<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คณิศ”ชงบอร์ดตั้งกองทุนพัฒนาอีอีซี1พันล้านหวังใช้เงินสะดวกไม่ต้องผ่านคลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค. 2562 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) หรือ สำนักงานอีอีซี เปิดเผยภายหลังงานจัดสัมมนาใหญ่ &amp;rdquo;Japan-China Workshop on Business Cooperation in Thailand&amp;rdquo; ว่าทางสำนักงานได้ประสานให้ภายในเดือนเม.ย. นี้ มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งทางสกพอ.จะมีการเสนอร่างการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) วงเงิน 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้อีอีซีมีอำนาจในการร่างระเบียบกองทุนฯ และบริหารเองใช้เองโดยไม่ต้องผ่านกระทรวงการคลัง เพื่อความคล่องตัวและบริหารงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น จึงเตรียมเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในครั้งนี้ โดยยึดหลักเกณฑ์ให้กองทุนเบิกจ่ายได้ 3 ด้าน คือ เพื่อการพัฒนาพื้นที่หรือชุมชน สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาและให้ทุนการศึกษาแก่ประชาชนที่อยู่อาศัยในอีอีซีหรือใกล้เคียง และค่าใช้จ่ายอื่นที่จะส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการพัฒนาอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะรายงานที่ประชุมถึงความคืบหน้าของโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการ โดยคาดว่าภายในเดือนเม.ย. 2562 นี้จะต้องได้เอกชนผู้รับสัมปทานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 5 โครงการ ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน , ท่าเรือมาบตาพุด เฟส3 , ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส3 , สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลเองยังยืนยันที่จะเห็นความชัดเจน 5 โครงการหลักที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานอีอีซี ที่จะได้สรุปรายชื่อผู้ชนะประมูลครบหมดทุกโครงการในสิ้นเดือนเม.ย.นี้และจะนำเสนอรายงานความคืบหน้าการประชุมบอร์ดอีอีซีที่เรากำลังประสานท่านนายกฯในการประชุมในเดือนนี้เพื่อรับทราบ&amp;quot;นายคณิศกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคณิศ กล่าวว่า สำนักงานอีอีซี &amp;nbsp;ได้ร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และคณะกรรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจีน จัดสัมมนา Japan &amp;ndash; China Workshop on Business Cooperation in Thailand โดยมีนักธุรกิจญี่ปุ่น &amp;ndash; จีน กว่า 260 บริษัท รวมทั้งนักธุรกิจไทยจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อจัดสัมมนาให้ข้อมูล และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนญี่ปุ่น-จีน ในการร่วมลงทุนในพื้นที่ อีอีซี ซึ่งจะเป็นพื้นที่ตัวอย่างของความร่วมมือการลงทุนของภาคเอกชนญี่ปุ่นและจีนในประเทศที่ 3 ให้เกิดขึ้นจริง โดยมีสาขาธุรกิจที่มีความเป็นไปได้สูง 3 สาขา ได้แก่ สาขาการขนส่งและโลจิสติกส์ สาขาพลังงานและสิ่งแวดล้อม และสาขาเมืองอัจฉริยะ อาทิเช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการเมืองอัจฉริยะดังนั้นจะตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลเป็นการเฉพาะเพื่อสานต่อดูแลการเข้ามาลงทุนที่เป็นความร่วมมือญี่ปุ่นและจีนอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;นายคณิศกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32860</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาอีอีซี, คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.), คณิศ แสงสุพรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a8910070014f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
