<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองกำลังต่อต้านของพระเจ้า-LRA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตผู้บังคับบัญชาใน กองกำลังต่อต้านของพระเจ้า (Lord&amp;rsquo;s Resistance Army: LRA) &amp;ldquo;โดมินิค อองเวน&amp;rdquo; (Dominic Ongwen) ถูกจับเมื่อปลายปี 2014 และปรากฏตัวต่อศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม 2015 ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ศาลได้อ่านคำพิพากษาให้จำคุก 25 ปี ในความผิดฐานก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากการสังหารหมู่ ทรมานเหยื่อ ข่มขืน และใช้แรงงานทาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดมินิค อองเวน ขณะรับฟังการพิจารณาคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (ภาพจาก ictj.org)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้รับพระบัญชา, โจเซฟ โคนี และ LRA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาว &amp;ldquo;อะโคลี&amp;rdquo; อาศัยอยู่ในยูกันดาทางเหนือ ดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์และเลี้ยงสัตว์ตามทุ่งหญ้า ในขณะที่ชาว &amp;ldquo;บากันดา&amp;rdquo; อาศัยอยู่ทางใต้ ทำการเพาะปลูกเป็นหลัก เมื่ออังกฤษยึดยูกันดาเป็นอาณานิคมในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 พวกเขาได้รับความร่วมมือจากชาวใต้มากกว่า ในขณะที่หลายกลุ่มก้อนทางเหนือมีปฏิกิริยาต่อต้านเจ้าอาณานิคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยูกันดาทางเหนือมีสภาพแห้งแล้งกันดาร ผู้คนออกจะป่าเถื่อนและล้าหลัง เมื่อเปรียบเทียบกับชาวใต้ที่ดูมีวิวัฒนาการดีกว่า อังกฤษมองว่าเป็นการยากที่จะทำให้ชาวอะโคลีมีอารยะได้ จึงนำมาเป็นทหารและใช้แรงงานหนักเสียเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ชาวบากันดาทางใต้ได้งานราชการ หรืองานที่มีอำนาจอิทธิพล ยูกันดาทางใต้จึงมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและมีระบบสาธารณูปโภคที่ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความแตกต่างทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างทางเหนือกับทางใต้ดำรงฝังแน่นแม้หลังจากยูกันดาได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้วในปี ค.ศ.1962 &amp;ldquo;อิดี อามิน&amp;rdquo; ได้ยึดอำนาจเป็นเผด็จการปกครองประเทศระหว่างปี ค.ศ.1971-1979 โครงสร้างสังคมของชาติถูกทำลาย และหลังจากโค่นล้ม &amp;ldquo;อิดี อามิน&amp;rdquo; ลงได้ก็เกิดการแย่งอำนาจกันระหว่าง 2 ฝ่าย ได้แก่ ขบวนการ National Resistance Movement นำโดย &amp;ldquo;โยเวรี มูเซเวนี&amp;rdquo; ได้รับการสนับสนุนจากชาวใต้และตะวันตก อีกกลุ่มคือ Uganda People&amp;rsquo;s Democratic Army ของชาวอะโคลีและผู้คนทางเหนือกลุ่มอื่นๆ มี &amp;ldquo;ติโต โอเคลโล&amp;rdquo; เป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี 1986 ฝ่ายของ &amp;ldquo;โยเวรี มูเซเวนี&amp;rdquo; ชนะสงครามกลางเมืองและเข้าปกครองประเทศ ผู้มีชัยเริ่มกระชับอำนาจและล้างแค้นกลุ่มชนทางเหนือ ทั้งเข่นฆ่า ปล้นสะดม และเผาทำลาย ชาวอะโคลีหนีขึ้นเหนือไปอยู่ตามชายแดนซูดาน หลายกลุ่มยอมสยบ แต่ก็ไม่ทำให้กองทัพจากทางใต้หยุดโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลายปี 1987 ขบวนการต่อต้านจากทางเหนือกลุ่มใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น นำโดย &amp;ldquo;อลิซ ลัควีนา&amp;rdquo; สตรีผู้อ้างว่าเป็นศาสดารับบัญชาจากพระเจ้า โดยสารที่ถูกส่งลงมาคือชาวอโคลีสามารถเอาชนะรัฐบาลมูเซเวนีได้ เพียงแต่ต้องทำตามคำสั่งของลัควีนา อาทิ ห้ามฆ่างูและผึ้ง ตอนรบไม่ต้องถือปืน ให้ถือไม้และก้อนหินแทน รวมถึงให้ราดน้ำมันจากต้นเชียนัทเพื่อกันกระสุน ไม่ต้องหลบหรือถอยยามต่อสู้ สุดท้ายกองกำลังของลัควีนาก็พ่ายแพ้ ตัวเธอเองหนีเข้าประเทศเคนยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โจเซฟ โคนี&amp;rdquo; อดีตเด็กช่วยทำพิธีในโบสถ์ จัดการรวบรวมสมาชิกที่กระจัดกระจายของลัควีนา และทหารฝ่ายเหนือที่พ่ายแพ้ให้กับมูเซเวนีก่อนหน้านั้น โคนีได้ปรับกลยุทธ์การรบให้เป็นแบบทหารจากคำแนะนำของอดีตผู้บัญชาการที่ปราชัยมาก่อน แต่ก็ยังอ้างว่าตนเป็นผู้รับบัญชาจากพระเจ้าเหมือนเช่นลัควีนา และได้ใช้ชื่อ Ugandan People&amp;rsquo;s Democratic Christian Army ในช่วงแรก จากนั้นในราวๆ ปี 1992 เปลี่ยนเป็น Lord&amp;rsquo;s Resistance Army หรือ &amp;ldquo;กองกำลังต่อต้านของพระเจ้า&amp;rdquo; ร่วมกันต่อสู้ในนามของพระเจ้าเพื่อโค่นล้มมูเซเวนี มีเป้าหมายตั้งรัฐบาล และนำ &amp;ldquo;บัญญัติ 10 ประการ&amp;rdquo; มาบังคับใช้เป็นรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำเนิดไอ้มดขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทธวิธี &amp;ldquo;กองกำลังต่อต้านของพระเจ้า&amp;rdquo; หรือ LRA ใช้ความสะเทือนขวัญเข้าข่มขู่ ทำลายความปลอดภัยและการใช้ชีวิตปกติของประชาชน กระจายความกลัว เพื่อให้รู้สึกว่ารัฐบาลอ่อนแอ ปกป้องพลเรือนไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองกำลัง LRA จับเด็กหญิงเป็นทาสรับใช้ในบ้านและทาสทางกามารมณ์ ส่วนเด็กชายจับไปเป็นทหาร ให้ซึมซับและเรียนรู้การฆ่า ตัดแขนขา และข่มขืน เด็กพวกนี้กลายเป็นกำลังรบสำคัญ หนึ่งในนั้นคือ &amp;ldquo;โดมินิค อองเวน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แรกเกิดเมื่อปี ค.ศ.1975 เขามีชื่อว่า &amp;ldquo;โดมินิค โอคูมู ซาวิโอ&amp;rdquo; แต่พ่อแม่ได้ให้ชื่อสกุลปลอม &amp;ldquo;อองเวน&amp;rdquo; ซึ่งแปลว่า &amp;ldquo;มดขาว&amp;rdquo; แก่เขาเหมือนเช่นชาวอะโคลีคนอื่นๆ ที่บอกชื่อปลอมแก่ลูกๆ เผื่อว่าในกรณีที่ถูกจับตัวก็ไม่น่าจะมีภัยมาถึงครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแล้วอองเวนก็ถูกจับตัวโดย LRA ในปี 1988 ขณะเดินไปโรงเรียนเมื่ออายุได้ 14 ปี (ตามคำให้การของเขา ขณะที่สื่อรายงานว่าถูกจับตอนอายุ 9 หรือ 10 ขวบเท่านั้น) เมื่อพ่อแม่ของเขาทราบข่าวก็ไม่ได้หนีตายแบบเดียวกับชาวบ้านคนอื่นๆ พวกเขาบอกว่าพร้อมเผชิญหน้ากับกลุ่ม LRA ทว่าตอนที่ชาวบ้านเหล่านั้นกลับมาก็พบแม่และพ่อของอองเวนถูกฆ่าตายเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไอ้มดขาว&amp;rdquo; ถูกนำไปเข้าค่าย บังคับให้ดูการทรมานศัตรู และการฆ่า ต่อมาได้รับการอบรมทฤษฎีและถูกล้างสมองโดย &amp;ldquo;วินเซนต์ ออตติ&amp;rdquo; รองผู้นำสูงสุดของ LRA จากนั้นไม่นานกลายเป็นนักรบของกองกำลังในขณะที่ยังเป็นเยาวชน และเติบโตในขบวนการนี้อย่างรวดเร็ว เพียงอายุ 18 ปีก็ได้เป็นผู้พัน และช่วงอายุ 20 ปลายๆ ได้เป็นนายพลจัตวา บัญชาการรบ &amp;ldquo;กองพลน้อยซีเนีย&amp;rdquo; 1 ใน 4 กองพลน้อยสำคัญของ LRA มีเมียอย่างน้อย 7 คน ส่วนใหญ่โดยการบังคับขู่เข็ญ รวมถึงลูกๆ ที่สื่อรายงานว่ามีมากกว่า 20 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นักรบรุ่นเยาว์กองกำลังต่อต้านของพระเจ้า หรือ LRA (ภาพจาก childsoldiersstories.weebly.com)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงคราม การสังหารหมู่ และลักพาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลยูกันดาโดยกองทัพ NRA (National Resistance Army) พยายามกวาดล้าง LRA หลายระลอก แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับมีการเจรจาสงบศึกหลายครั้งที่ล้วนล้มเหลว ข้อเสนอเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยจากบุคคลระดับโลกอย่างสมเด็จพระสันตะปาปา &amp;ldquo;จอห์น ปอล ที่ 2&amp;rdquo; กลับถูกปฏิเสธจากโจเซฟ โคนี เช่นเดียวกับการยื่นมือเข้าไปของ &amp;ldquo;มูลนิธิเซ็นเตอร์คาร์เตอร์&amp;rdquo; ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ &amp;ldquo;จิมมี คาร์เตอร์&amp;rdquo; ก็ไม่เกิดผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษที่ 1990 ทางฝ่าย LRA ได้รับการสนับสนุนทางทหารจากรัฐบาลซูดานเพื่อตอบโต้รัฐบาลยูกันดาที่ให้การหนุนหลังการแบ่งแยกดินแดนทางใต้ (ซึ่งต่อมากลายเป็นประเทศซูดานใต้) ยิ่งการต่อสู้ระหว่าง LRA และ NRA หนักขึ้น ฝ่าย LRA ก็สังหารหมู่ และลักพาตัวพลเรือนมากขึ้น จนกองกำลังพิเศษของสหประชาชาติได้เข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อยับยั้งความโหดเหี้ยมของ LRA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดือนมีนาคม ปี 2002 กองทัพ NRA ของรัฐบาล ในชื่อใหม่ Uganda People&amp;rsquo;s Defence Force (UPDF) ปล่อยปฏิบัติการชื่อ &amp;ldquo;กำปั้นเหล็ก&amp;rdquo; ใส่กองกำลัง LRA ที่มีฐานอยู่ทางใต้ของซูดาน ฝ่าย LRA เอาคืนด้วยการถล่มค่ายผู้ลี้ภัยในยูกันดาทางเหนือและซูดานทางใต้ เป็นเหตุให้พลเรือนเสียชีวิตหลายร้อยคน และในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2004 ก็บุกจู่โจมค่ายผู้ลี้ภัยทางเหนือของยูกันดา สังหารหมู่ไปมากกว่า 300 คน จับตัวไปอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี ค.ศ.2005 ศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับแรกของศาลนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อนหน้านั้น ผู้ต้องหามี 4 คน ได้แก่ โจเซฟ โคนี, วินเซนต์ ออตติ, โอคอต โอดิอัมโบ รองผู้บัญชาการกองกำลัง LRA และ &amp;ldquo;อองเวน&amp;rdquo; ผู้บัญชาการกองพลน้อยซีเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมายจับถูกส่งไปยัง 3 ประเทศที่กองกำลัง LRA มีปฏิบัติการครอบคลุม ได้แก่ ยูกันดา, ซูดาน (ซูดานใต้ แยกจากซูดานในปี 2011) และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ทิศตะวันตกของยูกันดา) ปลายปี 2007 ออตติถูกโคนีฆ่า และมีข่าวว่าโอดิอัมโบก็เสียชีวิตในปีต่อมา แต่ไม่ทราบว่าเป็นการลงมือของฝ่ายใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างปี 2006-2008 มีการเจรจากันระหว่างรัฐบาลยูกันดาและ LRA อีกหลายครั้งโดยมีผู้นำการแยกตัวของซูดานใต้เป็นคนกลาง ปรากฏว่า LRA ยอมลงนามหยุดยิง ในข้อตกลงมีเงื่อนไขให้ LRA ออกจากยูกันดา ไปอยู่อาศัยใน &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติการัมบา&amp;rdquo; ทางเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รัฐบาลยูกันดาให้คำมั่นจะไม่โจมตีอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ปลายปี 2008 ถึงมีนาคม 2009 กองทัพยูกันดา, คองโก และซูดาน โจมตีทางอากาศและบุกทำลายแคมป์ของ LRA ในอุทยานแห่งชาติการัมบา ในชื่อ &amp;ldquo;ปฏิบัติการฟ้าร้องฟ้าแลบ&amp;rdquo; ที่สหรัฐให้การสนับสนุน ฝ่าย LRA แตกกระเจิง แต่ไม่สามารถฆ่าหรือจับกุม &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; ได้ พวกกลุ่มย่อยของ LRA สามารถกลับมาแก้แค้น ฆ่าหมู่พลเรือนในคองโกและซูดานใต้ไปอีกมากกว่าพันคน จับตัวไปอีกหลายร้อย เกือบล้านต้องอพยพหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลงานเหี้ยมของ &amp;ldquo;โดมินิค อองเวน&amp;rdquo; คือการนำกองกำลังของเขาสังหารหมู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในเดือนธันวาคม 2009 อย่างน้อยเป็นพลเรือน 321 คน และจับตัวไปอีก 250 คน เรียกกันว่า &amp;ldquo;การบุกทำลาย 4 วัน&amp;rdquo; จากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 ก็ฆ่าไปอีกราว 100 คน บริเวณชายแดน 3 ประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และซูดาน การโจมตีปลีกย่อยเกิดขึ้นต่อเนื่องรายวัน ผู้คนหนีภัยย้ายถิ่น องค์การสหประชาชาติประกาศว่าเป็นวิกฤติทางมนุษยธรรมครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันแม้ว่าจำนวนนักรบของ LRA จะมีจำนวนลดลงไปมาก เหลือเพียงหลักร้อย แต่ยังมีพิษสงและปฏิบัติการอยู่ใน 3-4 ประเทศตามที่ได้กล่าวมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เยาวชนทหารของกองกำลัง LRA (ภาพจาก qz.com)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาชญากรรมและการลงทัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี 2013 สหรัฐประกาศให้รางวัลนำจับสำหรับ &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อองเวน&amp;rdquo; คนละ 5 ล้านเหรียญฯ ปลายปี 2014 อองเวนถูกโคนีจับขังเพราะขัดคำสั่งและไม่ยอมตอบวิทยุสื่อสารของเขา อองเวนหลบหนีได้สำเร็จ แม้ว่าสุดท้ายจะถูกกลุ่มกบฏชื่อ &amp;ldquo;เซเลคา&amp;rdquo; จับตัวได้ แต่พวกนี้ไม่ทราบว่าเป็นอองเวน ส่งต่อไปให้เอ็นจีโอองค์กรหนึ่ง ซึ่งเรียกให้กองกำลังพิเศษของสหรัฐในภูมิภาคนั้นมารับไปและมอบให้กับกองทัพยูกันดา ก่อนจะไปถึงศาลอาญาระหว่างประเทศในเวลาต่อมา ทั้งนี้กลุ่ม &amp;ldquo;เซเลคา&amp;rdquo; ไม่ได้รับรางวัลนำจับแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการเริ่มไต่สวนพิจารณาคดีเมื่อเดือนธันวาคม 2016 อองเวนกล่าวว่าจะไม่ยอมรับผิด เพราะตัวเขาก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำอันป่าเถื่อนของ LRA ฝ่ายทนายก็ต่อสู้ในประเด็นที่เขาถูกจับตัวไปตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งประสบความทุกข์ทรมานหนักหนาสาหัสเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าศาลได้อธิบายว่าอองเวนเป็นนักรบที่เก่งกาจและเป็นผู้บัญชาการที่วางแผนรบได้อย่างยอดเยี่ยม มีความระมัดระวัง ประเมินความเสี่ยง และได้รับคำสรรเสริญจากผู้นำคนอื่นๆ อยู่เสมอ พวกเขาเหล่านั้นบอกว่าหากอองเวนปฏิเสธคำสั่งของผู้บังคับบัญชาก็จะไม่ถูกเอาชีวิตหรือถูกทำโทษหนัก และว่าเขาไม่ได้ใช้โอกาสที่มีหลายครั้งในการหลบหนี แต่เลือกที่จะก้าวหน้าในยศและตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลยังพบด้วยว่าอองเวนไม่ได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของโคนี และได้จับตัวเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปีหลายคนเพื่อฝึกให้เป็นนักรบ เด็กเหล่านี้ถูกทุบตีและบังคับให้ดูการฆ่า ก่อนจะถูกฝึกทักษะการรบ โดยไม่ให้พวกเขาแยกแยะระหว่างนักรบและพลเรือน จึงทำให้มีการฆ่าไม่เลือกหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พยานสตรีหลายคนให้การว่า พวกเธอถูกจับตัวและได้รับการข่มขู่เอาชีวิตหากปฏิเสธการเป็นภรรยาของผู้บัญชาการ และพวกเธอก็ถูกข่มขืนครั้งแล้วครั้งเล่า นอกจากนี้ยังมีพยานเล่าว่าอองเวนใช้อำนาจของเขาในการแจกจ่ายภรรยาให้กับนักรบคนอื่นๆ บางคนให้การว่าถ้าไม่ยอมก็จะถูกฆ่า เพราะเห็นเด็กหญิงบางคนทำผิดพลาดเพียงนิดหน่อยก็ไม่รอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหยื่อ LRA จำนวน 4,065 คน ได้รับอนุญาตให้ชมการถ่ายทอดการอ่านคำพิพากษาผ่านจอโทรทัศน์ทางภาคเหนือของยูกันดา สำหรับเหยื่อส่วนที่เกี่ยวข้องกับอองเวนโดยตรงมีประมาณ 1,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการพิจารณาคดีนาน 4 ปี ศาลได้ตัดสินไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ให้เขามีความผิด 61 ข้อหา แต่เพิ่งจะมีการกำหนดโทษเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นั่นคือให้จำคุกเป็นเวลา 25 ปี บางคนพอใจกับโทษที่อองเวนได้รับ บางคนคิดว่าเขาควรจะติดคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายระหว่างประเทศคนหนึ่งให้ความเห็นว่าโทษที่อองเวนได้รับถือว่ายุติธรรมแล้ว แต่อาจไม่ยุติธรรมต่อเหยื่อ เพราะอองเวนติดคุกในยุโรป ได้กินไส้กรอกและเบคอนเป็นมื้อเช้า ในขณะที่เหยื่อของเขายังอดอยากและทุกข์ทรมานอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบัน โจเซฟ โคนี ยังไม่ถูกจับ ตั้งแต่ตั้งกองกำลัง LRA ขึ้นเมื่อ 30 กว่าปีก่อนจนถึงปัจจุบันได้ลักพาตัวเด็กหญิงและเด็กชายไปมากกว่า 3 หมื่น ฆ่าพลเรือนไปมากกว่า 1 แสน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102229</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังต่อต้านของพระเจ้า-LRA, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
