<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอประกิต&quot; หนุนขึ้นภาษีบุหรี่ นำเงินเข้ากองทุนบัตรทอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;2ต.ค.61-นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีมีการยกร่างพ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการภาครัฐ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ...ที่จะขึ้นภาษีบุหรี่ซองละ 2 บาท ว่า ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะการขึ้นภาษีเป็นมาตรการที่ช่วยลดจำนวนนักสูบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่ม คนมีรายได้น้อย จากข้อมูลหากขึ้นภาษีบุหรี่ขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์จะทำให้นักสูบในวัยผู้ใหญ่ลดจำนวนมวนที่สูบลงได้ 4 เปอร์เซ็นต์ เด็กลดจำนวนมวนที่สูบลง 8-10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีที่มีผู้คัดค้านไม่ให้ขึ้นภาษีโดยระบุว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจ และเป็นการซ้ำเติมผู้บริโภคและเกษตรกรชาวไร่ยาสูบซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การจะลดจำนวนนักสูบลงก็ต้องมีผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลต้องชั่งน้ำหนัก ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นกับเศรษฐกิจยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกหรือไม่ แล้วกรณีที่เป็นผลกระทบกับสุขภาพนั้นเสียแล้วซ่อมได้ไหม ซ่อมแล้วเหมือนเดิมหรือไม่ และถ้าบุหรี่มีราคาแพงขึ้นคนไม่สูบแง่เศรษฐานะของคนนั้นก็ดีขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงกับโรคที่เกิดจากบุหรี่ ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกประเมินว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยจากบุหรี่ที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 1 ล้านคน เสียชีวิตปีละประมาณ 5 หมื่นคน แต่ก่อนจะเสียชีวิตต้องนอนป่วยหนักอยู่กว่า 3 ปี เป็นภาระทั้งของผู้ป่วย ระบบสุขภาพและฐานะของครอบครัวเขาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้อยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสมหรือไม่เพราะเพิ่งมีการขึ้นภาษีครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2560 เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า มีความเหมาะสมแล้ว เพราะในหลายประเทศเขียนไว้ในกฎหมายเลยว่าต้องมีการเพิ่มภาษีบุหรี่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และอย่างที่ออสเตรเลียมีการขึ้นภาษีบุหรี่ 6 เดือนครั้ง ส่วนของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2536 ถึงปัจจุบันมีการขึ้นภาษีไป 12 ครั้ง เฉลี่ยขึ้นภาษี 2 ปีต่อ 1 ครั้ง แต่ในความเป็นจริงบางครั้งเว้นไป 3,4 ปี ก็ค่อยมีการขึ้นภาษีก็มี ดังนั้นคิดว่าการขึ้นภาษีบุหรี่ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่สมควรที่จะทำ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวแวดวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเก็บภาษีบุหรี่เพิ่มซองละ 2 บาท มาให้กองทุนบัตรทอง เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพราะไม่ต่างจาก พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ที่กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) อาจจัดเก็บภาษีการค้าปลีกยาสูบมวนละ 10 สตางค์ ซึ่งคิดว่าร่างกฎหมายไม่ต่างกันมาก และการนำเอาเงินมาช่วยในเรื่องของกองทุนสุขภาพก็มองว่าเกิดประโยชน์ เพราะอย่างไรในช่วง ก.ย. 2562 บุหรี่ทุกยี่ห้อราคาขายปลีกจะต้องขยับราคาเกินกว่า 60 บาทแน่นอน เนื่องจากอัตราภาษีตามมูลค่าจะเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 40 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาต้องขยับราคาอยู่แล้ว เชื่อว่าทางควบคุมยาสูบคงเห็นด้วยแน่นอน แต่สิ่งที่คิดว่าควรเพิ่มคือ อาจจะต้องมีการเก็บภาษียาเส้นเพิ่มด้วยหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18922</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนบัตรทอง, มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่, ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ, หนุนขึ้นภาษีบุหรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb32d2316c50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
