<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักงบฯเติมเงิน 3 หมื่นล้านอัดฉีดบัตรคนจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค 2562 &amp;nbsp;น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยระหว่างเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ประเทศกัมพูชาว่า ภายในเดือนมี.ค.นี้ สำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 3 หมื่นล้านบาท เข้าในกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อนำไปใช้ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่ม หลังจากเงินในกองทุนฯ ที่มีอยู่ในปัจจุบันจะใช้หมดภายในเดือนนี้ และเมื่อเติมเงินแล้ว กองทุนฯจะมีงบใช้ได้จน ถึงสิ้นปีงบประมาณ 2562 หรือเดือนก.ย.2562 และมีเงินเพียงพอดูแลผู้ถือบัตรทั้ง 14.5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สาเหตุที่สำนักงบฯ ต้องจัดสรรงบเพิ่มเนื่องจาก ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการจัดทำโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมหลายโครงการ จนทำให้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากงบประจำปีไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นโครงการให้เงินสวัสดิการช่วงปีใหม่คนละ 500 บาท การช่วยเหลือค่าเดินทางไปรักษาพยาบาลแก่ผู้สูงอายุคนละ 1 พันบาท การช่วยเหลือค่าเช่าบ้านแก่ผู้สูงอายุคนละ 400 บาท การช่วยเหลือค่าน้ำค่าไฟฟ้า รวมถึงยังมีการขยายโครงการบัตรสวัสดิการ ภายใต้ไทยนิยมยั่งยืนให้กับประชาชนอีก 3.1 ล้านราย และการขยายมาตรการพัฒนาคุณภาพแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการระยะสองอีก 6 เดือนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะภาครัฐมีการคาดการณ์ไว้แล้ว และที่ผ่านมาได้มีการจัดทำกฎหมาย พ.ร.บ.การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมพ.ศ.2562 &amp;nbsp;เพื่อรองรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม โดยผ่านการพิจารณาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อปลายปีก่อน และขณะนี้ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีผลบังคับใช้ ทำให้สำนักงบประมาณสามารถ จัดสรรนำงบประมาณที่เหลือค้างจ่ายจากส่วนต่างๆ มาจัดสรรใส่ในกองทุนฯ แทน&amp;rdquo; น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าวอีกว่า การจัดสรรงบฯ ครั้งนี้ส่งผลให้ตั้งแต่เริ่มโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมีการตั้งกองทุนประชารัฐฯ ตลอดเวลา 2 ปี กระทรวงการคลังได้ใช้เงินไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท ในการ ช่วยเหลือผู้มรายได้น้อยให้มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น 14.5 ล้านคน และในจำนวนนี้ก็มีหลายล้านคนที่พ้นเส้นความยากจน นอกจากนี้ในปีงบประมาณหน้า กรมฯ ยังได้เสนอขอจัดทำงบประมาณปี 2563 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า สำหรับการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพิ่งประกาศในราชกิจจานุกเบกษาเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม กระจายรายได้อย่างเป็นธรรมตลอดจนยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมีการดำเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐภาคเอกชน และประชาชน ซึ่งจะมีผลทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีปัจจัยที่เพียงพอและสามารถ ดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งมีความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการจัดสวัสดิการเป็นไป ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31014</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 หมื่นล้านบาท, กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม, น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, สำนักงบประมาณ, อธิบดีกรมบัญชีกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a8971c5d8cd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
