<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม ม.33 และ ม.39 เพิ่มอีก 3 เดือน ก.ย.-พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21&amp;nbsp;ก.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขยายเวลาปรับลดอัตราจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเพิ่มอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;3 เดือน ตั้งแต่ 1 ก.ย. -30 พ.ย.64&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมฝ่ายละร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 2.5 ของค่าจ้างผู้ประกันตน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในส่วนผู้ประกันตนตาม ม.39 ให้ปรับลดอัตราจ่ายเงินสมบทจากเดิมในอัตราเดือนละ 432 บาท ลดลงเหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;235 บาท /เดือน&amp;nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 64 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า สำหรับการลดอัตราเงินสมทบงวดเดือน ก.ย.-&amp;nbsp;พ.ย. 64&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ของนายจ้างและผู้ประกันตนจากสถานการณ์การระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ผู้ประกันตนในระบบจ่ายเงินสมทบลดลงเป็น 10,721 ล้านบาท และนายจ้างจ่ายลดลงเป็น 9,629 ล้านบาท&amp;nbsp;ส่งผลดีต่อผู้ประกันตนทำให้สามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่าย ช่วยเสริมสภาพคล่องได้ประมาณ 945-1,575 บาทต่อคน และนายจ้าง มีสภาพคล่องขึ้น เพื่อให้ดำเนินกิจการต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, มติครม., เงินสมทบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9b5227b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้อำนวยการสำนักสิทธิประโยชน์ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม เผยมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกันตนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้มอบหมายให้ นางสาวลัดดา แซ่ลี้ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิประโยชน์ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์ว่า สำนักงานประกันสังคมได้รับนโยบายจาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องมาตรการเยียวยาให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยมาตรการเยียวยาให้ความช่วยเหลือโควิดระลอกใหม่ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ลดอัตราเงินสมทบ เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตนในการจ่ายเงินสมทบ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - นายจ้างจากร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 3 (มกราคม-มีนาคม 2564)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ผู้ประกันตนมาตรา 33 จากร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 3 (มกราคม 2564)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ผู้ประกันตนมาตรา 33 จากร้อยละ 3 เหลือร้อยละ 0.5 (กุมภาพันธ์ &amp;ndash; มีนาคม 2564)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ผู้ประกันตนมาตรา 39 จากเดือนละ 432 บาท เหลือเดือนละ 278 บาท (มกราคม 2564)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ผู้ประกันตนมาตรา 39 จากเดือนละ 278 เหลือเดือนละ 38 บาท (กุมภาพันธ์ &amp;ndash; มีนาคม 2564)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ออกกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ.2563 กำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยและหน่วยงานของรัฐสั่งปิดพื้นที่เพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อเป็นผลกระทบให้ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น โดยให้ลูกจ้างดังกล่าวซึ่งไม่ได้รับค่าจ้างมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐสั่งปิดพื้นที่ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยทุกครั้งรวมกันไม่เกิน 90 วัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ดูแลผู้ประกันตนที่ติดเชื้อโควิด-19 หากแพทย์ประเมินอาการแล้วสงสัยว่าเข้าข่ายป่วยโรคโควิด-19 แพทย์จะส่งตรวจโดยผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตามสิทธิประกันสังคม ตลอดจนการส่งต่อเพื่อการรักษา รวมถึงได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เนื่องจากถูกกักตัวและการหยุดงานเพื่อการรักษาตัว คนต่างด้าวสิทธิในการลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง 30 วันทำงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หากต้องหยุดงานตามคำสั่งแพทย์ต่อไปอีก ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง ลูกจ้างสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ สปส2-01/7 โดยแนบสมุดบัญชีเงินฝากของลูกจ้างผู้ประกันตนมอบให้นายจ้างเพื่อที่ให้นายจ้างกรอกข้อมูลในE-service เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เพิ่มสิทธิการตรวจคัดกรองเชิงรุก โดยออกประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์ และอัตราค่าบริการทางการแพทย์กรณีคัดกรองการติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เชิงรุกในสถานประกอบการ สำหรับจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/ สาขา/ ที่ท่านสะดวก หรือโทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91297</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, ทศพล กฤตวงศ์วิมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_601284f1a278c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติช่วยผู้ประกันตน มาตรา 33 ลดเงินสมทบเหลือ 0.5% เริ่ม ก.พ.-มี.ค.64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์- มีนาคม พ.ศ.2564 โดยลดอัตราเงินสมทบฝ่ายผู้ประกันตนมาตรา 33 เหลือร้อยละ 0.5 ของค่าจ้างผู้ประกันตน หรือ ส่งเงินสมทบสูงสุด 75 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน (กุมภาพันธ์-มีนาคม) จากเดิมร้อยละ 3 ของค่าจ้างผู้ประกันตน สำหรับฝ่ายนายจ้างให้คงอัตราเดิมโดยส่งเงินสมทบร้อยละ 3 ของค่าจ้างผู้ประกันตน รัฐบาลส่งเงินสมทบอัตราเดิมร้อยละ 2.75 ของค่าจ้างผู้ประกันตน สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จากเดิมอัตรา 278 บาทต่อเดือนให้เหลืออัตรา 38 บาทต่อเดือน ซึ่งจะทำให้นายจ้าง 486,192 ราย ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 11,164,387 คน และผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 1,832,500 คน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย โดยนำเงินสมทบที่ลดลงไปใช้จ่ายเสริมสภาพคล่อง เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2564 จำนวน 23,119 ล้านบาท ลดปัญหาทางการเงินของนายจ้างและผู้ประกันตน ส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้ประกันตนดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนในครั้งนี้ ส่งผลให้กองทุนประกันสังคมจัดเก็บเงินสมทบได้ลดลงจำนวน 7,166 ล้านบาท และหากรวมกับการลดอัตราเงินสมทบครั้งที่หนึ่งตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2563 ครั้งที่สองตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2563 และการลดอัตราเงินสมทบปัจจุบันตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2564 เงินสมทบทั้งหมดรวมกัน 9 เดือนจะลดลงประมาณ 68,669 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91081</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, ลดเงินสมทบ, อนุชา บูรพชัยศรี, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fe4d76e3d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันสังคม ออกประกาศแพทย์ฯ ให้การตรวจคัดกรอง ผู้ประกันตนกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 เชิงรุก ในสถานประกอบการ ฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า &amp;nbsp;จากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยพี่น้องแรงงาน และประชาชนทุกกลุ่ม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงแรงงานร่วมกันบูรณาการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อทำงานเชิงรุกในการร่วมกันป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ให้มีการจำกัดอยู่ในพื้นที่ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด ในวงกว้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ตลอดจนสุขภาวะ ของประชาชนทั่วประเทศ คณะกรรมการประกันสังคมจึงมีมติเห็นชอบประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการทางการแพทย์กรณีคัดกรอง การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 โดยศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณเหลือพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมการการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม ลงนามในประกาศฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญในประกาศฉบับนี้ คือ เพื่อค้นหาผู้ประกันตนกลุ่มเสี่ยงในสถานประกอบการ ซึ่งพิจารณาจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดตามระดับความรุนแรงที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยผู้ประกันตนต้องไม่ได้เป็นผู้รับสิทธิจากหน่วยงานภาครัฐอื่น หรือต้องไม่เคยได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ตามเกณฑ์กลุ่มเสี่ยงตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำหนด หรือการตรวจคัดกรองก่อนทำหัตถการ ตามที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำหนด หรือแพทย์ผู้ตรวจรักษาประเมินว่ามีความจำเป็น ตามดุลยพินิจของแพทย์ สำหรับการพิจารณาจัดสรรจำนวนผู้ประกันตนที่จะได้รับการตรวจคัดกรองฯ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา จะขอความเห็นชอบการตรวจคัดกรองในสถานประกอบการจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครก่อน ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ในการตรวจคัดกรองฯ และค่าบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการแก่สถานพยาบาล ในอัตราเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ตามระเบียบกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าด้วยอัตราค่าตรวจวิเคราะห์และให้บริการ หรือตามที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้ายว่า สำนักงานประกันสังคมมีความมุ่งมั่น และทุ่มเทการทำงาน โดยยึดหลักการดำเนินงานภายใต้แนวทางของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการบูรณาการงานด้านบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ เกิดความเหมาะสมเท่าเทียม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจไปต่อโดยไม่ต้องหยุดการผลิต และเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของผู้ประกันตนในทุกสถานการณ์อย่างทันท่วงที พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบในทุกด้านเพื่อหาแนวทางกำหนดมาตรการแก้ไขให้สอดคล้อง กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อไป ขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจว่าสำนักงานประกันสังคมจะดูแลผู้ประกันตน และพร้อมพัฒนางานด้านประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานปรัชญาการพัฒนาแบบยั่งยืน เพื่อให้เกิดความมั่นคงต่อชีวิตและสุขภาพของผู้ประกันตนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89793</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, ทศพล กฤตวงศ์วิมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_5fffb7feef518.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันสังคม ย้ำขั้นตอนนายจ้าง ผู้ประกันตน ยื่นขอรับประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย จากผลกระทบโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือในการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ในไทย ตาม &amp;ldquo;กฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563&amp;quot; โดยมีสาระสำคัญ ให้สิทธิประโยชน์กรณีว่างงานดังกล่าว แก่ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงานหรือนายจ้างไม่ให้ทำงานเนื่องจากต้องกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาดของโรค หรือไม่ได้ทำงานเนื่องจากนายจ้าง ต้องหยุดประกอบกิจการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เนื่องจากทางราชการมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการ ได้ตามปกติ และลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ให้ลูกจ้างดังกล่าวมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่มีการกักตัวหรือเฝ้าระวัง การระบาดของโรคหรือมีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว แล้วแต่กรณีแต่รวมกันไม่เกิน 90 วัน ซึ่งมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ สำนักงานประกันสังคมได้เปิดให้นายจ้าง และผู้ประกันตน ซึ่งเป็นสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ดำเนินการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนได้แล้ว โดยขอย้ำให้ ลูกจ้างผู้ประกันตน กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7 สามารถ download แบบได้ที่ www.sso.go.th) พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่ถูกต้องแล้วนำส่งให้นายจ้างรวบรวมแบบฯ เพื่อบันทึกข้อมูลลูกจ้างตามแบบฯ สปส 2-01/7 และหนังสือรับรองการหยุดงานกรณีราชการสั่งปิด/กรณีกักตัว (นายจ้างที่ใช้ระบบครั้งแรกต้องลงทะเบียน เพื่อใช้ระบบก่อน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนายจ้างบันทึกข้อมูลลูกจ้างเสร็จสิ้นให้นำส่งแบบฯ และหนังสือข้อมูลดังกล่าวข้างต้นในระบบ e-Service ส่งมายังสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือทางไปรษณีย์(ลงทะเบียน) ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service บน www.sso.go.th หากข้อมูลถูกต้องครบถ้วน สำนักงานประกันสังคมจะโอนเงินเข้าบัญชี ภายใน 5 วันทำการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนายจ้าง ผู้ประกันตน และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อ ที่สำนักงานประกันสังคม อีกทั้งลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกด้วย หากนายจ้าง และผู้ประกันตน มีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89003</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, ทศพล กฤตวงศ์วิมาน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff587cf6f7ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สุชาติ” รมว.แรงงาน สั่งประกันสังคม ดูแล ลูกจ้าง ผู้ประกันตน เดินทางช่วงเทศกาลหยุดยาวปีใหม่ เจ็บป่วยฉุกเฉินเข้ารักษารพ. ทุกแห่งไม่เสียค่าใช้จ่าย เตือน ดูแลสุขภาพตัวเอง  การ์ดอย่าตกช่วงวิกฤตโควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยลูกจ้าง ผู้ประกันตน และประชาชน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ กำชับ นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เร่งหน่วยงานในกำกับสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ให้บริการรวมถึงอำนวยความสะดวก พร้อมประชาสัมพันธ์ เรื่องกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินแก่ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมกำชับ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน การ์ดอย่าตกในช่วงวิกฤตโควิด-19 หลีกเลี่ยงกิจกรรมการรวมตัวของคนจำนวนมา ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค พร้อมดูแลสุขภาพตัวเอง สวมหน้ากากอนามัยขณะเดินทาง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพื่อความปลอดภัย ปลอดโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใย ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่ 2564 ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน พร้อมกำชับสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ ให้บริการรวมถึงอำนวยความสะดวก พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ เรื่องกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน แก่ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ในขณะเดินทางด้วยความระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะเดินทาง พร้อมแนะนำให้พกบัตรประจำตัวประชาชนติดตัวไว้ หากเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุ หรือมีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สามารถเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ทันที ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะพิจารณา จ่ายประโยชน์ทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ให้ภายใน 72 ชั่วโมง ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ขอให้ผู้ประกันตน หรือโรงพยาบาลที่ให้การรักษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง แจ้งโรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ทราบโดยเร็ว ตั้งแต่เข้ารับการรักษา เพื่อให้โรงพยาบาลรับผิดชอบให้บริการทางการแพทย์ให้กับผู้ประกันตนต่อไป&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border: none; padding: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border: none; padding: 0in;&quot;&gt;เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังได้ย้ำในเรื่อง การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นี้ ให้กับ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่จะเดินทางออกนอกบ้านในช่วงนี้ หรือเดินทางกลับภูมิลำเนา ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว โดยไม่จำเป็น และรวมตัวของคนจำนวนมาก และง่ายต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค พร้อมดูแลสุขภาพตัวเองอย่าประมาท สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า ตลอดเวลา หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพื่อคนไทยปลอดภัย ปราศจากโรคแน่นอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือโทร 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88273</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, กองทุนประกันสังคม, นายสุชาติ ชมกลิ่น, ปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5fea9b97a72a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลลดเงินสมทบประกันสังคมนาน 3 เดือน บรรเทาเดือดร้อนโควิดรอบ 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;ธ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1.ลดอัตราเงินสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 จากเดิมร้อยละ 5 ลดเหลือร้อยละ 3 สำหรับฝ่ายรัฐบาลส่งเงินสมทบอัตราเดิม คือร้อยละ 2.75 ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 ให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม จากเดิมเดือนละ 432 บาท เหลือเดือนละ 278 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp;2.ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 2.ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ให้รัฐบาล นายจ้างและผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีคลอดบุตร ฝ่ายละร้อยละ 1.05 การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ ในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตน ฝ่ายละร้อยละ 1.85 และรัฐบาลปรับเป็นร้อยละ 1.45,&amp;nbsp;การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตน ฝ่ายละร้อยละ 0.1 และรัฐบาลปรับเป็นร้อยละ 0.25&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า 3.ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 เป็นต้นไป ให้รัฐบาล นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีคลอดบุตร ฝ่ายละร้อยละ 1.5,&amp;nbsp;การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ ในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตนฝ่ายละร้อยละ 3 และรัฐบาล ร้อยละ 1,&amp;nbsp;การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตน ฝ่ายละร้อยละ 0.5 และรัฐบาลร้อยละ 0.25&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า การลดอัตราเงินสมทบจะส่งผลดีต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง โดยช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินไปใช้จ่ายเสริมสถาพคล่อง ประมาณคนละ 460 - 900 บาท เป็นเวลา 3 เดือน คิดเป็นมูลค่ารวม 8,248 ล้านบาท สำหรับนายจ้าง จะทำให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบลดลง รวม 7,412 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและช่วยรักษาการจ้างงานต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87679</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, เงินสมทบ, โควิด-19, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf442f8abf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
