<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับไฟป่าแม่สะเมิงโผล่อีกจุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ห่วงใยไฟป่าภาคเหนือ สั่งกองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมสอบสวนสาเหตุการเกิดไฟไหม้ และเข้มบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการแผ้วถางเผาป่า ขณะที่บนดอย อ.สะเมิง ไฟป่าโผล่อีกจุดต้องเร่งดับเพราะอยู่ใกล้ชุมชน ส่วนในเมืองเชียงใหม่ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 กลับมาวิกฤติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 31 มีนาคม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับชื่นชมและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และอุทยาน ฝ่ายปกครองและทหาร รวมทั้งส่วนราชการและอาสาสมัครในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ร่วมกันควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามขยายเป็นวงกว้างในพื้นที่ อ.สะเมิงใต้ ต่อเนื่องที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้กำชับขอให้ยังคงเข้มเฝ้าระวังพื้นที่ไฟไหม้ป่า ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลุกลามจากพื้นที่ที่ยังระอุใต้ดินและซากตอไม้ที่ยังไม่ดับ สำหรับพื้นที่ทางเหนือขึ้นไป 2 ไมล์ ซึ่งเป็นภูเขาสูงชันและกำลังเกิดไฟลุกไหม้ป่าขยายเป็นวงกว้าง ขอให้กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า โดยการนำของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้บูรณาการกำลังภาคพื้นและอากาศยานของกองทัพอากาศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรยังได้ย้ำให้เร่งสอบสวนสาเหตุการเกิดไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้น โดยขอให้ทำความเข้าใจและสร้างความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่โดยเน้นมาตรการป้องกัน ทั้งนี้ต้องเข้มบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มบุคคลและนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกแผ้วถางและเผาป่า เพื่อครอบครองพื้นที่ทำการเกษตรอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยถือเป็นความเห็นแก่ได้ที่นำมาซึ่งความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ รวมทั้งสร้างปัญหามลภาวะหมอกควัน PM2.5 กระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในภาพรวม&amp;quot; พล.ท.คงชีพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ไฟป่าที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ เช้าวันที่ 31 มี.ค. นายจักรา ดิษยนันท์ หัวหน้าศูนย์ควบคุมไฟป่าขุนขาน-สะเมิง เปิดเผยว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าดับไฟป่าที่เกิดขึ้นบนดอยสูงเหนือหมู่บ้านศาลาและบ้านป่ากล้วย ล่าสุดช่วง 04.00 น.ที่ผ่านมา สามารถควบคุมพื้นที่ไว้ได้ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงไฟสุมตอบางจุดในพื้นที่สูงชัน ซึ่งบริเวณนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอีก แต่ยังมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไฟปะทุขึ้นมาอีก รวมทั้งชุด ชรบ.ของหมู่บ้านที่เฝ้าระวังชายป่าใกล้ที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักรากล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้มีรายงานเกิดไฟป่าขึ้นอีกจุดหนึ่งที่บ้านกองขากน้อย ต.สะเมิงใต้ ห่างจากจุดเดิมไปทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร พื้นที่เกิดไฟป่าเป็นพื้นที่เขาสูงชัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังใช้ความพยายามในการเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง และจะขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินโปรยน้ำ เพื่อจำกัดพื้นที่ไฟป่าให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้า พื้นที่ ต.สะเมิงใต้ ปกคลุมไปด้วยหมอกควันจากไฟป่าที่เกิดขึ้นตลอดสองวันที่ผ่านมา เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเขตชุมชนและโรงเรียนที่อยู่ด้านหน้าภูเขาที่เกิดไฟป่า ระยะห่างเพียง 1 กิโลเมตร ขณะที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.สะเมิง นำรถออกประชาสัมพันธ์ห้ามเผาป่า เนื่องจากอยู่ในช่วงประกาศห้ามเผาเด็ดขาดของจังหวัดเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคุณภาพอากาศในตัวเมืองเชียงใหม่เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้ทุกจุดตรวจวัดเกินมาตรฐาน ค่า PM2.5 ที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ อยู่ที่ 101 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งฝุ่นพิษที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากไฟป่าที่ อ.สะเมิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสภาพอากาศบริเวณจังหวัดนครพนม มีสภาวะอากาศเลวร้ายหลายวันติดต่อกัน จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า นอกจากมีจุดความร้อนจากการเผาไหม้ในพื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวน 11 จุด (ข้อมูลวันที่ 30 มีนาคม 2564) แล้ว ยังมีจุดความร้อนจากการเผาไหม้จาก สปป.ลาวค่อนข้างมากในบริเวณพื้นที่ติดกับจังหวัดนครพนม โดยกระจายเป็นวงกว้างจำนวนมาก จึงเกิดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงสุดในภาคอีสานดังกล่าว และมีแนวโน้มทรงตัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97945</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กองทัพภาคที่ 3, ดับไฟป่า, บังคับใช้กฎหมายกับนายทุน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่สะเมิง, ไฟป่าแม่สะเมิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606469dc5be3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.ผนึกกำลังกองทัพภาค3 เฝ้าระวังไฟป่าหมอกควันPM2.5ภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64- ที่สนาม ฮ. พล.ร.7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมคณะตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเฮลิคอปเตอร์งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แบบ 32 (ฮ.ปภ.32) ที่มาปฏิบัติการบินเพื่อควบคุมไฟป่าในพื้นทีภาคเหนือ โดยมี พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับพร้อมรับชมการสาธิตการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วยเฮลิคอปเตอร์​ ก่อนเข้าร่วมประชุม​ติดตามที่ศูนย์​อำนวยการสั่งการหลักที่​ อบจ.เชียงใหม่​ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า​สถานการณ์ในภาพรวมของไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาจำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.64 ถึงปัจจุบัน ลดลงกว่า 50 % &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ดีในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดตาก เชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังมีการเกิดจุดความร้อนเป็นประจำ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกองทัพบก ได้บูรณาการการทำงานในระดับพื้นที่ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือร่วมกันเพื่อป้องกันและลดปัญหาปัญหาไฟป่าและหมอกควันทุกจังหวัด โดยให้ แต่ละจังหวัดได้เตรียมการตามมาตรการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ในการจำแนกพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการต่างๆ ทั้งนี้หากมีการเกิดเหตุเฉพาะพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงของทีมสนามในเขตป่าต่างๆ ทางกระทรวงมหาดไทยร่วมกับกองทัพบก ได้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับป่าทั้งในภาคพื้นและอากาศยาน โดยระดมเครื่องจักรอุปกรณ์จากศูนย์เขตของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาสนับสนุน 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้ได้เข้าประจำในพื้นที่เรียบร้อย เพื่อร่วมกับศูนย์เขต ทั้ง 4 เขตที่อยู่ประจำทางภาคเหนือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายบุญธรรม กล่าวว่า นอกจากนี้ได้นำ เฮลิคอปเตอร์ ปภ.แบบ KA 32 มาประจำอยู่ที่เชียงใหม่เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน โดยมีกองทัพภาคที่ 3 จัดตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าอยู่ เมื่อได้รับแจ้งจากทางจังหวัดที่เกิดปัญหาทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกองทัพบกจะประเมินสถานการณ์ หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการออกปฏิบัติหน้าที่ ทางกรม​ ปภ.และกองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 3 จะนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเราจะเน้นย้ำการปฎิบัติเพื่อระงับดับไฟป่าในพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง หากกรณีมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในการดับไฟป่า สามารถใช้เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายบุญธรรม ระบุว่า อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่อยากจะฝากไว้คือความร่วมมือของพี่น้องประชาชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมที่จะช่วยลดการเกิดไฟป่า และหากพบเห็นพื้นที่เกิดเหตุ ขอให้แจ้งทางอำเภอ จังหวัด หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจะได้ประสานการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ปีนี้นำเครื่องมืออุปกรณ์มาอยู่ใกล้กับพื้นที่ที่คาดว่าจะมีภัย จะสามารถลดเวลาการเคลื่อนย้ายได้ โดยเฉพาะใน 9 จังหวัดที่เป็นพื้นที่การเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า กล่าวว่า​ กองทัพภาคที่ 3 ได้ จัดชุดรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนลด ละ เลิกการเผา ในพื้นที่ โดยหากพื้นที่ไหนเกิดสถานการณ์ที่รุนแรง แม่ทัพภาคที่ 3 ได้อนุมัติกำลังหนุนเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุนทันที ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้ทุกพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 3 ได้เฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นห่วงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากสภาพของพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ หากมีลมพัดจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้ามาในพื้นที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญหา ฝุ่นควัน ดังนั้นให้เผ้าระวังใน 2 จังหวัดนี้ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยมากที่สุด อย่างไรก็ตามในเรื่องปัญหาหมอกควันข้ามแดน แม่ทัพภาคที่ 3 มอบหมายให้คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย &amp;ndash; เมียนมา หรือ TBC ทุกจุดทำหนังสือและประชุมอย่างไม่เป็นทางการเพื่อแก้ไขปัญหานี้อยู่แล้ว​ คาดว่าปีนี้สถานการณ์​จะดีกว่าที่ผ่านมาจากความร่วมมือ​จาก​ทุก​ฝ่าย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93737</URL_LINK>
                <HASHTAG>17 จังหวัดภาคเหนือ, PM 2.5, กองทัพภาคที่ 3, ปภ., ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_6031f5dac5859.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ปลุกทหารช่างทำดีมากขึ้นเรื่อยๆ ให้คนที่ยังว่าเราไม่ดีจะได้รู้ว่ามีทหารไว้ทำไม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม และมอบถุงยังชีพ บริเวณสะพานเมืองบางยม บ้านหนองโว้ง หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยมีอยู่ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้บอกกับทหารจากกองพลทหารพัฒนา กองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่มาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ว่า &amp;ldquo;เราต้องทำสิ่งดีๆ ให้มากขึ้นๆ ตราบใดที่ยังมีคนว่าเราไม่ดี เราก็ทำสิ่งดีๆ ให้มากขึ้นเรื่อยๆ ให้เขารู้ ให้เขาเข้าใจว่ามีเราไว้เพื่ออะไร มีประโยชน์แค่ไหน ถ้าไม่มีเราแล้วใครจะมา ใครจะเรียกได้ภายใน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง เพราะเราอยู่ในค่ายเดียวกัน มีบ้านอยู่ในค่าย พอมีอะไรก็ไปได้ทันที คนอื่นทำไม่ได้หรอก หน้าที่ทหารไทยคือ การพัฒนา เรื่องประชาธิปไตย การรักษาความมั่นคงภายใน นี่คือ หน้าที่ทหารไทย มากกว่าประเทศอื่นเขาเยอะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพภาคที่ 3, กองพลทหารพัฒนา, ช่วยน้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f76aee5fed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
