<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อุตฯอนุมัติเอสเอ็มอีพักชำระหนี้กองทุนประชารัฐ12เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 2563 - นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานบอร์ดบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ฯ เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์ภัยแล้ง ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี รวมทั้งที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจทั้งหลาย ซึ่งในส่วนของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ พบว่ามีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ รวมกว่า 5,600 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเกษตรแปรรูป บริการ ค้าปลีก และท่องเที่ยว

ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ จึงได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับสินเชื่อกลุ่มดังกล่าว โดยให้พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ทั้งนี้เอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อกองทุนฯ ที่ยังไม่ด้อยคุณภาพ (Non NPL) หรือไม่อยู่ในระหว่างที่ถูกกองทุนดำเนินคดี ก่อนวันที่ 29 ก.พ. 2563 สามารถยื่นความประสงค์ เข้าร่วมมาตรการด้วยความสมัครใจที่ธนาคารพัฒนาวิสากิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศ(ธพว.) ได้ทุกสาขา ทั่วประเทศในเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

โดยสามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.-30 มิ.ย. 2563 โดยต้องแสดงความประสงค์การขอพักชำระหนี้เงินต้น และยืนยันผลกระทบพร้อมระบุเหตุผลที่เกิดขึ้น พร้อมกับระบุประเด็นที่ประสงค์จะขอรับการส่งเสริม อาทิ ด้านการตลาด การเงิน และการผลิต เพื่อประกอบการพิจารณาและให้ความช่วยเหลือต่อไป

&amp;ldquo;มาตรการดังกล่าวนอกจากจะช่วยเหลือบรรเทาภาระการชำระหนี้ของเอสเอ็มอี ที่เป็นลูกหนี้กองทุนแล้ว ยังเป็นการเสริมสภาพคล่อง และลดแนวโน้มการเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อีกด้วย ทั้งนี้คณะกรรมการกองทุนจะประเมินผลการใช้มาตรการดังกล่าวใน 2 เดือนข้างหน้า&amp;rdquo;นายกอบชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61481</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81ba8797186.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;ชงครม.โยกเงินกองทุนเอสเอ็มอี3พันล้านบ.ช่วยบริษัทเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุริยะ&amp;quot;ชงครม.โยกเงินกองทุนเอสเอ็มอี3พันล้านบ.ช่วยรายจิ๋ว วงในเผยผลดำเนินการหลุดเป้าหมาย-ผู้ประกอบการสภาพคล่องดีกั๊กเงินไม่ยอมเบิกจริง​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค. 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนทำได้ใน 100 วันว่า ได้รับรายงานว่าปัจจุบันกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 10,000 ล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอีที่ไม่มีปัญหาสภาพคล่องจึงต้องการเพิ่มศักยภาพ เสริมเทคโนโลยี และเพิ่มผลผลิต วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท และ 8,000 ล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอี-คนตัวเล็ก(ไมโครเอสเอ็มอี) ที่ต้องการฟื้นฟูและเสริมศักยภาพธุรกิจ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย เริ่มปล่อยกู้มาตั้งแต่ต้นปี 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันกองแรกมีเงินเหลือค้างรวมกับเงินที่ลูกหนี้จะชำระคืน ประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท ขณะที่กองสองวงเงินใกล้เต็มแล้ว กระทรวงจึงเตรียมโยกเงินที่มีอยู่มาใส่ในกองทุนเอสเอ็มอี-คนตัวเล็ก โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอนุมัติช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ คาดว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีประมาณ 5,000 ราย​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นโยบายเร่งด่วนขณะนี้คือการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ดังนั้นต้องพยายามทะลวงเงินของกองทุนฯออกมาหลังติดขัดจากขั้นตอนปฏิบัติต่างๆ เพราะจากการศึกษาสถานการณ์เอสเอ็มอีล่าสุดพบว่าประสบปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว&amp;quot;นายสุริยะกล่าว​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ(กอป.) กล่าวว่า กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2560 เป็นกองทุนภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน 2558 คิดดอกเบี้ยในอัตรา 1%ต่อปี ปลอดเงินต้น 3 ปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท แบ่งการช่วยเหลือเอสเอ็มอีเป็น 3 ส่วน คือ 1.กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอีที่ไม่มีปัญหาสภาพคล่องจึงต้องการเพิ่มศักยภาพ เสริมเทคโนโลยี และเพิ่มผลผลิต วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท ปัจจุบันอนุมัติสินเชื่อแล้ว 7,372 ล้านบาท จำนวน 1,768 ราย อยู่ระหว่างการพิจารณา 3,420 ล้านบาท จำนวน 543 ราย เบิกจ่ายแล้ว 5,981 ล้านบาท หรือคิดเป็น 81% จำนวน 1,648 ราย วงเงินคงเหลือ 1,154 ล้านบาท​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กองทุนฟื้นฟูและเสริมศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับไมโครเอสเอ็มอี วงเงิน 8,000 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อนุมัติสินเชื่อแล้ว 7,998 ล้านบาท จำนวน 8,725 ราย อยู่ระหว่างการพิจารณา 38 ล้านบาท จำนวน 38 ราย และเบิกจ่ายแล้ว 7,930 ล้านบาท หรือคิดเป็น 99% จำนวน 8,693 ราย 3.งบประมาณเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเอสเอ็มอี วงเงิน 1,000 ล้านบาท สำหรับดำเนินกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีผ่านโครงการต่างๆ อาทิ การพัฒนาเอสเอ็มอีสู่อี-คอมเมิร์ซ เบิกจ่ายแล้ว 272 ล้านบาท วงเงินคงเหลือ 729 ล้านบาท เป้าหมายช่วยเหลือผู้ประกอบการ 3,196 ล้านบาท ดำเนินการแล้ว 2,502 กิจการ และ4.งบประมาณเพื่อบริหารกองทุน จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารเงินกู้ยืมให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ อัตรา 0.5-1% ของวงเงินกู้ยืม และใช้สำหรับจ้างบุคลากร ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการบริหารงานของสำนักงานกองทุน คาดว่ามีการใช้จ่ายไปไม่เกิน 500 ล้านบาท​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากสถานะการปล่อยกู้จะพบว่าตัวกองทุนฯวงเงิน 10,000 ล้านบาท ที่เบิกจ่ายเพียง 81% หากผู้ยื่นกู้ไม่มีการเบิกวงเงินภายในเวลาที่กำหนดควรระงับการปล่อยกู้และนำเงินที่้เหลือมาปล่อยกู้ให้กับไมโครเอสเอ็มอีแทน เพราะจะเข้าถึงรากหญ้ามากกว่าเอสเอ็มอีรายใหญ่ เพราะจากสถิติก็เห็นชัดเจนว่าไมโครเอสเอ็มอีมีการเบิกเงินกู้รวดเร็วจนเต็มวงเงิน 8,000 ล้านบาท ซึ่งแนวทางนี้นายสุริยะเห็นด้วย และเตรียมเสนอครม. จึงต้องติดตามว่าจะได้รับความเห็นชอบหรือไม่&amp;quot;รายงานข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43258</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี, ช่วย SME, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, โยกเงินกองทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d691b224d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
