<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพบกแจงยิบ หลังสังคมวิจารณ์แซด ซื้ออาวุธอีกแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงชี้แจงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ประกาศแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของกรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) เรื่องยานเกราะล้อยาง หรือสไตรเกอร์ พร้อมระบบอาวุธ และการบริการทางเทคนิค จำนวน 50 คัน ในวงเงิน 4,515,000,000 บาทว่า จากนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงกลาโหมได้ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดพิจารณาปรับลดงบประมาณในปี 2563 นำไปเป็นงบประมาณกลางของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ซึ่งในภาพรวมของกระทรวงกลาโหมมีการปรับลดงบประมาณจากหน่วยงานในสังกัดที่มี 7 หน่วยงาน รวมถึงเหล่าทัพด้วย โดยได้ยอดงบประมาณรวม 18,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องถูกนำไปใช้ในรูปแบบของพ.ร.บ.การโอนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ตัวเลข 18,000 ล้านบาทถือเป็นตัวเลขที่สูง เมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นๆ และในจำนวนนี้เป็นเงินงบประมาณปี 2563 ในส่วนของกองทัพบกเพียงหน่วยงานเดียวประมาณเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สำหรับการดำเนินการปรับลดงบประมาณตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหมนั้น หากเป็นโครงการที่ไม่ได้เป็นงบประมาณผูกพันก็จะตัดทั้งหมด แต่โครงการใดเป็นโครงการงบประมาณผูกพันก็จะตัดอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ของโครงการนั้น ดังนั้นในงบประมาณปี 2563 ทำให้ 4 โครงการขนาดใหญ่ของกองทัพบก อาทิ รถถัง ปืนใหญ่ เรดาห์ต่างๆ จะถูกตัดออกไปทั้งหมด อีกทั้งยังมีโครงการระดับกลางและระดับย่อยอีกประมาณ 26 โครงการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณียานเกราะล้อยาง หรือสไตรเกอร์ อยู่ในกลุ่มของโครงการงบประมาณผูกพันข้ามปีคือปี 2563-2565 โดยทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง ในปีแรกจะสามารถใช้ได้เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ก่อนปรับลดงบประมาณ ซึ่งมีแผนที่จะใช้งบประมาณปี 2563 จำนวน 900 ล้านบาท เมื่อให้มีการปรับลดประมาณเกิดขึ้นก็จะเหลือให้ใช้เพียง 450 ล้านบาท สรุปแล้วโครงการจัดซื้อจัดจ้างยานเกราะล้อยางยังคงมีอยู่ แต่จะใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 ได้ 450 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้คุณลักษณะของโครงการดังกล่าวนี้เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี FMS หรือการจัดซื้อในรูปแบบโครงการความช่วยเหลือทางทหารระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกสหรัฐฯ ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณทั้งโครงการไว้ประมาณ 4,515,000,000 บาท ซึ่งจะได้ยานเกราะล้อยางทั้งสิ้น 100 กว่าคัน รวมถึง รถติดปืน ค.120 มม. รถพยาบาล รถผู้บังคับบัญชา รถโดยลาดตระเวน การจัดชุดครูฝึกสอนขับรถ รูปแบบการใช้รถทางยุทธวิธี การสอนเทคนิคต่างๆ ชิ้นส่วนอะไหล่ การซ่อมบำรุง การฝึกศึกษาในต่างประเทศ และการสร้างอาคารโรงซ่อมที่ได้มาตรฐานสูง เพื่อดูแลและรักษายานเกราะล้อยางดังกล่าว นอกจากนี้ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมากองทัพบกไทยยังได้รับการช่วยเหลือเรื่องระบบกระสุนจากสหรัฐฯที่มีมูลค่าถึง 6 แสนเหรียญ พร้อมกันนี้กองทัพบกสหรัฐฯยังได้อนุญาตได้นำนักเรียนทุนกลับมาประเทศไทยโดยเครื่องสหรัฐฯและไม่คิดค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับโครงการใหญ่ที่ถูกตัดจำนวน 4 ส่วนโครงการ ได้แก่ รถถัง ปืนใหญ่ เรด้าร์ ส่วนยานเกราะเกราะ ไม่ได้ถูกตัดงบฯ ที่ตั้งไว้ในปี 2563 ทั้งโครงการเพราะ ถือว่าได้ทำสัญญาและจัดทำเป็นโครงการที่มีการดำเนินการมาก่อน ผูกพันงบประมาณทั้งโครงการ ดังนั้นจึงตัดเพียงครึ่งเดียว โดยต้องไปเจรจาว่าในปีแรกที่คุยกันว่า ใช้งบ 900 ล้านบาท แต่ขอจ่ายเงินงวดได้แค่ 450 ล้านบาท ส่วนรถถังVT-4 ของจีนที่มีการตั้งงบประมาณจัดหาอีกล็อตหนึ่งนั้น อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ได้มีการผูกพันงบฯ จึงต้องชะลอทั้งโครงการ ซึ่งทั้งหมดต้องดูตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหม 2 ข้อที่ให้นโยบายมา คือ ถ้ายังไม่ผูกพัน งบฯก็ให้ชะลอหรือเลื่อนไปทั้งโครงการก่อน แต่ถ้ามีการตั้งงบฯผูกพันแล้วก็ให้จ่ายบางส่วน&amp;rdquo; พ.อ.วินธัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กล่าวถึงการปรับลดงบประมาณของกองทัพบก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอำนาจกำลังรบ และกำลังพลของกองทัพบกที่ทำให้บางโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับยุทโธปกรณ์ หรืออุปกรณ์ สิ่งจำเป็นที่จะต้องจัดหามาต้องชะลอและเลื่อน หรือระงับไปบ้าง แต่กองทัพบกมีความเข้าใจในความจำเป็นของประเทศ และยินดีที่จะปรับลดงบประมาณ โดยการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหลืออยู่อย่างดีที่สุด และให้สามารถดำรงสถานภาพอำนาจกำลังรบในการรักษาอธิปไตย เพื่อดูแลประชาชน สนับสนุนรัฐบาล และดำเนินการพัฒนาประเทศ อย่างเต็มกำลังความสามารถ ขอให้เชื่อมั่นในสิ่งที่กองทัพบกดำเนินการได้ยึดเอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า ขอฝากถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผ่านมาที่มีความเปราะบาง มีหลายความเห็นอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่จำกัด ไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน หรือนำความคิดเห็นที่ไม่ปรากฏที่มาที่ไปอย่างชัดเจนสร้างความสับสนให้กับสังคม เช่น งบประมาณของกองทัพบกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ และในขณะนี้เราอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งประชาชนมีความเดือดร้อนและอ่อนไหวต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร กองทัพบกจึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้เสนอข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริง เนื่องจากข่าวสารที่นำเสนอมีความสำคัญต่ออารมณ์ของคนไทย ที่อยู่ในสภาวะตึงเครียด กับปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด -19 อยากให้ร่วมแรงร่วมใจนำสิ่งดีๆสร้างพลังใจในการต่อสู้กับสถานการณ์ให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีบางเพจนำเข้าข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ใส่อารมณ์ต่อว่าต่อขานกองทัพบกและผู้บังคับบัญชาระดับสูง ขอให้เบาๆลงกันหน่อย เพราะกองทัพบกไม่อยากใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับทางเพจที่นำข้อมูลการประชุมและการดำเนินการภายในของกองทัพบกไปวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการทุจริต อะไรที่ไม่ชัดเจนอย่าเผยแพร่&amp;rdquo; พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63956</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพซื้ออาวุธ, กองทัพบก, พ.อ.วินธัย สุวารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea036cab32a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอ.ตัดงบฯ 63 ช่วยโควิด 23% เลื่อนโครงการซื้อเครื่องบินไปปี 64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp;พล.อ.อ.มานัต&amp;nbsp;วงษ์วาทย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;เม.ย. 63 - ที่อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช พล.อ.อ.มานัต&amp;nbsp;วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีเปิดการเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิบัติราชการของกองทัพอากาศ สนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์ รับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ตามที่รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548&amp;nbsp;กองทัพอากาศจึงได้เตรียมความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ประเภทกำลังพลสำรอง โดยออกคำสั่งกองทัพอากาศ เรียกกำลังพลสำรองเหล่าทหารแพทย์ ประเภทนายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวน จำนวน&amp;nbsp;50คน เพื่อมาปฏิบัติราชการระหว่างวันที่&amp;nbsp;15-30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2563โดยมี กรมแพทย์ทหารอากาศ เป็นหน่วยรับพล รับผิดชอบการอบรมเพิ่มเติมความรู้ความสามารถแก่กำลังพลสำรอง รวมถึงการให้กำลังพลสำรองได้ปฏิบัติงานร่วมกับกำลังพลประจำการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กล่าวต้อนรับกำลังพลสำรองทั้ง&amp;nbsp;50คนว่า กองทัพอากาศ มีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ให้เพียงพอรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จึงต้องเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิบัติราชการในภารกิจที่จะต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะในการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล ซึ่งทุกคนถือได้ว่าเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญยิ่ง ที่จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนและร่วมปฏิบัติภารกิจกับกำลังพลประจำการ เพื่อให้ภารกิจทั้งหลายประสบผลสำเร็จสมความมุ่งหมาย ขอขอบคุณที่ได้ให้ความร่วมมือและเสียสละเพื่อกองทัพอากาศและประเทศชาติ โดยเชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคนว่าจะสามารถตอบสนองภารกิจต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และเราทุกคนจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.มานัต ให้สัมภาษณ์ว่า ยินดีกับพี่น้องชาวไทยที่มีบุคลากรสายการแพทย์ที่มีจิตวิญญาณ มีความเป็นทหารอากาศในตัวไม่มีเสื่อมคลายเห็นความเดือดร้อนของประชาชน ก็อุทิศตัวเสียสละ ตั้งใจมาทำงาน ไม่มีใครปฏิเสธ และหลายคนอยู่ในต่างประเทศอยากกลับมาช่วยแต่กลไกและกรรมวิธีในการกลับมาก็ยากลำบาก ส่วนแพทย์ทั้ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คนนี้จะเข้ามาปฏิบัติราชการ15&amp;nbsp;วัน จะเข้ารับการฝึกเบื้องต้น&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;วัน ซักซ้อมทำความเข้าใจ ศึกษาเครื่องมือใหม่ๆ และเข้าไป แบ่งเบาภาระหน้าที่ของแพทย์โรงพยาบาลภูมิพล โรงพยาบาลทุ่งสีกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ โรงพยาบาลจันทรุเบกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.มานัต กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับภารกิจพื้นฐานในการดูแลประชาชนท่ามกลางสภาวะที่เสมือนการทำสงครามเชื้อโรค โชคดีที่ ทอ.มีต้นทุนทางเทคโนโลยีในมือพอสมควร เช่น เทอร์โมสแกน หุ่นยนต์ เครื่องช่วยหายใจ โดยระดมพลและปัญญาช่วยกันทำนวัตกรรมส่วนนี้ออกสู่ประชาชน หน่วยงานใด หรือ โรงพยาบาลใดอยู่ห่างไกล มีความต้องการสามารถร้องขอมาได้ทางศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทอ. หรือ กองงานโฆษก ทอ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเมื่อเช้านี้ ทอ.ได้สนับสนุนการขนส่งหุ่นยนต์ของโรงพยาบาลจุฬา เพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการติดเชื้อไปยัง โรงพยาบาลในจังหวัดน่านและเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทอ.จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ส่วนการสนับสนุนภารกิจรับผู้ป่วยในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ยังไม่มีการร้องขออย่างเป็นทางการ แต่เมื่อวานนี้ได้มีการพูดคุยกับผู้บริหารของโรงพยาบาลรามาธิบดีในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเรามองว่าการตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายต้องทำในช่วงที่ผู้ป่วยยังมีอาการดีอยู่ ถ้าเคลื่อนย้ายทางอากาศในช่วงที่อาการวิกฆติคิดว่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นหากจะมีการวางแผนการเคลื่อนย้ายอยากให้ดูผ้ป่วยที่ต้องรักษาชีวิตไว้และจัดลำดับความสำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งกองทัพอากาศพร้อมสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทอ.พร้อมตัดงบประมาณ ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เพื่อช่วยประชาชนจากผลกระทบโควิด-19&amp;nbsp;วงเงินเท่าไหร่พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เรายินดีสำหรับชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และไม่มีความเสียหายที่เกิดกับ ทอ. เพราะยังรักษาระดับความพร้อมไว้ได้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือต้องมีการวางแผนทบทวนเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก โดยการเลื่อนโครงการงบประมาณไปในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งก็อีกไม่กี่เดือน ถ้าหากคำนวณในแบบงบประมาณของต่างประเทศก็เป็นปีปฏิทินเดียวกันคาบเกี่ยวปี&amp;nbsp;63-64&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเราตัดไปประมาณ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ๆ กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมุดปกขาวของกองทัพอากาศ ระบุว่า ในงบปี&amp;nbsp;2563 &amp;nbsp;มีโครงการจัดหาเครื่องฝึกทดแทน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เครื่อง ผูกพันงบประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี (&amp;nbsp;2563-2566)&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;5,195&amp;nbsp;ล้านบาท โครงการจัดหาเครื่องฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้น&amp;nbsp;T-50 (ระยะที่&amp;nbsp;4 ) 2&amp;nbsp;เครื่องวงเงิน&amp;nbsp;2,450&amp;nbsp;เครื่อง วงเงิน&amp;nbsp;2,450&amp;nbsp;ล้านบาท (ผูกพันงบประมาณ&amp;nbsp;2563-2565 )&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกนักบินลําเลียงขั้นต้นฝูงฝึกขั้นปลาย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เครื่อง วงเงิน&amp;nbsp;233&amp;nbsp;ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ ปี&amp;nbsp;2563-2564 &amp;nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ (ระยะที่&amp;nbsp;6) (mid-life Refurbish and upgradex)เรด้าร์ป้องกันภัยทางอากาศรุ่น&amp;nbsp;AN/TPS -78&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;850&amp;nbsp;ล้านบาท ผูกพันงบประมาณปี&amp;nbsp;63-65&amp;nbsp;โครงการจัดหาระบบสํารวจภูมิประเทศด้านความมั่นคงด้วยเครื่องบินลาดตระเวนทางอากาศ &amp;nbsp;3เครื่อง วงเงิน&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ล้านบาท ผูกพันงบประมาณปี&amp;nbsp;63-65&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63257</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพซื้ออาวุธ, กองทัพอากาศ, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4df417db9e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยแขวะกองทัพซื้ออาวุธประโยชน์โดยตรงคือนำมาแสดงในงานวันเด็ก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.62 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงบนทวีตเตอร์ Anusorn Eiamsaard ระบุว่า &amp;quot;ประโยชน์ทางตรงในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ คือการนำมาแสดงแสนยานุภาพในงานวันเด็กแห่งชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพซื้ออาวุธ, พรรคเพื่อไทย, วันเด็กแห่งชาติ, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c21daa5971e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
