<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 22:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 22:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียยิงทดสอบมิสไซล์ไฮเปอร์โซนิกจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพรัสเซียประกาศความสำเร็จในการยิงทดสอบมิสไซล์ครูซไฮเปอร์โซนิกรุ่นใหม่จากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เมื่อวันจันทร์ ตอกย้ำความสำเร็จของการพัฒนาอาวุธที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เคยคุยว่า &amp;quot;ไร้เทียมทาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิสไซล์เซอร์คอนถูกปล่อยจากเรือดำน้ำในทะเลแบเรนต์ (Pic: Russian defence ministry press service)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซียเมื่อวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2564 ว่ากองทัพรัสเซียทดสอบมิสไซล์เซอร์คอน โดยยิงจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ เซเวร็อดวินสก์ มิสไซล์ครูซที่มีความเร็วระดับไฮเปอร์โซนิกลูกนี้โจมตีโดนเป้าหมายที่อยู่ในทะเลแบเรนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทดสอบปล่อยมิสไซล์เซอร์คอนจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ถือว่าประสบความสำเร็จ&amp;quot; กระทรวงกล่าวในแถลงการณ์ พร้อมกับได้เผยแพร่วิดีโอพร่ามัวที่เผยภาพลูกไฟจากมิสไซล์โชติช่วงกลางท้องฟ้ายามราตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาวุธไฮเปอร์โซนิกสามารถเดินทางได้เร็วกว่าเสียงเกิน 5 เท่า และสามารถหลบหลีกกลางอากาศได้ ทำให้ยากต่อการติดตามและสกัดกั้นกว่าโพรเจ็กไทล์แบบเดิมๆ มิสไซล์เซอร์คอนของรัสเซียผ่านการทดสอบหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รวมถึงการยิงจากเรือฟริเกตพลเรือเอกกอร์ชคอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงต่อประชาชนเมื่อปี 2561 ประธานาธิบดีปูตินเคยกล่าวถึงอาวุธไฮเปอร์โซนิกของรัสเซีย รวมถึงเซอร์คอน ว่าสามารถโจมตีเป้าหมายในทะเลและบนพื้นดินในระยะไกลถึง 1,000 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่ารัสเซียจะส่งเซอร์คอนเข้าคลังแสงตามอย่างอาวุธไฮเปอร์โซนิกชนิดอื่นๆ รวมถึงขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกอาวอนการ์ด ที่ถูกส่งเข้าประจำการเมื่อปี 2562 และมิสไซล์คินซ์ฮาลที่ยิงจากอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือก็เพิ่งประกาศว่าได้ทดสอบอาวุธไฮเปอร์โซนิกชนิดใหม่ ซึ่งทำให้เกาหลีเหนือเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าร่วมในการแข่งขันอาวุธไฮเปอร์โซนิก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพรัสเซีย, ปล่อยจากเรือดำน้ำ, มิสไซล์ไฮเปอร์โซนิก, เซอร์คอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615b208568941.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพสหรัฐแฉกองทัพรัสเซียส่งเครื่องบินรบช่วยกบฏลิเบีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐกล่าวหากองทัพรัสเซียว่าส่งเครื่องบินมิก 29 และซู-24 ที่อำพรางเครื่องหมาย 14 ลำ ไปช่วยเหลือกองกำลังฝ่ายกบฏลิเบียและทหารรับจ้างชาวรัสเซียต่อสู้โค่นล้มรัฐบาลลิเบียที่นานาชาติให้การรับรอง ยูเอ็นชี้อาจฝ่าฝืนข้อมติปิดล้อมด้านอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังกบฏกองทัพแห่งชาติลิเบีย (แอลเอ็นเอ) ที่นำโดยนายพลคาลิฟา ฮัฟตาร์ กำลังสู้รบเพื่อแย่งชิงอำนาจจากรัฐบาลข้อตกลงแห่งชาติ (จีเอ็นเอ) ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้การรับรอง ฝ่ายของฮัฟตาร์มีรัสเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้การหนุนหลัง ส่วนจีเอ็นเอได้ตุรกีสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้กองกำลังของฮัฟตาร์เพลี่ยงพล้ำจากความพยายามรุกโจมตีเพื่อยึดกรุงตริโปลีจากจีเอ็นเอ ที่ได้ระบบโดรนและการป้องกันภัยทางอากาศของตุรกีช่วยให้เอาชนะฝ่ายกบฏได้หลายครั้ง นายกเทศมนตรีตริโปลีเผยว่า ทหารรับจ้างชาวรัสเซียทิ้งแนวรบชานกรุง อพยพลงใต้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กองบัญชาการแอฟริกาของกองทัพสหรัฐกล่าวว่า พวกเขาประเมินว่ารัสเซียได้ส่งเครื่องบินรบเข้าสู่ลิเบียผ่านทางซีเรีย เพื่อสนับสนุนทหารรับจ้างชาวรัสเซียที่ช่วยแอลเอ็นเอต่อสู้ เครื่องบินเหล่านี้ถูกทาสีใหม่ในซีเรียเพื่อลบเครื่องหมายของกองทัพอากาศรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในวันพุธ กองทัพสหรัฐทวีตข้อความเป็นชุดว่า เครื่องบินรบของรัสเซียเหล่านี้มีนักบินรัสเซียเป็นคนขับ และมีเครื่องบินขับไล่ของรัสเซียบินตามคุ้มกันมายังลิเบีย บ่งบอกว่ารัฐบาลรัสเซียมีความเกี่ยวข้องในระดับสูง เครื่องบินมิก29 และซู-24 ฝูงนี้มาลงที่เมืองทูบรักในภาคตะวันออกของลิเบีย จากนั้นบินไปยังเมืองจูฟราในภาคกลาง ที่เป็นฐานที่มั่นของแอลเอ็นเอ ซึ่งเครื่องบินทั้ง 14 ลำถูกส่งมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเหม็ด มิสมารี โฆษกของแอลเอ็นเอ ปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐ โดยบอกว่าเป็นข่าวลือและคำโกหก สัปดาห์ที่แล้วเขาเพิ่งประกาศว่า แอลเอ็นเอซ่อมเครื่องบินรบเก่าของลิเบีย 4 และจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซียรายหนึ่งปฏิเสธเช่นกันว่า รัสเซียไม่ได้ส่งทหารไปลิเบีย และสภาสูงของรัสเซียก็ไม่เคยถูกขอให้อนุมัติการส่งกำลังพลไปที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกยูเอ็น กล่าวว่า ยูเอ็นติดตามรายงานนี้ด้วยความกังวลอย่างยิ่ง ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง จะถือเป็นการละเมิดข้อมติปิดล้อมทางอาวุธต่อลิเบีย ปี 2554 อย่างโจ่งแจ้ง และรังแต่จะทำให้การสู้รบในลิเบียทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนชาวลิเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่อุดมน้ำมันแห่งนี้ตกสู่ภาวะโกลาหลวุ่นวายหลังจากเผด็จการมูอัมมาร์ กัดดาฟี โดนกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่นาโตหนุนหลัง ลุกฮือโค่นอำนาจเมื่อปี 2554 กองกำลังต่างๆ และฝ่ายบริหารที่เป็นคู่แข่งต่างแย่งชิงอำนาจกันไม่จบสิ้นมานับแต่นั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพรัสเซีย, กองทัพสหรัฐ, คาลิฟา ฮัฟตาร์, ลิเบีย, ส่งเครื่องบินรบช่วยกบฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ดื้อเปิดประเทศ ติดเชื้อเพิ่มตายยังพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ยอดสังเวยโควิด-19 รายวันของสหรัฐอเมริกากลับมาเพิ่มเกิน 2,000 ศพอีกครั้ง ยอดตายรวมพุ่งเกิน 70,000 ศพ แต่ &amp;quot;ทรัมป์&amp;quot; ยังเรียกร้องเปิดเศรษฐกิจประเทศ รัสเซียติดเชื้อเกินหมื่นรายติดต่อกัน 4 วัน ความนิยม &amp;quot;ปูติน&amp;quot; ต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี จีนแถลงตอบโต้รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกามโนไวรัสหลุดจากแล็บจีนโดยไม่มีหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์คืบหน้าการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศ ซึ่งมาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายและใช้ข้อบังคับป้องกันการแพร่เชื้อส่งผลให้สถานการณ์ในหลายประเทศดีขึ้นและรัฐบาลต่างๆ ทยอยประกาศแผนผ่อนคลายมาตรการแล้ว แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2563 อ้างข้อมูลอย่างเป็นทางการแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ช่วงเย็นวันเดียวกันว่า ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 นี้แล้ว 257,818 ราย จากผู้ติดเชื้อ 3,680,376 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 71,078 ราย และมีผู้ติดเชื้อมากสุดในโลก 1,204,475 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่รวบรวมในช่วง 24 ชั่วโมงถึง 20.30 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่นเผยว่า สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2,333 รายในวันเดียว ซึ่งมากกว่าวันก่อนหน้านั้น 2 เท่า หลังจากเมื่อวันจันทร์จำนวนผู้เสียชีวิตรายวันอยู่ที่ 1,015 ราย ต่ำที่สุดในรอบ 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเรียกร้องมลรัฐต่างๆ รีบผ่อนคลายกฎข้อบังคับ โดยหวังว่าจะสามารถเปิดเศรษฐกิจได้อีกครั้งโดยเร็วที่สุด แม้เขายอมรับว่าจะต้องมีผู้คนบางส่วนได้รับผลกระทบอย่างมากก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีสัญญาณด้วยว่า รัฐบาลของทรัมป์จะไม่พิจารณาว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัญหาสำคัญอันดับแรกอีกต่อไป โดยทำเนียบขาวเตรียมจะยุบคณะทำงานเฉพาะกิจฉุกเฉินรับมือการแพร่ระบาดของไวรัส ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้คุมคณะทำงานนี้กล่าวว่า &amp;nbsp;รัฐบาลจะเริ่มยุบคณะทำงานนี้ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม หรือช่วงต้นเดือนมิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มลรัฐราวครึ่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกาเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์กันแล้ว ที่นครนิวยอร์กเมื่อคืนวันอังคาร ระบบรถไฟใต้ดินปิดให้บริการครั้งแรกในประวัติศาสตร์เพื่อทำการฆ่าเชื้อ ทั้งนี้ นิวยอร์กรัฐเดียวมีผู้เสียชีวิตมากเกิน 25,000 คน ใกล้เคียงกับยอดผู้เสียชีวิตของสเปนและฝรั่งเศส โดยยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตของสองประเทศนั้นกำลังทรงตัวหรือลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนีซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสม 167,007 ราย และเสียชีวิตเพียง 6,340 ราย เมื่อวันพุธรัฐบาลประกาศแผนเปิดประเทศอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเริ่มกลับมาทำกิจกรรมตามปกติได้เกือบสมบูรณ์ภายในเดือนนี้ &amp;nbsp;รวมถึงการเปิดโรงเรียนและเริ่มการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกาเป็นลีกแรกของ 5 ลีกใหญ่ในยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัสเซียเป็นอีกประเทศของยุโรปที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เมื่อวันพุธรัสเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;10,559 รายในช่วง 24 ชั่วโมง เป็นยอดเพิ่มรายวันเกิน 10,000 รายติดต่อกันเป็นวันที่ 4 โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 165,929 ราย เสียชีวิต 1,437 ราย ถือเป็นอัตราการตายที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับหลายชาติในยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลรัสเซียใช้มาตรการหยุดงานเพื่อกักกันโรคถึงวันที่ 11 พฤษภาคม แต่เจ้าหน้าที่เผยว่าการยกเลิกหรือขยายมาตรการขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละภูมิภาค ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มีกำหนดประชุมคณะรัฐมนตรีหารือเรื่องการผ่อนคลายล็อกดาวน์ต่อไปในวันพุธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า ผลสำรวจของเลวาดา-เซ็นเตอร์วันเดียวกันเผยว่า คะแนนนิยมในตัวปูตินลดลงเหลือ 59% เมื่อเดือนเมษายน จาก 63% ของเดือนก่อนหน้านั้น เป็นระดับต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 2 ทศวรรษ แต่การสำรวจทำโดยการสอบถามทางโทรศัพท์ ซึ่งต่างจากครั้งก่อนๆ ทำให้ตัวเลขอาจเบี่ยงเบน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เกาหลีใต้อนุญาตพนักงานกลับเข้าทำงานในสำนักงานได้ตามปกติแล้วในวันพุธ รวมถึงพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดสามารถเปิดได้ตามปกติ แต่ประชาชนยังต้องปฏิบัติตามกฎการเว้นระยะห่างทางสังคม เกาหลีใต้ซึ่งเคยมีสถานการณ์หนักรองจากจีนในช่วงต้นปี มีผู้ติดเชื้อสะสมเพียง 10,806 ราย และเสียชีวิต 255 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย์ของจีน ก็กลับเข้าสู่สภาพปกติแล้ว โรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนเป็นครั้งแรก เมืองภาคกลางของจีนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโคโรนาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไวรัสนี้กระโดดจากสัตว์มาติดมนุษย์ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นแหล่งกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังสร้างความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา หลังจากช่วงหลายสัปดาห์มานี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกซึ่งรวมถึงทรัมป์ พยายามตอกย้ำว่าไวรัสนี้หลุดออกมาจากห้องแล็บไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่นของจีน เมื่อวันอาทิตย์ ไมค์ ปอมเปโอ &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อ้างว่ามีหลักฐานมากมายที่ยืนยันเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กรุงปักกิ่ง วันพุธ หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงตอบโต้ว่าปอมเปโอไม่มีหลักฐานใดๆ มาพิสูจน์คำกล่าวอ้างของเขา เรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของนักวิทยศาสตร์และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ไม่ใช่นักการเมืองที่โกหกเพื่อประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นายปอมเปโอพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาไม่สามารถแสดงหลักฐานใดๆ เลย เขาจะแสดงได้อย่างไรในเมื้อเขาไม่มีหลักฐานเลย&amp;quot; โฆษกหญิงของจีนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65258</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กองทัพรัสเซีย, ยอดสังเวยโควิด-19, สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2b88b6f72e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2019 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2019 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพรัสเซียส่งบินลำเลียงนำทหาร-อาวุธสนับสนุนเวเนซุเอลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักข่าวสปุตนิกของรัสเซียเผย เครื่องบินลำเลียงของรัสเซีย 2 ลำ นำทหารราว 100 นาย และยุทโธปกรณ์ เดินทางถึงเวเนซุเอลาแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้การสนับสนุนรัฐบาลประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องบินมีภาพธงชาติรัสเซียจอดอยู่ที่สนามบินนานาชาติซีมอนโบลิวาร์ ในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 / REUTERS/Carlos Jasso&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวสปุตนิกของทางการรัสเซียรายงานทางเว็บไซต์ภาคภาษาสเปนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เครื่องบินทหารของรัสเซีย 2 ลำ พร้อมทหารและยุทโธปกรณ์ เดินทางถึงเวเนซุเอลาเมื่อวันเสาร์ เพื่อให้การสนับสนุนด้านเทคนิคตามข้อตกลงทางการทหารระหว่างเวเนซุเอลากับรัสเซีย ข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แต่อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งของสถานทูตรัสเซียในกรุงการากัสว่า เครื่องบินทหารรัสเซียที่เดินทางมาเนซุเอลาครั้งนี้ ไม่ได้มีอะไรเป็นความลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสปุตนิกตรงกับที่ฮาเวียร์ มายอร์กา ผู้สื่อข่าวอิสระชาวเวเนซุเอลา โพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า เครื่องบินลำเลียงอันโตนอฟ-124 ของกองทัพรัสเซีย และเครื่องบินอีกลำที่เล็กกว่าคือ เครื่องบินอิลยูชิน อิล-62 ลงจอดที่ท่าอากาศยานหลักชานกรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม เครื่องบินทั้ง 2 ลำนำทหารรัสเซียมาประมาณ 100 นาย นำโดยนายพลวาซิลี ตอนคอชคูรอฟ เจ้ากรมการสรรพกำลังทหารของกองทัพรัสเซีย และบรรทุกยุทโธปกรณ์น้ำหนักรวม 35 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อที่ไม่ใช่ของทางการเวเนซุเอลาและในโซเชียลมีเดียลงภาพของเครื่องบินรัสเซียทั้ง 2 ลำจอดที่สนามบินในเวเนซุเอลา โดยภาพหนึ่งเป็นภาพของเครื่องบินรัสเซียที่มีทหารยืนล้อมรอบ ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า เห็นเครื่องบินลำหนึ่งติดธงรัสเซียที่ลำตัวจอดอยู่ที่สนามบินไมเกเตีย โดยทหารยืนรักษาการรอบเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียและจีนเป็น 2 ชาติที่เป็นพันธมิตรกับรัฐบาลของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ทั้ง 2 ชาติให้เงินกู้เวเนซุเอลาหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ และรัสเซียคัดค้านมาตการคว่ำบาตรของสหรัฐที่มีต่อมาดูโรและรัฐบาลของเขา รวมถึงเรื่องที่สหรัฐให้การรับรองฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้านที่ประกาศตัวเป็นประธานาธิบดีรักษาการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32218</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพรัสเซีย, รัสเซีย, ส่งทหาร, เครื่องบินลำเลียง, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190325/image_big_5c98db7676519.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
