<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;โชว์ผลงาน&#039;กองทุนยุติธรรม&#039; ปีเดียวช่วยประชาชนกว่า 3 พันราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงการดำเนินงาน &amp;ldquo;กองทุนยุติธรรม&amp;rdquo; ในรอบปีที่ผ่านมาว่า กระทรวงยุติธรรมได้วางนโยบายและแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลที่จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นการส่งเสริมปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างสังคมแห่งความเป็นธรรม และมีการดำเนินงานกองทุนยุติธรรม เพื่อให้การสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือการบังคับคดี การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ในปี 2562 ที่ผ่านมามีผู้ขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม จำนวน 5,989 ราย ซึ่งได้รับการอนุมัติไปจำนวน 3,002 ราย และได้ให้ความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมไปเป็นจำนวนเงิน 202 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เหลือคือเรื่องไม่เข้าเกณฑ์ บางเรื่องยุติแล้ว และบางเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ ในปัจจุบันกองทุนยุติธรรมมีภารกิจดูแลประชาชนกว่า 14 ล้านคน แต่งบประมาณที่ได้รับไม่สอดคล้องกับจำนวนประชากรที่ต้องดูแล โดยในส่วนของการสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายในปี 2562 ได้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาคและทั่วถึง พร้อมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนมีความรู้ทางกฎหมายอันนำไปสู่ความสุขของประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองทุนยุติธรรมมีภารกิจ 4 ประการ ประกอบด้วย 1.การให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี ในส่วนของค่าจ้างทนายความ ค่าฤชาธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดี, 2.การปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย กรณีผู้ที่ขอรับความช่วยเหลือ คือ ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นผู้ถูกคุมขังหรือจะถูกคุมขังในคดีอาญา หรือกรณีอื่นใด ซึ่งกองทุนยุติธรรมจะให้ความช่วยเหลือ แก่ผู้ที่ถูกคุมขังทุกชั้น ไม่ว่าจะเป็น ชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ หรือชั้นศาล, 3.การช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ผู้ที่ขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ต้องเป็นบุคคลที่เป็นผู้เสียหายจากการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นจำเลยที่ถูกคุมตามคำพิพากษาเกินกำหนด เป็นต้น และ 4.การสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยสามารถเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรมเพื่อจัดโครงการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากพี่น้องประชาชนท่านใดถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกละเมิดสิทธิ์ กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ที่จะให้ความยุติธรรมแก่ท่าน และเรามีกองทุนยุติธรรมที่จะคอยให้ความช่วยเหลือกับท่านในด้านค่าใช้จ่ายต่างๆ ผมขอย้ำว่าไม่ต้องเกรงใจ ท่านสามารถที่จะติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากเราได้ทันที&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78765</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนยุติธรรม, รมว.ยุติธรรม, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50f8e3c646d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งยง-ดาว&#039;กระตุ้น ปชช. เข้าถึง&#039;กองทุนยุติธรรม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่หยุดนิ่ง สำนักงานกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม หลังจัดทำ ซีรี่ส์ซิทคอม กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือประชาชน เพื่อประชาสัมพันธ์ กองทุนยุติธรรม ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม ล่าสุดยังได้เชิญชวน 3 ดารานำ ยิ่งยง ยอดบัวงาม, ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์, ดาว มยุรีย์ มาร่วมทำ ไวรัล (Viral Video) เพื่อหวังกระตุ้นให้ประชาชนเข้าถึงกองทุนยุติธรรมได้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดทำ ซีรี่ส์ซิทคอม กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือประชาชน เป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ภารกิจของกองทุนยุติธรรรม โดยมีแนวคิดเพื่อเปิด โอกาสให้ประชาชนที่ยากจนทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วของประเทศไทย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้พันธกิจ &amp;ldquo;กองทุนยุติธรรมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ เดือดร้อน ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพื่อให้เข้าถึงความยุติธรรม ตามกฎหมาย และพัฒนาสู่มาตรฐานสากล&amp;rdquo; นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซีรี่ส์ซิทคอม กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือประชาชน ทำการผลิตโดย บริษัท เก่งจัง ครีเอชั่น เฮ้าส์ มีนักแสดงชื่อดังอย่าง ยิ่งยง ยอดบัวงาม, ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์, ดาว มยุรีย์ ฯลฯ ที่มาให้ความรู้เรื่องกฏหมาย ทางช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.56-09.01 น. จำนวนทั้งสิ้น 20 ตอน ความยาวตอนละ 5 นาที ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2562 เป็นต้นมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายใต้แนวคิด การลดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม ที่สื่อถึงจุดเด่นของการช่วยเหลือประชาชน เน้นการนำเสนอเรื่องราวของเรื่องที่สร้างสถานการณ์จำลองมาให้ประชาชน สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม และการนำเสนอเรื่องราวด้วยภาพเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนรับรู้เรื่องของกฏหมายได้อย่างง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่ ซีรี่ส์ซิทคอม กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือประชาชน ได้ออกอากาศ ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนจำนวนหนึ่งเป็นอย่างดี แต่ทางกองทุนยุติธรรมยังอยากให้ประชาชนที่ยากจนทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วของประเทศไทย ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน จึงได้จัดทำ ไวรัล (Viral Video) ขึ้นมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้นักแสดงนำใน ซีรี่ส์ซิทคอม กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือประชาชน อย่าง ยิ่งยง ยอดบัวงาม, ดาว มยุรีย์ มาช่วยการเล่าเรื่อง เพื่อหวังให้ประชาชนได้รับทราบถึงภารกิจของกองทุนยุติธรรมเพิ่มมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ติดตามชม ไวรัล (Viral Video) ซีรีย์ซิทคอม กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือประชาชน ได้แล้ววันนี้ ที่ https://youtu.be/mgz6iQt14sQ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานกองทุนยุติธรรม โทร. 0-2502-6760, 0-2502-6742 (ฝ่ายบริหารทั่วไป), ส่วนภูมิภาค : ติดต่อสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกจังหวัด หรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนใกล้บ้าน หรือติดตามทาง เว๊บไซต์ www.jfo.moj.go.th, กูเกิ้ล, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์, เฟสบุ๊ก : สำนักงานกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49238</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, กองทุนยุติธรรม, ซีรีส์, ดาว มยุรี, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, สำนักงานกองทุนยุติธรรม, ฮาย อาภาพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dba56131b7fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อแม่ &#039;ลัลลาเบล&#039; ร้องยธ.จ่ายเยียวยา ขอตรวจพิสูจน์ซ้ำไม่เชื่อลูกกินเหล้าตายเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 ที่กระทรวงยุติธรรม นายชวลิตและนางศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์ บิดาและมารดาของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ลัลลาเบล พริตตี้ วัย 25 ปีที่เสียชีวิต ได้เดินทางเข้าพบว่าที่ ร.ต.ธนกฤติ จิตรอารีรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมและเขียนคำร้องเพิ่มขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ช่วยชันสูตรศพ น.ส.ธิติมา ซ้ำอีกครั้ง&amp;nbsp;เนื่องจากไม่เชื่อว่าบุตรสาวเสียชีวิตจากการดื่มสุราเกินขนาด และข้องใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ตรวจชันสูตรศพได้ทิ้งเสื้อผ้าที่บุตรสาวสวมใส่ขณะเสียชีวิตในขณะที่คดียังไม่ยุติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศุภมาส กล่าวว่า กล่าวว่า ยังข้องใจกับผลการชันสูตรศพของลูกสาว ส่วนตัวเห็นว่ายังไม่มีความชัดเจนในหลายๆเรื่องจึงยังไม่สบายใจ เพราะตามปกติลูกสาวไม่ใช่คนดื่มเหล้าหนักจนทำให้เสียชีวิตได้ อาจมีอะไรที่มากกว่านั้น นอกจากนี้ก็ยังข้องใจผลการตรวจชันสูตรฯจากโรงพยาบาลที่ระบุว่า เบลเสียชีวิตจากการมีแอลกอฮอล์ในเลือดสูง อีกทั้งการที่เจ้าหน้าที่ให้ดูเสื้อผ้าที่ลูกสวมใส่ในวันเกิดเหตุก็ไม่ใช่ ดูจากเสื้อผ้าจริงๆเป็นการนำรูปหรือภาพถ่ายมาให้ดู ซึ่งตนไม่ทราบว่า ทุกครั้งที่มีผู้เสียชีวิตทางครอบครัวผู้สูญเสียจะได้ดูเพียงรูปถ่ายเท่านั้นจริงหรือไม่ เพราะการเสียชีวิตของลูกสาวเป็นการตายที่ผิดปกติ และคดีก็ยังไม่สิ้นสุดเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงนำเสื้อผ้า หรือชุดที่ติดอยู่กับศพไปทิ้งทั้งๆที่คดียังไม่สิ้นสุด จึงอยากขอให้ทางกระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือ และขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ช่วยตรวจพิสูจน์ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งขอฝากศพไว้ที่สถาบันนิติฯจนกว่าผลการสอบสวนจะชัดเจน เพราะตอนนี้ศพอยู่ที่วัด การเก็บรักษาอุณหภูมิยังไม่เสถียร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในเรื่องช่วงเวลาการเสียชีวิตเมื่อคำนวณจากที่พนักงานสอบสวนได้ตั้งสมมติฐานช่วงเวลาการเสียชีวิต 4 ชม.นั้นกว้างเกินไป โดยคาดเวลาจากเข้างานและเลิกงานแล้วน่าจะอยู่ในช่วง 17.00-19.00น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสามารถ กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของลัลลาเบลด้วยการให้กองทุนยุติธรรมเข้ามาช่วยเหลือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ที่ทำให้เสียชีวิต แม้ว่ากองทุนยุติธรรมจะมีเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่มีฐานะยากจน แต่กรณีของพ่อแม่น.ส.ธิติมา อาจใช้ช่องทางยื่นขอรับความช่วยเหลือเนื่องจากขาดอุปการะเลี้ยงดูโดยต้องให้เพื่อนบ้านที่ไม่ใช่ญาติทำคำรับรองเพื่อยืนยีนว่า ผู้ยื่นคำร้องไม่มีอาชีพนอกจากนี้จะประสานกับกระทรวงแรงงานเพื่อให้ฝึกอาชีพให้ ส่วนข้อข้องใจของครอบครัวในเรื่องผลการชันสูตรศพทางครองครัวจะต้องยื่นคำร้องกับทางพนักงานสอบสวนสน.บุคคโล เพื่อเคลื่อนย้ายศพมาให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เก็บรักษา โดยจะให้เขียนคำร้องไว้ที่ศูนย์บริการร่วมไว้ก่อน จากนั้นทางศูนย์ฯจะประสานกับทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสามารถ กล่าวว่า ขอให้ครอบครัวของน้องลัลลาเบลไม่ต้องกังวล เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้ความสำคัญในคดี ต้องการให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือตกเป็นเหยื่อเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งคดีนี้หลังจากได้ข้อยุติการเสียชีวิตก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาของกองทุนยุติธรรม หากเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมายก็จะได้รับเงินเยียวยาจำนวน 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนรู้สึกสงสารครอบครัวของน.ส.ธิติมาและมีลูกที่ยังเล็กจึงมอบเงินส่วนตัวเพื่อให้กำลังใจเป็นจำนวน 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายสามารถได้มอบเงินให้แม่ของน.ส.ธิติมานั้น ได้เอามือลูบศีรษะน้องแบมแบม ลูกสาวของลัลลาเบลแล้วถามว่า รู้ไหมว่าแม่ไปไหนถึง 2 ครั้ง เด็กตอบว่า แม่อยู่ที่วัด โดยนายสามารถได้กล่าวว่า &amp;ldquo;สู้ สู้นะ เป็นกำลังใจให้ ผมไปฟังสวดในงานศพ ลัลลาเบลมาหาผม บอกว่า ถูกฆ่าและคนที่ทำคือ ผู้ชาย ทำให้เสียชีวิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46671</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, กองทุนยุติธรรม, ดื่มเหล้าตาย, ผลชันสูตร, ลัลลาเบล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c50caedcfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น มอบเงินกองทุนฯช่วยครอบครัว &#039;น้องน้ำ&#039; เหยื่ออดีตครูจ่อยิงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - นายทวีศักดิ์ สารทรัพย์ ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี &amp;nbsp;ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 3 ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งศพ &amp;quot;น้องน้ำ&amp;quot; อายุ 14 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่นายประสิทธิ์&amp;nbsp;รู้ปัญญา อดีตข้าราชการครูใช้อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม . จ่อยิงขมับจนเสียชีวิต ก่อนที่อดีตครูรายนี้จะยิงขมับตัวเองตายตามไปเหตุเกิดภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขต อ.มัญจาคีรี โดยคณะของยุติธรรมจังหวัดได้เข้าเคารพศพน้องน้ำ รวมทั้งการพูดคุยกับคนในครอบครัวของผู้ตายท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้มอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเบื้องต้น 110,000 บาท ซึ่งได้มอบให้กับยายน้องน้ำที่เลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่อายุ 3 เดือนหลังจากพ่อแม่น้องแยกทางกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมของกองทุนยุติธรรมที่จะจ่ายทันทีเมื่อพบผู้เสียชีวิตเข้าหลักเกณฑ์ เป็นเงินจำนวน 110,000 บาท ซึ่งเหตุการณืที่เกิดขึ้นนี้นั้นคณะทำงานได้ทำการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆแล้ว จึงได้ทำการมอบให้กับญาติของผู้เสียชีวิตในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของครอบครัวนายประสิทธิ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไม่เข้าเงื่อนไขของทางกองทุนฯ&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นผู้กระทำและฆ่าตัวตาย ขณะเดียวกันในคดีที่เกิดขึ้นหากครอบครัวของน้องน้ำ ต้องการดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายก็สามารถทำได้ โดยสามารถยื่นเรื่องผ่านทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นได้ทันที ซึ่งทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดมีทนายความดำเนินเรื่องให้หรือผู้เสียหาย ก็สามารถแต่งตั้งทนายดำเนินเรื่องเองได้เช่นเดียวกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะทีนางสมพงษ์&amp;nbsp;เปทา อายุ 62 ปี ยายของน้องน้ำ กล่าวว่า ครอบครัวยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเชื่อว่าหลานสาวถูกครูคนนี้ลวงไปฆ่า ซึ่งในส่วนการฟ้องร้องดำเนินคดีนั้น จะขอปรึกษาคุยกันในครอบครัวก่อนว่าจะเริ่มต้นอย่างไรภายหลังจากจัดงานศพน้องน้ำแล้วเสร็จ ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางครอบครัวฝ่ายครูที่ก่อเหตุก็ยังไม่มีใครติดต่อมา เพราะครอบครัวอยากจะให้ทางครอบครัวของครูที่ก่อเหตุมาช่วยเหลือเรื่องงานศพให้กับน้องน้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ที่บ้านของนายประสิทธิ์ คู่กรณีในคดีดังกล่าว โดยไม่พบกับภรรยาของนายประสิทธิ์แต่อย่างใด จึงได้สอบถามข้อมูลจากเพื่อนบ้านรวมทั้งคนในครอบครัวของนายประสิทธิ์&amp;nbsp;เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนทราบว่า นายประสิทธิ์ได้ขอลาออกจากการรับราชการเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับเงินมาประมาณ 2,000,000 บาท และได้แบ่งให้กับลูกชาย 2 คนๆละ 100,000 บาท ที่เหลือนายประสิทธิ์เก็บไว้ใช้เองโดยไม่ได้ให้ภรรยาแม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหลังจากนายประสิทธิ์ลาออกแล้ว ก็ได้หย่ากับภรรยาเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าสาเหตุของการหย่าว่าเกิดจากอะไร เพราะนายประสิทธิ์ก็เป็นคนที่มีนิสัยเงียบๆไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่เปิดเผยหรือแสดงออกว่ามีปัญหาใดๆ และภรรยาของนายประสิทธิ์ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า หลังจากนายประสิทธิ์เสียชีวิตแล้ว ญาติพี่น้องเพื่อนสนิทและคนในครอบครัวมานั่งคุยกัน จึงทราบว่า เงินที่นายประสิทธิ์มีอยู่ นำไปทุ่มให้กับเด็กหญิงอายุ 14 ปีรายนี้ เพราะทราบว่านายประสิทธิ์รักฝ่ายหญิงคนนี้มาก ระยะหลังก่อนเกิดเหตุ นายประสิทธิ์รู้ว่า ฝ่ายหญิงมีแฟนอยู่แล้ว การคบหาจึงไม่ราบรื่นเหมือนเดิม และฝ่ายหญิงเริ่มพยายามตีตัวออกห่าง จึงคาดว่าน่าจะนัดเคลียร์ปัญหากันกระทั่งเกิดเหตุขึ้น แต่โดยส่วนตัวนั้นนายประสิทธิ์อายุมากแล้ว และมีหนี้สินในครอบครัวอยู่ประมาณ 3 ล้านบาท เงินทองก็หมด เพราะทุ่มไปให้ฝ่ายหญิง แต่สุดท้ายฝ่ายหญิงไปมีแฟนใหม่ทำให้เกิดปัญหารุมเร้าจึงคิดสั้นก่อเหตุดังกล่าวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41931</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนยุติธรรม, คดีน้องน้ำ, คดีอาชญากรรม, จังหวัดขอนแก่น, ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น, สภ.มัญจาคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3951cd04841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทพหัสดินฯขอขมา ควัก5แสนตามคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ราชสกุล &amp;quot;เทพหัสดินฯ&amp;quot; เปิดแถลงข่าวขอขมาเหยื่อคดีแพรวา วอนอย่าเหมารวม พร้อมมอบเงิน 5 แสนตั้งกองทุนติดตามบังคับคดี ขณะที่แม่แพรวาเคลื่อนไหว ขอ รมว.ยุติธรรมอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมแทนไปก่อน ขายที่ได้ 50 ล้านค่อยคืน แต่รองปลัด ยธ. ยันทำไม่ได้ แนะเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีขายทรัพย์ทอดตลาด ถ้าขายเองไม่มีมูลค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ร้านอาหารเพลิน ถ.วิภาวดีรังสิต ตัวแทนราชสกุล &amp;quot;เทพหัสดิน ณ อยุธยา&amp;quot; แถลงข่าวชี้แจงกรณีคดีแพรวาอุบัติเหตุ 9 ศพ กับประเด็นการเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และข้อพาดพิงต่างๆ ต่อราชสกุลเทพหัสดินฯ นำโดยนายณัฐพล ทองคำ ทนายความประจำราชสกุล และนายสุชัย เทพหัสดิน ณ &amp;nbsp;อยุธยา ตัวแทนราชสกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายณัฐพลกล่าวว่า ทางราชสกุลขออภัยอย่างสูง ที่ผ่านมาผู้ใหญ่ในราชสกุลถามครอบครัวแพรวาเรื่องคดีไปถึงไหนอย่างไร ชดใช้อย่างไร ครอบครัวแจ้งว่าดำเนินการอยู่ จัดการได้ ที่ผ่านมาบอกครอบครัวให้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่เคยสนับสนุนให้หลีกเลี่ยง จนเมื่อวันที่ 15 ก.ค. มีข่าวผู้เสียหายไม่ได้รับชดใช้ ทางผู้ใหญ่ร้อนใจ ไม่ได้นิ่งนอนใจ นัดประชุมกันวันที่ 17 ก.ค. จนได้ข้อสรุปคือ 1.คดีเป็นเรื่องส่วนตัว ทางราชสกุลใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้อง 2.ราชสกุลเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น จึงมีมติรวบรวมเงินได้ 5 แสนบาท ตั้งกองทุนมอบให้ผู้เสียหายใช้จ่ายในการติดตามบังคับคดี โดยไม่เกี่ยวกับเงินที่ศาลให้ชดใช้ตามคำพิพากษา ขอให้ผู้เสียหายติดต่อมาที่ตน เป็นน้ำใจจากราชสกุล 3.ขอเรียกร้องให้แพรวาออกมาขอโทษในสิ่งที่ผิดพลาดด้วยความจริงใจ เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจ ไม่อยากให้เกิดความแตกแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพลกล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของราชสกุลให้ข่าวว่าขอให้วิจารณ์เรื่องส่วนตัว อย่าเหมารวมราชสกุลนั้น มาจากความไม่สบายใจ เช่นการโพสต์ข้อความในโซเชียลฯ ทำนองว่าฉิบหายทั้งโคตร เลวทั้งโคตร สะเทือนทุกคน ยืนยันว่าทุกคนไม่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาทุกคนเงียบ เพราะไม่อยากขัดแย้ง ขอให้ครอบครัวรับผิดชอบ แต่วันนี้ถ้าไม่บอกกล่าวอาจเกินเลย ทำให้ราชสกุลเสื่อมเสีย การถูกเหมารวมไม่น่าจะเกิดขึ้น และที่บางสื่อพาดหัวขู่ฟ้องคนวิจารณ์แพรวาก็ไม่เป็นความจริง ขอให้แยกแยะ ขอบคุณผู้เสียหายที่แสดงความรู้สึกให้เราได้รู้ เราก็ผลักดันให้ครอบครัวชดใช้ หากโพสต์ใดเข้าใจผิดรุนแรง ขอความกรุณาลบได้ก็ลบ ไม่ได้ขอให้ชื่นชม แต่ขอให้เข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวซักถามถึงกรณีที่มารดาของแพรวาจะใช้โฉนดที่ดินชดใช้ นายณัฐพลชี้แจงว่า ถ้าผู้เสียหายนำชื่อไปใส่ก็เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ หลังจากนี้ขอให้โจทก์กับผู้เสียหายหารือหาทางออกกัน ตามกฎหมายการชำระหนี้อยู่ที่ผู้เสียหายตกลงกันว่าจะเหมาะสมแบบไหน และขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับมารดาของแพรวา ในการประชุมและแถลงก็ไม่มีครอบครัวแพรวามาประชุมด้วย
ไม่ได้ร่ำรวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อซักถามถึงกรณีที่ทนายความครอบครัวแพรวาอ้างราชสกุลในการสู้คดีและใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม นายณัฐพลยืนยันไม่ได้เป็นทนายความครอบครัวแพรวา โดยในขั้นตอนของการทุเลาบังคับคดี ทนายความคนใดจะยกเหตุใดมาใช้เป็นส่วนที่คนนั้นกล่าวอ้าง ผู้พิพากษาจะให้หรือไม่ถือเป็นดุลยพินิจ และศาลก็ได้ใช้ดุลยพินิจแล้ว ที่ออกมาแถลงไม่ได้ติดใจเรื่องดังกล่าว แต่ออกมาเพราะไม่อยากเห็นความแตกแยก ผู้ใหญ่ไม่ปกป้องคนทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชัยกล่าวสั้นๆ ว่า ขอเรียนให้ทราบว่าเราหลายท่านไม่ค่อยมีเงิน พูดแบบไม่อาย บางท่านเป็นข้าราชการ ค้าขายเล็กน้อย ไม่ได้ร่ำรวย เรายืนข้างผู้เสียหาย และควรจะชดใช้ให้ตามที่ศาลตัดสิน ส่วนครอบครัวแพรวาก็ไม่ได้สนิท เคยเจอกันครั้งหนึ่งหลังเกิดเหตุ แพรวาก็ขอโทษทางราชสกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางราชสกุลเทพหัสดินฯ ได้ออกแถลงการณ์สรุปได้ว่า ทางราชสกุลเทพหัสดินฯ ไม่เคยนิ่งนอนใจ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และกราบขออภัยจากใจ และขอขมาทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในครั้งนั้น ตลอดมาไม่เคยลืมอุบัติเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนั้น และได้ผลักดันให้ทางครอบครัวของแพรวา หรือ น.ส.รวินภิรมย์ อรุณวงศ์ ปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอดไม่ได้หนีไปไหน และติดตามข่าวมาตลอด จนทราบว่า น.ส.รวินภิรมย์ถูกตัดสินให้รับโทษในคดีอาญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่เคยคิดหลบหนี เมื่อสอบถามไปทางครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์หลายครั้ง ได้รับคำตอบว่าคดีสิ้นสุดแล้วทุกครั้ง ทางราชสกุลจึงวางใจ และไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์ เนื่องจากสมาชิกของราชกุลเทพหัสดินฯ มีการลงทะเบียนไว้ร่วม 200 ครอบครัว แต่ละครอบครัวก็ได้แยกย้ายกันดำรงชีวิตตามลักษณะครอบครัวเดี่ยวในปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนหลายวันที่ผ่านมา ทางราชสกุลได้รับทราบพร้อมกับประชาชนว่าหลังจากคดีสิ้นสุด ครอบครัว
ผู้ประสบเหตุยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์ ซึ่งขอขอบพระคุณนายวรัญญู เกตชู หนึ่งในผู้ประสบเหตุ และพี่ๆ สื่อมวลชนหลายสำนักที่เป็นสื่อกลาง กระบอกเสียงส่งข่าวให้พวกเราได้รับทราบข้อเท็จจริง เมื่อได้ทราบข่าวแล้วพวกเราก็เรียกประชุมทันที และได้ข้อสรุปหลายประการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในขณะนั้น ทางโลกโซเชียลก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงถึงราชสกุลเทพหัสดินฯ โดยไม่ทราบถึงความตั้งใจจริงของเราที่เรียกประชุมทันทีที่ทราบข่าว บางท่านใช้คำพูดรุนแรงไม่สุภาพ พาดพิงถึงบรรพบุรุษผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ทางผู้ใหญ่ในราชสกุลจึงให้ข่าวกับทางสื่อหนึ่งว่าพวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ทราบข่าวแล้ว และกำลังเร่งดำเนินการกับเรื่องนี้ ขอวอนให้หยุดพาดพิงถึงบรรพบุรุษและราชสกุล เนื่องจากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไม่อยากให้เกิดความแตกแยกแตกร้าวในสังคม ท่านเป็นออกมาตักเตือนการใช้วาจาในการแสดงความเห็นในโลกโซเชียล ในฐานะผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเพียงเท่านั้นจริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวบุคคลที่กระทำผิดที่ใช้นามสกุลเดียวกันนี้ ยินยอมรับโทษตามคำตัดสินในคดีอาญา ส่วนคดีแพ่งที่เพิ่งสิ้นสุดไปนั้นก็ยังไม่จบสิ้นกระบวนการทั้งหมด และทางผู้ประสบเหตุไม่ต้องกังวลเรื่องหมดอายุความ ย้ำว่าทางราชสกุลรับทราบและมีข้อสรุป ท่านผู้ประสบภัยต้องได้รับการชดใช้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;
เสียใจอย่างสุดซึ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ทางราชสกุลออกแถลงการณ์ เพื่อแนะนำ และช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และกราบขอขมาต่อครอบครัวผู้ประสบเหตุ โดยขอมอบกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไว้สำรองใช้จ่ายในการติดตามบังคับคดีสืบทรัพย์ตามกฎหมายหลังจากนี้ต่อไป และในนามราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ขอเรียกร้องให้ครอบครัวของ น.ส.รวินภิรมย์ น้อมรับปฏิบัติตามคำพิพากษา อีกทั้งเร่งดำเนินการให้ทุกอย่างเรียบร้อยไปด้วยดี ภายใต้คุณธรรมและจริยธรรมอันดี และเมื่อคดีต่างๆ สิ้นสุดลงไปแล้ว ขอวอนต่อสังคมให้โอกาสต่อ น.ส.รวินภิรมย์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงเยาวชน และไม่ตั้งใจให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นจริงๆ ได้มีโอกาสแสดงความรับผิดชอบ นอกจากไม่หลบหนีไปไหนและน้อมรับโทษทุกประการแล้ว ก็ขอให้ได้แสดงความรับผิดชอบจัดหาทรัพย์มาเยียวยาต่อผู้ประสบเหตุอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว นายณัฐพล ทนายความ ได้โทรศัพท์ติดต่อกับนายวรัญญู เกตุชู หนึ่งในผู้เสียหาย เพื่อพูดคุยเรื่องเงิน 5 แสนบาท ที่ทางราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา จะมอบให้ ซึ่งทางผู้เสียหายจะนำประเด็นนี้ไปหารือกับทนายความของผู้เสียหายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายการโหนกระแส วันเดียวกันนี้ พันเอกรัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้ส่งโฉนดที่ดินปราณบุรี-สามร้อยยอด จำนวน 21 ไร่ และโฉนดที่ดินหมู่บ้านเมืองทองจำนวน 3 ฉบับ 300 ตารางวา มาให้หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พร้อมเปิดใจถึงแนวทางที่จะรับผิดชอบอย่างไรกับเหตุการณ์รถชนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลัดดาวัลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มารดา น.ส.แพรวา กล่าวผ่านรายการว่า จุดประสงค์อยากบอกผู้สูญเสียทุกคน ทั้งครอบครัว อยากแสดงความจริงใจให้เห็นว่าเรามีทรัพย์สินอยู่ตรงนี้ พร้อมที่จะขายให้กับทุกคน เพราะเรามีเงินไม่พอ ต้องขอโทษว่า หาเงินไม่ทันจริงๆ ในส่วนของเงินสด ไม่อยากให้ทุกคนเสียเวลาสืบทรัพย์ มันจะช้าไปอีก ทำให้ทุกคนได้รับการเยียวยาช้าไป จะไม่บิดพลิ้วใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยย้ายทรัพย์หนี ฝากขายทางรายการด้วยก็ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลัดดาวัลย์กล่าวอีกว่า อยากเรียนรัฐมนตรียุติธรรมคนใหม่ ขอให้ช่วยอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมแทนไปก่อน ขอให้ไปเป็นลูกหนี้กระทรวงยุติธรรม โดยเมื่อขายทรัพย์ได้ จะนำไปชดใช้คืนได้ เห็นใจทุกคน จะได้ไม่ช้า โดยที่ดินที่เตรียมไว้ที่ปราณบุรีจำนวน 50 ล้าน ถ้าไม่พออีกแปลงที่บ้านจำนวน 55 ล้าน ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ไปขึ้นศาล เพราะต้องดูแลพ่อที่กำลังป่วยอยู่ จึงได้ส่งทนายไปแทน โดยทนายรับปากว่าจะไปฟังมาให้ว่าค่าชดใช้เท่าไหร่ แต่ไม่ทราบจริงๆ ว่าทนายไม่ได้ไป ซึ่งพอทราบก็ช็อกเหมือนกัน ทั้งโกรธและเสียใจ ต้องขอโทษญาติผู้เสียหายทุกคนจริงๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทนายพูดไม่ดีกับผู้เสียหาย อยากได้ไปฟ้องเอา นางลัดดาวัลย์กล่าวว่า คงหนีความรับผิดชอบไม่พ้น เพราะเขาเป็นทนายของครอบครัวเรา ต้องขอโทษญาติผู้เสียหายทุกคน ไม่ได้อยู่ในความคิดจะที่ดึงเรื่อง ถ้าเรามีเงินสดในตัว ไม่ต้องมีการฟ้องร้องเลย เราจัดให้ทุกคน แต่เมื่อตัวเลขสูง ซึ่งมันประเมินค่าชีวิตของคนที่จากไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่เมื่อมีการอุทธรณ์ มันก็เป็นขั้นตอนของกฎหมาย มันก็เป็นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประเด็นสังคมเริ่มบานปลายไปถึงเรื่องตระกูล นางลัดดาวัลย์กล่าวว่า อยากกราบบรรดาชาวเน็ต มันเป็นความผิดส่วนตัวของดิฉัน พ่อ และแพรวา ราชสกุลทุกคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตรงนี้ ขออภัยราชสกุลที่ต้องมัวหมอง คนอื่นไม่ได้ร่วมทำผิดด้วย
แนะบังคับคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตามกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากกฎหมายไม่มีระเบียบให้กองทุนยุติธรรมนำเงินมาจ่ายเยียวยาให้กับเหยื่อแทนจำเลย แม้ว่าจำเลยพร้อมจะนำเงินมาคืนได้ในภายหลัง อย่างไรก็ตาม หากจำเลยมีความประสงค์จะนำเงินมาชดเชยตามคำพิพากษาให้กับญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ราย ทางกระทรวงยุติธรรมจะประสานกรมบังคับคดีช่วยประกาศขายที่ดินให้เพื่อนำเงินมาชดเชยให้กับครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า สำหรับความช่วยเหลือของกระทรวงยุติธรรมในคดีดังกล่าวนั้น ที่ผ่านมากรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้จ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในคดีอาญาไปแล้ว โดยผู้เสียชีวิตจะได้เงินรายละ 100,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการเยียวยาตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงยุติธรรมยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ข้อเท็จจริงที่สังคมยังไม่รับรู้ก็คือ ที่ดินของคนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีนั้น ไม่มีมูลค่าเลย เพราะผู้จะซื้อจะคิดไปว่าอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยจำเลยในการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและถูกเรียกคืน จึงขายไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันคดีได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมยินดีเป็นโซ่ข้อกลางในการรับโฉนดที่ดินมาวางที่กระทรวงยุติธรรมในระหว่างการเจรจาทั้งสองฝ่าย ทั้งที่ไม่มีอำนาจในการเก็บหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจของคู่กรณี หรือช่วยประสานงานสถาบันการเงินให้ปล่อยเงินกู้ให้ หรือคุณแม่น้องแพรวาอาจยินยอมเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีตามกฎหมาย โดยนำหลักทรัพย์ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดแทนที่กรมบังคับคดีแทนที่ตนเองจะเป็นผู้ขายก็ได้ เพราะจากประสบการณ์เคยเห็นมีที่ดินบางแปลงขายโดยกรมบังคับคดีได้มากกว่าเจ้าทรัพย์นำไปขายเองครับ โดยจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน และไม่ต้องไปเสียค่านายหน้าให้ใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอชื่นชมยินดีอีกครั้งนะครับที่คุณแม่และครอบครัวที่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบและหาทางออกร่วมกันครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอยืนยันว่ากรมบังคับคดีไม่ได้นิ่งนอนใจในคำสั่งศาลฎีกาที่ออกมาประมาณ 2 เดือน อีกทั้งขั้นตอนยังไม่มาถึงกรมบังคับคดี &amp;nbsp;ดังนั้นจากนี้โจทก์ทั้งหลายต้องเอาคำสั่งศาลไปปรึกษายังกรมบังคับคดี กรมบังคับคดีจะเร่งดำเนินการให้ทันที เพราะเวลานี้ได้สั่งการและให้ทุกคนมีความพร้อมในการดูแลประชาชน เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เพราะกระทรวงยุติธรรมจะไม่เพิกเฉยในสิทธิของประชาชน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41340</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนยุติธรรม, ตั้งกองทุนติดตามบังคับคดี, หนังสือพิมพ์, เทพหัสดิน ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d3084de5fd82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งช่วยหญิงยากจนถูกหลอกเปิดบัญชี ตกเป็นผู้ต้องหาฐานฉ้อโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุติธรรมรุดช่วยครอบครัวหญิงยากจน เหยื่อแก๊งหลอกเปิดบัญชี อ้างจะนำไปรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือสร้างบ้าน สุดท้ายกลายเป็นผู้ต้องหาถูก ตร.จับฐานฉ้อโกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ น.ส.อุมาพร เรืองรัมย์ อายุ 27 ปี ชาวบ้านตะไก้ ต.กันทรารมย์ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากนางละม่อม ชินรัมย์ อายุ 49 ปี ผู้เป็นมารดาตกเป็นเหยื่อของแก๊งหลอกเปิดบัญชี โดยผู้ที่มาหลอกเป็นคนในตำบลเมืองไผ่ อ้างว่าจะนำบัญชีไปขอรับบริจาคจากผู้ใจบุญเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือสร้างบ้านหลังใหม่ให้ เนื่องจากบ้านที่อยู่ปัจจุบันสภาพเป็นเพิงเล็กๆ ปลูกอยู่ริมลำธาร ซึ่งเป็นที่สาธารณะ แต่สุดท้ายแม่กลับตกเป็นผู้ต้องหา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองยโสธร นำหมายศาล มาติดตามจับกุมตัวที่บ้านเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ข้อหาฉ้อโกง สร้างความตกใจและเดือดร้อนให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้จะช่วยเหลือแม่ได้อย่างไร เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนลำพังจะกินอยู่ก็ยังลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรม จ.บุรีรัมย์ ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าครอบครัวของนางละม่อม ที่ถูกจับกุมมีฐานะยากจนจริงไม่สามารถหาเงินไปประกันตัวผู้ที่ถูกจับกุมได้ ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขการช่วยเหลือ เบื้องต้นทางยุติธรรม จ.บุรีรัมย์ ก็จะได้ประสานไปยังสำนักงานยุติธรรม จ.ยโสธร และยุติธรรม จ.ระยอง ที่นางละม่อม ถูกแจ้งความและมีหมายจับอยู่ เพื่อขอรับเงินกองทุนยุติธรรมในการยื่นเรื่องขอประกันตัวชั่วคราว ให้ออกมาต่อสู้คดีตามกระบวนการ โดยทางรองปลัดกระทรวงฯ ก็ได้กำชับให้ดำเนินการเป็นกรณีเร่งด่วน เพราะเป็นนโยบายของทางกระทรวงอยู่แล้ว ซึ่งการขอรับเงินกองทุนฯยื่นเรื่องขอประกันตัวดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวกับผลคดีว่าจะแพ้หรือชนะ แต่หลังจากได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้วก็ต้องไปรายงานตัวที่ศาล และสำนักงานยุติธรรมตามกำหนดนัดทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ อบต.กันทรารมย์ เบื้องต้นก็ได้นำเงินและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปมอบช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น หลังจากนั้นก็จะหาแนวทางช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยตามหลักเกณฑ์ที่จะสามารถช่วยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อุมาพร ลูกสาว บอกว่า ตอนนี้อยากจะให้หน่วยงานภาครัฐ หรือผู้รู้กฎหมายช่วยเหลือแม่ออกมาจากเรือนจำให้เร็วที่สุด เพราะสงสารแม่มากแต่ครอบครัวมีฐานะยากจนและไม่รู้ช่องทางว่าจะทำอย่างไร หลังจากมีหน่วยงานต่างๆยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือก็รู้สึกมีความหวังมากขึ้น เชื่อว่าแม่จะได้รับการช่วยเหลือและได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อุมาพร กล่าวว่า ขอยืนยันว่าแม่ไม่ได้เกี่ยวข้องขบวนการที่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน แต่ที่แม่ถูกจับเชื่อว่าเกิดจากถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้เปิดบัญชี เพราะอ้างว่าจะนำบัญชีไปขอรับบริจาคเพื่อนำเงินมาก่อสร้างบ้านให้ ทำให้แม่หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว ส่วนกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่าทำไมแม่ไม่ไปแสดงตัวตอนที่มีหมายเรียกนั้น ก็ขอชี้แจงว่ามีหมายมาที่บ้านจริง 2 ครั้ง ซึ่งแม่ก็เซ็นรับหมายทั้ง 2 ครั้ง แต่ช่วงนั้นแม่ป่วยประกอบกับครอบครัวก็มีฐานะยากจน ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปก็ได้แจ้งตำรวจที่มาส่งหมายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เขาก็แนะนำว่าให้โทรศัพท์ไปคุยกับพนักงานสอบสวนท้องที่ที่ออกหมาย ซึ่งตนได้โทรศัพท์ไปติดต่อตามคำแนะนำแล้วหลายครั้ง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนีทั้งมั่นใจว่าแม่ไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา จากนั้นก็เห็นเงียบหายไปกระทั่งวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา มีตำรวจนำหมายศาลมาจับกุมตัวทั้งแม่และคนในครอบครัวก็ตกใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเสมอ เรืองรัมย์ อายุ 52 ปี สามี บอกว่า ที่ภรรยาถูกจับมาจากกากรถูกหลอกเปิดบัญชีอย่างแน่นอน โดยคนที่มาหลอกก็ไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยกัน รู้แค่ว่าเป็นคนตำบลเมืองไผ่ โดยมาหลอกพาภรรยาไปเปิดบัญชี อ้างว่าจะนำบัญชีไปขอรับบริจาคจากผู้ใจบุญเพื่อนำเงินมาสร้างบ้านให้ แต่หลังเปิดแล้วก็ไม่เคยเห็นสมุดบัญชีหรือเอกสารใดๆเลย หลังจากนั้นหญิงคนดังกล่าวก็หายตัวไป และไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือตามที่มีการกล่าวอ้างเลย กระทั่งภรรยามาตกเป็นผู้ต้องหาถูกจับกุมฐานฉ้อโกงดังกล่าว ทางครอบครัวก็ไม่มีปัญญาที่จะไปช่วยภรรยา หลังจากมีหน่วยงานต่างๆ ยื่นมือเข้ามาช่วยก็มีความหวังมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21095</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, กองทุนยุติธรรม, จังหวัดบุรีรัมย์, ยุติธรรมจังหวัดบุรีรัมย์, สภ.เมืองยโสธร, หญิงยากจนถูกจับฐานฉ้อโกง, อำเภอกระสัง, เหยื่อแก๊งหลอกเปิดบัญชี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd980e07408c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
