<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กรร.ตชด .ได้รับการเหลียวแลแล้ว กสศ.คัดนร. 1.3หมื่นรายได้รับทุน ลดเหลื่อมล้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 &amp;nbsp;ก.ค. &amp;nbsp;62-ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน - กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ &amp;quot;โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนแบบมีเงื่อนไข และพัฒนาคุณภาพครู&amp;quot; ให้กับโรงเรียนในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนทั้ง 218 แห่ง โดยนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาครูสังกัด ตชด.กว่า 2,000 คน จาก 218 โรงเรียน ได้ลงพื้นที่ค้นหา คัดกรองนักเรียนที่มีความยากลำบากซึ่งอยู่ในพื้นที่ตามแนบตะเข็บชายแดนทั้งหมด โดยกรอกข้อมูลลงในระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ iSEE ของ กสศ. ทำให้ขณะนี้ กสศ.มีฐานข้อมูลที่สามารถชี้เป้านักเรียนที่มีความยากลำบากในรร.ตชด. ที่แสดงสถานะความยากจนด้อยโอกาส ภาระพึ่งพิง สภาพที่อยู่อาศัย ฯลฯ ซึ่งระบบการคัดกรองจะเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับโรงเรียนสังกัดอื่นๆ ที่ร่วมโครงการกับกสศ.ทั้งหมด และสามารถติดตามผลการช่วยเหลือได้เป็นระยะทั้งการมาเรียน ผลการเรียน สุขภาพ ได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมานักเรียนในโรงเรียนสังกัด บช.ตชด. ไม่เคยได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนมาก่อน ในขณะที่สภาพความเป็นจริงนักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะทางบ้านยากจนด้อยโอกาส และอาจให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาของบุตรหลานค่อนข้างน้อย เพราะต้องดิ้นรนทำงานเพื่อการยังชีพเป็นหลัก ประกอบกับสภาพพื้นที่อยู่อาศัยมีความยากลำบากในการเดินทาง พื้นที่เสี่ยงภัยตามแนบตะเข็บชายแดน ทำให้นักเรียนเหล่านี้มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ในปีการศึกษา 2562 กสศ.จะจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคในโรงเรียนสังกัด บช.ตชด. โดย ล่าสุด ครู ตชด.ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน บันทึกข้อมูลนักเรียนเข้ามาในระบบ iSEE จำนวน 15,787 คน คัดกรองเรียบร้อยแล้วจำนวน 13,037 คน คิดเป็นร้อยละ 82 โดยนักเรียนกลุ่มนี้ มาจากครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ย 1,200 /คน/เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลผลการคัดกรองโดยจะมีการแจ้งรายชื่อนักเรียนทั้งหมดที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองของ กสศ.ภายในปลายเดือน กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้จัดการกสศ.กล่าวอีกว่าดังนั้นในปีการศึกษา 2562 กสศ.จึงจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติม โดยแบ่งเป็น นักเรียนระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา จัดสรรในภาคเรียนนี้ละ 1,500 บาทต่อคน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาจัดสรรภาคเรียนละ 2,500 บาทต่อคน โดยทั้งหมดนี้จะอุดหนุนไปที่นักเรียนโดยตรงร้อยละ 50 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการครองชีพ ค่าเดินทาง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้ได้ ขณะที่อีกร้อยละ 50 จัดสรรให้กับทางโรงเรียนเป็นค่าอาหาร ค่ากิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะชีวิตเพื่อทางโรงเรียนนำไปขยายผล นำเงินอุดหนุนไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเด็กนักเรียนอย่างยั่งยืนได้ ทั้งนี้หากภาคเอกชนรายใดสนใจที่จะร่วมบริจาค สมทบเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กสศ.หมายเลขโทรศัพท์ 0-2 079-5475&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.ท.วิชิต ปักษา รักษาราชการแทนผู้บัญชาการ ตชด. กล่าวว่า โรงเรียนในสังกัด บช.ตชด. ประสบภาวะความยากลำบากและข้อจำกัดหลายด้านที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของครู การจัดการเรียนการสอน และคุณภาพของเด็กนักเรียน ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทย อุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนเพื่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่เพียงพอ เนื่องจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนไม่ใช่หน่วยงานหลักในการจัดการศึกษา ทำให้โรงเรียนสังกัด บช.ตชด. มีข้อจำกัดในเรื่องการบริหารและจัดการศึกษามาโดยตลอด นอกจากนี้ยังพบว่า ครู ร..ตชด.ส่วนใหญ่ไม่มีวุฒิทางการศึกษา หรือไม่ตรงตามสาขาวิชา อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาได้มีความพยายาม พัฒนาครู รร.ตชด. ให้ได้รับวุฒิทางการศึกษา เช่น การให้ทุนสนับสนุน การปรับเวลาเรียนให้สอดคล้องกับสภาพการทำงาน การศึกษาทางไกล แต่ด้วยข้อจำกัด เช่น ภาระงานที่หนักหลายด้านจึงทำให้ครูส่วนหนึ่งต้องตัดสินใจหยุดการศึกษากลางคัน ภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเนื่องจากที่ตั้งของบางโรงเรียนซึ่งอยู่ในพื้นที่สูงห่างไกลคมนาคมทำให้ไม่สามารถศึกษาต่อได้ การจัดหลักสูตรเป็นมาตรฐานเดียว ทำให้รายวิชาตามหลักสูตรไม่สอดคล้องกับสภาพจริงในการปฏิบัติงานของครู รร.ตชด. ซึ่งความร่วมมือกับกสศ.ในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนและให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการเรียนการสอนและช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41739</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., กองทุนลดเหลื่อมล้ำ, รร.ตชด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36faaa7e9fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 23:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดทุนนวัตกรรมอาชีพช่วยเหลือเด็กยากจน ถือว่าวางรากพัฒนาทรัพยามนุษย์ชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก eef.or.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19พ.ย.61-&amp;nbsp;กสศ. เปิดตัว โครงการ &amp;ldquo;ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง&amp;rdquo; ช่วยเหลือเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่มีศักยภาพเรียนสายอาชีพ รุ่นละ 2,500 คน เล็งรับสมัครปีการศึกษา 62 นี้ &amp;ldquo;นักสิทธิ์&amp;rdquo; เชื่อเป็นการลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศที่ดี&amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; ลั่นเป็นตัวหนุนเสริมยกระดับคุณภาพกำลังคนสายอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่อาคารเอส.พี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) - กสศ. จัดงานเปิดตัว ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน โดยนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า จากข้อมูลปัจจุบันพบว่านักเรียนจากครอบครัวยากจนมีโอกาสเรียนต่อสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายเพียงแค่ร้อยละ 5 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยครอบครัวทั่วไปที่ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาถึงร้อยละ 32 ดังนั้น กสศ. จึงมีโครงการ &amp;ldquo;ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง&amp;rdquo; เพื่อช่วยเหลือเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่มีศักยภาพให้มีโอกาสเรียนต่อสายอาชีพและมีงานทำทันทีเมื่อจบการศึกษา ซึ่งโครงการนี้จะมีลักษณะสร้างพันธมิตรกับเครือข่ายสถาบันการศึกษา โดยการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่สร้างกำลังคนสายอาชีพให้มีสมรรถนะและทักษะในศตวรรษที่ 21 และทักษะอาชีพการทำงานตาม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาลและความต้องการตลาดแรงงานในท้องถิ่น โดยในขั้นตอนแรกจะคัดเลือกสถาบันการศึกษาที่สนใจและมีแผนดำเนินงานที่ดีที่สุดก่อน จากนั้นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกจะพัฒนาการเรียนการสอน เช่น ระบบทวิภาคี ระบบดูแลนักศึกษา เป็นต้น เพื่อจัดรับสมัครนักศึกษาให้ทันในปีการศึกษา 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนนอกจากจะสร้างกำลังคนรุ่นใหม่สายอาชีพราวรุ่นละ 2,500 คน แล้วยังเป็นการสร้างโอกาสสู่การศึกษาระดับสูงแก่นักเรียนที่มีศักยภาพ แต่มีอุปสรรคทางรายได้ของครอบครัว โครงการนี้นอกจากจะให้ทุนการศึกษาแล้วยังมุ่งปฏิรูปการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาสายอาชีพ ให้สามารถผลิตกำลังคนที่สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและภาคธุรกิจ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo;ผู้จัดการ กสศ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนักสิทธิ์ คูวัฒนาชัย ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ในแง่ผลประโยชน์ที่จะได้รับ กสศ.ได้คำนวณ ผลตอบแทนของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง จากนักเรียนผู้รับทุน 2500 ทุน ในปีแรก จากข้อสมมติฐานว่าผู้รับทุนทุกคนทำงานหลังจบการศึกษาจนถึงเกษียณอายุ 60 ปี จะคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV ) ประมาณ 10,000 ล้านบาท หรืออัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR หรือ Internal Rate of Return อยู่ที่ร้อยละ 10 โครงการนี้ยังสร้างผลประโยชน์ทางอ้อมให้แก่ ผู้รับทุน เช่น ผู้รับทุนมีความพึงพอใจในงานเพิ่มขึ้น อัตราการออกจากการศึกษาของสายอาชีพน้อยกว่าการศึกษาประเภทอื่น และมีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนย้ายแรงงาน ผลประโยชน์ในแง่ของนายจ้าง ผลลัพธ์ของโครงการจะสามารถเพิ่มผลิตภาพการผลิตของบริษัทให้สูงขึ้น และประหยัดต้นทุนของบริษัทในการสรรหาแรงงานทักษะ และลดอัตราการเข้าออกของพนักงานในบริษัท ขณะที่แง่เศรษฐกิจภาพรวม จะช่วยให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมของรัฐ การเพิ่มรายได้ภาษี และลดปัญหาความยากจน ซึ่งโครงการนี้ถือว่ามีความคุ้มทุนอย่างมาก เพราะเป็นการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว กล่าวว่า สังคมไทยยังยึดติดกับภาพลักษณ์ของเด็กอาชีวะในเรื่องความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย การสูญเสียชีวิต ตรงนี้ทำให้สัดส่วนการเรียนสายอาชีพถดถอยลงมาโดยตลอด ประมาณร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับสายสามัญศึกษาที่อยู่ประมาณ ร้อยละ 60-70 สวนทางกับทิศทางการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ทั้งที่เส้นทางหลักที่จะเป็นกระดูกสันหลังของประเทศในทศวรรษหน้า คือ การเรียนในสายอาชีพ ดังนั้นทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. จึงเป็นความก้าวหน้าสำคัญที่จะช่วยปฏอรูประบบการเรียนการสอนสายอาชีพให้ดีขึ้น และโครงการนี้จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเด็กอาชีวะ ที่สังคมมองว่านิยมใช้ความรุนแรง เป็นเด็กประเภท 2 ไม่มีแก่นสาร ให้เป็น นวัตกรสายอาชีพ เด็กกลุ่มนี้ก็จะกลายเป็นคนที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ กสศ. จะเป็นตัวหนุนเสริมสำคัญในการยกระดับคุณภาพกำลังคนสายอาชีพเวลานี้ได้เป็นอย่างดียิ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22296</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., กองทุนลดเหลื่อมล้ำ, ทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf2b9dd352e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
