<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กองทัพเรือภาค 2&#039; ส่งเรือผลักดันน้ำช่วยชาวสงขลารับมืออุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63 - ที่บริเวณประตูระบายน้ำปลายคลองหัวขี้เหล็ก ม.2 ต.ทำนบ อ.สิงหนคร จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ กรมอู่ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่ทหารเรือกองทัพเรือภาค 2 นำเรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือ จำนวน 10 ลำ พร้อมกับอุปกรณ์ มาติดตั้งบริเวณสะพานคลองระบายน้ำบ้านหัวขี้เหล็ก ในพื้นที่ ม. 2 ต.สทิ้งหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา เพื่อเร่งระบายน้ำในคลอง พื้นที่ อ.สิงหนคร และอำเภอสทิงพระ ลงสู่ทะเลสาบสงขลาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรับมืออุทกภัยในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากสถานการณ์ที่ผ่านมาฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดสงขลาติดต่อกันอย่างต่อเนื่องหลายวันซึ่งมีหลายพื้นที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ มีน้ำท่วมขังระบายไม่ทันเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ อ.สิงหนคร อ.สทิงพระ และ อ.ระโนด ของ จ. สงขลา ทางศูนย์บรรเทาสาธารณะภัย ทัพเรือภาคที่2 และศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ จึงนำเรือผลักดันน้ำมาติดตั้งเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนในพื้นที่ อ.สิงหนคร อ.สทิงพระและอ.ระโนดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณสมบัติของเรือผลักดันน้ำนั้นจะสามารถผลักดันน้ำออกสู่ทะเลได้ 24 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที เรือ 10 ลำสามารถผลักดันน้ำได้ 240 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที นอกจากนั้นเรือผลักดันน้ำจะสามารถเร่งการไหลของน้ำออกสู่ทะเลได้เร็วกว่าปกติ ซึ่งกองทัพเรือได้เร่งดำเนินการเพื่อช่วยระบายน้ำให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำของกองทัพเรือจะอยู่ปฏิบัติการในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งในระหว่างที่ใช้รถเครนจากกรมชลประทานยกเรือผลักดันน้ำลงไปในคลองได้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาเอกกิตติพันธ์ กุลศิริปัญโญ ผุ้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่2 เปิดเผยว่าทัพเรือภาคที่ 2&amp;nbsp;ในนามของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 2&amp;nbsp;โดยมีพลเรือโทสำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และเป็นผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 2 ได้ร้องขอเรือผลักดันน้ำจาก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จำนวน 20 ลำ พร้อมกำลังพล อุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ ในการผลักดันน้ำมาติดตั้งซึ่งจะดำเนินการติดตั้งในวันนี้ชุดแรกจำนวน 10 ลำ และในพื้นที่ ต.ปากรอ อีก 10 ลำ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งการระบายน้ำในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวให้ลงสู่ทะเลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จนกว่าสถานการณ์น้ำจะกลับเข้าสู่สภาวะปรกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือภาคที่2, จังหวัดสงขลา, น้ำท่วมภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc49497aba2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารเรือเปิดภาพอาคารกักตัวที่สัตหีบ บอกเลยไม่กระจอก ถามสาวจากนิวยอร์ครับผิดชอบอะไรต่อสังคมบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.63 - จากกรณีชาวไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแต่หลบหนีการกักตัว 14 วัน&amp;nbsp;ล่าสุด นาวาเอกกิตติพันธ์ กุลศิริปัญโญ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนทหารเรือ&amp;nbsp;กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;หน.ดม นิราช&amp;quot; เปิดเผยรูปภาพอาคารรองรับผู้กักตัวที่สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมระบุข้อความว่า&amp;nbsp;&amp;quot;...จะกลับไทยแลนด์แดนนรก...แต่จะให้ไปนอนสัตหีบ 14 วัน กูไม่ไป รู้เลยว่าดูแลไม่ได้หรอก กระจอก!&amp;quot; สาวไทยผู้ยิ่งใหญ่ จากนิวยอร์ค (ผู้หลบหนีการกักตัวที่สัตหีบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคน ทุกภาคส่วนทำเพื่อคุณด้วยความรับผิดชอบแม้ว่าจะเสี่ยง แล้วคุณรับผิดชอบอะไรกับสังคมบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62088</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กองทัพเรือภาคที่2, กักตัวที่สัตหีบ, นาวาเอกกิตติพันธ์ กุลศิริปัญโญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e8880183c737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเรือภาคที่ 2 จับเรือคราดปลิงทะเลเวียดนาม 4 ลำ  รุกน่านน้ำไทย ตรวจเข้มไวรัสโควิท-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ. 2563 เรือหลวงล่องลม เรือ ต.111 และเรือ ต.274ได้ควบคุมเรือคราดปลิงทะเลเวียดนาม 3 ลำและลูกเรือ 16 คนเข้าเทียบท่าที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 ส่วนเรือหลวงปัตตานีกำลังเดินทางกลับเข้าฝั่งพร้อมลากจูงเรือคราดปลิงทะเลเวียดนามอีก 1 ลำและลูกเรือ 5คน เนื่องจากเรือเครื่องยนต์ขัดข้อง &amp;nbsp;ในการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมเรือคราดปลิงทะเลเวียดนามทั้งหมด4 ลำและลูกเรือรวม 21 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่14 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2(ศรชล.ภาค 2) ได้รับรายงานจากสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลเขต ทัพเรือภาคที่ 2 และสมาชิกชมรมวิทยุมดดำนาวีทัพเรือภาคที่2 ว่ามีเรือประมงต่างชาติ ซึ่งเป็นเรือประเภทคราดปลิงรุกล้ำเข้ามาทำการประมงในทะเลอาณาเขตของประเทศไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเรือโทสำเริง &amp;nbsp;จันทร์โส ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 และผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 จึงสั่งการให้ เรือหลวงปัตตานี เรือหลวงล่องลม เรือ ต.111 และเรือ ต.274 โดยให้ เรือหลวงปัตตานี เป็นเรือควบคุมการปฏิบัติออกปฏิบัติภารกิจในการตรวจสอบเรือประมงต่างชาติลักลอบทำการประมงในพื้นที่รับผิดชอบดังกล่าวจากปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมเรือประมงเวียดนามได้จำนวน 4 ลำ ผู้ควบคุมพร้อมลูกเรือรวมจำนวน 21 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจับกุมในครั้งนี้ถือว่า เป็นการจับกุม เป็นครั้งที่ 5 ในปีงบประมาณ 2563โดยมีจำนวนเรือที่จับกุมมาแล้ว รวม 8 ลำ ผู้ต้องหารวม 42 ราย และเพื่อเป็นการดำเนินการตามมาตรการในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID &amp;ndash; 19 จึงได้มีการจัดทีมแพทย์/พยาบาล จากโรงพยาบาลฐานทัพเรือสงขลาดำเนินการตรวจคัดกรองลูกเรือทั้งหมดก่อนขึ้นจากเรือ โดยทำการซัก/สอบ ประวัติเพื่อประเมินความเสี่ยง และตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการคัดกรองแล้วพบว่าไม่มีลูกเรือที่ต้องสงสัยจากการคัดกรองในครั้งนี้ เนื่องจากลูกเรือประมงชาวเวียดนามทั้งหมดไม่ได้เดินทางมาจากประเทศจีนหรือพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ในช่วง 14 วันที่ผ่านมาและไม่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ต้องสงสัยการติดเชื้อทั้ง 16 คน ทั้งนี้ยังมีลูกเรือประมงชาวเวียดนาม ที่ยังอยู่ระหว่างเดินทางมาอีกจำนวน 5 คน ซึ่ง ศรชล.ภาค 2 จะได้ทำการคัดกรองตามกระบวนการเช่นเดียวกันนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตั้งข้อหากับเรือประมงต่างชาติไว้ครั้งนี้เนื่องจากเป็นการจับกุมได้ในพื้นที่ทะเลอาณาเขตของประเทศไทยจึงได้ตั้งข้อกล่าวหาจำนวน 5 ข้อหา ดังนี้ 1.ร่วมกันทำการประมงพาณิชย์โดยไม่มีใบรับอนุญาตทำการประมง ตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 มาตรา 36 ประกอบมาตรา 129 วรรคสอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เป็นคนต่างด้าวร่วมกันทำหน้าที่เป็นลูกเรือในเรือประมงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 มาตรา 5 ทวิ และ มาตรา 11 ทวิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ทำการประมงในเขตการประมงไทยโดยทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง (1) มาตรา 11 วรรคหนึ่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ไม่เข้า - ออก ตามช่องด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าสถานีหรือท้องที่ที่กำหนด/ไม่เข้า - ออกตามเวลาที่กำหนด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เข้ามาหรือออกไปโดยยื่นรายการและไม่ผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองเส้นทางนั้นตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 18 วรรคสอง ประกอบมาตรา 62 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 (ศรชล.ภาค 2)ขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนและชาวประมงไทยว่า ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 113,275 ตารางกิโลเมตร นั้นเราจะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลมิยอมให้เรือประมงต่างชาติรุกล้ำเข้ามาทำการประมงในพื้นที่เป็นอันขาดและขอความร่วมมือพี่น้องชาวประมงได้ช่วยแจ้งเบาะแสของเรือที่กระทำความผิดทั้งนี้เพื่อให้ทรัพยากรของประเทศไทย คงอยู่กับลูกหลานของคนไทยต่อไป&amp;ldquo;เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57292</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือภาคที่2, จับกุมเรือ, รุกน่านน้ำไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e489dc5ad7ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่นสูง5เมตรถล่มเรือประมงโชคดีทร.ช่วยทันรอดหวุดหวิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61-เวลา 00.30 น.&amp;nbsp;เรือหลวงแหลมสิงห์ นำลูกเรือประมงพร้อมไตก๋งเรือ รวม 5 คน เดินทางกลับเข้าฝั่งที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 อย่างปลอดภัย หลังฝ่าคลื่นออกช่วยเหลือเรือประมงที่ถูกคลื่นสูง 4 &amp;ndash; 5 เมตร ซัดจนเรือจมลูกเรือพร้อมไตก๋งเรือ ลอยคออยู่กลางทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อประมาณเวลา 21.00 น.คืนวันที่ 9 เมษายน 2561 ศูนย์ควบคุมเรือประมงแจ้งเข้า-ออกสงขลา(PIPO)ได้รับแจ้งจากไต๋เรือโชคพรชัย 1 ได้ประสบปัญหาน้ำเข้าเรือจำนวนมากจากคลื่นลมแรงกลางทะเล ศูนย์ (PIPO) จึงได้ตรวจสอบพิกัดตำบล ที่ของเรือจากระบบ vmsพบที่ พิกัดแลต 7 องศา 28 ลิปดา 34 ฟิลิปดาเหนือ ลอง 100 องศา 37 ลิปดา 43 ฟิลิปดาตะวันออก หรือประมาณ แบริ่ง 005 ระยะ 16 ไมล์ จากปากร่องน้ำสงขลา ซึ่งเรือโชคพรชัย 1 เป็นเรือครอบหมึกขนาด 35.29 ตันกรอส มีลูกเรือ 5 คนรวมไต๋ เป็นคนกัมพูชา 2 คนไทย 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายพรชัย สุวรรณวงศ์ อายุ 63 ปี เจ้าของเรือโชคพรชัย 1 ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือต่อศูนย์ (PIPO) โดยทางศูนย์ (PIPO) ได้ประสานขอความช่วยเหลือจาก ศรชล.เขต 2 พล.ร.ท.ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 / ผอ.ศรชล. เขต 2 ได้สั่งการให้เรือหลวงแหลมสิงห์ออกช่วยเหลือในทันที โดยฝ่าคลื่นสูง 4 -5 เมตรออกไปช่วยเหลือลูกเรือพร้อมไตก๋ง 5 คนได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรือที่จมได้ทิ้งสมอไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่เรือจะจมเจ้าของเรือได้ โทรคุยกับไต๋กงเรืออยู่ตลอดและสั่งให้ลูกเรือทั้งหมดใส่ชูชีพเปิดไฟไซเรนสัญญาณและให้เรือทิ้งสมอ หลังจากนั้นไต๋เรือได้แจ้งกลับมาว่าไม่สามารถสู้คลื่นลมที่รุนแรงได้น้ำเข้าเรือเร็วมากเครื่องสูบน้ำขัดข้องจนกระทั่งน้ำเข้าเรือท่วมเครื่องจักรใหญ่และจมในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเรือเข้าเทียบท่าฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 แล้ว ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลฐานทัพเรือสงขลาได้ทำการตรวจร่างกายลูกเรือพร้อมไตก๋งทั้ง 5 คนอย่างละเอียด ทุกคนมีความดันขึ้นสูง สาเหตุเนื่องจากยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เมื่อเจอคลื่นขนาดยักษ์สูง 4 &amp;ndash; 5 เมตร ซัดจนไม้ใต้ท้องเรือแตกน้ำทะลักเข้าและจมในที่สุด หลังจากตรวจร่างกายเสร็จทุกคนเรียบร้อยแล้ว ทางทัพเรือภาคที่ 2 ได้จัดรถไปส่งลูกเรือพร้อมไตก๋งทั้ง 5 คนที่บ้านเจ้าของเรือ ในส่วนของเรือที่จม หลังจากคลื่นลมสงบ เจ้าของเรือก็จะทำการกู้เรือขึ้นมาซ่อมแซมต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6805</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือภาคที่2, สงขลา, เรือล่ม, เรือหลวงแหลมสิงห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc00f07c607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
