<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานเพลิงศพ ร.ท.กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ทหารพรานเสียชีวิตเหตุปะทะที่บาเจาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.64 - เวลา 16.00 น. พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทาน เพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ แก่ ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส สังกัดกรมทหารพรานที่ 45 ณ วัดควนแสวง ต.โคกทราย อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์การปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 3 ต.ค.64 จากการปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของพื้นที่และความปลอดภัยของประชาชนด้วยความกล้าหาญ ทุ่มเท และเสียสละ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญที่กองทัพภาคที่ 4 ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดภายใต้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบกที่ต้องการให้เกียรติกำลังพล ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแสดงความห่วงใย และให้กำลังใจแก่ครอบครัว ซึ่งกองทัพบกดำเนินการช่วยเหลือพร้อมอำนวยความสะดวกในการจัดการพิธีศพอย่างสมเกียรติ โดย ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 9 ชั้น , ได้รับพระราชทานยศเป็น &amp;ldquo;พลโท&amp;rdquo; โดยในพิธีผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบธงไตรรงค์ ใบประกาศเกียรติบัตร เหรียญบางระจัน ให้แก่ครอบครัว และทายาท เพื่อเป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูล และแสดงถึงความหาญกล้าในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมทั้งมอบเงินสินไหมทดแทนมรณกรรมทหาร &amp;ldquo;กองทัพบก (ภัยสงคราม) เงินบำรุงขวัญ และเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัว และทายาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กองทัพบกได้ดูแลสิทธิและเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการและภาคส่วนต่างๆ พร้อมกับจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวในด้านอื่นๆตามความต้องการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียบุคลากรอันมีค่าของกองทัพบก ซึ่ง ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ถือเป็นหนึ่งในกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละเพื่อสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินตามเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119249</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, จังหวัดพัทลุง, ทหารพรานเสียชีวิต, พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_61618644d315d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ. ส่งทหารช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วม ลดความเสียหายผลผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดขณะนี้ มีทั้งพื้นที่วิกฤต ฟื้นฟู และพื้นที่รับน้ำในช่วงต่อไป ประกอบกับการพยากรณ์อากาศที่อาจเกิดฝนตกหนักอีกในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ทำให้หลายพื้นที่ต้องปรับระบบการบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนให้สอดคล้องกับเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด น้ำท่วมในที่นาของเกษตรกรบางจังหวัดในภาคอีสาน ทำให้ต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวที่จมน้ำ ในเรื่องดังกล่าว พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก มีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของเกษตรกร ได้สั่งการให้หน่วยทหารของกองทัพบก ส่งกำลังเข้าช่วยชาวนาเก็บเกี่ยวและขนย้ายข้าวออกจากที่นาที่มีน้ำท่วม รวมถึงการใช้หน่วยทหารเป็นสถานที่ตากข้าว ลดความชื้น บรรเทาความเดือดร้อนและความเสียหายของผลผลิต ซึ่งการใช้พื้นที่ในค่ายทหารตากข้าว เป็นนโยบายที่กองทัพบกดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว ล่าสุดในวันนี้ กองพลทหารราบที่ 6 ได้ส่งกำลังทหารและยานพาหนะเข้าช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวในนาที่ประสบอุทกภัย จำนวน 28 ไร่ ในพื้นที่บ้านหัวนา หมู่ 2 ต.หนองแก้ว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมทั้งขนย้ายข้าวที่จมน้ำไปตาก ลดความชื้นในสถานที่ ที่ อบต. จัดเตรียมไว้ ทั้งนี้การช่วยชาวนาเก็บเกี่ยวผลผลิตและตากข้าวดังกล่าว ผู้บัญชาทหารบกกำชับให้หน่วยทหารจัดชุดลงพื้นที่เข้าพูดคุยสำรวจสภาพความเดือดร้อน และหาทางเข้าช่วยเหลือประชาชน ตามขีดความสามารถของหน่วยอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119094</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eeeaa2bba6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ ลุยปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวง ให้สอดรับกับสถานการณ์น้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก รุกปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงคงเหลือ 5หน่วยฯ ให้สอดรับกับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน พร้อมผนึกกำลังร่วมกองทัพอากาศและกองทัพบก เตรียมวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนเพียงพอและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสำเริง &amp;nbsp;&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;แม้ปัจจุบันฝนจะตกจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่จากการติดตามสถานการณ์น้ำภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่าในขณะนี้หลายพื้นที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขังและบางพื้นที่มีปริมาณน้ำสำหรับการเกษตร และการอุปโภค-บริโภค รวมถึงปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต่างๆเพียงพอแล้ว แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่พบว่าอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนเก็บกักน้อย รวมไปถึงไปถึงพื้นที่การเกษตรบางส่วนที่ยังมีความต้องการน้ำอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น กรมฝนหลวงฯจึงได้มีการปรับแผนจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ประจำเดือนตุลาคม 2564 ให้คงเหลือจำนวน 5 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ตาก พิษณุโลก ขอนแก่น และปรับแผนเพิ่มหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.อุดรธานี เพื่อให้การปฏิบัติการฝนหลวงเกิดประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยจะเน้นช่วยเหลือในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนเก็บกักน้อย รวมไปถึงไปถึงพื้นที่การเกษตรที่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอ โดยร่วมกับกองทัพอากาศและกองทัพบก จะวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนเพียงพอ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังอีกทางหนึ่งด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากรายงานข้อมูลการขอรับบริการฝนหลวง (30 ก.ย. 2564) พบว่ามีจำนวนรวม 42 แห่ง ครอบคลุม 10 จังหวัด 28 ได้แก่ บริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จำนวน 15 แห่ง ภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 2 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 13 แห่ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จำนวน 12 แห่ง โดยจากผลการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่ 31 กันยายนที่ผ่านมาได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 3 หน่วยปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายภักดี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงในที่ 1 ตค.นี้ว่าจากผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาห์ฝนหลวงทั่วประเทศพบว่า สภาพอากาศยังไม่เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ทั้ง 5 หน่วยฯ ในช่วงเช้านี้จึงยังคงมีการติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง หากสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง พร้อมจะช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที โดยเกษตรกร และพี่น้องประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวงและติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางการติดต่อของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ทาง เพจ Facebook, Instagram, Twitter, Line Official Account, เว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และติดตามรับชมรายการ &amp;ldquo;ใต้ปีกฝนหลวง&amp;rdquo; ทางช่อง YouTube ใต้ปีกฝนหลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118469</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมฝนหลวง, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, กองทัพบก, กองทัพอากาศ, นายภักดี จันทร์เกษ, นายสำเริง   แสงภู่วงค์, ปัญหาน้ำท่วมขัง, ฝนหลวง, สถานการณ์น้ำ, อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่, แผนปฏิบัติการฝนหลวง, ใต้ปีกฝนหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156f16b7bb1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ. เผยเรื่องร้องเรียนบ้านจัดสรรที่นครศรีธรรมราช ไม่ได้เป็นโครงการของกองทัพบก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.64 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวกำลังพลร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนจากโครงการบ้านพักสวัสดิการในพื้นที่ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยกู้เงินสวัสดิการมาผ่อนชำระ แต่การก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดนั้นขอเรียนว่า กองทัพบกได้ให้ความสำคัญกับงานด้านสวัสดิการกำลังพลเพื่อขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีสวัสดิการในหลายรูปแบบ สำหรับกิจการออมทรัพย์เพื่อการเคหะสงเคราะห์ (อทบ.) ที่เป็นการให้กู้เงินนำไปซื้อบ้านที่พักอาศัยและผ่อนชำระตามกำหนดเวลา ที่ผ่านมา กองทัพบกได้มีการปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินการอย่างรัดกุม โดยให้ธนาคารของรัฐเข้ามาสนับสนุน กำหนดวิธีประเมินสินทรัพย์และระเบียบการกู้เงินที่ได้มาตรฐานเดียวกัน โดยมีผู้บังคับหน่วยและกรมสวัสดิการทหารบกกำกับดูแลให้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก ทั้งนี้การกู้เงินของกำลังพลเพื่อนำไปซื้อบ้านจากโครงการบ้านพักสวัสดิการกำลังพล ดำเนินการใน 2 ลักษณะ คือ เป็นโครงการที่กองทัพบกดำเนินการเอง และโครงการที่เอกชนดำเนินการและนำมาเสนอให้กำลังพลเข้าร่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาพรวมขณะนี้ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้แต่งตั้งคณะทำงานเข้าดำเนินการตรวจสอบการบริหารจัดการโครงการบ้านพักเพื่อสวัสดิการกำลังพลทุกโครงการในทุกจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งในส่วนที่เป็นโครงการของหน่วยทหารกองทัพบกดำเนินการเอง และในส่วนที่ผู้ประกอบการภายนอกมานำเสนอให้หน่วยทหารและกำลังพลเข้าร่วมตรวจสอบให้เป็นไปตามนโยบายด้านสวัสดิการ และกำลังพลได้รับการดูแล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเป็นไปตามกฎระเบียบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สำคัญกำลังพลผู้เข้าร่วมโครงการได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ และเป็นไปตามระบบการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณี การร้องเรียนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช นั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งสอบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฏ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของกำลังพลอย่างเร่งด่วน โดยกองทัพบกได้ส่งคณะกรรมการจาก กรมจเรทหารบกเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 เพื่อหาผู้รับผิดชอบและรักษาสิทธิประโยชน์ของกำลังพล ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย พร้อมหาวิธีการแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับกำลังพล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า โครงการบ้านจัดสรรที่ จ.นครศรีธรรมราชนี้ ไม่ใช่โครงการของกองทัพบก แต่เป็นโครงการภายนอกที่เอกชนดำเนินการขายบ้านจัดสรรให้กับประชาชนทั่วไป โดยมี พ.อ.ไชยศักดิ์ หิรัญกิจ เป็นเสมือนผู้ประสานโครงการของเอกชน เป็นโครงการบ้านจัดสรรที่ผู้ซื้อสามารถกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไปมาผ่อนชำระ โดยมีผู้ซื้อบ้านบางส่วนที่เป็นกำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 ที่ได้กู้เงินจากกิจการออมทรัพย์เพื่อการเคหะสงเคราะห์จากกรมสวัสดิการทหารบก ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์มาซื้อบ้านในโครงการดังกล่าวด้วยความสมัครใจ และได้เกิดปัญหาในเรื่องการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบรายการที่กำหนดไว้ ทำให้บ้านหลายหลังไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้ แจ้งเจ้าของโครงการแล้วไม่ได้รับการแก้ไข จนนำมาสู่การร้องเรียนและกองทัพบกได้เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด กองทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเจ้าของโครงการและกำลังพลที่ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนศึกษารายละเอียดรูปแบบรายการที่ปรากฏในสัญญาเพื่อกำหนดแนวทางแก้ปัญหาตามแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116811</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, นครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086a139859a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 22:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผทหาร คลอด 771 นาย &#039;บิ๊กหน่อย-บิ๊กเฒ่า-บิ๊กป้อง&#039; นั่งปลัด กห. ผบ.ทร. ผบ.ทอ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้ายไปขวา พล.ร.อ.สมประสงค์&amp;nbsp;นิลสมัย , พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ และ พล.อ.อ.นภาเดช&amp;nbsp;ธูปะเตมีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โผทหาร&amp;quot; คลอด 771 นาย &amp;quot; บิ๊กหน่อย -บิ๊กเฒ่า-บิ๊กป้อง&amp;quot; นั่ง ปลัด กห. ผบ.ทร. ผบ.ทอ./ &amp;nbsp;บูรพาพยัคฆ์คืนชีพ &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กต่อ&amp;rdquo;ผงาด 5 เสือทบ. -&amp;ldquo;บิ๊กโต&amp;rdquo;ขึ้น มทภ.1/ &amp;nbsp;จับตา ตท.28 คุม พล.1 รอ. / คอแดง เข้าคุม ตท.-รร.จปร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 -&amp;nbsp;หลังจากคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติการโอนย้าย พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหาร มาดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในช่วงหัวค่ำ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้นายทหารรับราชการ สนองพระเดชพระคุณ จำนวนทั้งสิ้น 771 นาย ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตำแหน่งที่สำคัญๆมีดังนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม &amp;quot;บิ๊กหน่อย&amp;quot; พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ (ตท.20) &amp;nbsp;เป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ (ตท.24) รองปลัด กห. น้องรัก &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;เป็น รองปลัด กห. จ่อขึ้น เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สราวุธ รัชตะนาวิน ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหารในปีหน้า พล.ร.อ. มนัสวี บูรณพงศ์ &amp;nbsp;(ตท.20) &amp;nbsp;ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;เป็น รองปลัด กห. พล.อ.อ.สฤษฎ์พงศ์ วัฒนวรางกูร (ตท.21) รองปลัด กห.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็ก &amp;ldquo;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&amp;rdquo;ได้ดีที่กลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีนายทหารคนสนิทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร ได้ขยับชั้นยศขึ้นเช่น &amp;nbsp; &amp;ldquo;เสธ.มิตต์&amp;rdquo;พล.ต. นิมิตต์ สุวรรณรัฐ รองหัวหน้าสำนักงานประสานภารกิจทางทหาร กับกระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์ประสานภารกิจทางทหาร สำนักนโยบายและแผนกลาโหม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท) พล.ท. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม และโฆษกกระทรวงกลาโหม เป็น ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;พ.อ. ณุดนัย บูรณสมภพ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิส านักงานปลัดกระทรวง กลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน กองทัพไทย พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล (ตท.21) ผู้บัญชาการหน่วนบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) เป็น รอง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ,พล.อ.สุภโชค ธวัชพีระชัย (ตท.21) รองผู้อำนวยการสำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบกเป็น รอง.ผบ.ทสส. ,พล.ร.อ.ทรงวุฒิ บุญอินทร์ (ตท.22) ผู้ช่วย ผบ.ทร. เป็น &amp;nbsp;รองผบ.ทสส. ,พล.อ.ณตฐพล บุญงาม (ตท.21) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น เสธ.ทหาร พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 2( มทภ. 2) เป็น รองเสธ.ทหาร &amp;nbsp;พล.ร.ท.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็น รอง เสธ.ทหาร &amp;nbsp;พล.อ.ท.สุวรรณ ขำทอง เจ้ากรมกำลังพลทหารเป็น รอง เสธ.ทหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กแก้ว&amp;rdquo;ดัน&amp;rdquo;บิ๊กบุ๋ม&amp;rdquo;ติดพลเอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.จีรัชญ์ บุญชญา รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริและความมั่นคง เป็น ผบ.นทพ. &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สุวิทย์ เกตุศรี ผู้บัญชาการศูนย์ต่อต้านการก่อร้าย (ศตก.) ทหารม้าน้องรัก &amp;lsquo;บิ๊กแก้ว&amp;rsquo; ขยับขึ้นพลเอกตำแหน่ง รองเสธ.ทหาร เป็น ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริและความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.สุรสีห์ ดรุณสาสน์ รอง เจ้ากรมกำลังพลทหารเป็น เจ้ากรมกำลังพลทหาร พล.อ.ต. อดิศร อุณหเลขกะ รองปลัดบัญชีทหาร เป็น ปลัดบัญชีทหาร พล.ต. วีระพงษ์ สรวงศิริธนกุล รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ข้ามมาเป็น (ผบ.ศตก.)พล.ต. ธนินทร์ พู่ทองค า ผู้อำนวยการสำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็น เจ้ากรมยุทธบริการทหาร พล.ต.พงศ์เทพ แก้วไชโย รองเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร เป็น เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร ที่น่าสนใจคือ มีชื่อของ พ.อ. โกญจนาท ธูปเทียนรัตน์ รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ &amp;nbsp;ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (ฉก.ทม.รอ.) หรือ ทหารคอแดง คนแรกที่มาตำรงตำแหน่ง ผู้บัญชากาโรงเรียนเตรียมทหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กต่อ&amp;rdquo;ขึ้น5เสือจ่อผบ.ทบ.ต่อ&amp;rdquo;บิ๊กบี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านกองทัพบก พล.อ.อภินันท์ คำเพราะ(ตท.22.) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เป็น รอง ผบ.ทบ. ,พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ (ตท.23) มทภ.1 ทหารเสือราชินี น้องรัก พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ ซึ่งถูกมองว่าจะได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ต่อจาก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2566 &amp;nbsp;ส่วน พล.ท.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง (ตท.24) ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(นสศ.) &amp;nbsp;เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ(ตท.22) &amp;nbsp;รองเสธนาธิการทหารบก เป็น เสธ ทบ. ขณะที่ &amp;nbsp;&amp;lsquo;บิ๊กอ๊อฟ&amp;rsquo; พล.ท.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) รองเสธ.ทบ. ที่พลาดหวังจากเก้าอี้แม่ทัพภาคที่1 และ 5 เสือ ทบ.เป็น หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา (อัตราพลเอก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การปรับย้ายในกองทัพภาคที่ &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโต&amp;quot;พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง (ตท.23) แม่ทัพน้อยที่ 1 (มทน.1) ได้ขึ้นเป็น มทภ. 1 ตามคาด &amp;nbsp;พล.ต.สวราชย์ แสงผล รอง มทภ. 2 &amp;nbsp;เป็น มทภ.2 พล.ต. กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย รองมทภ. 2 เป็น มทน. 2 พล.ต. ธิรา แดหวา รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็น แม่ทัพน้อยที่ 4 &amp;nbsp;พล.ต. ณัฐวุฒิ นาคะนคร รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตา &amp;ldquo;ตท.28&amp;rdquo;- &amp;ldquo;ตท.-จปร.&amp;rdquo;คอแดงเข้าคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าจับตามองคือการปรับย้ายในส่วนของกองทัพบก โดยมีชื่อของ พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ(ตท.24) รองมทภ. 1 เป็น มทน. 1 พล.ต. พนา แคล้วปลอดทุกข์ (ตท.26) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 &amp;nbsp;เป็น รองแม่ทัพภาคที่1 &amp;nbsp; พ.อ.วรยส เหลืองสุวรรณ (ตท.28) &amp;nbsp;เป็น รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 &amp;nbsp;รักษาพระองค์ (รองผบ.พล.1รอ.) เป็น ผบ.พล.1รอ. &amp;nbsp;พล.ต. ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล (ตท.27) ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11(ผบ.มทบ.11) เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11(ผบ.พล.ร.11) คุมกรมสไตรเกอร์ พ.อ.อาจิณ ปัทมจิตร ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ (ตท.28)รอง ผบ.พล.ร.11 เป็น ผบ.มทบ.11&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต. นิรันดร ศรีคชา รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก เป็น เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก &amp;nbsp;พล.ต. วสุ เจียมสุข รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รองผบ.นรด. เป็น ผบ.นรด.) พ.อ.ณรงค์ สวนแก้ว เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 พ.อ. ประสาน แสงศิริรักษ์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ. วรเดช เดชรักษา เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 พ.อ. วีระยุทธ รักศิลป์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 พ.อ. เฉลิมพร ขาเขียว เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 &amp;nbsp;พ.อ. พรชัย มาหลิน เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ในภาพรวมของหน่วยการศึกษาระดับโรงเรียนได้มีการปรับทหารของหน่วย ทม.รอ.เข้ามาเป็นผู้บังคับหน่วยทั้งหมด นอกจากที่กองบัญชาการกองทัพไทยในตำแหน่ งผบ.รร.เตรียมทหารแล้ว ในส่วนของ พล.ต. ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รองผบ.จปร.) ขยับเป็น ผบ.จปร. พล.ต.อุดม แก้วมหา ( ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่2 รักษาพระองค์(ผบ.พล.ม.2 รอ.) เป็น รอง ผบ.จปร. ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นทหารคอแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองพลฯ ประกอบด้วย พ.อ.จิรวัฒน์ นาคะรัตน์ เป็น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าพ.อ.นพสิทธิ์ คงชินศาสตร์ธิติ เป็น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ พ.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ เป็น ผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ &amp;nbsp;พ.อ.นิพัฒน์ เล็กฉลาด เป็น ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก พ.อ.วณัฐ ลักษณสิริ เป็น ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.บุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2&amp;nbsp;พล.ต.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต. สมบัติ จินดาศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 &amp;nbsp;พล.ต.อำนาจ ศรีมาก ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต. ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5&amp;nbsp;เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต. อุทิศ อนันตนานนท์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กเฒ่า&amp;rdquo;ผบ.ทร.-&amp;ldquo;บิ๊กป้อง&amp;rdquo;ผบ.ทอ. ปีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพเรือ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย (ตท. 20) รองปลัด กห. &amp;nbsp;เป็น ผบ.ทร. พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ (ตท.21)เสธ ทร. เป็น รอง ผบ.ทร. ,พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์ (ตท.22) ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทร. กองทัพอากาศ &amp;nbsp;พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ (ตท.21) ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ เป็น ผบ.ทอ. &amp;nbsp;,พล.อ.อ.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รองเสธ ทอ. เป็น รอง ผบ.ทอ พล.อ.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา (ตท.23) เสธ ทอ. เป็น ผู้ช่วย ผบ.ทอ. ,พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทอ. พล.อ.ท.พันธ์ภักดี พัฒนกุล รองเสธ ทอ. เป็น เสธ ทอ.
อ่านประกาศราชกิจจานุเบกษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116724</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, กองทัพบก, โผทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140bc18cbdd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งชันสูตรส่งกลับไทย ทหารช่างดับ ในค่ายเซาท์ซูดาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64 - &amp;nbsp; จากกรณี ทหารกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย-เซาท์ซูดาน &amp;nbsp;ผลัดที่ 2 &amp;nbsp;เสียชีวิตในค่ายทหารไทย 1 นาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น กำลังตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง &amp;nbsp;โดยเบื้องต้นการเสียชีวิตไม่ได้มาจากการปะทะกลุ่มติดอาวุธ หรือออกปฏิบัติหน้าที่นอกค่าย แต่เป็นการเสียชีวิตภายในค่ายทหารไทยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด กองทัพบก &amp;nbsp;ได้รับรายงายจากกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย-เซาท์ซูดาน &amp;nbsp;ผลัดที่ 2 แล้ว ว่า จ.ส.อ.เกียรติศักดิ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประพันธ์อนุรักษ์ อายุ 56ปี ตำแหน่งในสนาม พลประจำรถเกลี่ย สังกัด กรมพัฒนาที่ 1 ได้เสียชีวิตเมื่อ 11กย.64 &amp;nbsp;เบื้องต้น พบว่าเสียชีวิตในระหว่างนอนหลับที่ห้องพัก ขั้นต่อไป กองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย-เซาท์ซูดาน &amp;nbsp;ได้ประสานหน่วยงานที่ซูดาน ส่งร่างไปที่โรงพยาบาล เพื่อชันสูตรศพ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตในทางการแพทย์ จากนั้นจะเตรียมการส่งกลับประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองทัพบก ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ที่สูญเสียบุคลอันเป็นที่รักในต่างแดน และจะประสานให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามระเบียบขั้นตอน การดูแลในเรื่องการส่งกลับ พิธีศพ และสิทธิสวัสดิการอย่างดีที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116450</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทหารช่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dba8794d36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กันแตกตื่น!ทบ.แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล-อาวุธ-ยุทโธปกรณ์ไปฝึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64-กองทัพบก แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ของกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน โดยกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4&amp;nbsp; กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 เพื่อออกทำการฝึกเป็นหน่วยกองร้อยทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ประจำปี 2564 ณ พื้นที่ฝึกศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี (ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19) ในวันที่ 14 ก.ย. 64 เวลา 05.00 น. เคลื่อนย้ายทางรถยนต์และทางรถไฟจากกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 &amp;ndash; ถ.ทหาร &amp;ndash; สี่แยกประดิพัทธ์&amp;nbsp; &amp;ndash; ย่านสินค้าพหลโยธิน &amp;ndash; ถ.พหลโยธิน &amp;ndash; ถ.เลี่ยงเมืองสระบุรี &amp;ndash; สี่แยกพุทธบาท จ.สระบุรี ปลายทาง พื้นที่ฝึกศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี และเคลื่อนย้ายกลับ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2&amp;nbsp; ตามเส้นทางเดิม ในวันที่ 17 ก.ย. 64&amp;nbsp; ถึงที่หมายภายในเวลาประมาณ 20.00 น. จึงขอแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ และขออภัยในความไม่สะดวก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116449</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, เคลื่อนย้ายกำลังพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613db8d654962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
