<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ชี้แจงเรื่องร้องเรียนกองทุนสวัสดิการตำบลนาหว้า จ.นครพนม  เสนอดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเอาเงินคืนกองทุนฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้า&amp;nbsp; อ.นาหว้า&amp;nbsp; จ.นครพนม&amp;nbsp; หลังมีการร้องเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครพนม / สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ชี้แจงรายละเอียดกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้า&amp;nbsp; จ.นครพนม&amp;nbsp; หลังจากมีการร้องเรียนเรื่องการยุติกองทุนสวัสดิการฯ และการจ่ายเงินคืนสมาชิกน้อยกว่าจำนวนเงินที่สมทบเข้ากองทุนฯ&amp;nbsp; เผยผลตรวจสอบพบอดีตประธานกองทุนสวัสดิการฯ นำเงินกองทุนฯ ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์กว่า 1 ล้านบาท&amp;nbsp; และยอมชดใช้แต่ยังชำระไม่หมด&amp;nbsp; ขณะที่กองทุนฯ มีสถานะการเงินเสี่ยงหากดำเนินการต่อ&amp;nbsp; จึงทำประชามติสำรวจความเห็นจากสมาชิก&amp;nbsp; โดยสมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วยให้ยุติกองทุนฯ และนำเงินที่เหลือเฉลี่ยคืนสมาชิก&amp;nbsp; ด้านคณะตรวจสอบกองทุนฯ เสนอดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเอาเงินจากอดีตประธานกองทุนฯ มาคืนกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนว่า&amp;nbsp; สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้า (กองบุญเพื่อสวัสดิการองค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า) อำเภอนาหว้า &amp;nbsp;จังหวัดนครพนม (บางส่วน) ประมาณ 40 คน&amp;nbsp; ร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้าซึ่งได้ยุติการดำเนินงานเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาหว้า &amp;nbsp;แจ้งยุบกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้าอย่างกะทันหัน &amp;nbsp;โดยอ้างว่าขาดทุนไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ &amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านจำนวน 1,700 คนที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯ วันละบาท &amp;nbsp;ไม่ได้รับเงินคืน &amp;nbsp;บางรายส่งเงินเข้ากองทุนมานานถึง 12 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ได้เงินคืนเพียง 612 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนเพิ่งส่งไม่กี่ปีได้เงินคืนแค่ 9 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.นครพนมสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากปรากฏข่าวดังกล่าวในสื่อมวลชน&amp;nbsp; ในวันที่&amp;nbsp; 20 &amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp; นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดนครพนม (ศปก.นพ.) โดยในวาระการประชุมได้มีกรณีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้า (กองบุญเพื่อสวัสดิการองค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า) ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนรวมอยู่ด้วย &amp;nbsp;นายสยามจึงมอบหมายให้ น.ส.แสงดาว อารีย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม (พมจ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามรายละเอียดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้าโดยเร่งด่วน &amp;nbsp;เนื่องจากมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำเภอนาหว้า (นั่งกลาง) นำคณะลงตรวจสอบข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในวันที่ 21 กรกฎาคม&amp;nbsp; ช่วงเวลา 14.00 - 17.30 น. นายทินกร&amp;nbsp; ขันแก้ว&amp;nbsp; นายอำเภอนาหว้า &amp;nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม &amp;nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตัวแทนคณะขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครพนม &amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามข้อข้อเท็จจริง &amp;nbsp;โดยมีปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้า &amp;nbsp;และสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ &amp;nbsp;ประมาณ 70 คนเข้าร่วมให้ข้อมูลและสังเกตการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.ภาคอีสานชี้แจงกองทุนสวัสดิการตำบลนาหว้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ (22 กรกฎาคม) นายสุพัฒน์&amp;nbsp; จันทนา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้า (กองบุญสวัสดิการฯ) ว่า&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม&amp;nbsp; ก่อตั้งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 มีสมาชิกแรกเริ่มจำนวน 111 คน &amp;nbsp;โดยมีนายสนั่น &amp;nbsp;บุตรจันทร์ &amp;nbsp;นายก อบต.นาหว้าในขณะนั้น &amp;nbsp;เป็นประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ&amp;nbsp; และก่อนยุบกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2562) มีสมาชิกสะสมรวม 1,754 คน&amp;nbsp; สมาชิกมาจากชาวบ้านตำบลนาหว้า 14 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ร่วมกันสมทบเงินเข้ากองทุนวันละ 1 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒน์&amp;nbsp; จันทนา&amp;nbsp; ผอ.พอช. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างปี 2553 - 2559&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้าได้รับสมทบงบประมาณการจัดสวัสดิการชุมชนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 3 ครั้ง&amp;nbsp; คือ ในปี 2553 ปี 2555 และปี 2556 &amp;nbsp;รวมงบประมาณ 918,320 บาท &amp;nbsp;และจากการสมทบของ อบต.นาหว้า &amp;nbsp;ตั้งแต่ปี 2554-2559 &amp;nbsp;รวมงบประมาณกว่า 300,000 บาท &amp;nbsp;แต่เกิดข้อร้องเรียนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณกองทุนสวัสดิการฯ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางคณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครพนมจึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จในเดือนมิถุนายน 2557 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp; มีการเบิกงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้าออกมาใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์จริง โดยนายสนั่น บุตรจันทร์ &amp;nbsp;ประธานกองทุนสวัสดิการฯ&amp;nbsp; ยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ดำเนินการเอง &amp;nbsp;และจะขอชดใช้เงินตามจำนวนที่มีการเบิกจ่ายไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จำนวน 1,061,590 บาทให้แก่กองทุนสวัสดิการฯ&amp;nbsp; หลังจากนั้นนายสนั่นได้นำเงินสดมาชดใช้หลายครั้ง&amp;nbsp; และได้ทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้จำนวนที่เหลืออีก 791,890 บาทเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2558 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2560&amp;nbsp; นายสนั่นได้ทำสัญญาผ่อนชำระหนี้ (เลขที่ 1/2560 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560) ยินยอมให้หักเงินเดือนๆ&amp;nbsp; ละ 20,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อชำระหนี้กองทุนสวัสดิการฯ&amp;nbsp; ตามจำนวนที่คงเหลือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังจากได้ชำระเงินไปแล้ว 16 เดือน &amp;nbsp;นายสนั่นได้รับคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งข้าราชการการเมือง (นายกฯ อบต.) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 จึงได้ขาดชำระเงินให้แก่กองทุนสวัสดิการฯ นับแต่นั้นมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยยังคงมีภาระผูกพันตามจำนวนหนี้คงเหลืออีก 421,590 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนฯ มีความเสี่ยง-ขอมติจากสมาชิกแก้ไขระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒน์ชี้แจงรายละเอียดต่อไปว่า&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 2557-2563 ได้มีการเปลี่ยนคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้า &amp;nbsp;เพื่อเข้ามาดำเนินการแทนคณะกรรมการชุดเดิม (ชุดนายสนั่น&amp;nbsp; บุตรจันทร์) &amp;nbsp;จำนวน 2 ชุด &amp;nbsp;โดยมีนายคำทูน ประกิ่ง &amp;nbsp;เป็นประธานกองทุนสวัสดิการฯ ชุดปัจจุบัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการกองทุนฯ ได้ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลสถานะการเงินของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้า ณ &amp;nbsp;วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 &amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp; มีเงินคงเหลือทั้งสิ้น 832,089.15 บาท (เงินในบัญชีจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp; และบางส่วนนำไปซื้อสลากออมสิน จำนวน 400,000 บาท) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการกองทุนฯ ได้ประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนต่อไปได้ในระยะยาว&amp;nbsp; เนื่องจากมีการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีสมาชิกเสียชีวิตสูงเกินไป &amp;nbsp;ทำให้เงินกองทุนเหลือน้อย&amp;nbsp; จึงเห็นว่าควรจะทำประชามติสมาชิกกองทุนสวัสดิการ&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขกฎระเบียบการจ่ายสวัสดิการให้สอดคล้องกับสถานะการเงินของกองทุนฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุพัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวคือ&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 2557 - มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;กองทุนได้จ่ายสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกรวมทั้งสิ้น 4,189,030 บาท &amp;nbsp;แบ่งเป็นสวัสดิการสำหรับนอนโรงพยาบาล จำนวน&amp;nbsp; 381,900 บาท &amp;nbsp;สวัสดิการกรณีเสียชีวิต จำนวน 3,791,400 บาท &amp;nbsp;(ตั้งแต่รายละ&amp;nbsp; &amp;nbsp;300 &amp;ndash; 30,000 บาทตามอายุการเป็นสมาชิก)&amp;nbsp; สวัสดิการแต่งงาน 4,500 บาท &amp;nbsp;สวัสดิการงานบวช 300 บาท &amp;nbsp;และอื่นๆ&amp;nbsp; จำนวน 10,930 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นคณะกรรมการกองทุนฯ จึงมีความเห็นสมควรทำประชามติสอบถามความเห็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้าทุกคนว่า&amp;nbsp; จะมีความประสงค์ให้ 1.คงใช้ระเบียบเดิม &amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp; 2.ให้แก้ไขระเบียบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้กรรมการรายหมู่บ้านลงพื้นที่สำรวจประชามติ&amp;nbsp; เพราะไม่สามารถจัดเวทีประชาคมใหญ่ได้ &amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะสำรวจประชามติในวันที่ 12 พฤษภาคม &amp;nbsp;และสรุปผลในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ที่ห้องประชุม อบต.นาหว้า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 คณะกรรมการกองทุนและสมาชิกกองทุนบางส่วนเข้าร่วมประชุมที่ อบต.นาหว้า &amp;nbsp;โดยมีข้อเสนอจากสมาชิกกองทุนฯ บางส่วนว่า&amp;nbsp; ควรเพิ่มเติมข้อคิดเห็นประชามติจาก 2 ข้อ &amp;nbsp;เป็น 3 ข้อ &amp;nbsp;และให้จัดทำประชามติใหม่ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;โดยมีประชามติให้เลือกรวม 3 ข้อ&amp;nbsp; คือ 1.เห็นควรให้ใช้ระเบียบเดิม &amp;nbsp;2.เห็นควรให้แก้ไขระเบียบใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3.เห็นควรให้ยุติการดำเนินงานกองทุนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกส่วนใหญ่ลงมติให้ยุติกองทุนสวัสดิการฯ เฉลี่ยเงินคืนสมาชิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในวันที่ 5 มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;มีการประชุมคณะกรรมการและสมาชิกกองทุนสวัสดิการฯ อีกครั้ง &amp;nbsp;โดยรวบรวมเอกสารการลงประชามติได้จำนวน 1,479 คน &amp;nbsp;จากสมาชิกทั้งหมด 1,754 คน &amp;nbsp;ผลการลงมติปรากฎว่า &amp;nbsp;มีผู้เห็นชอบให้ใช้ระเบียบเดิม (ข้อ 1) จำนวน 69 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เห็นควรให้แก้ไขระเบียบใหม่ &amp;nbsp;(ข้อ 2) จำนวน 369 คน &amp;nbsp;และเห็นควรให้ยุติการดำเนินงานกองทุนฯ (ข้อ 3)จำนวน 1,041 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นมติที่ประชุมจึงให้ยุติการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; และให้เฉลี่ยเงินคืนให้สมาชิกทุกคนตามยอดเงินคงเหลือ&amp;nbsp; โดยลดหลั่นกันไปตามระยะเวลาการเป็นสมาชิก &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่ อบต.นาหว้าช่วยคำนวณเปอร์เซ็นต์ที่สมาชิกจะได้รับคืนจากยอดเงินคงเหลือของกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 &amp;nbsp;มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ&amp;nbsp; และชี้แจงการคำนวณเงินคืนแก่สมาชิก&amp;nbsp; ซึ่งจากการคำนวณ&amp;nbsp; สมาชิกจะได้เงินเฉลี่ยคืนจากเงินที่เหลือคนละ 15.67 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;ดังนั้นคณะกรรมการจึงได้ดำเนินการจ่ายเงินคืนแก่สมาชิกให้แล้วเสร็จในวันที่ 17 กรกฎคม 2563 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 &amp;nbsp;สมาชิกกองทุนสวัสดิการฯ บางส่วน&amp;nbsp; ประมาณ 40 คน &amp;nbsp;ไม่เห็นด้วยกับการจ่ายคืนเงินจำนวนดังกล่าว&amp;nbsp; เนื่องจากเห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยกว่าที่ตนเองได้สมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการฯ&amp;nbsp; จึงร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อเข้ามาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำประชามติอีกครั้ง-ไล่บี้เอาเงินคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒน์กล่าวในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาหว้าเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม&amp;nbsp; โดยนายอำเภอนาหว้า &amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม &amp;nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &amp;nbsp;ตัวแทนคณะขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครพนม &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; คณะผู้ตรวจสอบข้อมูลได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ จัดทำรายละเอียดการรับ &amp;nbsp;การจ่ายงบประมาณ &amp;nbsp;พร้อมหลักฐานประกอบ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาชิกกองทุนสวัสดิการฯ ทั้ง 14 หมู่บ้าน &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 1,754 คน &amp;nbsp;ให้รับทราบโดยทั่วกัน &amp;nbsp;2.ให้คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการฯ&amp;nbsp; ลงพื้นที่ประชุมใหญ่ประจำปี&amp;nbsp; เพื่อขอมติจากสมาชิกให้ยุติการดำเนินงานกองทุนฯ ให้ถูกต้องตามระเบียบของกองทุนฯ&amp;nbsp; โดยให้ลงประชามติเป็นรายหมู่บ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แทนการนัดประชุมใหญ่ทั้ง 1,754 คนครั้งเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การดำเนินการเกี่ยวกับการใช้เงินกองทุนฯ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอดีตประธานกองทุนสวัสดิการฯ นั้น &amp;nbsp;ให้คณะกรรมการกองทุนฯ&amp;nbsp; และนายคำทูน ประกิ่ง ในฐานะตัวแทนสมาชิกผู้เสียหายและผู้รับสัญญา&amp;nbsp; ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อนำเงินที่คงเหลือ&amp;nbsp; พร้อมดอกเบี้ยมาชำระคืนกองทุนฯ &amp;nbsp;และ 4.ส่วนผู้สมาชิกกองทุนฯ&amp;nbsp; ผู้เสียหายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำความผิดต่อพนักงานสอบสวนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกกองทุนสวัสดิการฯ ร่วมให้ข้อมูลและรับฟังการตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานของกองทุนฯ&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72182</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสวัสดิการตำบลนาหว้า, นครพนม, พอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f17bd3403ff3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
