<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจารย์-นศ.เมียนมาร่วมชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประท้วงต้านรัฐประหารรุกคืบเข้ารั้วมหาวิทยาลัย อาจารย์และนักศึกษาหลายร้อยคนร่วมชุมนุมชูสามนิ้วที่ย่างกุ้งเมื่อวันศุกร์ ขณะรัฐบาลทหารยังคงเดินหน้าจับกุมฝ่ายค้าน ล่าสุดคนสนิทอองซาน ซูจี โดนคุมตัวไปจากบ้านพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์และนักศึกษาชุมนุมประท้วงต้านรัฐประหาร ที่มหาวิทยาลัยดากองในนครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเมียนมายังคงแสดงออกซึ่งการต่อต้านการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนและปฏิเสธผลการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่พรรคของนางอองซาน ซูจี ได้รับเลือกอย่างถล่มทลายให้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัย รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า มีความเคลื่อนไหวในสถาบันอุดมศึกษาของเมียนมาครั้งแรก เมื่อนักศึกษาและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยดากองในนครย่างกุ้งประมาณ 200 คน รวมตัวกันประท้วง ด้วยการชูสัญลักษณ์สามนิ้วและร่วมกันร้องเพลงปฏิวัติประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะพลเมือง ผมไม่สามารถยอมรับการรัฐประหารได้เลย&amp;quot; วิน วิน มอ อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งนี้ กล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;เราต้องต่อต้านระบอบเผด็จการนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ชุมนุมยังได้เดินขบวนไปรอบมหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาพากันร้องตะโกนว่า &amp;quot;แม่ซูจงเจริญ&amp;quot; และถือธงสีแดงที่เป็นสีสัญลักษณ์ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักศึกษาชื่อวิน ซิทู กล่าวว่า พวกเราจะไม่ปล่อยให้คนรุ่นเราต้องทนทุกข์กับระบอบเผด็จการทหารแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทหารก่อรัฐประหารและควบคุมตัวนางซูจีเมื่อวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ มีกระแสเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้ประชาชนก่ออารยะขัดขืนเพื่อต่อต้านกองทัพ ก่อนหน้านี้แพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลหลายสิบแห่งทั่วเมียนมาได้แสดงออกด้วยการติดริบบิ้นสีแดง ชูสามนิ้ว และบางส่วนผละงานเพื่อประท้วง ภาพที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียที่ยังไม่โดนระงับสัญญาณ เผยด้วยว่า มีข้าราชการหลายสิบคนของหลายกระทรวงในกรุงเนปยีดอ ถ่ายรูปหมู่ติดริบบิ้นแดงและชูสามนิ้ว นอกจากนี้ชาวเมืองย่างกุ้งยังคงออกมาเคาะหม้อเคาะกระทะหรือบีบแตรรถยนต์เพื่อต่อต้านกองทัพต่อเนื่องอีกเป็นคืนที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าการประท้วงที่มหาวิทยาลัยในย่างกุ้งเมื่อวันศุกร์ ทางการเมียนมาได้เข้าไปจับกุมวิน เทน สมาชิกพรรคเอ็นแอลดีวัย 79 ปี มือขวาของนางซูจี ที่บ้านของลูกสาวของเขาในนครย่างกุ้ง ตามการเปิดเผยของจี โท โฆษกเอ็นแอลดี ยังไม่ชัดเจนว่าเขาโดนจับกุมข้อหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนโดนจับกุม วิน เทน บอกกับสื่อของเมียนมาว่า การรัฐประหารครั้งนี้ &amp;quot;ไม่ฉลาด&amp;quot; และเรียกร้องให้ประชาชนชาวเมียนมา &amp;quot;คัดค้านให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมให้ความช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็ฯกลุ่มสังเกตการณ์การจับกุมทางการเมืองในเมียนมามีที่ตั้งอยู่นครย่างกุ้ง กล่าวว่า นับแต่วันจันทร์มีเจ้าหน้าที่และสมาชิกสภาเมียนมาโดนควบคุมตัวมากกว่า 130 คนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92106</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพม่า, กองทัพเมียนมา, ประท้วงต้านรัฐประหาร, พม่า, มหาวิทยาลัยดากอง, รัฐประหารเมียนมา, อารยะขัดขืน, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d070108ca6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ขู่รื้อฟื้นคว่ำบาตรพม่า จี้กองทัพคายอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ขู่จะรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรเมียนมาที่เคยยกเลิกไปภายหลังเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย เรียกร้องนานาชาติประสานความร่วมมือกดดันให้กองทัพพม่ายอมสละอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า ประธานาธิบดีไบเดนออกแถลงการณ์ประณามการก่อรัฐประหารยึดอำนาจและควบคุมตัวนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐที่เป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนโดยพฤตินัย เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นการโจมตีโดยตรงต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาคมระหว่างประเทศควรรวมตัวกันเป็นเสียงเดียวเพื่อกดดันกองทัพพม่าให้สละอำนาจที่ยึดไว้โดยทันที ปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวและเจ้าหน้าที่ที่พวกเขาควบคุมตัวไว้&amp;quot; ไบเดนกล่าวในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพม่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บนพื้นฐานของความคืบหน้าสู่ระบอบประชาธิปไตย การย้อนกลับของความคืบหน้านั้นจะบังคับให้ต้องทบทวนกฎหมายและอำนาจตามกฎหมายด้านการคว่ำบาตรของเราโดยทันที ตามด้วยการดำเนินการที่เหมาะสม&amp;quot; แถลงการณ์กล่าว &amp;quot;สหรัฐจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ว่าจะโดนโจมตีในแห่งหนใดก็ตาม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งไบเดนเป็นรองประธานาธิบดี เริ่มผ่อนคลายมาตรการลงโทษเมียนมาเมื่อปี 2554 ภายหลังทหารเริ่มคลายอำนาจ ต่อมาในปี 2559 สหรัฐได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่เหลืออยู่อีกหลายอย่าง แต่ในปี 2562 รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างพฤติกรรมการละเมิดชาวมุสลิมโรฮีนจาและชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในเมียนมา สั่งคว่ำบาตรเจาะจงผู้บัญชาการทหารเมียนมา 4 นาย ซึ่งรวมถึงพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้นำการก่อรัฐประหารคร้้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวเป็นนัยถึงจีนด้วยว่า สหรัฐกำลังจับตามองผู้ที่ยืนหยัดร่วมกับประชาชนชาวพม่าในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ สหรัฐจะทำงานร่วมกับหุ้นส่วนความร่วมมือของเราทั่วภูมิภาคนี้และทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการรื้อฟื้นประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม ตลอดจนทำให้ผู้ที่ล้มล้างการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของพม่ารับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้กระทำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91728</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพม่า, คว่ำบาตรเมียนมา, พม่า, ยึดอำนาจ, รัฐประหาร, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012d616dfd59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบฏยะไข่โทษกองทัพพม่าถล่มฆ่า จนท.พรรคซูจี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี ในรัฐยะไข่ ที่โดนกบฏอาระกันจับไว้เป็นตัวประกันขณะจัดชุมนุมหนุนนางซูจีขึ้นศาลโลกเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เสียชีวิตในเหตุระเบิดโจมตีที่ฝ่ายกบฏโทษว่าเป็นฝีมือของกองทัพเมียนมา แต่เอ็นแอลดีระบุกบฏต้องรับผิดชอบ ส่วนกองทัพยังไม่มีความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี เป็นตัวแทนเมียนมาต่อสู้คดีในศาลโลกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2562 อ้างการเปิดเผยของกองทัพอาระกันในรัฐยะไข่ ทางภาคตะวันตกของเมียนมา ว่า เย เตน ประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) สาขาบูตีด่อง ถูกฆ่าตายระหว่างที่กองทัพเมียนมาโจมตีกองทัพอาระกันเมื่อวันคริสต์มาส แต่ไม่มีการตรวจพิสูจน์อย่างอิสระเพื่อยืนยันคำกล่าวอ้างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะการระเบิดครั้งใหญ่ ผู้ถูกกักขังบางคนเสียชีวิต บางคนบาดเจ็บ เย เตน ประธานเอ็นแอลดีจากบูตีด่อง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&amp;quot; แถลงการณ์ของกองทัพอาระกันกล่าวถึงเหตุการณ์กองทัพเมียนมาโจมตีที่มั่นของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย เตน เป็นเจ้าหน้าที่พลเรือนระดับสูงที่สุดที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ต่อสู้ระหว่างกองทัพกับกบฏอาระกันในรัฐยะไข่ที่ปะทุขึ้นรอบใหม่เมื่อราว 1 ปีก่อน ซึ่งทำให้ชาวบ้านไร้ที่อยู่แล้วนับแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานพรรคของนางซูจีสาขาบูตีด่องรายนี้ถูกพวกกบฏจับตัวไว้เมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน ระหว่างที่เขากำลังวางแผนจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม เพื่อแสดงความสนับสนุนนางซูจี ประธานของพรรค ซึ่งดำรงตำแหน่งมนตรีแห่งรัฐ ที่กำลังเตรียมการต่อสู้คดีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มโย ญุน โฆษกพรรคเอ็นแอลดี ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของกบฏ และว่าพวกกบฏต้องรับผิดชอบต่อการตายของเจ้าหน้าที่ผู้นี้ &amp;quot;พวกเราเหล่าสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีทุกคนเสียใจมากกับการสูญเสียครั้งนี้&amp;quot; โฆษกผู้นี้กล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;การจัดชุมนุมเพื่อสนับสนุนนางเป็นเรื่องชอบธรรมและไม่ใช่อาชญากรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกองทัพเมียนมายังไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับรายงานการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดีรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอาระกันก่อความไม่สงบในรัฐยะไข่แห่งนี้ ทั้งด้วยการลักพาตัวอย่างเหิมเกริม, การวางระเบิด และการบุกโจมตีกองทัพและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ขณะเดียวกัน กองทัพเมียนมาก็ตอบโต้อย่างรุนแรง ด้วยการส่งกำลังทหารไปเสริมกำลังในพื้นที่นับหมื่นนาย และใช้ปฏิบัติการที่องค์กรแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลกล่าวว่า เป็นการอุ้มหาย, ทารุณทรมาน และการฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กบฏอาระกัน ซึ่งกำลังคนส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธยะไข่ อ้างว่าพวกเขาต่อสู้เพื่ออำนาจปกครองตนเอง และยืนยันว่าพวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏโรฮีนจาที่โจมตีที่มั่นของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมา ที่เป็นต้นเหตุปฏิบัติการกวาดล้างอย่างรุนแรงเมื่อปี 2560 ที่ทำให้ชาวมุสลิมโรฮีนจากว่า 740,000 คน ทิ้งถิ่นฐานในรัฐยะไข่อพยพข้ามแดนเข้าบังกลาเทศ และนำไปสู่คำกล่าวหาว่าเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกมเบีย ประเทศเล็กๆ ในแอฟริกาที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ยื่นฟ้องต่อศาลโลก โดยมีองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) 57 ชาติ, แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ให้การหนุนหลัง กล่าวหาเมียนมาละเมิดสนธิสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 2491 ศาลเริ่มเปิดการรับฟังคำกล่าวหาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอาระกันกล่าวไว้ก่อนการไต่สวนว่า พวกเขาสนับสนุนคดีนี้ ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่กบฏชาวพุทธกลุ่มนี้จะแสดงจุดยืนเข้าข้างชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีได้ต่อสู้คำกล่าวหานี้ต่อศาลโลกว่า ไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ว่าเมียนมามีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และปฏิบัติการของกองทัพนั้นทำเพื่อตอบโต้การโจมตีของกบฏ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53340</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏยะไข่, กบฏอาระกัน, กองทัพพม่า, กองทัพอาระกัน, นางอองซาน ซูจี, บูตีอ่อง, พรรคซูจี, พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย, เจ้าหน้าที่พรรคเอ็นแอลดี, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04ba91d17ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าร่วมฝึกทหารสหรัฐ-อาเซียน ไม่เกี่ยวแซงก์ชันนายพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเรือเมียนมาจะเข้าร่วมในการฝึกทางทะเลสหรัฐ-อาเซียนในอ่าวไทยต้นเดือน ก.ย.ด้วย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐกับภูมิภาคนี้ ถึงแม้สหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารของเมียนมาไม่กี่สัปดาห์ก่อนก็ตาม ขณะนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิโรฮีนจาติติง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า การเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทะเลร่วมในครั้งนี้จะไม่เป็นการละเมิดคำสั่งห้ามพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาอีก 3 นาย เดินทางเข้าสหรัฐ อันสืบเนื่องจากการมีส่วนรับผิดชอบต่อการปราบปรามอย่างนองเลือดในรัฐยะไข่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฝึกทางทะเลร่วมกันครั้งนี้เกิดในช่วงยามที่สหรัฐเข้ามาเกี่ยวพันกับภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและหลายชาติอาเซียน เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของซอ มิน ทุต โฆษกสำนักงานผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา กล่าวว่า กองทัพเมียนมาได้รับเชิญเข้าร่วมการฝึกด้วยในฐานะสมาชิกของอาเซียน การฝึกซึ่งจะเริ่มในวันที่ 2 กันยายนที่อ่าวไทย จะเน้นด้านอาชญากรรม, โจรสลัด และความมั่นคง ส่วนคำสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐนั้นเป็นประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแซงก์ชันเป็นเรื่องของบุคคล การฝึกครั้งนี้เป็นการประสานกันระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยในหมายข่าวว่า การฝึกร่วมกับ 10 ชาติอาเซียนเปิดโอกาสให้สหรัฐได้ทำงานร่วมกับสมาชิกของอาเซียนทุกประเทศด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเลที่มีความสำคัญร่วมกันในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติต้องการให้ตั้งข้อหาพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังจากมีเอกสารบันทึกยืนยันการวางเพลิง, ฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม และข่มขืนที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ระหว่างการปรามปรามของกองทัพเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 เมียนมาปฏิเสธคำกล่าวหาเหล่านี้ โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเองจากการโจมตีของผู้ก่อความไม่สงบชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจอห์น ควินลีย์ จากองค์กรเอกชน ฟอร์ทิฟายไรต์ส กล่าวว่า สหรัฐควรร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมา ไม่ใช่เข้าร่วมการฝึกทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุน ขิ่น นักเคลื่อนไหวชาวโรฮีนจาคนดัง กล่าวถึงการฝึกร่วมนี้ว่า &amp;quot;น่าตกใจ&amp;quot; ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้สหรัฐเพิ่งคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง แต่ตอนนี้กลับกำลังร่วมมือกับกองทัพเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44507</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพม่า, คว่ำบาตร, ฝึกทางทะเล, พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย, สหรัฐ-อาเซียน, เมียนมา, แซงก์ชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d667ffa99ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นแฉ 59 บริษัทต่างชาติคบค้ากองทัพพม่า ติดร่างแหร่วมก่ออาชญากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะทำงานของยูเอ็นเผยรายงานเปิดโปงอาณาจักรธุรกิจของกองทัพเมียนมา ที่รายได้มหาศาลถูกนำมาใช้สนับสนุนปฏิบัติการปราบปรามอย่างโหดร้าย พร้อมแฉมีบริษัทต่างชาติอย่างน้อย 59 แห่ง ทำธุรกิจกับกองทัพเมียนมาที่อาจถือเป็นผู้ร่วมก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 15 กันยายน 2559 สำนักงานใหญ่บริษัท เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน ในนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 2 กลุ่มบริษัทของกองทัพเมียนมา และโดนสหรัฐคว่ำบาตร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า คณะสอบสวนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่รายงานการค้นหาข้อเท็จจริงความยาว 111 หน้า เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับกองทัพเมียนมา และลงโทษบริษัทต่างชาติเหล่านี้ที่อาจมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดของกองทัพเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ซูกิ ดารุสมาน ประธานคณะทำงานของยูเอ็นชุดนี้กล่าวที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันอาทิตย์ หนึ่งวันก่อนเผยแพร่รายงานว่า รายงานฉบับนี้เป็นครั้งแรกที่ให้ภาพชัดเจนว่ามีบริษัทจากยุโรปและเอเชียแห่งใดบ้างที่เกี่ยวข้องด้วย รวมถึงเปิดโปงความสัมพันธ์และการละเมิดสนธิสัญญาและบรรทัดฐานหลายอย่างของยูเอ็น การตัดสัมพันธ์จะลดศักยภาพของกองทัพเมียนมาในการปฏิบัติการทางทหารที่ปราศจากการกำกับดูแล และจะถือเป็นการลดการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว คณะทำงานชุดเดียวกันนี้เคยเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับพวกนายพลเมียนมาข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สืบเนื่องจากการปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ที่ทำให้ชาวโรฮีนจาหนีเข้าบังกลาเทศราว 740,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้ระบุว่า มีบริษัทต่างชาติไม่ต่ำกว่า 59 บริษัท ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับกองทัพเมียนมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บริษัทเหล่านี้มีทั้งจากฝรั่งเศส, เบลเยียม, สวิตเซอร์แลนด์, ฮ่องกง และจีน เป็นอาทิ ในจำนวนนี้ 15 บริษัททำกิจการร่วมค้ากับกลุ่มบริษัท 2 แห่งของกองทัพเมียนมา หรือบริษัทลูกของกลุ่มบริษัทเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะสอบสวนชุดนี้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเปิดการสอบสวนอาญาบริษัทเหล่านี้ รวมถึงห้ามการค้าอาวุธแก่เมียนมาอย่างสิ้นเชิง โดยรายงานยังได้ระบุชื่อบริษัท 14 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทของรัฐ เช่น อิสราเอล, อินเดีย, เกาหลีใต้ และจีน ที่ขายอาวุธหรือยุทธภัณฑ์ให้แก่กองทัพเมียนมานับแต่ปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มบริษัทของกองทัพเมียนมา 2 แห่ง ได้แก่ เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์ลิมิเตด (เอ็มอีเอชแอล) และเมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน (เอ็มอีซี) กับบริษัทลูกและบริษัทพวกพ้องอีกจำนวนมาก มีการลงทุนในหลายภาคธุรกิจ เช่น อัญมณี, ทองแดง, โทรคมนาคม และสิ่งทอ ทั้งยังเป็นเจ้าของธนาคารขนาดใหญ่สุดของเมียนมา 2 แห่ง คือ เมียวดีและอินวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานยังกล่าวถึงการบริจาคของบริษัทเอกชนหลายสิบแห่ง ที่มอบเงินรวมกันมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ แก่กองทัพเมียนมาในช่วงปฏิบัติการต่อต้านโรฮีนจา ซึ่งต่อมาเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในโครงการพัฒนา เพื่อช่วยเหลือกองทัพเมียนมาลบหลักฐานที่ว่าโรฮีนจาเป็นส่วนหนึ่งของเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42794</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพม่า, กองทัพเมียนมา, บริษัทต่างชาติ, พม่า, เมียนมา, เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน, เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์ลิมิเตด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d483a8d7ed7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
