<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ชี้แผนเปิดประเทศตามสัดส่วนกระจายวัคซีนโควิด ฟื้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งในรายการนายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง ผ่าน&amp;nbsp;PM PODCAST&amp;nbsp;ทางเพจไทยคู่ฟ้า ตอนหนึ่งถึงแผนการเปิดประเทศควบคู่การกระจายวัคซีนว่า แผนการเปิดประเทศต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามสัดส่วนของการกระจายวัคซีนในไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ในช่วงครึ่งหลังของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งหัวใจสำคัญคือ ความร่วมมือของทุกคนในประเทศอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ ทุกคนสามารถช่วยฟื้นฟูประเทศได้ด้วยการจับจ่ายใช้สอย ท่องเที่ยวในประเทศของผู้ที่มีศักยภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้กิจการทางเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นห่วงโซ่ ตั้งแต่ระดับฐานรากจนถึงภาคท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งในระดับผู้บริโภครัฐบาลอัดฉีดมาตรการลดค่าครองชีพต่างๆอย่างต่อเนื่อง ส่วนการประกอบการ รัฐบาลมีแผนจะเปิดประเทศสู่อุตสาหกรรมใหม่ หากภาครัฐและเอกชนได้ใช้โอกาสนี้ร่วมมือกัน เร่งรัดการลงทุน เพิ่มทักษะแรงงาน และปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำธุรกิจ จะทำให้ไทยไม่ตกขบวนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องจากการรักษาด้วยวัคซีนที่เริ่มเห็นผลในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางนโยบายวัคซีนของไทยและแนวทางการเปิดประเทศ ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในโลกและในไทยยังไม่สงบดี แต่ตนขอชื่นชมทีมบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คนไทยทุกคน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ที่อยู่หน้างานทั้งหมด เรายังช่วยกันเป็นอย่างดี ทำให้อัตราการติดเชื้อและผู้เสียชีวิตของไทยอยู่ในอันดับท้ายๆเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ไทยเรานั้นห้ามการ์ดตก ต้องกระจายวัคซีนให้มากและเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายการฉีดวัคซีนมากๆ เท่ากับนโยบายทางเศรษฐกิจ เนื่องจากวัคซีนจะสามารถปกป้องสุขภาพของคนไทย และเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำการแผนฉีดวัคซีนอย่างเพียงพอสำหรับคนไทยเรียบร้อยแล้ว จำนวน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ล้านโดส และคาดว่าจะฉีดให้ประชากรร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ในปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล ที่เรียงลำดับตามความเสี่ยงของกลุ่มต่างๆ ซึ่งเราตั้งเป้าจะฉีดให้กับทั้งคนไทยและต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจภาคเอกชนไทยกล้าลงทุน และกระตุ้นประชาชนออกมาท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอย ในช่วงรอยต่อก่อนเปิดประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า มาตรการการเปิดประเทศ รัฐบาลได้ปรับนโยบายการกักตัว ที่พิจารณาอยู่ เพื่อเร่งการฟื้นตัวการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ในระยะต่อไปกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอแผนการกักตัวในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม รวมถึงภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ และคาดว่าจะเริ่มในไตรมาส&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของปีนี้ ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลพยายามจะขับเคลื่อนในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม แผนการฉีดวัคซีนที่ชัดเจน ตนเชื่อว่ามั่นว่าจะเป็นแรงส่งสำคัญให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตนถือว่าเป็นการตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย ทุกคนต้องช่วยกัน เดินหน้า ฟันฝ่า ร่วมมือ เพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านั้นให้ได้ เพื่อกลับมาสู่ช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ได้ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หรือเร็วกว่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97392</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด19, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dcd5357418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิชัยพัฒนา&#039; ชื่นชมนักเรียน รร.สันติราษฎร์ฯ เสียสละเงินเก็บสะสม บริจาคสมทบกองทุนสู้ภัยโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;มูลนิธิชัยพัฒนา&amp;quot; โพสต์รูปภาพและข้อความระบุว่า นายสิรภพ ตรุณจันทร์ นักเรียนชั้น ม.6 / 7 โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย รวบรวมเงินมา 2,300 บาท เพื่อบริจาคสมทบ &amp;ldquo;กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19ฯ &amp;rdquo;...น้องเล่าว่าเงินจำนวนนี้เป็นเงินเก็บสะสมของรุ่นตั้งแต่ชั้น ม.4 สะสมกันวันละ 5 บาท พอได้ข่าวว่ามูลนิธิชัยพัฒนา มีกองทุนสู้ภัยโควิด จึงเห็นพ้องต้องกันว่าอยากนำเงินจำนวนนี้มาช่วยเหลือสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;....เงินที่เราบริจาค เป็นเงินที่พวกเราสะสมมาตั้งแต่ผม ม.4 วันละ 5 บาท เพื่อไว้ใช้จัดกิจกรรมภายในห้องเรียน แต่พอมาถึง ม.6 ก็จบการศึกษากันแล้ว เงินห้องที่สะสมมาเหลืออยู่ 2,300 บาท...บังเอิญมาพบพี่ๆใน Facebook แชร์มูลนิธิชัยพัฒนามา เพื่อนทุกคนก็เห็นพร้อมกันว่าดีเลย เอามูลนิธินี้แหละ...เชื่อว่ามูลนิธิชัยพัฒนา จะช่วยพี่น้องคนไทยของเราได้ และให้ทั่วถึงทุกคนที่เดือดร้อนได้ครับ&amp;quot;
สิรภพ ตรุณจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62541</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด19, มูลนิธิชัยพัฒนา, โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d9b5cc5739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
