<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ ลุยปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวง ให้สอดรับกับสถานการณ์น้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก รุกปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงคงเหลือ 5หน่วยฯ ให้สอดรับกับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน พร้อมผนึกกำลังร่วมกองทัพอากาศและกองทัพบก เตรียมวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนเพียงพอและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสำเริง &amp;nbsp;&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;แม้ปัจจุบันฝนจะตกจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่จากการติดตามสถานการณ์น้ำภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่าในขณะนี้หลายพื้นที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขังและบางพื้นที่มีปริมาณน้ำสำหรับการเกษตร และการอุปโภค-บริโภค รวมถึงปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต่างๆเพียงพอแล้ว แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่พบว่าอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนเก็บกักน้อย รวมไปถึงไปถึงพื้นที่การเกษตรบางส่วนที่ยังมีความต้องการน้ำอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น กรมฝนหลวงฯจึงได้มีการปรับแผนจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ประจำเดือนตุลาคม 2564 ให้คงเหลือจำนวน 5 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ตาก พิษณุโลก ขอนแก่น และปรับแผนเพิ่มหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.อุดรธานี เพื่อให้การปฏิบัติการฝนหลวงเกิดประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยจะเน้นช่วยเหลือในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนเก็บกักน้อย รวมไปถึงไปถึงพื้นที่การเกษตรที่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอ โดยร่วมกับกองทัพอากาศและกองทัพบก จะวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนเพียงพอ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังอีกทางหนึ่งด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากรายงานข้อมูลการขอรับบริการฝนหลวง (30 ก.ย. 2564) พบว่ามีจำนวนรวม 42 แห่ง ครอบคลุม 10 จังหวัด 28 ได้แก่ บริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จำนวน 15 แห่ง ภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 2 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 13 แห่ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จำนวน 12 แห่ง โดยจากผลการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่ 31 กันยายนที่ผ่านมาได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 3 หน่วยปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายภักดี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงในที่ 1 ตค.นี้ว่าจากผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาห์ฝนหลวงทั่วประเทศพบว่า สภาพอากาศยังไม่เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ทั้ง 5 หน่วยฯ ในช่วงเช้านี้จึงยังคงมีการติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง หากสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง พร้อมจะช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที โดยเกษตรกร และพี่น้องประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวงและติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางการติดต่อของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ทาง เพจ Facebook, Instagram, Twitter, Line Official Account, เว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และติดตามรับชมรายการ &amp;ldquo;ใต้ปีกฝนหลวง&amp;rdquo; ทางช่อง YouTube ใต้ปีกฝนหลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118469</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมฝนหลวง, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, กองทัพบก, กองทัพอากาศ, นายภักดี จันทร์เกษ, นายสำเริง   แสงภู่วงค์, ปัญหาน้ำท่วมขัง, ฝนหลวง, สถานการณ์น้ำ, อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่, แผนปฏิบัติการฝนหลวง, ใต้ปีกฝนหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156f16b7bb1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039; ผิดหวัง &#039;แอร์บูล&#039; ฟอกขาว 3 บิ๊กโปรเจกต์ทอ. ปูดขบวนการ &#039;อ-บ-จ&#039; เขมือบงบแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีที่ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า กองทัพอากาศ มีความจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ 3 โครงการ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท เนื่องจาก&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;เดิมทำให้กองทัพอากาศ (ทอ.) เสียเปรียบ และเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของ ทอ.ว่า รู้สึกแปลกใจและผิดหวังกับคำชี้แจงผบ.ทอ. เพราะข้อมูลที่ ผบ.ทอ.ชี้แจงนั้น ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ กมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วโดยสิ้นเชิงและต้องขอทำความเข้าใจกับผบ.ทอ.ว่า เรื่องการที่ กมธ.ป.ป.ช.และตน ตรวจสอบโครงการของกองทัพอากาศนั้น ไม่ใช่การโจมตีทางการเมือง แต่เป็นประเด็นความถูกต้องของระเบียบและกฎหมาย ที่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ให้เกิดการลุแก่อำนาจจนเกิดความเสียหายกับกองทัพอากาศอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ผบ.ทอ.ชี้แจงว่าการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;ทั้ง 3 โครงการในครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบ และ ทอ.ได้สอบถามกรมบัญชีกลางแล้วว่า สามารถกระทำได้ แต่จากการให้ถ้อยคำของผู้แทนจากกรมบัญชีกลางที่มาให้ข้อเท็จจริงกับ กมธ.ป.ป.ช.พบว่า ทอ.ไม่เคยมีหนังสือสอบถามกรมบัญชีกลางในเรื่องนี้เป็นลายลักษณ์อักษรเลย สอดคล้องกับคำให้การของผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ ที่ระบุว่า หาก ทอ.มีความประสงค์จะเปลี่ยน&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;จะต้องทำหนังสือหารือไปที่ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง เสียก่อน แต่ ทอ.ก็ละเลยไม่ดำเนินการ โดยฝ่ายเสนาธิการของ ผบ.ทอ.อ้างคำสั่ง ผบ.ทอ. แจ้งให้ข้าราชการผู้รับผิดชอบไม่ต้องทำหนังสือไปสอบถามกรมบัญชีกลาง แต่ให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;ไปได้เลย ซึ่งหลักฐานชัดเจนแบบนี้ ผบ.ทอ.กลับออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าทำถูกต้องได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า ที่แย่ไปกว่านั้นคือคำชี้แจงของ ผบ.ทอ.เรื่องการจัดหาวิทยุพื้นดิน-อากาศทดแทน ที่ ผบ.ทอ.ระบุว่าช่วยประเทศชาติประหยัดงบประมาณไป 510 ล้านบาทนั้น แสดงว่า ผบ.ทอ.ไม่ได้ให้ความสำคัญ หรืออาจรู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการฉ้อฉลในครั้งนี้ เพราะเรื่องนี้ได้อภิปรายในสภาฯอย่างชัดเจนว่า ใครก็ตามโปรดอย่าอ้างว่า ปรับปรุง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;แล้ว ทำให้ ทอ.ซื้อของถูกลง เพราะ กมธ.ป.ป.ช.ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ ทอ.ส่งมาให้แล้วพบว่าโครงการมูลค่า 900 ล้านบาท มีการตัดเนื้องานออกไป 2 รายการ มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท แต่กลับไม่ปรับราคากลางให้เหลือ 400 ล้านบาทตามรายละเอียดใหม่ของโครงการ เมื่อ ทอ.ดำเนินกระบวนการจัดซื้อยังคงกำหนดราคากลางไว้เหมือนเดิมคือประมาณ 900 ล้านบาท และเมื่อ กมธ.ป.ป.ช.ตรวจเชิงลึกไปที่การเสนอราคาของบริษัทที่ ทอ.เชิญให้มาเสนอราคานั้นพบว่า มี 2 รายที่เสนอราคามาที่ 834 ล้านบาท แต่มีบริษัทอีกรายที่เสนอราคาตามความเป็นจริงตามรายละเอียดของงานที่ปรับใหม่ และต่ำกว่าราคากลางถึงราว 400 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ ผบ.ทอ.ระบุว่าการเปลี่ยน&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;ทำให้เกิดการแข่งขันและทำให้ประหยัดไปได้ 510 ล้านบาท จึงเป็นแค่คำกล่าวอ้างให้ดูดีเท่านั้น แต่ความสกปรกอยู่ที่คนอนุมัติ&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;และฝ่ายเสนาธิการที่สั่งแก้&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;รู้ดีว่ามีการลดสเปคด้วยการตัดเนื้องานออกไป 500 ล้านบาท คณะกรรมการราคากลางก็ทราบว่าเนื้องานหายไป แต่เหตุใด ทอ.จึงยืนยันราคากลางไว้เหมือนเดิมไม่ปรับลดลงตามความจริง เช่นเดียวกับบริษัทเอกชนที่เหตุใดกล้าเสนอราคาเกินกว่าเนื้องานที่ปรากฎใน&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;มากกว่า 1 เท่าตัว ยังดีที่มีอีกบริษัทที่เสนอคาคามาเพียง 400 กว่าล้านบาทใกล้เคียงกับเนื้องานจริง&amp;rdquo;&amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวถึงโครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD)&amp;nbsp;มูลค่าโครงการ 940 ล้านบาทด้วยว่า แม้ ผบ.ทอ.ระบุว่า ได้จรวดป้องกันฐานบินจากอิสราเอล และผ่านการใช้งานในการสู้รบจริง (Combat Proven)&amp;nbsp;ในสมรภูมิต่างๆ มาแล้ว ก็เป็นความเห็นส่วนตีว แต่ กมธ.ป.ป.ช.มีหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องการทุจริต ซึ่งโครงการนี้ส่งกลิ่นเหม็นเน่ามาก เพราะ ทอ.ดำเนินการจัดหาโครงการนี้ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง คือการเลือกบริษัทเพียงรายเดียวให้มาเสนอราคา ทั้งๆที่มีบริษัทหลายรายต้องการเข้าแข่งขัน ซึ่งไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เนื่องจาก ทอ.ระบุตลอดมาว่าต้องการให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม แต่ในโครงการ&amp;nbsp;GBAD&amp;nbsp;นี้มีเอกสารหลักฐานชัดเจนว่า มีการกีดกันไม่เปิดโอกาสให้ผู้เสนอราคารายอื่นๆ เข้าเสนอราคาได้ การที่ ท.อ.ปฏิเสธไม่ให้มีผู้เสนอราคารายอื่นเข้าเสนอราคาถือว่ามีพิรุธอย่างชัดเจน เพราะเมื่อมีบริษัทเพียงรายเดียวย่อมสามารถตั้งราคาได้ตามอำเภอใจ และที่สำคัญก็คือ กมธ.ป.ป.ช. มีหลักฐานการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;ที่มีการลดสเปคอย่างเห็นได้ชัด แต่ ท.อ.ก็ไม่ปรับลดราคากลางเหมือนเช่นเคย แถมงวดนี้เลือกบริษัทให้เข้ามาเสนอราคาเพียงรายเดียวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คำครหา แต่อาจเป็นกระบวนการหากินงบประมาณแผ่นดินที่คนใน ทอ.รู้ดี และเรียกขบวนการนี้ว่า อบจ.&amp;nbsp;ส่วนใครเป็นใครถามญาติพี่น้องใน ทอ.คงตอบคำถามนี้ได้ไม่ยาก เรื่องผิดปกติแบบนี้และมีการตรวจสอบของสภาฯ ผมเชื่อว่าถ้าเป็น ผบ.ทอ.ท่านอื่น คงรีบตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว แต่ ผบ.ทอ.ท่านนี้กลับฟอกขาวโครงการ ด้วยการยืนยันว่าเป็นเรื่องถูกต้องซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอมติ กมธ.ป.ป.ช.เพื่อเชิญ ผบ.ทอ.มายืนยันคำพูดต่างๆที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และให้ถ้อยคำกับเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อฯที่ไม่ชอบต่อไป&amp;ldquo;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปปช., กองทัพอากาศ, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152af4b105bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอร์บูล&#039; เปิดใจแก้ทีโออาร์จัดซื้อยุทโธปกรณ์ ช่วยลดงบได้มาก การันตี &#039;ผบ.ทอ.&#039; คนใหม่ครบเครื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงการใช้งบประมาณของกองทัพอากาศว่า เราจะใช้งบประมาณที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการซ่อมบำรุงเครื่องบิน ซึ่งปี 2565 มีโปรเจ็คประมาณ 10 โครงการ แต่เมื่อมีการปรับลดงบประมาณปี 2565 ลง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19นั้น เกือบทุกโครงการที่ยังไม่จำเป็นเราได้ชะลอไว้ก่อน ทั้งนี้ตนเน้นเรื่องความถูกต้องเป็นหลัก โดยทุกอย่างต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐพ.ศ. 2560 ที่มีกฎระเบียบค่อนข้างเยอะ บางโครงการเราพิจารณานานมาก เพราะต้องดูรายละเอียดต่างๆ และหารือกับกรมบัญชีกลางตลอดว่าทำได้หรือไม่ ถูกกฎหมายหรือไม่ บางครั้งอาจต้องยกเลิกทีโออาร์หรือแก้ไขทีโออาร์ใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดการล็อกสเปก และเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาเราต้องเปิดการแข่งขันอย่างเสรีให้ทุกบริษัทที่มีขีดความสามารถเข้ามาแข่งขันกันอย่างถูกต้อง เช่น โครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ ทำให้ประหยัดงบประมาณไป 510 ล้านบาท จากที่ตั้งราคากลางไว้สูงมาก แต่เมื่อปรับปรุงทีโออาร์ทำให้ราคาลดลงไปมาก ประหยัดงบประมาณของประเทศชาติ เพราะเงินที่เหลือเราก็คืนส่วนกลางทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แต่ยังมีฝ่ายการเมืองพุ่งเป้าโจมตีกองทัพอากาศเรื่องการแก้ไขทีโออาร์ในโครงการต่างๆที่ผ่านมา พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า ถ้าถูกแล้วตนจะไปรื้อทำไมเพราะที่ผ่านมากองทัพอากาศเสียเปรียบมาตลอด ตนรักษาผลประโยชน์กองทัพเป็นหลัก อะไรที่กองทัพอากาศได้ประโยชน์มากสุด ตนก็ทำ อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ไม่ทำ เพราะถ้าทำไปแล้วเกิดอะไรขึ้นผู้ใต้บังคับบัญชาจะซวยเอา โดยเฉพาะคณะกรรมการจัดซื้อ คณะกรรมการตรวจรับ และคณะกรรมการทีโออาร์ก็โดนหมด ดังนั้นตนต้องตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วน แต่ละโครงการกว่าจะออกมาได้ทีโออาร์ดูแล้วดูอีก รวมถึงเรื่องสัญญาต่างๆด้วย ตนก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมาเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศด้วยซ้ำ แต่เมื่อมาเป็นแล้วก็พยายามทำให้ทุกอย่างเพื่อกองทัพให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เหตุใดจึงยังมีใบปลิวอิเล็กทรอนิกส์โจมตีกองทัพอากาศอยู่อย่างต่อเนื่อง พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า เป็นบริษัทที่เสียประโยชน์หรือไม่ เพราะลึกๆแล้วมีรายละเอียดค่อนข้างมากจนไม่อยากโจมตีใครและไม่อยากไปทะเลาะหรือเถียงกับใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นห่วงโครงการใดที่จะต้องสานต่อเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า กองทัพอากาศมีโครงการต่อเนื่องอยู่แล้ว และใช้งบประมาณผูกพันตามขั้นตอน ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ส่วนการดูแลเรื่องสวัสดิการกำลังพลนั้น พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ดูแลเอาใจใส่กำลังพลดีมาก เพราะตนเป็นเพื่อนที่มีความสนิทกัน เมื่อเกษียณฯแล้วตนจบก็คือจบจะไม่เข้ามาอะไรทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามพล.อ.อ.นภาเดชถือ ถือเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับในการดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่มาก เพราะผ่านประสบการณ์มาหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยศึกษา โดยเคยเป็นผู้บังคับการกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ ที่เป็นต้นแบบของนักเรียนทหารอากาศ รวมถึงยังเคยเป็นผู้บังคับการฝูงบินและ เป็นผู้การกองบิน ผ่านฝ่ายอำนวยการต่างๆมา รวมถึงเคยเป็นผู้ช่วยทูตทหารด้วย ถือว่าทุกอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เพื่อนๆคนอื่นที่เรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกันที่ไม่ได้ตำแหน่ง ได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้วหรือไม่ พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้ว สบายมากเพราะทุกคนมีความเป็นสุภาพบุรุษกันทั้งนั้น ตำแหน่งมีแค่ตำแหน่งเดียว ซึ่งอาจเป็นเพราะรุ่นของตนมีคนเก่งเยอะก็ได้เลยขึ้นมาพร้อมๆกัน จากนี้เราก็ช่วยกันทำงานได้ ไม่มีปัญหาอะไร เราคุยกันได้ด้วยดีตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118018</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศ, จัดซื้อยุทโธปกรณ์, ผบ.ทอ., พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151b403f0dc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทัพฟ้า&#039; แจงดราม่าใช้เครื่องบินขนมังคุดแลกลำไย อยู่ในแผนการฝึก-ไม่ได้เพิ่มเที่ยวบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - พลอากาศโท ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ การนำเครื่องบิน SAAB 340 มาใช้ในภารกิจขนมังคุด สุราษฎร์ธานี ไปแลกกับลำไย ที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน นั้น ไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการบิน ซึ่งเป็นการใช้ทรัพย์สินผิดประเภท ว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะกองทัพอากาศ มีแผนการฝึกของนักบินในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว เพื่อพัฒนากำลังพล ดังนั้น การช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงนี้ ควบคู่ไปกับการฝึกบิน จึงถือเป็นการได้ประโยชน์ ไม่ปล่อยให้บินไปเสียเปล่า ไม่ใช่เป็นการเพิ่มเที่ยวบินเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศ, มังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6111f6bde294a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.พบปมน่าสงสัยจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของทัพอากาศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2) &amp;nbsp;โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มูลค่ารวมเกือบ 3 พันล้านบาทว่า คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้เกี่ยวข้องจาก ทอ.มาชี้แจงแล้ว 2 ครั้ง และยังอยู่ระหว่างการเชิญผู้แทนจาก ทอ.ที่เกี่ยวข้องมาแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยในเบื้องต้น ผู้แทนจาก ทอ.ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการปรับปรุงขอบเขตความต้องการของโครงการ (SOPR) และขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง (TOR) ทั้ง 3 ท่าน ยอมรับว่ามีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของ SOPR และ TOR จริง และยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำไปตามสั่งการของ ผบ.ทอ. มิได้กระทำขึ้นโดยพลการแต่อย่างใด และการดำเนินการดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจากฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาว่า สามารถกระทำได้ เพราะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และสาระสำคัญแต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
โดยเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศที่รับผิดชอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างยืนยันว่าได้สอบถามไปยังกรมบัญชีกลางแล้วว่าสามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตามที่ ผบ.ทอ.ต้องการได้ อย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมาธิการขอดูหนังสือราชการที่ ทอ.หารือไปยังกรมบัญชีกลาง เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศตอบแต่เพียงว่า ไม่ได้มีการทำหนังสือสอบถามไปเป็นทางการ เป็นแต่เพียงการยกหูโทรศัพท์ไปขอคำปรึกษาเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นนี้จึงทำให้คณะกรรมาธิการยังไม่สามารถเชื่อได้ว่า การดำเนินการเปลี่ยนแปลง SOPR และ TOR ตามสั่งการของ ผบ.ทอ.นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะยังไม่มีความเห็นของหน่วยงานรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ อีกทั้ง ทอ.ยังไม่มีหนังสือยืนยันจากสำนักงบประมาณซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 64 และคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณปี 64 (ครุภัณฑ์) ระบุว่า ทอ.สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการได้ &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ต้องเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ มาตอบข้อซักถามและแถลงข้อเท็จจริงในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรณีที่ผู้แทนจาก ทอ.ชี้แจงว่า การที่ ผบ.ทอ.ท่านปัจจุบันต้องสั่งการให้มีการเปลี่ยนแปลง SOPR และ TOR ของ 3 โครงการดังกล่าว เป็นเพราะของเดิมที่ทำไว้ในสมัยอดีต ผบ.ทอ.ท่านที่แล้ว เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ และอาจขัดต่อกฎหมาย จึงจำเป็นต้องแก้ไขนั้น เมื่อผู้แทน ทอ.ชี้แจงมาเช่นนี้ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเท่ากับยอมรับว่ามีผู้ที่ดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย แต่จะเป็นของเดิมหรือของใหม่นั้น ก็คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคณะกรรมาธิการฯได้มีมติเชิญ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีต ผบ.ทอ. เข้าชี้แจงในประเด็นที่ถูกพาดพิงทั้งหมดต่อไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้แทน ทอ.ชี้แจงว่าโครงการทั้ง 3 โครงการซึ่งระบุวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการที่ผ่านรัฐสภาจนออกเป็นกฎหมายเรียบร้อยนั้นขัดต่อกฎหมายเสียเอง ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะไม่ได้เป็นการกล่าวหาเฉพาะกระบวนการภายในของ ทอ. และข้าราชการระดับสูงของ ทอ.เท่านั้น แต่เป็นการกล่าวหาผู้ที่อยู่ในกระบวนการออกกฎหมายทั้งหมดว่ามีส่วนร่วมในการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงกลาโหม สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณปี 64 (ครุภัณฑ์) คณะกรรมาธิการงบประมาณปี 64 สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา รวมทั้ง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะรัฐมนตรีที่เป็นผู้เสนอกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่องนี้คณะกรรมาธิการฯจะตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป เนื่องจากสิ่งที่ ทอ.ชี้แจงมานั้นอ้างถึงนั้น เป็นเพียงการอ้างถึง พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ เท่านั้น แต่กระบวนการออกกฎหมายยังมี พรบ.อีกหลายฉบับที่ใช้บังคับหน่วยงานต่างๆ ให้ต้องปฏิบัติตาม เช่นโครงการ 3 โครงการของ ทอ.นั้น ต้องคำนึงถึง พรบ.ไม่ต่ำกว่า 5 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณพ.ศ. 2561และ พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. 2560 ซึ่งการแก้ไข SOPR และ TOR ของ ทอ.ในครั้งนี้ อาจเป็นการกระทำโดยพลการ เป็นการปฏิบัติที่เกินกว่าอำนาจ และอาจขัดกับ พรบ.ฉบับอื่นๆ ที่ใช้บังคับหน่วยงานต่างๆให้ปฏิบัติตามก็เป็นไปได้เช่นกัน ยังไม่รวมถึง สิ่งที่ผู้แทน ทอ.ชี้แจงยังไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุนทิศทางทางการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศตามที่รัฐบาลเองเป็นผู้กำหนด ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะรีบตรวจสอบและทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด เนื่องจากโครงการดังกล่าวต้องใช้งบประมาณหลายพันล้านในการจัดหา จึงต้องทำให้ถูกกฎหมายและเป็นประโยชน์กับกองทัพอากาศและประเทศชาติมากที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111800</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, กองทัพอากาศ, จัดซื้อยุทโธปกรณ์, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bd27cc6fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BDMS ร่วมกับ ทอ. จัดตั้งโรงพยาบาลสนามธูปะเตมีย์ รับผู้ป่วยโควิดสีเหลือง 100 เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 กรกฎาคม 2564 เวลา 08.00 น. พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย นายแพทย์ ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ แพทย์หญิง ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ. (ธูปะเตมีย์) ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ. (ธูปะเตมีย์) ได้รับการสนับสนุนอาคารสถานที่จากกองทัพอากาศ โดย BDMS ได้เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ วางระบบโรงพยาบาลสนาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มมากขึ้นตามสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้โรงพยาบาลต่างๆ ไม่สามารถจัดสรรเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ. เมธินี ไหมแพง รองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 BDMS และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ. (ธูปะเตมีย์) มีความพร้อมรองรับผู้ป่วย โควิด-19 ได้จำนวน 100 เตียง โดยรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงปานกลาง ผ่านทีมแพทย์ของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ นอกจากจะมีระบบอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว &amp;nbsp;BDMS ยังได้นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เรามีหุ่นยนต์อัจฉริยะ (เฮลท์ตี้บอท) จำนวน 5 ตัว ที่จะช่วยนำส่งอาหารและยาให้แก่ผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ นอกจากนั้น เรายังนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดูแลรักษาเพื่อลดการสัมผัสผู้ป่วย เป็นการจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่จำกัดให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด โดยทีมแพทย์ที่ประจำอยู่ ณ โรงพยาบาลสนามฯ และโรงพยาบาลในเครือข่าย BDMS จะตรวจและติดตามอาการ รวมทั้งพูดคุยกับผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดผ่านทางหน้าจอแบบออนไลน์ ส่งผลให้สามารถบริหารจัดการตามอาการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากผู้ป่วยมีอาการเข้าข่ายรุนแรงหรือเข้าขั้นวิกฤติ (สีแดง) เราจะประสานงานกับโรงพยาบาลในเครือ BDMS เพื่อนำส่งผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤติไปรักษาตัวต่อทันที เพราะเราคำนึงถึงความความปลอดภัยสูงสุดเป็นสำคัญ&amp;rdquo; พญ. เมธินี กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนามบีดีเอ็มเอส สนามกีฬา ทอ. (ธูปะเตมีย์) ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิเวชดุสิตในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และหน่วยงานต่างๆ อาทิ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), มูลนิธิ ทองพูล หวั่งหลี และครอบครัว, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด และบริษัท วินบริดจ์ จำกัด เป็นต้น โดยได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานโรงพยาบาลสนามตรงตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด สามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฏาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111258</URL_LINK>
                <HASHTAG>BDMS, กองทัพอากาศ, ธูปะเตมีย์, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์, แพทย์หญิง ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ff9bfac4edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรดึงมือทหารกู้วิกฤติผลผลิตเกษตรกรล้นตลาด    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกษตรดึงมือทหารกู้วิกฤติผลผลิตเกษตรกรล้นตลาด ช่วยรับซื้อผลผลิต &amp;ndash;สนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร นำร่องหน้าค่ายทหาร-หน่วยงานในสังกัด 42 แห่ง 25 จังหวัดเป็นตลาดซื้อ-ขายสินค้าเกษตร หวังแบ่งเบาความเดือดร้อนเกษตรกรช่วงวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)ที่ต่อเนื่องมาถึงระลอก 3 ส่งผลกระทบให้ผลผลิตเกษตรที่กำลังจะทยอยออกสู่ตลาดทั้งไม้ผล ไม้ดอก และพืชผักต่างๆ ไม่สามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้ อีกทั้งภาคธุรกิจและสถานบริการหลายแห่งปิดตัวลงทำให้ลดจำนวนการสั่งซื้อสินค้าเกษตรลง ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรปีนี้ของไทยทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นผลผลิตปศุสัตว์ ประมง ผัก ผลิตภัณฑ์นม ไข่ สินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตทางการเกษตรรวมไปถึงผลไม้ตามฤดูกาลประสบปัญหาล้นตลาด ราคาตกต่ำลงอย่างมาก ทั้งหมดจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการเร่งหามาตรการและช่องทางตลาดใหม่ๆเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทยให้รอดพ้นภาวะวิกฤติช่วงนี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ทองเปลว กองจันทร์  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้น กระทรวงเกษตรฯได้ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผนึกกำลังในการคิดค้นมาตรการและสร้างกลไก เครือข่ายทางการตลาดใหม่ๆที่สอดคล้องกับภาวะวิกฤติโควิดและความเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งการบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรไทยให้อยู่รอดแบบยั่งยืน มีการกระจายสินค้าเกษตรสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญล่าสุดคือ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู) ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงกลาโหม ในการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรตามความต้องการและศักยภาพของหน่วย เช่น ผลผลิตปศุสัตว์ ประมง ผักและผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์นม ไข่ สินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญอื่นๆ เป็นต้น และการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้ข้าราชการทหารและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ มีโอกาสได้เข้าถึงผลผลิตทางการเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือฯจะมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดในระดับพื้นที่ร่วมกันสำรวจความต้องการรับซื้อและความพร้อม/ศักยภาพพื้นที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยเบื้องต้นจะมีการนำร่องจำนวน 42 แห่งครอบคลุมพื้นที่ 25 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับตัวอย่างสินค้าผลผลิตทางการเกษตรที่คาดว่าจะมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ในช่วง 6 เดือนนี้ (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564) ได้แก่ ผลไม้-ลำไยสด มะม่วงมหาชนก มะม่วงเขียวมรกต แก้วมังกร พืชผัก-พริก กระเทียม กะหล่ำปลี สินค้าปศุสัตว์-ไข่ไก่ ไข่เป็ด และสินค้าประมง-กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งก้ามกราม ปลากะพง เป็นต้น โดยได้มอบหมายกรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด จัดทำข้อมูลผลผลิตทางการเกษตร ในปี 2564 ที่ประสงค์ให้กระทรวงกลาโหมรับซื้อและจัดจุดจำหน่ายและมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักจัดทำข้อมูลและแผนปฏิบัติการที่จะดำเนินงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม&amp;rdquo; ดร.ทองเปลว กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ทองเปลว กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯได้เตรียมมาตรการในการบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรทั้งในภาวะปกติและในช่วงภาวะวิกฤติของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19ไว้อย่างครบวงจรตั้งแต่ก่อนถึงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาด อาทิ การจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ(ลิ้นจี่) การจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ การจัดทำโครงการพัฒนาEcosystemเพื่อจำหน่ายผลไม้ไทยครบวงจรบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การจัดหาช่องทางจำหน่ายและกระจายสินค้าด้านการเกษตรต่างๆ ให้กับเกษตรกร ได้แก่ ตลาด Modern trade เช่น Tesco Lotus, Big C และ Makro ตลาดกลางค้าส่งขนาดใหญ่ เช่น ตลาดไท ตลาดเฉพาะกิจ เช่น จำหน่ายสินค้าในรูปแบบค้าส่งร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นต้น แต่ด้วยแนวโน้มของสถานการณ์ของโรคโควิด-19ยังคงวิกฤติอย่างต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรฯจำเป็นที่จะต้องเร่งหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อขยายช่องทางตลาดในการระบายสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดให้มากที่สุดเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวรัฐรินทร์ สว่างสาลีรัฐ ประธาน Young Smart Farmer จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า การจับมือระหว่างกระทรวงเกษตรและกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ถือเป็นแนวคิดที่ดีที่ทหารช่วยซื้อผลผลิตของเกษตรกรและเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้เกษตรกรได้มีตลาดจำหน่ายและลดปัญหาความเดือดร้อนจากการหาตลาดไม่ได้ คนซื้อน้อยลง ซึ่งตนมองว่ากระทรวงกลาโหมมีหน่วยงานในสังกัดกระจายอยู่ทุกจังหวัด จึงถือเป็นตลาดที่ใหญ่มีครอบครัวทหารทั่วประเทศหลายล้านคนซึ่งจะช่วยระบายสินค้าเกษตรได้เป็นจำนวนมาก และหวังว่าในอนาคตกระทรวงเกษตรฯจะหาแนวทางในการจับมือกับกระทรวงอื่นๆเพิ่มเติม อาทิ กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีหน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลทั่วประเทศหลายสิบล้านคน หรือแม้แต่โรงเรียนและสถานบันการศึกษา หากสามารถเข้าไปเจาะช่องทางตลาดหน่วยงานตรงเพิ่มเติมได้ ก็จะแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำได้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดสระแก้ว ปัจจุบันเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญหลายชนิด เช่น พืชผักอินทรีย์ มะม่วง กระท้อน และลำไย โดยเกษตรกรได้มีการรวมตัวเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ปลูกผักเกษตรอินทรีย์จังหวัดสระแก้ว และกลุ่มเครือข่ายYoung Smart Farmer กว่า400 ราย มีผลผลิตออกสู่ตลาดปีละหลายพันตัน เช่น ผักอินทรีย์ มีผลผลิตประมาณ 5 ตัน/เดือน มะม่วง ผลิตปีละ 3 ครั้ง มีผลผลิตประมาณ 400-500 ตัน/รอบการผลิต กระท้อน 200 ตัน/ปี เป็นต้น ซึ่งก่อนเกิดวิกฤติมีตลาดจำหน่ายหลักๆ คือ ตลาดชุมชน ตลาดไท และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ส่วนมะม่วงก็ส่งเข้าโรงงานเพื่อแปรรูป แต่หลังจากเกิดวิกฤติโรงงานปิดและหยุดรับซื้อ ตลาดค้าส่งและห้างสรรพสินค้าก็สั่งซื้อน้อยลง ทำให้ผลผลิตล้นตลาดจำนวนมาก เลยหันมาเปลี่ยนช่องทางตลาดแบบขายปลีกแทนเพื่อประคองสถานการณ์ให้ผ่านวิกฤติในช่วงนี้ไปให้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของกระทรวงเกษตรฯ ในการเดินหน้าสร้างมาตรการและสร้างเครือข่ายทางการตลาดใหม่ ๆ ในการหาทางออกให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดจากภาวะวิกฤติต่างๆ รวมทั้งภาวะวิกฤติโควิด-19 ได้บรรเทาความเดือดร้อน ทั้งนี้ นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ยังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ทั่วประเทศได้โดยตรงอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, กระจายผลผลิตทางการเกษตร, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กองทัพบก, กองทัพอากาศ, กองทัพเรือ, กองบัญชาการกองทัพไทย, ดร.ทองเปลว กองจันทร์, ตลาดสินค้าเกษตรไทย, ทหาร, นางสาวรัฐรินทร์ สว่างสาลีรัฐ, ประธาน Young Smart Farmer, ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู), วิกฤติผลผลิตเกษตรกรล้นตลาด, เกษตร, โครงการพัฒนาEcosystem</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e513ce1e00a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
