม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และมีเพจหนึ่งนำไปเสนอข่าว แต่ลงรายละเอียดไม่ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปืนทั้ง 28 กระบอกไม่ใช่เพิ่งหายและไม่ได้หายไปในล็อตเดียวกัน แต่เป็นการทยอยหาย หรือ อาวุธปืนหายสะสมในภาพรวมในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่ง นายอำเภอ จ.นราธิวาส ได้สำรวจสถานภาพของอาวุธปืนใหม่ว่า มีอยู่จำนวนเท่าไร หายไปอีกกี่กระบอก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรตื่นตระหนกหรือไม่ พ.อ. วัชรกร กล่าวว่า ขณะนี้มีบางเพจนำเสนอข่าวเพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่ความจริงแล้วลงรายละเอียดไม่ครบถ้วน เพราะตามข้อเท็จจริงเป็นเพียงการตรวจสอบสถานภาพของคลังอาวุธปืนที่หายในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะหายในหลายๆสาเหตุ ไม่อยากให้ตื่นตนกกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวโยงกับการเตรียมก่อเหตุ หรือการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ใช่หรือไม่ พ.อ. วัชรกร กล่าวว่า มีความพยายามเชื่อมโยง ตามที่มีการนำเสนอข่าวนี้ออกไปให้เป็นประเด็น เพื่อหวังสร้างความตื่นกลัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104102</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ปืนหาย, พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac8d811da21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพภาค 4 สั่งสอบ &#039;ค่าประกอบเลี้ยง&#039; ทุกกองร้อย อ.สุไหงโก-ลก ปมดราม่าอาหารไร้คุณภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.63 - พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวถึงกรณีเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ร่วมด้วยช่วยสามจังหวัดชายแดนใต้&amp;rdquo; ระบุข้อความว่าหน่วยทหารหน่วยหนึ่งระดับกองร้อยในพื้นที่จ.นราธิวาส มีการเบียดเบียนเงินค่าประกอบเลี้ยงของกำลังพล ทำให้คุณภาพอาหารที่ออกมามีความไม่เหมาะสม ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและขวัญกำลังใจกำลังพลตกต่ำว่า กรณีดังกล่าวพล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.รมน.ภาค 4 ได้รับทราบเรื่องแล้ว และสั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นพบว่าเกิดขึ้นในหน่วยระดับกองร้อยในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเบียดเบียนค่าประกอบเลี้ยงของกำลังพลจริงจะดำเนินการลงโทษทางวินัยสถานหนักต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ. เกียรติศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการประกอบเลี้ยงในหน่วยปกติที่ไม่ได้ปฏิบัติราชการสนามจะหักค่าประกอบเลี้ยงจำนวน60 บาทต่อคนต่อวัน โดยจะคิดเป็นเงินค่าข้าว 24 บาท ค่ากับข้าว 33.50 บาท และค่าเชื้อเพลิง 2.50 บาท และหน่วยที่ปฏิบัติงานราชการสนามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะหักเงินจากค่าเบี้ยเลี้ยงของกำลังพลในอัตราที่ไม่กำหนดไว้แน่นอน ขึ้นอยู่กับการตกลงร่วมกันภายในหน่วยนั้นๆ เพื่อใช้ประกอบเลี้ยงเป็นส่วนรวมประกอบด้วยค่าข้าวสาร ค่าแก๊สหุงต้มและค่าอาหาร โดยประกอบเลี้ยงวันละ3 มื้อ คือมื้อเช้า มื้อกลางวันและมื้อเย็น ทั้งนี้การประกอบเลี้ยงเป็นสิทธิและสวัสดิการของกำลังพลที่หน่วยจะต้องดูแลให้ดีที่สุดตามนโยบายของกองทัพบก โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญและได้เน้นย้ำให้ผบ.หน่วยทุกระดับกำกับดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการกำลังพลอย่างใกล้ชิด โดยจะต้องไม่มีการเบียดบังสิทธิกำลังพลอย่างเด็ดขาด พร้อมกับขอบคุณแอดมินเพจดังกล่าวที่ช่วยกันสะท้อนปัญหาให้ได้รับทราบ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเท็จจริงจากการสอบสวนประการใด กอ.รมน.ภาค 4 สน.จะแจ้งให้ประชาชนและสาธารณะชนทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83500</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์, สามจังหวัดชายแดนภาคใต้, เงินเบี้ยเลี้ยง, เบี้ยเลี้ยงทหารใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab99cd51fe8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงปลดป้ายนำจับผู้ต้องหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - จากกรณี ที่นายอดิลัน อาลีอิสเฮาะ สส.เขต 1 ยะลา พรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงถึงกรณีได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ให้มีการเก็บป้ายประกาศหมายจับของผู้ต้องหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกจากจุดที่ได้ติดตั้งออก ไม่ว่าจะเป็นด่านตรวจ หรือตามจุดแยกริมถนนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ความเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และระบุว่า กำลังตรวจสอบคำสั่งการสั่งปลดป้ายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ภาค 4 ส่วนหน้า&amp;nbsp;ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พันเอกวัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวนั้น เป็นคำสั่งจาก พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาค 4 จริง โดยได้สั่งการ และประสานไปยังกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ให้มีการปลดป้ายนำจับผู้ต้องหาความมั่นคงในพื้นที่ลง หรือนำออก ทั้งนี้ ให้มีการตรวจสอบและพิจารณา ปรับปรุง หรือ อัพเดท บุคคล ตามหมายจับ ให้มีความเป็นปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมา อาจจะมีบุคคลภายในป้ายประกาศ ได้เสียชีวิต หรือ ถูกศาลพิพากษาดำเนินคดีไปแล้ว และหากป้ายประกาศนำจับ ยังคงมีรูปบุคคลดังกล่าวอยู่ อาจส่งผลกระทบทางด้านจิตใจกับครอบครัว ญาติพี่น้อง ซึ่งทาง แม่ทัพภาค 4 ได้ให้ความสำคัญในส่วนนี้เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยภายหลังการสั่งการแล้ว ก็จะให้มีการปรับปรุงข้อมูล และนำภาพหมายจับบุคคลที่มีความสำคัญ พิจารณาให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงนำไปประกอบใช้ในพื้นที่ ที่มีความเหมาะสม หรือ อาจจะพิจารณาติดตั้งตามชุมชนต่างๆตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ต้องมีการนำเข้าประชุมหารือ เพื่อพิจารณากันต่อไป&amp;rdquo; พันเอกวัชรกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82667</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, จังหวัดยะลา, ผู้ต้องหาความมั่นคงชายแดนใต้, หมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa0ebd3624cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าแจงเหตุทหารพรานยิงปืนพลาดไปถูกรถบัส สั่งปลดออกจากราชการแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ก.ย. 63 -เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงชี้แจง เหตุการณ์เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานได้เกิดอาการคลุ้มคลั่งและยิงปืนภายในฐานปฏิบัติการและกระสุนพลาดไปถูกรถบัสชาวบ้านขณะขับผ่านจุดเกิดเหตุ เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณฐานปฏิบัติการ ร้อย.ทพ.4216 หมู่ 5 ต.สาบัน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.2563)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้เร่งติดตามผู้ก่อเหตุเพื่อดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาขั้นเด็ดขาด โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้เรียบร้อยแล้ว บริเวณด่านตรวจเกาะหม้อแกง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังขับรถยนต์ส่วนตัวหลบหนีออกจากฐานปฏิบัติการ เบื้องต้น ได้นำตัวมาควบคุมไว้ยังหน่วย ทราบชื่อ คือ อส.ทพ.กสานดิ์ หนุดหล่ะ สังกัด ร้อย ทพ.4216 จากการสอบสวนเบื้องต้น อส.ทพ.กสานดิ์ฯ ได้ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริงเนื่องจากเกิดความเครียดจากปัญหาภายในครอบครัว จนเกิดอาการคลุ้มคลั่งและได้ยิงปืนในฐานปฏิบัติการทำให้กระสุนพลาดไปโดนรถบัส ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นรถรับส่งนักเรียน โดยขณะเกิดเหตุได้ส่งนักเรียนเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และรถบัสพบว่า มีความเสียหาย จากรอยกระสุนที่พลาดไปโดน จำนวน 3 รอย และไม่มีนักเรียนอยู่ในภายรถ เป็นรถบัสเปล่าที่กลับจากส่งนักเรียนตามบ้านเป็นที่เรียบร้อย และขับผ่านมายังบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น อย่างไรก็ตามหน่วยจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดกับผู้ที่ก่อเหตุ เพื่อลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาด และได้นำตัวส่งสถานีตำรวจในท้องที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา เบื้องต้นขณะนี้ได้สั่งปลดออกจากราชการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะเกิดจากสาเหตุปัญหาส่วนตัว แต่ได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อความรู้สึก และความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน และอาจเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มที่ไม่หวังดีนำไปบิดเบือนโจมตี เพื่อสร้างความเกลียดชัง ดังที่ปรากฏให้เห็นอย่างกว้างขวางในห้วงที่ผ่านมา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรม และจะไม่ปกป้องกำลังพลผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด โดยจะลงโทษวินัยขั้นสูงสุดและหากพบมีความผิดทางอาญาก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ปกครองนักเรียนที่มีความกังวลกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขอชี้แจงสร้างความมั่นใจให้ทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวจากความเครียดปัญหาครอบครัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความมั่นคงแต่อย่างใด และไม่ได้มุ่งหวังจะทำร้ายชีวิตของผู้ใด จากนี้ก็จะได้เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองให้เกิดความมั่นใจต่อไป ยืนยันไม่มีการกราดยิงตามที่มีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีการกำชับกำลังพล ที่จะออกปฎิบัติราชการภาคสนามมาโดยตลอด ให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ ทั้งยังมีการคัดกรอง อบรม ให้ความรู้ แก่ผู้จะลงมาปฏิบัติหน้าที่ทั้งเรื่อง สุขภาพร่างกาย จิตใจ ตลอดจนบริบทในพื้นที่ จึงขอให้มั่นใจว่า กอ.รมน.ภาค 4 สน.จะไม่มีการปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด และพร้อมที่จะดำเนินการทั้งทางวินัยทหารด้วยการปลดออกจากราชการและดำเนินคดีอาญาให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77124</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ฐานปฏิบัติการ ร้อย.ทพ.4216, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b045a17573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘PERMAS’ผวา ‘บีอาร์เอ็น’แค้น เอาคืนถูกยิงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่ จนท.ที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะกับคนร้ายที่ จ.ปัตตานี &amp;nbsp;&amp;quot;กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า&amp;quot; ยันปฏิบัติหน้าที่ตาม กม. หลัง ปชช.แจ้ง 3 คนร้ายประวัติก่อเหตุรุนแรงเข้าพื้นที่ &amp;quot;กลุ่มเปอร์มัส&amp;quot; ห่วงบีอาร์เอ็นล้างแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานให้แก่ ส.ต.ท.กวินทร์ ไชยนุราช ผบ.หมู่ กก.ปพ.ภ.จว.ปน. ช่วยราชการ กก.สส.ภ.จว.ปน. ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.6 บ้านปะกาลือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดปัตตานี เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) แถลงชี้แจงเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะกับคนร้ายในพื้นที่บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ว่าเมื่อวันที่ 30 เม.ย. เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบเพื่อบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านปะการือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ซึ่งปัจจุบันอาการปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เกียรติศักดิ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบคนร้ายเสียชีวิต 3 ราย สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้จำนวน 3 กระบอก ประกอบด้วย ปืนลูกซอง ปืนเล็กยาว เอเค 102 และปืนพกขนาด 38 สำหรับอาวุธที่ตรวจยึดได้ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จะนำไปตรวจสอบประวัติและความเชื่อมโยงทางคดีที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คนร้ายที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย พบมีประวัติหมายจับรวม 10 หมาย ก่อคดีที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.นายยูโต๊ะ แมะตีเมาะ บุคคลตาม ป.วิอาญา 7 หมายที่สำคัญจากเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนเมื่อปี 2559 และเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 4303 เมื่อปี 2560&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 2.นายมะตามีซี สาอิ บุคคลตามหมายจับคดีปล้นร้านทองสุธาดา อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 และ 3.นายอับดุลอาซิ ปากียา บุคคลตามหมายจับจากเหตุระเบิดห้างบิ๊กซีปัตตานีเมื่อปี พ.ศ.2560 ทั้ง 3 คนยังเป็นผู้ต้องสงสัยเหตุโจมตีจุดตรวจบ้านกอแล และอำเภอเมืองฯ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีที่กลุ่มคนร้ายทั้ง 3 คนได้ก่อขึ้นล้วนเป็นคดีที่มีความรุนแรง อุกฉกรรจ์ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนรวมทั้งผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องของวางระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน คดีวางระเบิดห้างบิ๊กซี ปัตตานี คดีปล้นร้านทองในพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา&amp;quot; พ.อ.เกียรติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.ส่วนหน้ายืนยันว่า การปฏิบัติในครั้งนี้เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับอาชญากรที่กระทำผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนและความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติได้ รวมทั้งพี่น้องประชาชนแจ้งข่าวพบความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้กำลังเข้าพิสูจน์ทราบ แต่ถูกกลุ่มคนร้ายเปิดฉากยิงใส่ จึงได้เกิดการปะทะและเกิดการสูญเสียดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.00 น. พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.จีรวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด เข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบบ้านปะการือสง และบริเวณบ้านหลังเกิดเหตุ เพื่อเก็บรวบรวมวัตถุพยานรวมไปถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพราะเชื่อว่าอาจจะมีบุคคลอื่นนอกเหนือจากผู้เสียชีวิต 3 คนอยู่ หรือเคยมาบ้านหลังนี้ก่อนที่จะเกิดเหตุปะทะ ซึ่งผลการตรวจค้นพบเป้สนาม 3 ใบ ภายในบรรจุอุปกรณ์ยังชีพ และพบปลอกกระสุนต่างๆ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มสหพันธ์นิสิต นักศึกษา นักเรียน และเยาวชนปาตานี Permas ได้ออกหนังสือแถลงการณ์เปิดผนึกขอให้คู่สงครามเคารพหลักมนุษยธรรมในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า ได้รับข่าวดีเมื่อ BRN ในฐานะคู่ขัดแย้งหลักของรัฐไทย ได้ประกาศต่อสาธารณชนถึงการยุติกิจกรรมทางอาวุธชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 ได้อย่างสุดความสามารถบนเงื่อนไขว่าต้องไม่ถูกโจมตีจากรัฐไทยก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย.เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้เข้าโจมตีกองกำลังปฏิวัติแห่งชาติปาตานี ณ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้เสียชีวิต 3 ราย &amp;nbsp;สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี PerMAS เป็นองค์กรเคลื่อนไหวการเมืองของเยาวชนปาตานี ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและเป็นกังวลอย่างยิ่งว่าจะเกิดการตอบโต้กลับของ BRN เนื่องจากรัฐไทยได้ละเมิดเงื่อนไขสำคัญในการยุติการปฏิบัติกิจกรรมทางอาวุธของ BRN
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น PerMAS จึงเสนอข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1.ขอให้รัฐไทยยกเลิกนโยบายปราบปรามและยุติการปฏิบัติกิจกรรมทางอาวุธทุกกรณี และหันมาแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการเมือง โดยสันติวิธี 2.ขอให้ BRN ในฐานะคู่ขัดแย้งหลักของรัฐไทย อดทนอดกลั้น และไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการแก้ปัญหาไวรัส COVID-19 3.ขอเรียกร้องให้ ส.ส.ปาตานีผลักดันให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการแก้ปัญหาปาตานีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, จนท.ที่บาดเจ็บ, บีอาร์เอ็น, พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหตุปะทะกับคนร้าย, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac1eca46ebd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกองทัพภาค 4&#039; โต้ &#039;อัจฉริยะ&#039; กล่าวหาทุจริตเงินค่าตอบแทนทหารปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่าตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;nbsp;ซึ่งกล่าวหาว่ามีการอมเงินค่าตอบแทนชุดปฏิบัติการที่จังหวัดปัตตานี นั้น&amp;nbsp;ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งให้หน่วยต้นสังกัดตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4.ส่วนหน้า ได้จัดกำลังเข้าปฏิบัติงานในหมู่บ้านเป้าหมายโดยจัดลำดับความเร่งด่วนในหมู่บ้านเสริมสร้างความมั่นคงและหมู่บ้านที่ยังคงพบความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรง จำนวน 118 หมู่บ้าน ด้วยการจัดชุดปฏิบัติการเชิงรุก 768 ชุด เข้าไปปฏิบัติงานในหมู่บ้านเพื่อทำพื้นที่ให้ปลอดเหตุและประชาชนปลอดภัยควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้าใจและช่วยเหลือประชาชนในมิติต่างๆ โดยสนับสนุนงบประมาณให้ชุดละ 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นงบประมาณตามแผนงานโครงการเสริมสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกพื้นที่ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปี 2563 สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของชุดปฏิบัติการในการเข้าพบปะพัฒนาสัมพันธ์และร่วมกิจกรรมต่างๆกับพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน วัดและมัสยิด ไม่ใช่ค่าตอบแทนส่วนบุคคลและไม่เกี่ยวกับงบประมาณด้านสิทธิกำลังพลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบพบว่าหน่วยดังกล่าว คือ&amp;nbsp;พัน ร.เชิงรุก ขึ้นควบคุมทางยุทธการ กับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานีและได้รับมอบหมายให้จัดชุดปฏิบัติการ จำนวน 4 ชุด โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณชุดละ 5,000 บาท รวม 20,000 บาท แต่หน่วยได้นำงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรดังกล่าวไปเฉลี่ยให้กับชุดที่หน่วยจัดกำลังเพิ่มเติมอีก 6 ชุด เพื่อรับผิดชอบพื้นที่อื่น นอกเหนือจากหมู่บ้านตามแผนที่กำหนดไว้ ทำให้ได้รับเงินเหลือตามที่เป็นข่าว ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว แม้หน่วยไม่มีเจตนาทุจริต แต่ถือว่าไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางที่กำหนดไว้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าจะได้ดำเนินการลงโทษตามความเหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ให้ความสำคัญกับสิทธิและสวัสดิการของกำลังพลโดยได้กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับดูแลด้านสิทธิและการพัฒนาคุณภาพชีวิตกำลังพลและครอบครัวและหากตรวจพบว่า มีการฝ่าฝืนหรือประพฤติที่ส่อไปในทางทุจริตก็จะลงโทษทั้งวินัยและอาญาทหารขั้นเด็ดขาด พร้อมทั้งเปิดช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์ให้กำลังพลผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของกองทัพหรือร้องเรียน ผ่านตู้ ปณ.41 ปณจ ยะลา 95000&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, จ.ปัตตานี, ทหารปัตตานี, พ.อ.ปราโมทย์  พรหมอินทร์, อมเงินค่าตอบแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e4535af0467a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
