<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอละพ่อ! ดราม่าทหารทิ้งคนติดเชื้อกลางทาง เผยผู้ป่วยให้ข้อมูลขอลงจากรถเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองทัพไทย กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏข่าวสารในสื่อโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาว่าทหารทิ้งผู้ป่วยโควิด 19 เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 บริเวณหน้าวัดไผ่ สาทร กรุงเทพฯ โดยระบุว่ามีผู้สูงอายุซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ป่วย ซึ่งเมื่อมีการเผยแพร่ข่าวสารโดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อการรับรู้ข่าวสารในสังคมเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ทราบว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 นายสราวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ป่วยโควิด 19 ได้เดินทางเข้ารักษาตัวภายหลังทราบว่าติดเชื้อโควิด 19 ณ โรงพยาบาลสนามบุษราคัม ต่อมาทราบว่า รายชื่อของผู้ป่วยยังไม่ปรากฏในระบบการเข้ารับการรักษา ดังนั้นแพทย์โรงพยาบาลสนามบุษราคัม จึงได้พูดคุยกับผู้ป่วยถึงแนวทางการปฏิบัติตนในเบื้องต้นและแนะนำให้ผู้ป่วยกลับที่พักอาศัยก่อน และในวันรุ่งขึ้นให้กลับมาเข้าระบบการรักษาต่อไป ทั้งนี้ได้มีการประสานศูนย์สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อโควิด 19 ศปม. ในการอำนวยความสะดวกนำส่งผู้ป่วยกลับที่พักอาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในระหว่างเดินทาง พลขับได้มีการโทรติดต่อกับผู้ป่วยเป็นระยะ โดยเมื่อถึงบริเวณหน้าวัดไผ่ ผู้ป่วยขอลงเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งผู้ป่วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางกลับมายังโรงพยาบาลสนามบุษราคัม เพื่อทำความสะอาดรถเตรียมความพร้อมในการรับ-ส่งผู้ป่วยรายใหม่ต่อไป กองทัพไทย ได้สอบถามถึงสาเหตุการนำเสนอข่าวในทางลบว่า มีรถทหารทิ้งผู้ป่วยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตัวผู้ป่วยเองได้ยืนยันว่า รถของเจ้าหน้าที่ที่นำส่งมิได้ทิ้งผู้ป่วยทั้ง 3 คน พร้อมทั้งยังแสดงความเสียใจที่ทำให้เกิดข่าวดังกล่าว อีกทั้งยังขอบคุณกองทัพและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ดูแล โดยในวันนี้ทั้ง 3 คน ได้รับการรักษา ณ โรงพยาบาลบุษราคัมเรียบร้อยแล้ว และขอยืนยันว่าข่าวสารที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้นั้น ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111331</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพไทย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_61000fdb9b4a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดผลตรวจโควิดกำลังพล 4 นาย กลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง &#039;ร้อยโทหญิง&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.64 - &amp;nbsp;พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า จากการปรากฏข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีกำลังพลตรวจพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ขณะเดินทางไปร่วมการฝึกสนธิกำลังดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ในการฝึก ทร.64 ณ สนามฝึกบ้านจันทเขลม จ.จันทบุรี ต่อมาทราบว่าติดเชื้อโดยเชื่อมโยงสถานบันเทิงทองหล่อ จำนวน 1 นาย และมีผู้ที่เดินทางร่วมคณะโดยรถตู้เพื่อเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ จำนวน 4 นาย โดยทั้งหมดถือเป็นกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และในระหว่างรอผลการตรวจได้เข้ากักตัว ASQ จำนวน 3 นาย และ Self Quarantine (กักตัวเองที่บ้าน) จำนวน 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. &amp;nbsp;ที่ผ่านมา ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของกำลังพลทั้ง 4 นาย &amp;quot;ไม่พบเชื้อ&amp;quot; แต่ต้องทำการกักตัวต่อจนครบกำหนด 14 วัน (23 เม.ย.64) และจะทำการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ก่อนครบกำหนดกักตัวจากนั้นจะรายงานผลให้หน่วยต้นสังกัดได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนยันว่ากองบัญชาการกองทัพไทยได้เน้นย้ำให้กำลังพลปฏิบัติตนตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงโดยเด็ดขาด ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนจะถือว่ามีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง พร้อมทั้งให้หน่วยขึ้นตรงของกองบัญชาการกองทัพไทยกำกับดูแลการจัดทำ ไทม์ไลน์ ส่วนบุคคลของกำลังพลทุกนาย เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนโรคต่อไป&amp;quot; รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99082</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพไทย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_6071a41f43e76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมฝึกคอบร้าโกลด์ป่วน ‘ทหารเกาหลี’ติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผวา! &amp;quot;ทหารเกาหลี&amp;quot; กลับจากฝึกร่วมคอบร้าโกลด์ที่ จ.ระยอง ถึงสนามบินอินชอนพบติดเชื้อโควิด-19 &amp;quot;กองอำนวยร่วม&amp;quot; แจ้งกองทัพไทยกักตัวทหารกลุ่มเสี่ยง &amp;quot;สธ.&amp;quot; เร่งประสานข้อมูลสอบสวนโรคติดจากในไทยหรือ ตปท. &amp;quot;ผู้ว่าฯ&amp;quot; ขอคนระยองอย่ากังวล ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อไม่ได้ออกนอกพื้นที่ฝึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยรายวันว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้ที่มาจากประเทศสหราชอาณาจักร 2 ราย คือ 1.หญิงสัญชาติอังกฤษ อายุ 62 ปี เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ถูกตรวจพบเชื้อที่ด่านตรวจโรคที่สนามบินสุวรรณภูมิในวันเดียวกัน 2.หญิงไทย อายุ 58 ปี เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พักในสถานกักกันแบบทางเลือกที่รัฐกำหนดในกรุงเทพฯ จากการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ ส่วนรายที่ 3 มาจากประเทศตุรกี 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 40 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 พ.ย. พักในสถานกักกันแบบทางเลือกที่รัฐกำหนดในกรุงเทพฯ จากการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.สรุปยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมมีจำนวน 3,847 ราย ส่วนผู้ที่รักษาหายแล้วเพิ่ม 15 ราย จึงมียอดสะสมผู้ที่ได้รับการรักษาหายแล้ว 3,685 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตยังมียอดสะสมอยู่ที่ 60 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 102 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีเอกสารราชการลงวันที่ 9 พ.ย. จากกองอำนวยการฝึกคอบร้าโกลด์ 21 (กอฝ.คอบร้าโกลด์ 21) ส่งถึงหน่วยงานภายในกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อแจ้งกำลังพลที่เกี่ยวข้องกับการประชุมวางแผนขั้นสุดท้ายในการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ 21 เมื่อวันที่ 2-6 พ.ย. ที่โรงแรมสิรินพลา จ.ระยอง ให้ระมัดระวังและตรวจสอบอาการของตนเองในขั้นต้น เนื่องจากได้รับแจ้งจากผู้แทนจากกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ที่เดินทางมาร่วมประชุม ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ระหว่างการเดินทางเข้าประเทศสาธารณรัฐเกาหลีที่สนามบิน จึงได้มีการกักกันตัวตามกระบวนการควบคุมโรคแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือดังกล่าวยังได้แจ้งดำเนินการตามกระบวนการควบคุมโรค โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่สัมผัสใกล้ชิด คือกองกำลังนาวิกโยธิน (กกล.นย.), กกล.กองทัพเรือ, กกล.กองทัพบก และ กกล.กองทัพอากาศ ให้ดำเนินการตรวจพิสูจน์โรคและกักกันเป็นเวลา 14 วัน และกลุ่มที่ไม่ได้สัมผัสโดยตรง และผู้เข้าร่วมประชุมส่วนอื่นให้ดำเนินการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากกองทัพเรือระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่านายทหารจากสาธารณเกาหลีคนดังกล่าวติดเชื้อโควิด-19 จากที่ใด แต่ก่อนเข้าประชุมได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐทุกอย่าง โดยได้เข้ากักตัวในสถานที่ควบคุมแห่งรัฐ 14 วัน และได้เข้าประชุมตามกำหนดการ ซึ่งทหารเรือไทยที่เข้าร่วมประชุม ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดได้เข้ากักตัวเรียบร้อยแล้ว ในเบื้องต้นมี 4-5 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงว่า การฝึกคอบร้าโกลด์ดังกล่าวเป็นการประชุมร่วมฝึกผสม มีผู้เข้าร่วมกว่า 202 นาย 5 กลุ่มย่อย กลุ่มละ 50 นาย มีทั้งทหารไทย 177 นาย และทหารต่างชาติ 25 ราย แบ่งเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 12 นาย, ประเทศเกาหลีใต้ 5 นาย, ประเทศอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ประเทศละ 2 นาย, ประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ประเทศละ 1 นาย ซึ่งระหว่างอยู่ที่โรงแรมใน อ.บ้างฉาง จ.ระยอง กิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในห้องประชุม และมีการร่วมรับประทานอาหารร่วมกันแบบบุฟเฟต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.วลัยรัตน์กล่าวว่า ทหารเกาหลีใต้นายดังกล่าวตรวจพบเชื้อขณะเข้าประเทศเกาหลีใต้ที่สนามบินอินชอนและเข้าสู่กระบวนการกักกันโรคแล้ว โดยไทม์ไลน์ของทหารเกาหลีใต้ เดินทางเข้ามาไทย ตั้งแต่ 17 ต.ค.63 ถึงสนามบิน มีรถตู้จากโรงแรมที่พัก ASQ ย่านสุขุมวิท กทม.มารับ เพื่อเข้าพักที่โรงแรม กักตัว 17 ต.ค-1 พ.ย.63 มีการตรวจหาเชื้อ RT-PCR 2 ครั้ง คือวันที่ 22 ต.ค. และ 29 ต.ค.63 โดยไม่พบเชื้อ หลังกักตัว 14 วัน วันที่ 1 พ.ย.63 มีรถรับจ้างจากสถานทูตมารับจากโรงแรม ASQ เพื่อย้ายไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท จากนั้นมีรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีการใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น วันรุ่งขึ้น 2 พ.ย.63 มีรถตู้จากสถานทูตรับไปที่โรงแรมที่ร่วมประชุมใน อ.บ้านฉาง (ไม่มีการออกจากโรงแรม มีการประชุมอย่างเดียว) หลังฝึกประชุมเสร็จ เดินทางกลับออกจาก จ.ระยอง วันที่ 6 พ.ย.63 ด้วยรถตู้รับจ้างสถานทูตมารับยังโรงแรมที่สุขุมวิท กทม. พัก 1 คืน (กำลังตรวจสอบว่าเป็นโรงแรมเดิมหรือไม่) และคืนวันที่ 8 พ.ย.63 เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันขอให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ระยองสบายใจได้ นายทหารเกาหลีใต้ที่ติดเชื้อเข้าพักกับทหารเกาหลีใต้ 1 นาย ส่วนเพื่อนที่เหลืออีกไม่พบเชื้อ ได้มีการติดตามนายทหารคนไทยที่เข้าร่วมประชุมเพื่อเข้าสู่การกักตัว ส่วนทหารต่างชาติ ได้มีการประสาน องค์การอนามัยระหว่างประเทศเพื่อแจ้งข้อมูลแล้ว&amp;quot; พญ.วลัยรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเป็นการจะติดเชื้อในประเทศหรือไม่ ผอ.กองระบาดวิทยากล่าวว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค และขอผลจากทางเกาหลีใต้ เพื่อดูว่าเป็นเชื้อในประเทศไทยหรือจากต่างประเทศ ซึ่งมีการสันนิษฐานว่ามีหลายแนวทาง เช่น อาจจะติดมาจากเกาหลีใต้ก่อนเดินทางถึงไทย หรือการติดระหว่าง ASQ ส่วนการติดระหว่างการร่วมประชุมตอนนี้ข้อมูลยังไม่ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏการติดเชื้อหลังการกักตัว 14 วัน ยกเว้น กรณีหญิงชาวฝรั่งเศสที่ติดเชื้อจาก ASQ และไปพักที่เกาะสมุย โดยกลุ่มเสี่ยงผู้สัมผัสอื่นๆ อยู่ระหว่างการติดตามผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าฯ ระยอง พร้อมด้วย นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด และนายแพทย์วีระศักดิ์ เจียมอนุกูลกิจ รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ระยอง แถลงข่าวหลัง สธ. เปิดเผยพบทหารเกาหลีใต้ที่เข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ 21 ที่ระยองติดเชื้อโควิด-19 แต่ยังไม่ชัดว่าติดจากไทยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญนะกล่าวว่า ในครั้งนี้ทหารเกาหลีใต้ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวหรือแวะพักผ่อนในเขตเมืองระยอง จึงเชื่อว่าโอกาสในการแพร่กระจายของเชื้อคงเป็นไปได้ยากมาก นอกจากนั้นยังเฝ้าระวังบุคลากรโรงแรมใน จ.ระยอง อีก 28 คน ซึ่งถือเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำโดยให้เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีผู้สัมผัสชายชาวอินเดียที่ติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ว่า นอกจาก 39 รายก่อนหน้านี้ที่ผลการตรวจเป็นลบ หรือไม่พบเชื้อแล้ว ในส่วนของผู้สัมผัสบนเครื่องบนอีกจำนวน 3 ราย ที่ตรวจในวันที่ 10 พ.ย.63 ผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผู้สัมผัสอีก 3 ราย แบ่งเป็นเสี่ยงสูง 1 ราย และเสี่ยงต่ำ 2ราย ซึ่งเป็นผู้สัมผัสในสถานบันเทิงที่พบจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในคืนวันที่ 30 ต.ค.63 อยู่ระหว่างรอผลช่วงค่ำวันนี้ (11 พ.ย.63) ซึ่งรวมยอดผู้สัมผัสในจังหวัดเชียงใหม่มีสะสมทั้งสิ้น 45 ราย สำหรับผลการตรวจผู้สัมผัสในจังหวัดอื่น ตลอดจนผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เป็นเพื่อนชาวไทยที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดช่วงวันที่ 30 พ.ย.-2 ต.ค.2563 ผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อ&amp;quot; ผู้ช่วยนายแพทย์ สธ.เชียงใหม่ระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83562</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กองทัพไทย, คอบร้าโกลด์, ทหารเกาหลี, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, สอบสวนโรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabf92990cdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตกรรมการสิทธิ-ประธานผู้ลี้ภัยเปิด 4 ที่สุดของกองทัพไทย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.63 - นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า 4 ที่สุดของกองทัพไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำรัฐประหารมากที่สุด &amp;nbsp;สำเร็จ 12 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีนายพลมากที่สุด กว่า1000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปราบปรามประชาชนมากที่สุด แต่ไม่ได้ทำสงครามมากว่า150 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำทหารแสดงความคิดเห็นทางการเมืองมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พล.อ. อภิรัชต์ ผบ.ทบ.กล่าวหาคนคิดต่าง ชังชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73578</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพไทย, จรัล ดิษฐาอภิชัย, ทหาร, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccaa389533a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหล่าทัพมอบเกียรติบัตรชื่นชม&#039;น้องเรย์&#039; แจ้งเบาะแสจับ&#039;คิด6ศพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 62 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน เมื่อเวลา 10.00 น. ก่อนการประชุมคณะผู้บัญชาการทหารที่มี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม และการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพที่มี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานการประชุม ทางกองบัญชาการกองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบเกียรติบัตรชื่นชมให้แก่นายกษิเดช เลิศอุดมธรรม หรือน้องเรย์ พลเมืองดีผู้แจ้งเบาะแสนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนสามารถจับกุมตัวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เมืองไทยไม่สิ้นคนดี ซึ่งน้องเรย์มีอายุน้อย แต่การตัดสินใจและไหวพริบปฏิภาณเกินตัวสนใจในเรื่องที่ยิ่งใหญ่และมีผลดีต่อส่วนร่วม ต้องขอขอบคุณครอบครัวที่อบรมดูแล รวมถึงสถานศึกษาที่ได้บ่มเพาะน้องเรย์จนมีดุลยพินิจที่เหมาะสม อีกทั้งต้องขอบคุณกองทัพบกและหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เนื่องจากน้องเรย์เป็นนักศึกษาวิชาทหารปี 5 ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้น้องเรย์เป็นแบบอย่างที่ดีให้สังคม ในฐานะที่ตนเป็นตัวแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพและคนไทยทุกคน ขอขอบคุณน้องเรย์ที่ทำให้เกิดจุดพลิกผันและมีผลดีต่อส่วนรวม เป็นแบบอย่างของเยาวชน หากคิดดีทำดี ทั้งนี้ทราบว่าพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มีความประสงค์ที่จะรับน้องเรย์เข้ารับราชการเป็นทหาร หากศึกษาจบปริญญาตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า เป็นการแสดงความยินดีที่น้องเรย์ทำคุณงามความดีให้กับส่วนราชการและเป็นพลเมืองดี มีความกล้าตัดสินใจแจ้งเบาะแส จึงขอเชิดชูและยกย่องน้องเรย์ที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในสังคม ส่วนที่มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของน้องนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายกษิเดช กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณผู้บัญชาการเหล่าทัพที่ได้มอบประกาศนียบัตรและยกย่องตน ซึ่งการตัดสินใจแจ้งเบาะแสในวันนั้น เพื่อต้องการให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาขน อีกทั้งเราจะต้องปกป้องประชาชน ไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงตนเองว่าจะตกเป็นเหยื่อ แต่ห่วงว่าจะมีใครตกเป็นเหยื่อรายต่อไปอีก ส่วนที่เรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารนั้นก็ได้เรื่องความกล้าหาญและปกป้องประชาชน และได้ทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ ซึ่งยอมรับว่าตอนแรกที่เลือกเรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร เพราะไม่อยากเป็นทหาร คิดว่า 2 ปีเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและสนุก ตนอยากเรียนให้จบปี 5 ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีการเปิดรับกำลังสำรองให้เป็นทหารชั่วคราว 4 ปี แต่ในส่วนของตนยังเรียนไม่จบปริญญาตรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53226</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, กองทัพไทย, คิด6ศพ, ตำรวจ, น้องเรย์, สตช., สมคิด พุ่มพวง, เกียรติบัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02e2ad5e535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ระเบิดป่วนเมือง4จุด!เจ็บเล็กน้อย2-3ราย เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ส.ค.62-หลังเกิดเหตุวางระเบิดปลอมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ช่วงบ่ายวันที่ 1ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุม2ผู้ต้องสงสัยได้แล้ว ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ส.ค. ได้เกิดเหตุวางระเบิดในกทม.อีกหลายจุด &amp;nbsp;โดยเมื่อเวลา 07.05น. &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สน.ทุ่งสองห้องรับแจ้งเหตุระเบิดที่บริเวณสวนหย่อมหน้าศูนย์ราชการฯ อาคาร B &amp;nbsp;เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังพบเหตุระเบิดบริเวณม้านั่ง ด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ด้วย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบจุดระเบิดเป็นสวนหย่อมหน้าอาคารฯ มีเศษซากต้นไม้กระจุยกระจาย มีหลุมในสวนหย่อม โดยเจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่ไว้ทันที ระหว่างที่ทางสน.ทุ่งสองห้องเข้าตรวจสอบนั้น มีระเบิดดังขึ้นอีกครั้งที่จุดตรงข้ามกับจุดที่ระเบิดครั้งแรก เป็นสวนหย่อมเช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกั้นพื้นที่เป็นวงกว้างขึ้นแล้วประสานทางเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบว่าเป็นระเบิดประเภทใด ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด&amp;nbsp;
และเมื่อเวลา 08.30 น. &amp;nbsp;เกิดเสียงดังคล้ายระเบิด2ครั้ง หน้าอาคารมหานคร ใกล้บีทีเอสช่องนนทรี ทางลงประตู 3 พื้นที่ความรับผิดชอบ สน.ยานนาวา จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ใต้ทางเชื่อมสถานี BTS ช่องนนทรีและตึกมหานคร พบเศษดินกระเด็นเกลื่อนฟุตบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ และกันไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่&amp;nbsp;
ส่วนอีกจุดบริเวณลานจอดรถด้านหน้าตึกมหานคร เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดกั้นบริเวณ โดยให้เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด
นายโชคชัย ประสงค์สัน อายุ48 ปี วินจยย.รับจ้างที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงดัง คล้ายระเบิด 2 ครั้งขณะที่ตนกำลังขับรถผ่าน BTS ช่องนนทรีเพื่อไปส่งผู้โดยสาร เสียงดังสนั่นจนหูอื้อ &amp;nbsp;ตอนแรกนึกว่าเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด แต่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบบอกว่าเป็นระเบิดจริง เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 2 ราย
ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดบอลแบร์ลิงค์
ทั้งนี้สรุปเหตุระเบิดป่วนเมืองช่วงเช้ามีทั้งหมด 4 จุด ดังนี้ 1. ระเบิดในซอยพระรามเก้า 57/1คนบาดเจ็บเป็นคนกวาดถนน 2. ระเบิดใต้BTSช่องนนทรีย์ 2ครั้งมีรถยนต์เสียหาย 3. มีเสียงระเบิด 2 ครั้ง ใกล้คิงส์พาวเวอร์ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ 4. มีเสียงระเบิด 3 ครั้ง หน้าศูนย์ราชการ ฝั่ง กกต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42528</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพไทย, ระเบิดป่วนเมือง, ระเบิดศูนย์ราชการ, สตช., อาคารมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43b1c566f21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ลั่นเกียรติยศทหารต้องสร้างเอง - ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลสู่ระบอบปชต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;61 ปี รร.เตรียมทหาร &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ให้น้อมนำแนวทางพระราชทาน&amp;#39;จิตอาสา&amp;#39; ทำหน้าที่ &amp;nbsp;ลั่นศักดิ์ศรี-เกียรติยศต้องสร้างเองให้ปชช. เชื่อมั่น ทหาร-ตร.พึ่งพาได้ ขอขับเคลื่อนงานรัฐบาลสู่ระบอบปชต.พร้อมยกย่อง 3 ศิษย์เก่าพลีชีพ ฮ.ตก ขณะที่ปลัด-ผบ.เหล่าทัพ-บิ๊กโบ้-ผบ.หน่วยซีล ตบเท้ารับรางวัลเกียติยศจักรดาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.62 -ที่โรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานงานสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหาร ครบรอบ 61 ปี โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย &amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีพิธีมอบรางวัลเกียรติยศจักรดาวให้แก่ศิษย์เก่าเตรียมทหารดีเด่นประจำปี 2562 เพื่อเชิดชูยกย่องศิษย์เก่าเตรียมทหารที่มีความรู้ความสามารถ ปฎิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมจนเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณะชน และสร้างเกียรติยศชื่อเสียงให้แก่สถาบัน ซึ่งมีผู้ได้รับการคัดเลือก จำนวน 17 คน อาทิ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาวโดยการคัดสรร อาทิ พล.อ.อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 14 ได้รับรางวัลสาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24 ได้รับรางวัลสาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 16 ได้รับรางวัลสาขาการทหาร พล.อ.ธงชัย สาระสุข อดีตผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 19 ได้รับรางวัลสาขาพัฒนาสังคม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายชื่อศิษย์เก่าเตรียมทหารที่ได้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการได้รับรางวัลจักรดาวสดุดี พล.อ.ท. เกริกเกียรติ สุวรรณโณ เตรียมทหารรุ่นที่ 43 ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินขับไล่ฝึกบิน แอล-39 สังกัดฝูงบิน 411 กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ ตกภายในสนามกอล์ฟของเขื่อนภูมิพล หมู่ที่ 6 ต.สามเงา อ.สามเงา จ.ตาก ขณะฝึกบินโจมตีทางยุทธวิธีของกองทัพอากาศ พล.ต. เขมราช ดวงแก้ว เตรียมทหารรุ่นที่ 51 และพล.ต. วโรฒม์ แปรงกระโทก เตรียมทหารรุ่นที่ 51 ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินใบพัดรุ่น CESSNA 182 หรือเครื่องบินลาดตระเวน แบบ 17 ของกองทัพบกตก ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสดุดีและยกย่องผู้ที่ได้รับรางวัลจักรดาวสดุดีประจำปี 2562 ทั้ง 3 ท่าน การปฏิบัติหน้าที่ของทุกท่านถือเป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวมที่ยิ่งใหญ่ สมเกียรติ และสมภาคภูมิของชายชาติทหารเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติตลอดไปและขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาวประจำปี 2562 ทั้ง 14 ท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการทหารด้วยความอุตสาหะ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีผลงานดีเด่นที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพและประชาชน รวมทั้งสร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้กับส่วนรวมก่อให้เกิดผลดีต่อประเทศชาติจนเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนนับเป็นแบบอย่างที่ดีและนำชื่อเสียงความภาคภูมิใจสู่โรงเรียนเตรียมทหารทุกรางวัลถึงเป็นเกียรติยศอย่างสูงให้แก่ครอบครัวและวงศ์ตระกูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่าผู้ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารทุกรุ่น นักเรียนเตรียมทหารและกำลังพลของกองทัพจะดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของข้าราชการกองทัพไทยที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์เพื่อดำรงรักษาอธิปไตยและความมั่นคงต่อไปของบ้านเมืองและสิ่งสำคัญที่ทุกท่านสามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอคือ การน้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บูรณาการการปฏิบัติหน้าที่ราชการทหารให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญและหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียนเตรียมทหารทุกท่านจัดอันดับถึงหน้าที่สำคัญของตนเองมุ่งมั่นศึกษาและปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบให้ดีที่สุดดำรงตนเป็นผู้ที่มีคุณธรรมจริยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น พวกเราจะทำหน้าที่ในการที่นำพาประเทศไปสู่ความสุขสันติมีความยั่งยืนในทุกมิติทุกรูปแบบ อยากฝากไปกับพี่น้องทหารทุกคนทั้งในและนอกราชการที่มาร่วมงานในห้องนี้และที่ไม่ได้มาร่วมงาน ขอให้ทุกคนได้สร้างเกียรติยศและศักดิ์ศรีความภูมิใจในการเป็นทหาร ตำรวจ ในการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ที่จะอยู่กับท่านตราบจนสิ้นชีวิต ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้ ศักดิ์ศรีเกียรติยศอยู่ที่ประชาชนจะมอบให้ เราไม่สามารถไปบังคับให้ใครเคารพนับถือได้ เกียรติภูมิของท่าน ซึ่งมาได้จากการปฏิบัติหากทำดีท่านก็จะได้รับสิ่งตอบแทนดี มีความสุขสุขใจและมีเกียรติยศให้กับครอบครัว หากทำไม่ดีก็จะเสื่อมเสียโดยเฉพาะเสื่อมเสียกับกองทัพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวต่อว่าทำให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า ทหาร ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกโอกาส เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนอันเป็นที่รักของเรา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ขอให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนนั้นมีความสุข มีระเบียบวินัยมี ความเจริญยั่งยืนสืบไป พวกเราทุกคนต้องช่วยกันช่วยรัฐบาลในการเดินหน้าประเทศในวิถีทางที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27501</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, กองทัพไทย, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, รางวัลเกียติยศจักรดาว, ศักดิ์ศรีทหาร, โรงเรียนเตรียมทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4ab4a073fd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
