<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพสหรัฐส่งโดรนกระสวยอวกาศสานต่อโครงการลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอากาศสหรัฐประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดแอตลาส 5 เพื่อนำโดรนอวกาศไฮเทค เอ็กซ์-37บี ที่ทำงานเหมือนกระสวยอวกาศเวอร์ชันย่อส่วน ขึ้นสู่วงโคจรในโครงการลับรอบที่ 6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยังไม่ชัดเจนว่าภารกิจครั้งนี้จะอยู่ในอวกาศนานเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จรวดแอตลาส 5 นำโดรนอวกาศ เอ็กซ์-37บี ทะยานขึ้นจากฐานปล่อย 41 ของสถานีกองทัพอากาศที่แหลมคานาเวอรัล เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและบีบีซีกล่าวว่า ภารกิจปล่อยจรวดจากแหลมคานาเวอรัล มลรัฐฟลอริดา ของกองทัพอากาศสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดขึ้นล่าช้า 1 วันจากกำหนดเดิมเนื่องจากปัญหาสภาพอากาศเมื่อวันเสาร์ไม่อำนวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จรวดนำส่งขนาดยักษ์แอตลาส 5 ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยเมื่อเวลา 09.14 น. (ตรงกับ 20.14 น.วันเดียวกันของไทย) เพื่อนำโดรนอวกาศเอ็กซ์-37 บี หรือที่เรียกว่ายานทดสอบวงโคจร (โอทีวี) ขึ้นสู่อวกาศ โครงการนี้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2552 และภารกิจครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ของโดรนลำนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซ์-37 บีที่ผลิตโดยโบอิ้งลำนี้ มีรูปร่างคล้ายกับกระสวยอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) ที่ยุติโครงการไปเมื่อปี 2554 แต่เครื่องบินขนาดย่อส่วนที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ลำนี้ไม่มีมนุษย์ขับเคลื่อน และใช้พลังงานสุริยะ ซึ่งทำให้ยานโคจรได้นานขึ้น โดรนลำนี้มีความยาว 29 ฟุต (9 เมตร) ความกว้างรวมปีก 2 ข้าง 15 ฟุต (4.5 เมตร) และหนัก 4,989 กิโลกรัม สามารถบินด้วยระบบอัตโนมัติผ่านชั้นบรรยากาศกลับสู่โลกและลงจอดบนรันเวย์ได้แบบเดียวกับกระสวยอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอแสดงความยินดีกับภารกิจครั้งที่ 6 ของยานอวกาศที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เอ็กซ์-37บี&amp;quot; มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ทวีตภายหลังการปล่อยจรวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดรนลำนี้จะอยู่ในวงโคจรนานหลายเดือน และทำการทดลองหลายอย่างบนอวกาศ ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมสหรัฐเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจและขีดความสามารถของโดรนในโครงการลับนี้น้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ บาร์บารา แบร์เรตต์ รัฐมนตรีทบวงกองทัพอากาศ เคยกล่าวไว้ว่า โดรนเอ็กซ์-37บี จะนำดาวเทียมวิจัยขนาดเล็ก ที่เรียกว่า ฟอลคอนแซต-8 ขึ้นไปทำการทดลองเพิ่มมากกว่าภารกิจที่ผ่านๆ มา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทดลองที่ว่านี้รวมถึงการทดสอบผลกระทบของรังสีต่อเมล็ดพืชและวัตถุอื่นๆ และการเปลี่ยนพลังงานสุริยะให้เป็นพลังงานไมโครเวฟคลื่นความถี่วิทยุที่สามารถส่งกลับมายังพื้นผิวโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซ์-37บี ถูกส่งขึ้นปฏิบัติภารกิจครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ภารกิจที่ประสบความสำเร็จทั้ง 5 ครั้งที่ผ่านมาทำให้ยานลำนี้โคจรรอบโลกเป็นระยะทางมากกว่า 1,000 ล้านไมล์ และใช้เวลาอยู่บนอวกาศนาน 2,865 วัน หรือ 7 ปี 9 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจครั้งล่าสุดของโดรนลำนี้เสร็จสิ้นลงเมื่อเดือนตุลาคม 2562 หลังจากอยู่ในวงโคจรนานถึง 780 วัน โดยกลับมาลงจอดที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66247</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศสหรัฐ, จรวดแอตลาส 5, ยานทดสอบวงโคจร, เอ็กซ์-37บี, โดรนอวกาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec238fd0bc7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นปรับปรุงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอากาศสหรัฐยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป มินิตแมน 3 ที่ไม่ได้ติดหัวรบโดยใช้ยานกลับสู่โลกชนิดใหม่ หวังยกเครื่องขีปนาวุธชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศรุ่นเก่าให้มีความทันสมัยขึ้น หลังจากวันก่อนกองทัพเรือเพิ่งประกาศติดตั้งมิสไซล์ติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กอานุภาพทำลายล้างต่ำบนเรือดำน้ำลำหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ อ้างคำแถลงของกองทัพอากาศสหรัฐว่า ขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) มินิตแมน 3 ลูกนี้ถูกปล่อยจากฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์กในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเวลา 15.30 น.ของวันพุธตามเวลาไทย ไอซีบีเอ็มซึ่งไม่ได้ติดหัวรบลูกนี้ร่อนข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นระยะทาง 4,200 ไมล์ (6,700 กิโลเมตร) ไปตกที่เกาะปะการังรูปวงแวนควาจาไลน์ ในหมู่เกาะมาร์แชล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงชี้แจงว่า การทดสอบครั้งล่าสุดที่ใช้ยานกลับสู่โลกชนิดใหม่นี้ เป็นการทดสอบยิงเพื่อการพัฒนาอาวุธ ไม่ใช่การยิงทดสอบตามปกติแบบเดียวกับการทดสอบเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาอากาศโทโอมาร์ โคลเบิร์ต แห่งฝูงบินทดสอบ 576 กล่าวว่า มินิตแมน 3 นั้นเก่าแล้ว และโครงการปรับปรุงอาวุธให้ทันสมัยเช่นที่ทดสอบครั้งนี้มีความจำเป็นต่อการรับประกันว่าสหรัฐมีการป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ที่พึ่งพาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มินิตแมน 3 เป็นขีปนาวุธชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในคลังแสงของสหรัฐมานับแต่ปี 2548 โดยเก็บไว้ในคลังแสงที่ฐานทัพสหรัฐ 3 แห่ง ในรัฐไวโอมิง, นอร์ทดาโคตา และมอนแทนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของกองทัพเรือสหรัฐยังมีมิสไซล์ไทรเดนท์ ที่ติดตั้งไว้บนเรือดำน้ำหลายลำ ขณะเดียวกันสหรัฐยังมีเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธวิธีที่ติดตั้งมิสไซล์ติดหัวรบนิวเคลียร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกองทัพอากาศกล่าวว่า การทดสอบครั้งนี้วางแผนล่วงหน้ามานานหลายเดือนแล้ว และไม่ได้เป็นการตอบสนองหรือเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบเหตุการณ์ระดับโลกหรือความตึงเครียดระดับภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้น 1 วันไล่หลังกองทัพเรือสหรัฐประกาศว่า เป็นครั้งแรกที่สหรัฐติดตั้งมิสไซล์พิสัยไกลรุ่นใหม่ที่ติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดค่อนข้างเล็กรุ่น W76-2 ที่มีอานุภาพทำลายล้างต่ำ บนเรือดำน้ำของสหรัฐลำหนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นการเสริมการป้องปรามด้านนิวเคลียร์เพื่อรับมือข้าศึก เช่น รัสเซีย ไม่ให้ใช้อาวุธลักษณะเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56508</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศสหรัฐ, ขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป, มินิตแมน 3, ยิงทดสอบขีปนาวุธ, ไอซีบีเอ็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางเหนือแปซิฟิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอากาศสหรัฐยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางลูกหนึ่งตกใส่มหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อวันพฤหัสบดี เป็นการทดสอบอาวุธปล่อยเชิงรุกครั้งที่ 2 ในรอบ 4 เดือนนับแต่สหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางที่สหรัฐทำไว้กับรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562&amp;nbsp; / DoD / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 อ้างคำแถลงของโฆษกฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์กของสหรัฐ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครลอสแองเจลีส ว่ากองทัพอากาศยิงทดสอบขีปนาวุธตามแบบลูกหนึ่งจากฐานทัพแห่งนี้เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น.วันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น (23.30 น.วันเดียวกันของไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันโทโรเบิร์ต คาร์เวอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า ขีปนาวุธชนิดยิงจากภาคพื้นลูกนี้ร่อนไกลกว่า 500 กิโลเมตร ก่อนจะตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิก ข้อมูลที่รวบรวมได้และบทเรียนที่ได้จากการทดสอบครั้งนี้ กระทรวงจะนำไปใช้เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของขีปนาวุธพิสัยกลางในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทดสอบเมื่อวันพฤหัสบดีเป็นการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ชนิดยิงจากภาคพื้นดินครั้งที่ 2 นับแต่สหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สนธิสัญญาที่สองฝ่ายลงนามเมื่อปี 2530 ฉบับนี้ห้ามการทดสอบขีปนาวุธชนิดที่สหรัฐเพิ่งทดสอบเมื่อวันพฤหัสบดี และมิสไซล์ครูซที่สหรัฐทดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม กองทัพอากาศสหรัฐก็เพิ่งยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป มินิตแมน 3 ซึ่งไม่อยู่ภายใต้ไอเอ็นเอฟ จากฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์กแห่งนี้ โดยขีปนาวุธกลับสู่ชั้นบรรยากาศลูกนี้ตกบริเวณหมู่เกาะปะการังวงแหวนควาจาเลนในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ห่างออกไป 4,200 ไมล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า การทดสอบเหล่านี้อาจถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงเกาหลีเหนือ ที่แสดงอาการข่มขู่ด้วยนิวเคลียร์ข้ามแปซิฟิกด้วยการทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้, กลาง และไกลแล้วหลายครั้ง และเมื่อไม่นานมานี้เกาหลีเหนือบอกเป็นนัยว่าจะทำการทดสอบอีกครั้งเพื่อเป็น &amp;quot;ของขวัญคริสต์มาส&amp;quot; หากสหรัฐไม่ยอมโอนอ่อนให้ในการเจรจานิวเคลียร์ก่อนสิ้นปีนี้ และทำให้สหรัฐกล่าวเตือนเมื่อวันพุธว่า เกาหลีเหนือจะเผชิญผลลัพธ์ หากทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์หรือมิสไซล์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52424</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศสหรัฐ, ขีปนาวุธพิสัยกลาง, ทดสอบขีปนาวุธ, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df3939dd5555.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
