<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป๊ปซี่เตือนระวังมิจฉาชีพหลอกขโมยข้อมูลส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีกรณีการส่งข้อความ SMS อ้างเป็นกองทุนสวัสดิการเป๊ปซี่นั้น เป๊ปซี่ขอแจ้งว่าไม่ได้เป็นผู้จัด สนับสนุน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมชิงรางวัลและขอข้อมูลส่วนตัวของท่าน ขอให้ท่านโปรดใช้ความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของท่าน และไม่แชร์ข้อมูลกิจกรรมดังกล่าวไปยังบุคคลอื่นเป๊ปซี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ ได้รับการแจ้งว่ามีการแอบอ้าง ใช้เครื่องหมายการค้าเปีปซี่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อชวนให้ผู้บริโภคร่วมกิจกรรมชิงรางวัล และขอข้อมูลส่วนตัวของท่าน บริษัทฯ ขอแจ้งว่าไม่ได้เป็นผู้จัด สนับสนุน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด ขอให้ท่านโปรดใช้ความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของท่าน บริษัทฯ ขอให้ท่านไม่แซร์ข้อมูลกิจกรรมดังกล่าวไปยังบุคคลอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กิจกรรมทางการตลาดของบริษัทฯ จะสื่อสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการของบริษัทฯตามที่ระบุไว้ด้านล่างเท่านั้น Facebook Fanpage : PepsiThai Line Official Account : @Pepsi และTwitter : @PepsiThailand&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105796</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุน, เป๊ปซี่โค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0757d39890.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.และเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน 14 จังหวัดภาคใต้  จัดสมัชชาฯ ครั้งที่ 1   เผยทั่วประเทศจัดตั้งกองทุนฯ แล้ว 5,997 กองทุน  มีเงินรวมกันกว่า 15,360 ล้านบาท     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุราษฎร์ธานี/พอช.และเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน 14 จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp; จัดสมัชชาฯ ครั้งที่ 1&amp;nbsp; เป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสความเสมอภาค&amp;nbsp; เพื่อสังคมสันติสุข&amp;nbsp; อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; โดยในภาคใต้ 14 จังหวัดจัดตั้งกองทุนแล้ว 1,115 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 3,086 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ทั่วประเทศจัดตั้งกองทุนสวัสดิการแล้ว 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินรวมกันกว่า 15,360 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเริ่มมีการจัดตั้งครั้งแรกในปี 2547&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สนับสนุนให้ประชาชนในตำบลต่างๆ รวมกลุ่มกันจัดตั้งกองทุนเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; โดยมีหลักการสำคัญคือ&amp;nbsp; ให้สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนคนละ 1 บาท/วัน&amp;nbsp; หรือเดือนละ 30 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท (ตามความสะดวก) เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิก (ตามแต่ข้อตกลง)&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เกิด&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ส่งเสริมการศึกษา&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาในภายหลังรัฐบาลได้สมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp; ในอัตรา 1 ต่อ 1 (สมาชิกสมทบ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; รัฐบาลสมทบ 1 บาท)&amp;nbsp; รวมทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมสมทบทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเติบโตขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกันจำนวน&amp;nbsp; 5,785,197 ราย&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 15,360 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดวันนี้ (9 กันยายน) มีการจัดงาน &amp;lsquo;สมัชชาสวัสดิการชุมชนภาคใต้ &amp;nbsp;ครั้งที่ 1 สร้างโอกาสความเสมอภาค&amp;nbsp; เพื่อสังคมสันติสุข&amp;nbsp; อย่างยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ที่โรงแรมนิภา&amp;nbsp; การ์เด้นท์&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลต่างๆ ในภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเวทีเสวนา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นประธานในการจัดสมัชชาฯ&amp;nbsp; มีผู้แทนและสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน 14 จังหวัดภาคใต้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. (กลาง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดสมัชชาสวัสดิการชุมชนภาคใต้ครั้งที่ 1&amp;nbsp; แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกแต่ก็มีความสำคัญ&amp;nbsp; เพราะจะทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ในภาคใต้มีความตื่นตัวและนำไปสู่ความเข้มแข็ง&amp;nbsp; รวมทั้งขยายฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp; ส่วนสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศขณะนี้มีมากกว่า&amp;nbsp; 5 ล้านคน&amp;nbsp; และมีเป้าหมายจะขยายสมาชิกเป็น 10 ล้านคนภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การที่ประชาชนพึ่งพาตนเองโดยการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้นมาเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp; เพราะ 1.เป็นการระเบิดจากข้างใน&amp;nbsp; เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนที่จะช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; โดยรัฐให้การสนับสนุน &amp;nbsp;2.กองทุนสวัสดิการชุมชนเชื่อมโยงและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;nbsp; และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ด้านการลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; สร้างความเป็นธรรมในสังคม&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผอ.พอช.ยังกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ใหม่&amp;nbsp; ระหว่างกองทุนสวัสดิการชุมชนกับผู้เดือดร้อนและองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; อ.เวียงสระ&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านส้องได้ร่วมกันช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนผู้พิการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้สภาพบ้านเรือนมีความมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; ผู้พิการใช้ชีวิตได้สะดวกสบายขึ้น&amp;nbsp; นอกจากนี้เทศบาลฯ และภาคเอกชนยังร่วมกันสมทบเงินเข้ากองทุนฯ&amp;nbsp; ทำให้กองทุนเกิดความยั่งยืน&amp;nbsp; สมาชิกกองทุนได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้ายของการจัดสมัชชาฯ&amp;nbsp; ผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนภาคใต้ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp; มีเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกเราผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคใต้ 14 จังหวัด&amp;nbsp; 1,115 &amp;nbsp;กองทุน&amp;nbsp; ขอประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า เพื่อให้การสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของชาวชุมชนมีความยั่งยืน&amp;nbsp; พวกเราจะมุ่งมั่นสร้างระบบสวัสดิการชุมชนที่อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&amp;nbsp; บนหลักการ &amp;lsquo;ให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตลอดจนสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยร่วมกับภาคีทุกเครือข่าย&amp;nbsp; โดยจะยกระดับคุณภาพกองทุนฯ&amp;nbsp; ให้มีการบริหารจัดการที่ดี&amp;nbsp; มีธรรมาภิบาล&amp;nbsp; พัฒนาเครือข่ายสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็งทั้งในระดับจังหวัด&amp;nbsp; ภาค&amp;nbsp; และประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยกระดับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาให้สวัสดิการชุมชนเป็นระบบหนึ่งของระบบสวัสดิการสังคมต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงกัลยา&amp;nbsp; เยี่ยมกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการจัดสมัชชาฯ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ในช่วงเช้าวันนี้ (9 กันยายน)&amp;nbsp; มีการจัดงานสวัสดิการชุมชนที่เทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; อ.เวียงสระ&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; โดยมีคุณหญิงกัลยา&amp;nbsp; โสภณพนิช&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเดินทางมาเป็นผู้แทนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยเยี่ยมชมผลการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนางแจ่มจิตร์&amp;nbsp; พูลสวัสดิ์&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.ให้การต้อนรับ&amp;nbsp; โดยคุณหญิงกัลยาได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ด้อยโอกาส 36 ราย&amp;nbsp; และมอบเกียรติบัตรให้แก่ครอบครัวที่เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั้งครอบครัวรวม 114 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุวัฒน์&amp;nbsp; ดาวเรือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; กองทุนฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2539 &amp;nbsp;เริ่มจากแกนนำกลุ่มอาสาสมัครต่อต้านยาเสพติดจำนวน 150 คน&amp;nbsp; จากนั้นจึงพัฒนาเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนในปี 2554&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 3,590 ราย&amp;nbsp; มีเงินกองทุนประมาณ 6.3 ล้านบาท&amp;nbsp; ให้สมาชิกสมทบเงินเป็นรายปีๆ ละ 365 บาท&amp;nbsp; มีสวัสดิการต่างๆ ช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาลช่วยเหลือคืนละ 1,000 บาท&amp;nbsp; ไม่เกิน 6 คืน&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน&amp;nbsp; 2 ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุบัติเหตุช่วยเหลือ 1,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ตาบอดช่วยข้างละ 10,000 บาท&amp;nbsp; คลอดบุตร 2,000 บาท&amp;nbsp; เสียชีวิต (เป็นสมาชิกครบ 6 เดือนขึ้นไป) 30,000 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้กองทุนฯ ยังช่วยเหลือสมาชิกในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ให้เปล่า 1,000 บาท&amp;nbsp; ให้ยืมประกอบอาชีพ 2,000 บาท&amp;nbsp; ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; ร่วมต่อต้านยาเสพติด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ให้ทุนในการฝึกอบรมอาชีพเยาวชน&amp;nbsp; ช่วยสมาชิกหรือชาวชุมชนที่มีฐานะยากจนซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; ให้ผู้ด้อยโอกาสในตำบลเป็นสมาชิกโดยไม่ต้องสมทบเงินเข้ากองทุน (หมู่บ้านละ 2 คน)&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สิ่งที่สำคัญที่ทำให้กองทุนเติบโตและยั่งยืนมาจากการร่วมกันสร้างกองทุน&amp;nbsp; คือ 1.เงินสมทบจากสมาชิกคนละ 365 บาทต่อปี&amp;nbsp; 2.เงินสมทบจากรัฐบาลผ่าน พอช.&amp;nbsp; 3.เงินสมทบจากเทศบาลตำบลบ้านส้องที่สนับสนุนปีละ 500,000 บาท&amp;nbsp; และปี 2563 จะสมทบอีก 900,000 บาท&amp;nbsp; และ 4.เงินจากภาคเอกชน&amp;nbsp; ห้างร้าน&amp;nbsp; โรงเรียน&amp;nbsp; ร่วมสมทบประมาณปีละ 500,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้องมีความยั่งยืน&amp;nbsp; สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; และผู้เดือดร้อนได้อย่างทั่วถึง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกองทุนฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช.เยี่ยมครอบครัวผู้พิการที่ตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; อ.เวียงสระ&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45345</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุน, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ภาคใต้, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., องทุนสวัสดิการชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d7612316b3b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศยื่นข้อเสนอต่อพรรคการเมืองให้สนับสนุนสวัสดิการชุมชน  เผยตั้งกองทุนทั่วประเทศแล้วเกือบ 6 พันกองทุน  มีเงินรวมกัน 15,000 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พอช./ ตัวแทนพรรคการเมือง 9 พรรค&amp;nbsp; ร่วมรับฟังข้อเสนอจากเครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเสนอให้พรรคการเมืองสนับสนุนระบบสวัสดิการชุมชนเป็นอีกระบบหลักของสวัสดิการสังคมในประเทศไทย&amp;nbsp; ให้รัฐบาล&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; และภาคเอกชน&amp;nbsp; หนุนเสริมภาคประชาชน&amp;nbsp; ทั้งด้านความรู้และงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้เป็น 4 พลังหลักในการจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ขณะที่เกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศแล้วเกือบ&amp;nbsp; 6 พันกองทุน&amp;nbsp; มีเงินรวมกัน 15,000 ล้านบาท&amp;nbsp; เผยรายชื่อ 9&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนฯ ทั่วประเทศได้รับรางวัล &amp;lsquo;ป๋วย อึ๊งภากรณ์&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 9-10 มกราคมนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสถาบันพัฒนศาสตร์&amp;nbsp; ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; และเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ จัดงาน &amp;ldquo;มหกรรมกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;rdquo; ขึ้นที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น&amp;nbsp; เวทีเสวนา&amp;nbsp; ปาฐกถา&amp;nbsp; การเชิญพรรคการเมืองมาพูดถึงนโยบายการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งคัดเลือกกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศที่มีผลงานดีเด่นในด้านต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งปีนี้จัดประกวดเป็นปีที่ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมงานจากผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศประมาณ&amp;nbsp; 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันที่ 10 มกราคม&amp;nbsp; ช่วงเช้า&amp;nbsp; มีการปาฐกถาเรื่อง &amp;ldquo;อนาคตสวัสดิการสังคมในประเทศไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดย ม.ร.ว.ปรีดียาธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทวกุล&amp;nbsp; ประธานสถาบันป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตนเองเกิดมาโชคดี&amp;nbsp; แต่คนอื่นไม่ได้โชคดีเหมือนตน&amp;nbsp; ดังนั้นรัฐต้องให้สวัสดิการช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่า&amp;nbsp; ซึ่งในอดีตรัฐก็จัดสวัสดิการต่างๆ เช่น&amp;nbsp; เรื่องการศึกษาภาคบังคับ&amp;nbsp; ต่อมาจึงมีสวัสดิการต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เบี้ยคนชรา&amp;nbsp; 30 บาทรักษาทุกโรค&amp;nbsp; เงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็ก&amp;nbsp; เช่นในปัจจุบัน&amp;nbsp; แต่ก็ยังไม่พอพียง&amp;nbsp; เพราะรัฐบาลไทยจัดเก็บภาษีรายได้ได้เพียง 18 % ของรายได้ประชาชาติ&amp;nbsp; ขณะที่ประเทศอื่นเก็บได้ประมาณ 25-30 %&amp;nbsp; ดังนั้นตนจึงอยากให้มีการจัดเก็บภาษีสิ่งปลูกสร้าง&amp;nbsp; อาคารบ้านเรือน&amp;nbsp; เพื่อนำรายได้มาจัดสวัสดิการให้ครอบคลุม&amp;nbsp; รวมทั้งนำไปช่วยเหลือเกษตรกรที่มีความเสี่ยงในการประกอบอาชีพด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนในช่วงบ่าย&amp;nbsp; มีการเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมารับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชน&amp;nbsp; เรื่อง &amp;lsquo;พรรคการเมืองกับทิศทางการจัดสวัสดิการชุมชน&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีพรรคการเมืองส่งตัวแทนเข้าร่วมจำนวน 9 พรรค&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; พรรคพลังธรรมใหม่&amp;nbsp; พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp; พรรคพลังท้องถิ่นไท&amp;nbsp; พรรคเพื่อแผ่นดิน&amp;nbsp; พรรคชาติพัฒนา&amp;nbsp; พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp; และพรรคเพื่อชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายมณเฑียร&amp;nbsp; สอดเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กล่าวถึงข้อเสนอของเครือข่ายฯ ที่ยื่นต่อพรรคการเมืองต่างๆ ว่า ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลหรือเทศบาลมีการจัดตั้งขึ้นทั่วประเทศประมาณ 6,000 กองทุน&amp;nbsp; จากจำนวนตำบล/เทศบาลทั้งประเทศประมาณ 7,700 แห่ง&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 5.5 ล้านคน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 15,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางกองทุนมีเงินสวัสดิการมากกว่า 10 ล้านบาท&amp;nbsp; และสามารถนำมาจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกได้ 30-40 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้เงิน 1 บาทที่มาจากการสมทบของสมาชิกอย่างมีพลัง&amp;nbsp; เป็นระบบสวัสดิการชุมชนที่ประชาชนทำร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม&amp;nbsp; ซึ่งวันนี้กองทุนสวัสดิการชุมชนเดินหน้ามาไกลแล้ว&amp;nbsp; เราจึงต้องยกมาตรฐานของกองทุน&amp;nbsp; และมีเป้าหมายที่จะขยายกองทุนสวัสดิการฯ ให้เต็มประเทศภายใน 5 ปีนี้&amp;nbsp; ในวันนี้เราจึงเชิญพรรคการเมืองมารับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชนและเสนอนโยบายเรื่องสวัสดิการชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายมณเฑียรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ มีดังนี้&amp;nbsp; 1.สนับสนุนให้ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นอีกระบบหลักของระบบสวัสดิการสังคมในประเทศไทย&amp;nbsp; 2.ให้รัฐบาล&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; และภาคเอกชน&amp;nbsp; มาหนุนเสริมภาคประชาชน&amp;nbsp; เพื่อให้เป็น 4 พลังหลักในการจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ทั้งด้านความรู้และงบประมาณ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.สนับสนุนให้ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นยุทธศาสตร์จังหวัด&amp;nbsp; เพราะหลายจังหวัดไม่มียุทธศาสตร์ด้านสังคม&amp;nbsp; หรือด้านกองทุนสวัสดิการ&amp;nbsp; 4.สนับสนุนให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นแกนกลางหรือเชื่อมประสานกองทุนต่างๆ ในพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; และ 5.สนับสนุนให้เกิด พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่.....)&amp;nbsp; พ.ศ.................เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; สามารถขยายขอบเขตการทำงานและทำธุรกรรมต่างๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ได้กล่าวชี้แจงนโยบายและทิศทางการจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคการเมืองละ 10 นาที&amp;nbsp; และหลายพรรคการเมืองมีความเห็นเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ปัจจุบันเป็นฉบับที่ 2 พ.ศ.2550) ว่า&amp;nbsp; การยกระดับกองทุนสวัสดิการให้เป็นนิติบุคคลหรือมี พ.ร.บ.รองรับนั้น&amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องรอบคอบ&amp;nbsp; เพราะปัจจุบันกองทุนสวัสดิการต่างๆ ส่วนใหญ่ดำเนินการด้วยความอิสระ&amp;nbsp; แต่มีธรรมะช่วยควบคุม&amp;nbsp; หากมี พ.ร.บ.ก็อาจจะมีกฎระเบียบต่าง ๆ มาครอบ&amp;nbsp; หรือต้องอยู่ภายใต้การรวมศูนย์อำนาจ&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้กองทุนสวัสดิการทำงานได้ยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการประกาศผลการพิจารณารางวัล &amp;ldquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์&amp;rdquo; ครั้งที่ 4&amp;nbsp; ตามแนวคิดของ อ.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; โดยมีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 44 กองทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนที่ได้รับรางวัลต่างๆ มีดังนี้&amp;nbsp; 1.ด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น (ทุกช่วงวัยและเพศสภาพ) ให้มีคุณภาพชีวิต และคุณค่าในสังคม&amp;nbsp; ได้แก่&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโคกกลาง&amp;nbsp; อ.ลำปลายมาศ&amp;nbsp; จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษา ดูแล ป้องกัน สุขภาวะในชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลหาดท่าเสา &amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ชัยนาท &amp;nbsp;3. ด้านการพัฒนาเด็กเยาวชน&amp;nbsp; และการเรียนรู้ เพื่อการเติบโตเป็นคนดี และมีคุณภาพ &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตำหนักธรรม&amp;nbsp; อ.หนองม่วงไข่&amp;nbsp; จ.แพร่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;4.ด้านการพัฒนาอาชีพ ทั้งในระดับครัวเรือน กลุ่มและชุมชน และการแก้ปัญหาหนี้สิน &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการภาคประชาชนตำบลรมณีย์&amp;nbsp; อ.กะปง&amp;nbsp; จ.พังงา&amp;nbsp; 5.ด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะการจัดการและฟื้นฟูภัยพิบัติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลศรีถ้อย&amp;nbsp; อ.แม่ใจ&amp;nbsp; จ.พะเยา&amp;nbsp; &amp;nbsp;6. ด้านการจัดการ/จัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; พอเพียงต่อการดำรงชีพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; อ.วังน้ำเย็น&amp;nbsp; จ.สระแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;7.การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่มีกองทุนที่ได้รับรางวัล&amp;nbsp; 8.ด้านการบริหารจัดการกองทุนที่ดี และมีธรรมาภิบาล &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลฉวาง&amp;nbsp; อ.ฉวาง&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; 9.ด้านผลงานการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวม &amp;nbsp;หลายมิติ สามารถเชื่อมโยง/บูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแหล่งเพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลริมกก&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.เชียงราย&amp;nbsp; และ 10. ด้านการฟื้นฟูระบบคุณค่าทางวัฒนธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกลุ่ม และภาคี นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่น และสังคม กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดอกคำใต้&amp;nbsp; อ.ดอกคำใต้&amp;nbsp; จ.พะเยา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การมอบรางวัลให้แก่กองทุนต่างๆ จะมีขึ้นในวันที่ 9&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีนาคมนี้&amp;nbsp; ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; เนื่องจากวันที่ 9&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีนาคมเป็นวันคล้ายวันเกิดของ อ.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; ซึ่งตลอดชีวิตของท่านมีความปรารถนาอยากจะให้คนไทยทุกคนได้รับสวัสดิการจากรัฐ&amp;nbsp; ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย&amp;nbsp; และกองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้น&amp;nbsp; ถือเป็นรูปธรรมที่ภาคประชาชนนำมาสานต่อการจัดสวัสดิการช่วยเหลือกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเริ่มจัดตั้งอย่างเป็นระบบในปี 2547&amp;nbsp; ในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีหลักการให้สมาชิกสมทบอย่างน้อยวันละ 1 บาท&amp;nbsp; โดยรัฐจะสมทบ &amp;nbsp;1 บาท&amp;nbsp; และองค์กรปกครองท้องถิ่นสมทบ 1 บาท&amp;nbsp; แล้วนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตร&amp;nbsp; 500&amp;nbsp; บาท,&amp;nbsp; เจ็บป่วยช่วยค่ารถหรือรักษาพยาบาลครั้งละ 100 บาท&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน 10 วัน,&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; เป็นสมาชิกครบ&amp;nbsp; 6 เดือนได้ 3,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครบ 1 ปีได้&amp;nbsp; 5,000 บาท&amp;nbsp; และครบ 3 ปีได้&amp;nbsp; 10,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษาเด็ก&amp;nbsp; ช่วยคนพิการ&amp;nbsp; ยากไร้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26264</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคการเมือง, กองทุน, ป๋วย  อึ๊งภากรณ์, พอช, มหกรรมกองทุนสวัสดิการชุมชน, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c3761cdca75d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยผีถ้วนหน้า ขยายเวลา60วัน บัญชี‘ทรัพย์สิน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปล่อยผีแจ้งบัญชีทรัพย์สินกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ แบงก์ชาติ-ตลาดหุ้น สถาบันพระปกเกล้า กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยิ้มถ้วนหน้า ขยายเวลา 60 วัน ประธาน ป.ป.ช.เผยเตรียมแก้ไขประกาศใหม่ ลดความจุกจิกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ ภายหลังเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ซึ่งจะมีผลบังคับในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ มาหารือเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมหารือ อาทิ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช., นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ว่าแต่ละฝ่ายจะไปดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในเร็ววันนี้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีการหารือว่าจะยืดอายุการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวกับผู้ดำรงตำแหน่งใดบ้าง และยืดออกไปเป็นระยะเวลานานเท่าใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ได้ข้อสรุปว่าจะมีการขยายเวลาให้กับกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย ได้แก่ กองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สถาบันคุ้มครองเงินฝาก สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการหารือดังกล่าวทำให้ได้ข้อเสนอแนะที่ดี ส่วน ป.ป.ช.จะดำเนินการต่อไป คงต้องหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ได้รายงานถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เกี่ยวกับการขยายเวลา 60 วันในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐบางตำแหน่ง ที่กำหนดตาม ม.102 พร้อมกับหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยได้รับฟังแนวทางจากหลายฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า แนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ จะมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งเบื้องต้นเห็นว่าการขยายเวลายื่นฯ ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่นั้น ควรจะขยายเวลา 60 วัน ในทุกตำแหน่งที่ยังไม่เคยยื่นฯ ไม่ใช่เฉพาะ 5 ตำแหน่งตามมติ ป.ป.ช.ที่เคยมีก่อนหน้านี้ เพื่อความเสมอภาค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ป.ป.ช.กล่าวอีกว่า ส่วนความยุ่งยากในการยื่นบัญชีทรัพย์สินที่ทำให้ผู้ยื่นรู้สึกว่าจุกจิกรำคาญนั้น ป.ป.ช.ได้รับไปพิจารณาปรับแก้ พร้อมหาแนวทางการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้มีหน้าที่ต้องยื่น และสามารถตรวจสอบได้ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ ก่อนจะประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป จึงอยากให้ผู้ที่คิดว่าจะลาออก รอให้มีความชัดเจนก่อนค่อยตัดสินใจ เพราะเชื่อว่าการแก้ปัญหานี้จะเป็นที่น่าพอใจแก่ทุกฝ่าย และไม่ทำให้กระบวนการทดสอบลดน้อยลงแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐที่จะได้รับการขยายเวลา 60 วัน ประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กองทุน ได้แก่ กองทุนการออมแห่งชาติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันชีวิต กองทุนประกันวินาศภัย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนยุติธรรม กองทุนสงเคราะห์ กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการ ก.ล.ต. เลขาธิการ ก.ล.ต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการ กำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย รวมถึงเลขาธิการคณะกรรมการ คปภ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.สถาบันพระปกเกล้า ได้แก่ ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน และเลขาธิการสถาบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ได้แก่ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมถึงอธิการบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22683</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., กองทุน, ธนาคารแห่งประเทศไทย, บัญชีทรัพย์สินกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ, ป.ป.ช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95ed0b5d88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2018 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2018 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธพว.ชงยุบเหลือ1กองทุนอุ้มเอสเอ็มอี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอสเอ็มอีแบงก์ชงยุบ 2 โครงการเงินทุนอุ้มเอสเอ็มอีเป็นกองทุนเดียว&amp;nbsp; หลัง สสว. ขาดกำลังคนกระทบพิจารณาปล่อยกู้อืด พร้อมเปิดลงทะเบียนใหม่ เน้นเป็นเงินทุนเริ่มต้นสร้างอาชีพ และแฟรนไชส์

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มีแนวคิดตรงกันที่เห็นควรยุบโครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม วงเงิน 1 พันล้านบาท และโครงการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วงเงิน 2 พันล้านบาท เป็นกองทุนเดียว เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หลังจากมีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกว่า 3.6 หมื่นราย ขณะที่ สสว. ขาดกำลังคนที่จะดำเนินการให้ทันต่อความต้องการ

โดยจะพร้อมเปิดลงทะเบียนใหม่ และจะให้สิทธิ์กับผู้ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วก่อน โดยกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อ และคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ยื่นกู้เสียใหม่ให้มีความชัดเจนรวมถึง มุ่งเน้นวัตถุประสงค์ให้ใช้เป็นเงินทุนเพื่อนำไปเริ่มต้นสร้างอาชีพใหม่ โดยเฉพาะในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นการประกอบอาชีพที่เริ่มต้นได้ง่าย และความเสี่ยงต่ำ เพราะมีแฟรนไชซอร์ ทำหน้าที่พี่เลี้ยงธุรกิจในขณะที่ทางสมาพันธ์ฯ จะช่วยทำหน้าที่คัดเลือกแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุน รวมถึง ลงพื้นที่สำรวจพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงของผู้ลงทะเบียนขอสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาสะดวกและรวดเร็วโดยข้อเสนอต่างๆ ดังกล่าว ทางสมาพันธ์ฯ จะนำไปเสนอต่อคณะกรรมการของ สสว. ต่อไป

นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฯ ซึ่งมีจำนวนกว่าแสนราย รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไปให้เข้าถึงแหล่งทุนโดยจะร่วมกันดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อคนตัวเล็กภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เข้าถึง-อยู่รอด-ยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดย ธพว. จัดบริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1%และ3% วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย&amp;nbsp; รู้ผลการพิจารณาภายใน 7 วัน เงื่อนไขผ่อนปรน ให้สิทธิ์ครอบคลุมทั้งกลุ่มบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11942</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุน, ธพว., ปล่อยกู้, สินเชื่อเอสเอ็มอี, เอสเอ็มอีแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa32ea3ed2cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบงก์ชาติออกประกาศ3ฉบับรวด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.2561- นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย 3 ฉบับรวดลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ โดยประกาศดังกล่าวประกอบด้วย 1.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน 2.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกาศฉบับหลักคือ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ซึ่งเหตุผลในการออกประกาศระบุว่า ธปท.ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงินในบริษัทอื่นเพื่อป้องกันมิให้สถาบันการเงินเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจสนับสนุนทางการเงินเกินสมควร โดยมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องตามสภาวการณ์ของตลาดที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การถือหรือมีใบทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust) ที่ร่วมลงทุนใน (1) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (2) ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน และ (3) ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่ไม่ใช่บริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่น ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และผู้ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology : FinTech) อันจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมในภาคการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินหลายแห่งมีแผนในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น แต่การขยายธุรกิจดังกล่าวอาจมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในบางประเทศที่มิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรืออาจมีข้อจำกัดในการถือหุ้นจากการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ ดังนั้น เพื่อให้สถาบันการเงินไทยสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อสนับสนุนกิจการของสถาบันการเงินโดยรวม ตลอดจนเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economics Community : AEC) ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน โดยอนุญาตให้สถาบันการเงินสามารถถือหรือมีหุ้นในสถาบันการเงินที่อยู่ในต่างประเทศเกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละรายได้ โดยให้สถาบันการเงินยื่นคำขอผ่อนผันมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาจากข้อจำกัดทางกฎหมายในประเทศที่สถาบันการเงินจะไปลงทุนซึ่งห้ามมิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรือข้อจำกัดในการต่อรองทางธุรกิจเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามการถือหรือมีหุ้นข้างต้นจะต้องไม่เกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกันและอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้น หน่วยลงทุน และใบทรัสต์ของสถาบันการเงิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 7/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 8/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 9/2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุน, ธปท., ประกาศ, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, มีผลบังคับใช้, ราชกิจจานุเบกษา, วิธีการลงทุน, วิรไท สันติประภพ, สถาบันการเงิน, หลักเกณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7a710d94695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบงก์ชาติออกประกาศ3ฉบับรวด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.2561- นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย 3 ฉบับรวดลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ โดยประกาศดังกล่าวประกอบด้วย 1.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน 2.ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.8/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.9/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเงินกองทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจทางการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกาศฉบับหลักคือ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 7/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน ซึ่งเหตุผลในการออกประกาศระบุว่า ธปท.ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงินในบริษัทอื่นเพื่อป้องกันมิให้สถาบันการเงินเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจสนับสนุนทางการเงินเกินสมควร โดยมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องตามสภาวการณ์ของตลาดที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การถือหรือมีใบทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust) ที่ร่วมลงทุนใน (1) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (2) ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน และ (3) ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่ไม่ใช่บริษัทลูกภายในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน หรือธุรกิจการร่วมลงทุน (Private Equity) ในรูปแบบอื่น ที่มีการร่วมลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และผู้ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Financial Technology : FinTech) อันจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมในภาคการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินหลายแห่งมีแผนในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น แต่การขยายธุรกิจดังกล่าวอาจมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในบางประเทศที่มิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรืออาจมีข้อจำกัดในการถือหุ้นจากการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ ดังนั้น เพื่อให้สถาบันการเงินไทยสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศเพื่อสนับสนุนกิจการของสถาบันการเงินโดยรวม ตลอดจนเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economics Community : AEC) ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการลงทุนของสถาบันการเงิน โดยอนุญาตให้สถาบันการเงินสามารถถือหรือมีหุ้นในสถาบันการเงินที่อยู่ในต่างประเทศเกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในบริษัทแต่ละรายได้ โดยให้สถาบันการเงินยื่นคำขอผ่อนผันมายังธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาจากข้อจำกัดทางกฎหมายในประเทศที่สถาบันการเงินจะไปลงทุนซึ่งห้ามมิให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนจนมีอำนาจควบคุมกิจการในสถาบันการเงินท้องถิ่น หรือข้อจำกัดในการต่อรองทางธุรกิจเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามการถือหรือมีหุ้นข้างต้นจะต้องไม่เกินกว่าอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้นในทุกบริษัทรวมกันและอัตราส่วนที่กำหนดสำหรับการถือหรือมีหุ้น หน่วยลงทุน และใบทรัสต์ของสถาบันการเงิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 7/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 8/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศฉบับที่ 9/2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8756</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุน, ธปท., ประกาศ, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, มีผลบังคับใช้, ราชกิจจานุเบกษา, วิธีการลงทุน, วิรไท สันติประภพ, สถาบันการเงิน, หลักเกณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7a710d94695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
