<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 23:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 22:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่ารันทด อัฟกันกว่า640คนอัดแน่นเครื่องบินทหารหนีจากคาบูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐยอมรับว่าเครื่องบินลำเลียงซี-17 ลำหนึ่งขนชาวอัฟกันทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ราว 640 คน ออกจากสนามบินคาบูลเมื่อคืนวันอาทิตย์ ระหว่างเกิดความโกลาหลในปฏิบัติการอพยพคนจากสนามบินตามภาพถ่ายที่แพร่สะพัดไปทั่วโลก เผยมีอีกหลายเที่ยวบินที่อพยพคนในจำนวนใกล้เคียงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Photo credit : Defense One &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า รูปถ่ายที่แชร์กันอย่างแพร่สะพัดทางสื่อและโซเชียลมีเดียหลังจากเว็บไซต์ข่าวทหาร ดีเฟนส์วัน ได้รับและนำมาโพสต์เผยแพร่ เป็นรูปที่ถ่ายภายในเครื่องบินลำเลียงทหาร ซี-17 ของกองทัพอากาศสหรัฐลำหนึ่ง กองทัพสหรัฐกล่าวว่ามีชาวอัฟกันอยู่บนเที่ยวบินนี้ประมาณ 640 คน ตามรายงานของดีเฟนส์วันระบุว่า เที่ยวบินเมื่อคืนวันอาทิตย์เที่ยวบินนี้มีชาวอัฟกันที่ได้รับอนุญาตจากทางการสหรัฐให้อพยพออกจากอัฟกานิสถานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐนายหนึ่งกล่าวกับดีเฟนส์วันว่า การบรรทุกผู้โดยสารจำนวนมากขนาดนี้ไม่ได้อยู่ในแผนการ หลายคนปีนเข้ามาทางบันไดลาดท้ายเครื่องบินอย่างอับจนหนทาง และลูกเรือตัดสินใจนำเครื่องขึ้นแทนที่จะขับไล่คนเหล่านี้ลงจากเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลานั้นนักรบตอลิบันบุกเข้ากรุงแล้วและตระเวนไปทั่วท้องถนน ชาวเมืองที่แตกตื่นพากันมาที่สนามบิน พยายามหาเที่ยวบินออกจากประเทศ ผู้คนในรูปนี้ส่วนใหญ่แทบไม่มีสัมภาระติดตัว หลายคนอุ้มเด็กเล็กมาด้วย ในรูปจะเห็นหญิงคนหนึ่งมีเด็กเล็กกำลังนอนบนตักดูดนมจากขวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคเรน ร็อกซ์เบอร์รี โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า จำนวนผู้โดยสารบนเครื่องบินที่มากผิดปกตินี้เป็นผลจากสภาพการณ์ด้านความมั่นคงที่ไม่นิ่ง ทำให้ลูกเรือต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และมั่นใจด้วยว่าผู้โดยสารเหล่านี้ถูกพาออกนอกประเทศนี้ได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากเว็บไซต์ FlightAware เผยว่า เที่ยวบินนี้ ซึ่งดีเฟนส์วันกล่าวว่า เรียกว่าเที่ยวบิน รีช871 ลงจอดที่กาตาร์เมื่อเช้ามืดวันจันทร์ แต่กองทัพสหรัฐปฏิเสธจะยืนยันหรือเปิดเผยว่าจุดหมายอยู่ที่ประเทศใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายเดิมกล่าวกับเว็บไซต์ข่าวทหารแห่งนี้อีกว่า ซี-17 ลำนี้ไม่ใช่ลำเดียวที่พาชาวอัฟกันจำนวนมากออกจากประเทศ โดยมีเครื่องบินอีกหลายลำบินออกจากกรุงคาบูลด้วยจำนวนผู้โดยสารใกล้เคียงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เครื่องบินโบอิ้ง ซี-17 ที่กองทัพอากาศสหรัฐใช้เป็นเครื่องบินลำเลียง ทำภารกิจอพยพผู้คนจำนวนมากขนาดนี้ เมื่อปี 2556 กองทัพสหรัฐเคยใช้ซี-17 ลำหนึ่งในการอพยพผู้คนมากกว่า 670 คนออกจากภาคตะวันออกของฟิลิปปินส์ภายหลังไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนเข้าถล่ม แต่ปกติแล้วเครื่องบินลำเลียงรุ่นนี้จะใช้บรรทุกทหารราว 100 นายเศษพร้อมอาวุธยุทธภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวุ่นวายที่สนามบินคาบูลปรากฏในวิดีโอหลายชิ้นที่เผยแพร่ทางสื่อโซเชียล ผู้คนหลายพันคนแห่กันลงไปที่รันเวย์เมื่อวันจันทร์ แม้ว่าจำนวนมากไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเที่ยวบินอพยพ, ไม่มีตั๋วเที่ยวบินโดยสาร หรือวีซ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอสะเทือนจิตใจ ที่ชาวอัฟกันหลายร้อยคนรุมล้อมเครื่องบินซี-17 ลำหนึ่งที่กำลังเร่งเครื่องเพื่อทะยานขึ้น บางคนห้อยโหนอยู่ด้านข้างของเครื่องบิน รายงานของสื่ออัฟกันกล่าวด้วยว่า หลายคนเสียชีวิตเพราะตกจากเครื่องบินหลายลำขณะเทคออฟ วอชิงตันโพสต์และโปลิติโกรายงานว่า มีคนหนึ่งเสียชีวิตในห้องเก็บล้อเครื่องบินซี-17 ที่เทคออฟจากคาบูล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;en&quot;&gt;&amp;quot;The Crew Made the Decision to Go:&amp;quot; Inside Reach 871, A US C-17 Packed With 640 Afghans Trying to Escape the Taliban | @TaraCopp and @MarcusReports https://t.co/lf3LajxzzX pic.twitter.com/JH5Yrkwet4&lt;/p&gt;
&amp;mdash; Defense One (@DefenseOne) August 17, 2021


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113664</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, ตอลิบัน, อพยพออกจากคาบูล, อัฟกานิสถาน, เครื่องบินลำเลียง ซี-17</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611bdaaf9efbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอลิบันเตือนเพื่อนบ้านอัฟกานิสถานอย่าให้สหรัฐตั้งฐานทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดักไว้ก่อน กลุ่มตอลิบันเตือนประเทศเพื่อนบ้านของอัฟกานิสถานว่า อย่าอนุญาตให้สหรัฐตั้งฐานปฏิบัติการทางทหารบนแผ่นดิน ลั่นจะขัดขวาง &amp;quot;ความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์&amp;quot; เช่นว่านั้น หลังจากมีข่าวแพล็มว่าสหรัฐกำลังเจรจากับปากีสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารอเมริกันเดินแถวขึ้นเครื่องบินลำเลียง ซี-17 เตรียมเดินทางออกจากฐานทัพอากาศบากรัมในอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2556 (Photo by Robert Nickelsberg/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเรียกร้องประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายอย่ายอมให้ใครทำเช่นนั้น&amp;quot; เอเอฟพีอ้างแถลงการณ์ของตอลิบันเมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม &amp;quot;หากมีการดำเนินการเช่นว่านี้อีกครั้ง จะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์และเป็นความอัปยศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนของกลุ่มตอลิบันออกมาในช่วงที่สหรัฐกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการถอนกำลังพลออกจากอัฟกานิสถาน และมีข่าวว่า สหรัฐและปากีสถานเจรจาทางการทูตกันวุ่นวายในช่วงหลายวันมานี้ ซึ่งทำให้คาดเดากันว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังมองหาที่ตั้งฐานทัพแห่งใหม่เพื่อใช้ต่อต้านตอลิบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันประกาศกร้าวว่า พวกเขาจะไม่นิ่งเงียบหากมีการกระทำที่ยั่วยุและเลวร้ายดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ภายหลังตอลิบันถูกโค่นอำนาจแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของอัฟกานิสถานหลายชาติอนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพอากาศอย่างจำกัด แต่การสนับสนุนทางกายภาพอย่างเปิดเผยดังกล่าวยุติลงแล้ว แม้ว่าบางประเทศจะอนุญาตให้ใช้น่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินทางทหารก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร รัฐบาลปากีสถานปฏิเสธรายงานของสื่อท้องถิ่นที่กล่าวว่า ปากีสถานบรรลุข้อตกลงฉบับใหม่กับสหรัฐแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาห์ มะห์มูด กูเรชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงต่อวุฒิสภาว่า ข่าวนี้ไม่มีมูลความจริงและเป็นการคาดเดา เขาขอยืนยันต่อที่ประชุมนี้ว่า ปากีสถาน ภายใต้การนำของนายกฯ อิมรอน ข่าน จะไม่อนุญาตให้มีฐานทัพของอเมริกันบนแผ่นดินนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐและตอลิบันทำความตกลงเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเปิดทางสำหรับการถอนทหารต่างชาติทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถาน แลกกับการที่ตอลิบันจะไม่ยอมให้อัฟกานิสถานเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มนักรบญิฮาด เช่นอัลกออิดะห์และรัฐอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศว่า ทหารอเมริกันที่เหลือทั้งหมด 2,500 นายจะออกจากอัฟกานิสถานภายในวันที่ 11 กันยายน 2564 นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 20 ปีที่อัลกออิดะห์ก่อวินาศกรรมสหรัฐอันนำมาสู่การรุกรานประเทศนี้ แต่การถอนกำลังทหารอเมริกันรวมถึงกองกำลังนาโตก่อความวิตกกังวลว่า กองกำลังของรัฐบาลอัฟกันเพียงอย่างเดียวจะสามารถสู้กับตอลิบันได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น กองกำลังของรัฐบาลกับตอลิบันสู้รบกันแทบจะรายวัน โดยฝ่ายตอลิบันเร่งการต่อสู้เพื่อยึดดินแดนให้ได้มากขึ้น ในช่วงยามที่การพูดคุยสันติภาพเพื่อยุติสงครามยังหยุดชะงัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104290</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, ฐานทัพสหรัฐ, ตอลิบัน, ถอนทหารพ้นอัฟกานิสถาน, อัฟกานิสถาน, เพื่อนบ้านอัฟกานิสถาน, ให้สหรัฐตั้งฐานทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae4bf5ee317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดเอกสารลับปี2501 สหรัฐคิดทิ้งนิวเคลียร์ถล่มจีนเพื่อปกป้องไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แดเนียล เอลส์เบิร์ก อดีตนักวิเคราะห์ด้านการทหารอาวุโสผู้สร้างชื่อจากการขุดคุ้ย &amp;quot;เอกสารลับเพนตากอน&amp;quot; เปิดเผยสำเนาเอกสารลับที่เผยให้เห็นว่า นักวางแผนกลยุทธ์ของกองทัพสหรัฐเสนอแผนโจมตีจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยอาวุธนิวเคลียร์เมื่อปี 2501 เพื่อปกป้องไต้หวันจากการรุกรานของกองทัพคอมมิวนิสต์จีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แดเนียล เอลส์เบิร์ก อดีตนักวิเคราะห์ด้านการทหารชาวอเมริกัน ขณะร่วมการเสวนาที่เยอรมนีเมื่อปี 2559 (ARNO BURGI/DPA/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า เอลส์เบิร์กวัย 90 ปีในปัจจุบัน นำสำเนาเอกสารนี้เผยแพร่ทางออนไลน์โดยนิวยอร์กไทมส์รายงานเรื่องนี้เป็นที่แรกเมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม เขาบอกว่าตัดสินใจนำเอกสารลับเกี่ยวกับการศึกษาวิกฤติไต้หวันช่วงต้นทศวรรษ 1970 ที่เขาทำสำเนาไว้ ออกเผยแพร่ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากมีความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีนเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน เอกสารลับเหล่านี้อนุญาตให้เปิดเผยต่อสาธารณะเพียงบางส่วนเมื่อปี 2518&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอลส์เบิร์กซึ่งสร้างชื่อจากการเปิดโปงเอกสารลับสุดยอดของเพนตากอนเกี่ยวกับสงครามเวียดนาม ที่เรียกขานในชื่อว่า &amp;quot;เพนตากอนเปเปอร์ส&amp;quot; เมื่อปี 2514 กล่าวว่า นักวางแผนกลยุทธ์ของสหรัฐสันนิษฐานกันว่า สหภาพโซเวียตจะช่วยเหลือจีนและตอบโต้สหรัฐด้วยอาวุธนิวเคลียร์เช่นกัน ซึ่งเป็นราคาที่พวกเขาเห็นว่าคุ้มกับการปกป้องไต้หวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดทำเอกสารฉบับนั้นเขียนไว้ว่า หากจีนรุกรานไต้หวัน พลเอกนาธาน ทไวนิง ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐในขณะนั้นกล่าวไว้ชัดเจนว่า สหรัฐจะใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีฐานทัพอากาศหลายแห่งของจีน ป้องกันไม่ให้แผนการทัพเพื่อขัดขวางทางอากาศของจีนประสบความสำเร็จ และหากแผนนี้ไม่สามารถหยุดยั้งการรุกรานได้ สหรัฐก็ &amp;quot;ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากโจมตีด้วยนิวเคลียร์ลึกเข้าไปในแผ่นดินของจีน เหนือสุดถึงเซี่ยงไฮ้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ประธานาธิบดีสหรัฐในตอนนั้น ตัดสินใจพึ่งพาอาวุธตามแบบก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติไต้หวันปี 2501 ยุติลงเมื่อกองทัพของพรรคคอมมิวนิสต์จีนหยุดการยิงปืนใหญ่ถล่มเกาะที่อยู่ภายใต้การควบคุมของไต้หวัน ปล่อยให้กองทัพชาตินิยมภายใต้การนำของเจียง ไคเช็ก ควบคุมเกาะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้จีนยังคงถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลกบฏที่สักวันหนึ่งจะกลับคืนสู่แผ่นดินใหญ่ โดยอาจด้วยการใช้กำลังหากจำเป็น รัฐบาลสหรัฐรับรองจีนเดียวและสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเมื่อปี 2522 แต่ยังคงรักษาความสัมพันธ์กับรัฐบาลไต้หวันไว้ และถือเป็นพันธมิตรทางทหารที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐมีกฎหมายฉบับหนึ่งที่บัญญัติว่าสหรัฐต้องช่วยไต้หวันปกป้องตนเองหากเกิดสงคราม แต่หลายทศวรรษที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐใช้นโยบาย &amp;quot;กำกวมทางยุทธศาสตร์&amp;quot; โดยไม่ระบุให้ชัดเจนว่าสภาพการณ์ใดที่จะทำให้สหรัฐเข้าแทรกแซงทางทหารในนามของไต้หวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายเดือนมานี้ กองทัพอากาศจีนปฏิบัติการรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันตนเองของไต้หวันบ่อยครั้งขึ้น กองทัพสหรัฐเองก็ปฏิบัติการเดินเรือเพื่อยืนยัน &amp;quot;เสรีภาพในการเดินเรือ&amp;quot; ในช่องแคบไต้หวันบ่อยครั้งเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่า อีกไม่นาน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะประกาศยุทธศาสตร์ของเขาเกี่ยวกับจีน ท่ามกลางเสียงเรียกร้องเพิ่มมากขึ้นให้เขาแสดงความมุ่งมั่นอย่างเปิดเผยในการปกป้องไต้หวันทางทหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103917</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, ปกป้องไต้หวัน, ประธานาธิบดีดไวต์ ไอเซนฮาวร์, รุกรานไต้หวัน, เอกสารลับเพนตากอน, แดเนียล เอลส์เบิร์ก, โจมตีจีนด้วยนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa3f4792b5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 22:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะเลจีนใต้ร้อนนัก กองทัพฟิลิปปินส์-สหรัฐจัดซ้อมรบร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพฟิลิปปินส์จะจัดซ้อมรบร่วมกับกองทัพสหรัฐนาน 2 สัปดาห์เริ่มตั้งแต่จันทร์นี้ โดยมีทหารเข้าร่วมแค่ประมาณ 1,700 นาย ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 และความตึงเครียดระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนกรณีพิพาททะเลจีนใต้กำลังร้อนระอุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ การซ้อมรบร่วมประจำปีบาลิกาตันระหว่างกองทัพสหรัฐและกองทัพฟิลิปปินส์ ในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันออก เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558 (Photo by Dondi Tawatao/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำประกาศของกองทัพฟิลิปปินส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน มีออกมาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ โทรศัพท์พูดคุยกับเดลฟิน ลอเรนซานา รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ซึ่งเพิ่งตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐว่า รัฐมนตรีทั้งสองหารือสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ และการรวมตัวของกองเรืออาสาทางทะเลของจีนจำนวนมาก ที่พืดหินปะการังใต้น้ำวิตซันในหมู่เกาะสแปรตลี โดยออสตินเสนอ &amp;quot;เสริมสร้างความตระหนักรู้สถานการณ์ภัยคุกคามในทะเลจีนใต้&amp;quot; เพื่อกระชับความร่วมมือด้านกลาโหมเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพของสองประเทศนี้ยกเลิกการซ้อมรบร่วมประจำปี &amp;quot;บาลิกาตัน&amp;quot;&amp;nbsp; (เคียงบ่าเคียงไหล่) เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 แต่ปีนี้ การฝึกนาน 2 สัปดาห์ ที่จะเริ่มต้นในวันจันทร์ที่ 12 เมษายน เพื่อทดสอบความพร้อมของกองทัพทั้งสองฝ่ายในการตอบโต้ภัยคุกคาม เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติและการโจมตีโดยพวกนักรบหัวรุนแรง จะลดขนาดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลโท ซิริลิโต โซเบจานา ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของฟิลิปปินส์ เผยว่า การฝึกซ้อมร่วมในปีนี้จะมีทหารเข้าร่วมเพียง 1,700 นาย โดยฝ่ายสหรัฐใช้ทหาร 700 นาย ส่วนฟิลิปปินส์ใช้ทหารราว 1,000 นาย หรือราว 1 ใน 4 จากภาวะปกติก่อนเกิดโรคระบาดที่เคยมีถึง 7,600 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฝึกปีนี้จะเป็นการผสมระหว่างกิจกรรมเสมือนจริงกับการฝึกจริง&amp;quot; เขากล่าว โดยบอกว่าเป็นการฝึกที่ลดขนาดลงให้มีการติดต่อกันทางกายภาพน้อยที่สุด แค่เพียงรักษาความเป็นพันธมิตร หรือการติดต่อระหว่างกองทัพของสองประเทศเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดขึ้นนับแต่จีนส่งเรือว่า 200 ลำมาจอดเรียงเป็นแถวเป็นแนวใกล้วิตซันรีฟ ซึ่งอยู่ในพื้นที่อ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนที่ฟิลิปปินส์ระบุว่าเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน จีนอ้างว่าเรือเหล่านี้เป็นเรือประมงมาหลบคลื่นลม แต่ถึงขณะนี้ก็ยังถอนกลับไปไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐเตือนให้จีนระลึกว่า สหรัฐและฟิลิปปินส์มีสนธิสัญญาความมั่นคงระหว่างกัน ซึ่งสหรัฐมีพันธะผูกพันว่าต้องปกป้องฟิลิปปินส์หากเผชิญการโจมตีในน่านน้ำของฟิลิปปินส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99220</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพฟิลิปปินส์, กองทัพสหรัฐ, กองเรือประมงจีน, ซ้อมรบร่วมประจำปี, ทะเลจีนใต้, บาลิกาตัน, พืดหินปะการังใต้น้ำวิตซัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6073157a63e4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 23:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 23:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นกเหล็กจีน13ลำป่วนไต้หวัน - สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมาทะเลจีนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไต้หวันเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า กองทัพจีนส่งเครื่องบินรบ 13 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด 8 ลำ บินเข้าเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันเมื่อวันเสาร์ ขณะรัฐบาลสหรัฐเรียกร้องจีนเลิกกดดันไต้หวัน อีกทางส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมาทะเลจีนใต้เพื่อแสดงเสรีภาพในการเดินเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานอ้างคำแถลงของกระทรวงกลาโหมไต้หวันเมื่อวันอาทิตย์ว่า เครื่องบินรบของจีน 13 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด เอช-6 เค ที่สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ 8 ลำ และเครื่องบินขับไล่ เจ-16 อีก 4 ลำ บินเข้ามาในเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวันเมื่อวันเสาร์ กองทัพอากาศอากาศไต้หวันเตือนเครื่องบินรบของจีนและวางกำลังมิสไซล์หลายลูกเพื่อเฝ้าตรวจการรุกล้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายเดือนมานี้ จีน ซึ่งอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน ส่งเครื่องบินบินเหนือทะเลระหว่างตอนใต้ของไต้หวันกับหมู่เกาะปราตาสที่ไต้หวันควบคุมในทะเลจีนใต้แทบจะรายวัน แต่โดยทั่วไปจะเป็นการบินของเครื่องบินตรวจการณ์แค่ 1-2 ลำเท่านั้น การส่งเครื่องบินจำนวนมากขนาดนี้ถือเป็นภารกิจที่ผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเครื่องบินที่กล่าวถึงแล้ว แผนที่ที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันนำมาแสดงชนิดของเครื่องบินรบในภารกิจของจีน ยังรวมถึงเครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ วาย-8 อีกลำ ที่บินเหนือน่านน้ำเดียวกับภารกิจที่ผ่านๆ มา ในขณะที่เครื่องบินลำอื่นที่เหลือบินใกล้กับหมู่เกาะปราตาส ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะไต้หวันที่เป็นแผ่นดินใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องให้จีนยุติการกดดันไต้หวันทั้งทางทหาร, การทูต และเศรษฐกิจ แล้วหันมาเจรจาอย่างมีความหมายกับตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน เขาย้ำด้วยว่า พันธสัญญาของสหรัฐที่มีต่อไต้หวันนั้นยังแข็งแกร่ง และสหรัฐยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับไต้หวันต่อไป &amp;quot;เราจะยังคงให้ความช่วยเหลือไต้หวันในการรักษาขีดความสามารถในการป้องกันตนเองอย่างเพียงพอต่อไป&amp;quot; โฆษกผู้นี้ยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น กองทัพสหรัฐส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ เข้าทะเลจีนใต้โดยอ้างว่าเป็นปฏิบัติการตามปกติเพื่อส่งเสริมเสรีภาพทางทะเลและสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่สนับสนุนความมั่นคงทางทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า กลุ่มเรือโจมตีเข้าสู่ทะเลจีนใต้เมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่จีนส่งเครื่องบินหลายลำรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันใกล้กับหมู่เกาะปราตาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐกล่าวว่า กลุ่มเรือโจมตีของเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ นั้นมีเรือติดตามหลายลำได้แก่ เรือลาดตระเวนติดมิสไซล์นำวิถีชั้นติคอนเดอโรกา ยูเอสเอส บังเกอร์ฮิลล์ และเรือพิฆาตติดมิสไซล์นำวิถีชั้นอาร์ลีห์เบิร์ค ยูเอสเอส รัสเซลล์ และยูเอสเอส จอห์นฟินน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, จีน, เขตแสดงตัวเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ, เครื่องบินรบจีน, เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d9f38f1062.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 22:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดูเตร์เต&#039;เปลี่ยนใจ ขอ&#039;ระงับการยกเลิก&#039;ข้อตกลงทหารกับสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ของฟิลิปปินส์เปลี่ยนใจ แจ้งต่อสหรัฐใหม่ว่า ที่เคยบอกยกเลิกความตกลงทางทหารฉบับสำคัญนั้น ตอนนี้ขอระงับไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ขณะร่วมการประชุมอาเซียนซัมมิตที่กรุงมะนิลาเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อค่ำวันอังคารว่า ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เคยแจ้งต่อรัฐบาลสหรัฐเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า เขากำลังยกเลิกความตกลงกองกำลังผู้มาเยือน (วีเอฟเอ) เหตุจากสหรัฐว่าแทรกแซงเรื่องการทำสงครามปราบปรามยาเสพติดของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในเวลานับถอยหลัง 180 วัน เพื่อยุติความตกลงทางทหารที่เป็นหัวใจหลักของความเป็นพันธมิตรเก่าแก่นานร่วม 70 ปีฉบับนี้ ซึ่งจะอนุญาตให้สหรัฐส่งทหารนับพันนายมาฝึกซ้อมร่วมกับฟิลิปปินส์ได้ในแต่ละปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโอโดโร ล็อกซิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ทวีตเมื่อวันอังคารว่า ฟิลิปปินส์ขอระงับแผนการยกเลิกความตกลงฉบับนี้ไว้ก่อนอย่างน้อย 6 เดือนตามคำสั่งของประธานาธิบดี พร้อมกับแสดงภาพหนังสือทางการทูตที่แจ้งต่อสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐทราบ โดยอ้างเหตุผลถึงพัฒนาการทางการเมืองและด้านอื่นๆ ในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานทูตสหรัฐ &amp;quot;ยินดี&amp;quot; กับการตัดสินใจดังกล่าวของฟิลิปปินส์ ซึ่งสถานทูตได้รับแจ้งมาตั้งแต่วันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตเคยขู่หลายครั้งว่าจะตัดความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐ ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาณานิคมฟิลิปปินส์ โดยเขาต้องการกระชับความสัมพันธ์กับจีน มหาอำนาจที่กำลังผงาดและกำลังเป็นคู่แข่งของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยกเลิกความตกลงนี้ซึ่งเดิมจะมีผลในเดือนสิงหาคม มีชนวนเหตุจากความไม่พอใจที่สหรัฐยกเลิกวีซาของโรนัลด์ เดลา โรซา อดีตผู้บัญชาการตำรวจที่กำกับดูแลการทำสงครามยาเสพติด และปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล็อกซินเคยให้การต่อวุฒิสภาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า กองทัพฟิลิปปินส์ได้รับความช่วยเหลือด้านการฝึกและยุทธภัณฑ์จากอเมริกาอย่างมาก และได้รับเงินช่วยเหลือด้านความมั่นคงมูลค่า 554.55 ล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2559-2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67688</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, ความตกลงกองกำลังผู้มาเยือน, ฟิลิปปินส์, ระงับการยกเลิกข้อตกลง, โรดริโก ดูเตร์เต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed6772de8c90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพสหรัฐแฉกองทัพรัสเซียส่งเครื่องบินรบช่วยกบฏลิเบีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐกล่าวหากองทัพรัสเซียว่าส่งเครื่องบินมิก 29 และซู-24 ที่อำพรางเครื่องหมาย 14 ลำ ไปช่วยเหลือกองกำลังฝ่ายกบฏลิเบียและทหารรับจ้างชาวรัสเซียต่อสู้โค่นล้มรัฐบาลลิเบียที่นานาชาติให้การรับรอง ยูเอ็นชี้อาจฝ่าฝืนข้อมติปิดล้อมด้านอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังกบฏกองทัพแห่งชาติลิเบีย (แอลเอ็นเอ) ที่นำโดยนายพลคาลิฟา ฮัฟตาร์ กำลังสู้รบเพื่อแย่งชิงอำนาจจากรัฐบาลข้อตกลงแห่งชาติ (จีเอ็นเอ) ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้การรับรอง ฝ่ายของฮัฟตาร์มีรัสเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้การหนุนหลัง ส่วนจีเอ็นเอได้ตุรกีสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้กองกำลังของฮัฟตาร์เพลี่ยงพล้ำจากความพยายามรุกโจมตีเพื่อยึดกรุงตริโปลีจากจีเอ็นเอ ที่ได้ระบบโดรนและการป้องกันภัยทางอากาศของตุรกีช่วยให้เอาชนะฝ่ายกบฏได้หลายครั้ง นายกเทศมนตรีตริโปลีเผยว่า ทหารรับจ้างชาวรัสเซียทิ้งแนวรบชานกรุง อพยพลงใต้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กองบัญชาการแอฟริกาของกองทัพสหรัฐกล่าวว่า พวกเขาประเมินว่ารัสเซียได้ส่งเครื่องบินรบเข้าสู่ลิเบียผ่านทางซีเรีย เพื่อสนับสนุนทหารรับจ้างชาวรัสเซียที่ช่วยแอลเอ็นเอต่อสู้ เครื่องบินเหล่านี้ถูกทาสีใหม่ในซีเรียเพื่อลบเครื่องหมายของกองทัพอากาศรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในวันพุธ กองทัพสหรัฐทวีตข้อความเป็นชุดว่า เครื่องบินรบของรัสเซียเหล่านี้มีนักบินรัสเซียเป็นคนขับ และมีเครื่องบินขับไล่ของรัสเซียบินตามคุ้มกันมายังลิเบีย บ่งบอกว่ารัฐบาลรัสเซียมีความเกี่ยวข้องในระดับสูง เครื่องบินมิก29 และซู-24 ฝูงนี้มาลงที่เมืองทูบรักในภาคตะวันออกของลิเบีย จากนั้นบินไปยังเมืองจูฟราในภาคกลาง ที่เป็นฐานที่มั่นของแอลเอ็นเอ ซึ่งเครื่องบินทั้ง 14 ลำถูกส่งมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเหม็ด มิสมารี โฆษกของแอลเอ็นเอ ปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐ โดยบอกว่าเป็นข่าวลือและคำโกหก สัปดาห์ที่แล้วเขาเพิ่งประกาศว่า แอลเอ็นเอซ่อมเครื่องบินรบเก่าของลิเบีย 4 และจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซียรายหนึ่งปฏิเสธเช่นกันว่า รัสเซียไม่ได้ส่งทหารไปลิเบีย และสภาสูงของรัสเซียก็ไม่เคยถูกขอให้อนุมัติการส่งกำลังพลไปที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกยูเอ็น กล่าวว่า ยูเอ็นติดตามรายงานนี้ด้วยความกังวลอย่างยิ่ง ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง จะถือเป็นการละเมิดข้อมติปิดล้อมทางอาวุธต่อลิเบีย ปี 2554 อย่างโจ่งแจ้ง และรังแต่จะทำให้การสู้รบในลิเบียทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนชาวลิเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่อุดมน้ำมันแห่งนี้ตกสู่ภาวะโกลาหลวุ่นวายหลังจากเผด็จการมูอัมมาร์ กัดดาฟี โดนกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่นาโตหนุนหลัง ลุกฮือโค่นอำนาจเมื่อปี 2554 กองกำลังต่างๆ และฝ่ายบริหารที่เป็นคู่แข่งต่างแย่งชิงอำนาจกันไม่จบสิ้นมานับแต่นั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพรัสเซีย, กองทัพสหรัฐ, คาลิฟา ฮัฟตาร์, ลิเบีย, ส่งเครื่องบินรบช่วยกบฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
