<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กองทุนสื่อปลอดภัยฯ แจงยิบ ให้ทุน &#039;ลายกนก  &#039;ผ่านกระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
20พ.ค.64 - ตามที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้ประกาศผลการพิจารณาโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปี ๒๕๖๔ และรายการ &amp;ldquo;ลายกนก ยกสยามสัญจร&amp;rdquo; ของบริษัทท็อปนิวส์ดิจิตัลมีเดีย จำกัด (ช่องท็อปนิวส์) &amp;nbsp;ซึ่งได้การสนับสนุนงบประมาณ ๔.๘ ล้านบาทด้วย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการพิจารณาที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากจุดประสงค์หลักของกองทุนฯ คือการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ขณะที่สื่อท็อปนิวส์และพิธีกรในรายการดังกล่าว ถูกมองว่าไม่เป็นกลางและแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน &amp;nbsp;กรณีดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากในสื่อสังคมออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสรรค์กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ด้วยความรัดกุม รอบคอบ เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกฎหมายและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับคณะทำงาน ๑๑ ชุด และคณะอนุกรรมการ๒ คณะ แต่ละคณะต่างก็มีเหตุผลสนับสนุนว่าทำไม่ควรได้หรือไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีโครงการลายกนก ยกสยามสัญจร มีการให้เหตุผลในการพิจารณาของคณะทำงานและคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ อย่างชัดเจน กล่าวคือ ในชั้นคณะทำงานฯ ที่ประชุมเห็นว่าโครงการมีข้อเสนอที่ดี เนื่องจากเป็นการต่อยอดรายการเดิมที่มีอยู่แล้วของผู้ขอรับการสนับสนุนให้มีรายละเอียดและมีความสมบูรณ์มากขึ้น สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์ของกองทุนที่มุ่งส่งเสริมสนับสนุนการใช้สื่อเพื่อสร้างการเรียนรู้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชน รวมทั้งการสอดแทรกสาระความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีฐานผู้ชมจำนวนมาก แต่เนื่องจากโครงการที่เสนอมีมูลค่าสูง เห็นควรให้สนับสนุนงบประมาณในวงเงินไม่เกิน ๕ ล้านบาท พร้อมกับมีข้อเสนอแนะให้การผลิตและเผยแพร่ให้มีความละเอียดเกี่ยวกับประเด็นประวัติศาสตร์มากขึ้น และหากได้รับการอนุมัติมีข้อเสนอให้ปรับลดงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในชั้นคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพัฒนาโครงการ ที่ประชุมเห็นควรสนับสนุนโครงการลายกนก ยกสยามสัญจร งบประมาณไม่เกิน ๕ ล้านบาทตามที่คณะทำงานฯ เสนอ และเมื่อโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารฯ ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้โครงการลายกนก ยกสยามสัญจร ได้รับงบประมาณสนับสนุน จำนวน &amp;nbsp;๔.๘ ล้านบาท โดยมีเหตุผลในการอนุมัติว่า เป็นรายการมีความน่าสนใจ เป็นการต่อยอดรายการเดิมที่ผลิตสารคดีท่องเที่ยวชุมชน สอดแทรกเกร็ดความรู้ประเด็นประวัติศาสตร์ มานำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สนุกสนาน มีฐานผู้ชมจำนวนมาก ทั้งนี้รายการไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองจึงเห็นควรให้โอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้จัดการกองทุนกล่าวอีกว่า ทุกโครงการต้องผ่านกระบวนการพิจารณาตามลำดับชั้นเหมือนกันทุกโครงการ ตั้งแต่ชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นพิจารณาอนุมัติ ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของกองทุนฯ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (๑) เมื่อได้รับคำขอ สำนักงานกองทุนฯ จะตรวจสอบแบบคำขอรับการสนับสนุน ข้อมูลเอกสาร และหลักฐานภายในสามสิบวันนับจากวันรับแบบคำขอรับการสนับสนุน และรวมทั้งหลักฐานเพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพัฒนาโครงการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (๒) กระบวนการพิจารณาขั้นต้นเริ่มจากคณะทำงานชุดต่างๆจำนวน ๑๑ คณะซึ่งสำนักงานแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่สอดคล้องกับประเด็นพิจารณา โดยรายชื่อคณะทำงานทุกคณะสำนักงานได้เสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพัฒนาโครงการพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนมีคำสั่งแต่งตั้ง การพิจารณาเป็นไปตามแนวทางและหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนดไว้อย่างชัดเจน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (๓) คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพัฒนาโครงการ พิจารณาโครงการหรือกิจกรรมที่ผ่านการพิจารณาชั้นต้นมาจากคณะทำงาน โดยคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพัฒนาโครงการอาจเห็นพ้องหรือเห็นต่างกับคณะทำงานก็ได้ แล้วสรุปผลการพิจารณาเสนอต่อคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อพิจารณาอนุมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (๔) คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายในการอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการสนับสนุน ได้พิจารณาโครงการหรือกิจกรรมที่ผ่านการเห็นชอบจากอนุกรรมการกลั่นกรองและพัฒนาโครงการ โดยได้พิจารณาลงในรายละเอียดรายโครงการ มุ่งเน้นประเด็นต่างๆ อาทิ ขอบเขตการดำเนินงานหรือกิจกรรม งบประมาณ และความเป็นไปได้ในการติดตามประเมินซึ่งจะนำไปกำหนดเป็นตัวชี้วัดผล รวมตลอดถึงความเสี่ยง และความน่าเชื่อถือของผู้รับทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (๕) เมื่ออนุกรรมการบริหารพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว สำนักงานกองทุนฯ จัดทำวาระเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบวนการต่างๆข้างต้นนี้จะเห็นว่าการพิจารณามีกระบวนการและขั้นตอนที่ชัดเจน ซึ่งการพิจารณาข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมที่ขอมาในปีนี้ใช้เวลาตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ถือเป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการสอบทานให้เกิดความรอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กองทุนฯ ขอยืนยันว่า การพิจารณาอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมการให้ทุนทุกประเภทได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ กฎ กติกา ตามที่คณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์กำหนดและปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับซึ่งเป็นวิธีการและกลไกที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แล้ว&amp;rdquo; ผจก.กองทุนสื่อฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103560</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย, ธนกร ศรีสุขใส, รายการลายกนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a5fd214b761.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; กระตุ้นสำนึกสื่อสร้างสรรค์ หยุดเฟกนิวส์เสนอข่าวเท็จเป็นอันตรายต่อสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63 - ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปาฐกถาพิเศษในเวทีส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 5 ภูมิภาค โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ก่อตั้งมา 5 ปี ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีว่ากองทุนดังกล่าวมีความสำคัญ เนื่องจากโลกทุกวันนี้เราต้องอยู่กับสื่อที่มีการส่งข้อมูลข่าวสารไปยังบุคคลอีกฝ่าย ขณะที่สื่อเฉพาะบุคคลไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่ถ้ามีก็จะไม่ขยายวงกว้าง แต่ถ้าเป็นสื่อที่มีเนื้อหาสาระมากๆและเนื้อหาไม่ปลอดภัย ไม่สร้างสรรค์ คือสื่อที่นำเสนอข่าวเท็จ ระรานผู้อื่น หรือที่เรียกว่าเฟกนิวส์ หรือข่าวสารที่ทำให้เกิดการจงเกลียดจงชัง เกิดความรู้สึกเป็นศัตรู ทั้งหมดนี้เป็นสื่อที่ไม่ปลอดภัย และไม่สร้างสรรค์ มีแต่ทำให้เกิดความแตกร้าวทางความสามัคคี หากเกิดการหลงเชื่อในข่าวสารนั้น ก็จะทำให้เกิดผลร้าย ซึ่งบทบาทของสื่อในวันนี้ไปไกลมากกว่าที่มีในอดีต เพราะสื่อในวันนี้นำเสนอข่าวสารทำให้เราเปิดโลกทัศน์ออกไปรวดเร็วว่องไวกว่าในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า เทคโนโลยีทำให้ข่าวสารมาได้รวดเร็ว ถ้านำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะเกิดการเรียนรู้ แต่ถ้านำมาใช้ในทางไม่สร้างสรรค์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นย่อมเป็นอันตราย เพราะข่าวร้ายมันไปได้เร็ว และคนก็เชื่อทั้งในทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ดังนั้นรัฐจึงมอบหมายให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ เป็นหน่วยงานที่จะช่วยทำให้เกิดสื่อสร้างสรรค์และมีความปลอดภัย จะมากน้อยไม่สำคัญแต่จำเป็นต้องช่วย แม้บุคคลากรและงบประมาณจะมีไม่มากที่จะใช้ผลิตสื่อกระตุ้นเตือน ปลอดภัย และสร้างสรรค์ จึงต้องสร้างการมีส่วนร่วมด้วยการหาพันธมิตร อาสาสมัคร และเครือข่าย เพราะการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่จะมาต่อเติมส่วนที่ขาด&amp;nbsp;

ขณะที่แผนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในระยะที่หนึ่ง ปี 2562-2565 จึงเน้นในเรื่องการมีส่วนร่วมทั้งคนไทยทั่วประเทศ พระภิกษุสามเณร บาตรหลวง นักบวช และผู้ผลิตสื่อท้องถิ่น ครู อาจารย์ บุคคลเหล่านี้มีความคิดที่ดี เราให้เขาไปคิดรูปแบบและเนื้อหา ซึ่งสามารถสร้างออกมาได้เป็นอย่างดี ได้ผลดีอย่างที่คนรุ่นเก่าตามไม่ทัน ซึ่งก็เหมือนกับปัญหาระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ในสังคมขณะนี้ ด้วยเหตุนี้ตามแผนพัฒนาในระยะที่หนึ่ง จึงกำหนดให้มีการระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนต่างๆทั่วประเทศ ขณะเดียวกันต้องควานหาพันธมิตร และเครือข่ายที่ช่วยเป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวัง แล้วบอกเราว่ามีสื่ออะไรที่ไม่ปลอดภัย ไม่สร้างรรค์ และอยู่ที่ไหน เราจะได้หาทางจัดการ&lt;/p&gt;


	ส.ศิวรักษ์&amp;#39; ซัด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; โง่แล้วยังงก
	หงายไพ่ใบสุดท้ายของเจ้าของม็อบ 3 นิ้ว!
	เจ็บ! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; ถามรสนิยมค้อนเคียว เวลาลี้ภัยมีใครไปอยู่ประเทศคอมมิวนิสต์บ้าง
	ตัวละครคดี&amp;#39;บอส&amp;#39;หนาว!
	ใครว่าไม่มี &amp;#39;นักข่าวเทวดา&amp;#39; แฉม็อบ 3 นิ้วมีแกนนำไม่กี่คนอยู่หลังคีย์บอร์ด
	งานเข้า&amp;#39;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;#39;อีกแล้ว&amp;#39;
	ไฟแลบ! &amp;#39;ติ๊งต่าง&amp;#39; ด่ารัวๆ &amp;#39;เจี๊ยบคอนถม&amp;#39;&amp;nbsp;
	พ่อหมอบุ๋มเดือด!รื้อครุยทนายเตรียมฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86403</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0852874847.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กไทยหมกมุ่นติดเกมหนักร้อยละ 5 นำโด่งกว่าอเมริการ้อยละ 2 และยุโรปร้อยละ 1 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ธ.ค.63- &amp;nbsp;ที่กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) &amp;nbsp;กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดแถลงข่าวโครงการ ค่ายเด็กติดเกม &amp;ldquo;ไซเบอร์ อเวนเจอร์ แคมป์&amp;rdquo; (Cyber Avengers Camp) โดย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) &amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า &amp;nbsp;วธ.ตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ขณะนี้เด็กและเยาวชนให้ความนิยมเล่นเกมกันมาก โดยเฉพาะเกมออนไลน์ &amp;nbsp;เนื้อหาเกมเป็นสิ่งที่จะต้องเฝ้าระวัง ไม่ให้มีเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย ต่อชีวิต และทรัพย์สินของผู้เล่น เพราะจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในทางที่ไม่เหมาะสมด้วย &amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนให้สามารถคิดและวิเคราะห์ การเล่นเกมในโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย &amp;nbsp;กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ จึงร่วมกับสำนักบริการคอมพิวเตอร์ ม.เกษตรศาสตร์ และกลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคม คิวบิกครีเอทีฟ &amp;nbsp;จัดทำค่ายติดอาวุธป้องกันปัญหาติดเกม เพื่อสร้างการเรียนรู้การใช้สื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย เป็นเยาวชนอายุ 9-14 ปี หรือกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น ป.3-ม.2 จำนวน 200 คน &amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้ได้รับความรู้เท่าทันเกมผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถพัฒนาทักษะชีวิตโดยมีนักกิจกรรมและนักจิตวิทยามาให้ความรู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล สาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่นประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ในฐานะอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ กล่าวว่า ในปี 2561 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้การติดเกมเป็นโรคทางจิตเวช เพราะเมื่อสแกนสมองผู้ที่ติดสารเสพติดเปรียบเทียบกับผู้ป่วยติดเกม มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์สมองและมีจุดที่สมองทำงานบกพร่องเหมือนกัน สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงโรคติดเกมของประเทศไทยนั้น พบว่า เด็กและวัยรุ่นร้อยละ 15-20 มีปัญหาการเล่นเกม ในจำนวนนี้ร้อยละ 5 อยู่ในภาวะติดเกม หรือ ใช้ชีวิตหมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมอย่างหนัก ซึ่งมีอัตราที่สูงกว่าประเทศทางยุโรป ที่มีปัญหาเด็กติดเกมอยู่เพียงร้อยละ 1 ส่วนสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ร้อยละ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.นพ.ชาญวิทย์ กล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;สิ่งที่น่าห่วง พบว่าอายุของเด็กที่เริ่มติดเกมในประเทศไทยลดน้อยลงเรื่อยๆ จากปี 2543 เริ่มที่ระดับอุดมศึกษาปีที่ 1-2 ปัจจุบันพบเด็กติดเกมตั้งแต่ ป.4-6 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งการดูแลและปกป้องเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ให้เป็นโรคติดเกมจึงมีความสำคัญมาก เพราะสมองของมนุษย์จะพัฒนาในอัตราเร่งช่วงอายุ 1-6 ปี &amp;nbsp;และพัฒนาต่อไปถึง 18 ปี หากเด็กในช่วงวัยดังกล่าวติดเกมจะกระทบต่อพัฒนาการด้านภาษา ด้านกล้ามเนื้อ การคิดวิเคราะห์ การควบคุมตนเอง หรือความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ที่จะลดน้อยลง ทั้งนี้ จากการจัดค่ายป้องกันปัญหาติดเกมที่ผ่านมา ประเมินผลได้ในระดับดี โดย เด็กที่เข้าร่วมค่ายหายจากอาการติดเกมได้มากถึงร้อยละ 50 &amp;nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถกรอกใบสมัครได้ที่ www.ku.ac.th/cyberavengers ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. - 31 ม.ค. 2564 และประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้าสู่รอบออดิชั่นในวันที่ 12 ก.พ. 2564 เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกหรือ &amp;nbsp;สอบถามโทร.0-2562-0951 ถึง 6 ต่อ 622588, 622597 หรืออีเมล cyberavengers@ku.ac.th&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85861</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย, ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, เด็กติดเกม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8a562b5646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคประชาชนยื่น&#039;จิรายุ&#039;ยับยั้งกองทุนสื่อฯอนุมัติงบให้เอกชนรายใหญ่ผิดวัตถุประสงค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - ที่รัฐสภา &amp;nbsp;นายจารุวงศ์ ณ ระนอง ผู้แทนกลุ่มประชาชนเพื่อการปฏิรูปกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ &amp;nbsp;ยื่นหนังสือต่อนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบและยับยั้งการอนุมัติการให้ทุนสนับสนุนของกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 300 ล้านบาท ที่อาจผิดวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ในการก่อตั้งกองทุนพัฒนาสื่อฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจารุวงศ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า พันธกิจและเจตนารมณ์ของกองทุนนี้ พัฒนาสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะและเป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพการผลิตสื่อให้แก่ภาคประชาชน ชุมชน และองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก แต่ผลการอนุมัติทุนของคณะกรรมการตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา กลับมุ่งเน้นที่เอกชนรายใหญ่ และหน่วยงานรัฐต่างๆที่มีงบประมาณในการดำเนินการเป็นของตนเองอยู่แล้ว ขัดแย้งกับพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ.2558 หมวด 1 มาตรา 5 (4) ที่กำหนดว่า ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เกิดการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ (6) ส่งเสริมบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ดําเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสื่อให้มีการผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าทางกองทุนอ้างว่าบริษัทเอกชนจะมีคุณสมบัติและไม่เข้าลักษณะต้องห้ามตามคำประกาศของคณะกรรมการกองทุน แต่ในประกาศเดียวกัน ข้อ3.1.4 กำหนดว่าผู้มีสิทธิยื่นขอรับทุนจะต้องเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ดังนั้น การที่บริษัทเอกชนของรับทุน จึงขัดแย้งกับเจตนารมณ์ตาม พรบ.กองทุนฯ&amp;rdquo; นายจารุวงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจารุวงศ์ กล่าวต่อว่า มีการตั้งข้อสังเกตในการตั้งคณะทำงานพิจารณาและพัฒนาข้อเสนอโครงการ ตามคำสั่งที่ 128/2563 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2563 อดีตข้าราชการกระทรวงหนึ่ง และว่าที่ปลัดกระทรวงหนึ่ง เป็นประธานคณะทำงานถึงคนละ 2 คณะ แม้ตามกฎหมายสามารถตั้งได้แต่เป็นการสมควรแล้วหรือไม่ที่ต้องเป็นเพียงคน 2 คนนี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาของข้อเสนอภาคประชาชนให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย มาตรา 23 ว่าด้วยการกำหนดบุคคลเป็นคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการพิจารณาอนุมัติทุนของคณะกรรมการ จำนวน 300 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 และตรวจสอบการอนุมัติงบย้อนหลังไปอีกอย่างน้อย 2 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และขอให้ระงับการเซ็นสัญญาอนุมัติทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตลอดจนขอให้กองทุนทบทวนการพิจารณาอนุมัติทุนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ใหม่โดยละเอียด รอบคอบ เป็นธรรม โปร่งใส และทั่วถึงทุกภาคส่วน ทั้งนี้ หากมีการตรวจสอบจากหน่วยงาน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่ามีการทุจริตในการดำเนินการใด ๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาทุน ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายโดยถึงที่สุด&amp;quot;นายจารุวงศ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78499</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย, กองทุนสื่อฯเอื้อเอกชนรายใหญ่, จารุวงศ์ ณ ระนอง, จิรายุ ห่วงทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c671383ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.-สธ.จับมือลุยรณรงค์ 9 ข้อ &quot;การ์ดอย่าตก&quot;  ย้ำโควิดต้องอยู่กับเราอีก1-2ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 63-ที่ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซนทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดเวทีระดมความคิดเห็น การสื่อสารรณรงค์เพื่อสนับสนุนการจัดการในสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้ดำเนินโครงการในการสื่อสารรณรงค์และป้องกันไปสู่กลุ่มเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงของโรคโควิด-19และเมื่อสถานการณ์ผ่อนคลาย ทางกองทุนฯ ได้เริ่มขับเคลื่อนงานระยะที่ 2 มี 9 ประเด็นรณรงค์เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดใหม่ ผลิตสื่อรณรงค์เฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เนื่องจากโรคนี้จะอยู่กับเราไปอีก 1-2 ปี จึงต้องรณรงค์ต่อเนื่อง การ์ดอย่าตก จึงจัดเวทีเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมผู้เกี่ยวข้องในประเด็นโควิด หากโครงการเข้าหลักเกณฑ์และรูปแบบการรณรงค์ ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจะได้การสนับสนุนจากกองทุนฯ &amp;nbsp;เพื่อผลิตสื่อต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต คณะทำงานแผนงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล ในการบริหารจัดการสถนการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับ 9 ประเด็นรณรงค์เพื่อสนับสนุนการจัดการสถานการณ์โควิด-9 ระยะที่2 &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.การผลิตสื่อรณรงค์เฉพาะกลุ่ม ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดระลอก2 &amp;nbsp;เช่น กลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน &amp;nbsp;กลุ่มชุมชนในพื้นที่เสี่ยง 2.การสร้างพื้นที่ให้เกิดการสื่อสารประสานงานกันของกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตัวตามแนวทางนิว นอร์มอล3.การสร้างสื่อเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศจากความสำเร็จในการจัดการโควิด-19 การค้นหาเรื่องราวความสำเร็จป้องกันโควิด เช่น พลัง อสม.และชุมชนเข้มแข็ง 4.การสร้างสื่อเพื่อรณรงค์สร้างจิตอาสา เช่น ตู้ปันสุข &amp;nbsp;5.การส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรมที่สนับสนุนการจัดการสถานการณ์โควิด 6.การรณรงค์ทางศาสนา เพื่อให้เกิดวิถีใหม่ในการปฏิบัติศาสนกิจลดเสี่ยงและไม่ขัดต่อศาสนา 7.การบันทึกประวัติศาสตร์ 8.การวิเคราะห์สถานการณ์โดยใช้ข้อมูลเชิงวิชาการในไทย และ9.การสร้างสื่อเพื่อรณรงค์การสร้างจิตสำนึกและแรงจูงใจในการดูแลตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)กล่าวว่า โจทย์ของการป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;คือ 90% ของคนไทยต้องสวมใส่หน้ากากถึงจะสู้กับโรคได้ ขณะที่โจทย์ของการทำงานด้านนี้ถือเป็นงานใหญ่ระดับโลก ต้องใช้ความรู้ศาสตร์ข้ามศาสตร์ ทั้งด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสารมวลชน และด้านอื่นๆ &amp;nbsp;เพื่อติดตามและสร้างชุดข้อมูลดูแลสถานการณ์โควิด-19 เห็นได้ชัดเจนว่า โควิด-19 &amp;nbsp;ทำให้คนไทยเปลี่ยนวิถี และยังช่วยยกระดับสื่อ ตลอดจนเป็นการใช้โอกาสในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของคนไทยให้มีความสามัคคี มีระเบียบวินัย และมีจิตใจสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับ โควิด-19 ต่อเนื่องตลอด 4 เดือน ตนอยากให้มีภาคการแบ่งกันทำงาน และสร้างพื้นที่ใหม่ๆ ร่วมด้วย ที่ผ่านมา เห็นความซ้ำซ้อนการทำงานของสื่อที่เผยแพร่ &amp;nbsp;เช่น รณรงค์กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ซึ่งมีทุกหน่วยงานทำขึ้น คิดว่าควรมีการคิดการรณรงค์ทางสื่อในแนวใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่อยู่ได้ตลอดและมีความหลากหลายในสังคมไทย &amp;nbsp;นอกจากนี้ สิ่งที่คนไทยควรตระหนักอย่างมาก คือ ทำยังไงให้กลุ่มวัยรุ่น คนทำงานของไทยได้ใช้หน้ากากมากที่สุด เพราะสองกลุ่มนี้มีโอกาสติดเชื้อมากสุด โดยเฉพาะการเข้าใช้บริการเที่ยวในสถานบันเทิงผับ เทค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; เราเห็นตัวอย่างชัดเจนในการแพร่กระจายของโรคจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ที่ติดจากการร่วมสัมพันธ์ในสถานกักตัวของรัฐ &amp;nbsp;รวมถึงที่เกาหลีที่มีการติดจากผับบาร์ &amp;nbsp;ซึ่งกว่าที่ไทยจะผ่านสถานการณ์นี้ ไปได้คงต้องใช้เวลาอีกเป็นปีเพื่อรอการพัฒนาวัคซีน&amp;quot;โฆษก สบค.กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71066</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย, ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต., อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f0852803189d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.หนุนกองทุนสื่อปลอดภัย  202 ล้าน ผลิตสื่อสร้างสรรค์ 68 โครงการ ป้องกลั่นแกล้งโลกออนไลน์-แตกแยก-เกลียดชัง ข่าวปลอม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2ธ.ค.62-นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวในพิธีเปิดงานและมอบนโยบายในการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับโครงการได้รับทุนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Grants) ประจำปี 2562 โดยมีนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้อำนวยการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผู้บริหาร และผู้ได้รับทุนเข้าร่วม ณ โรงแรมปริ๊นท์พาเลซ (โบ๊เบ๊ทาวเวอร์) กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้ว่า &amp;nbsp;ปีนี้ทางคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติการสนับสนุนโครงการ หรือกิจกรรมเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2562 จำนวน 68 โครงการ จากที่มีผู้สนใจยื่นโครงการเข้าร่วมพิจารณา 474 โครงการ งบประมาณ 202 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการให้ทุน 5 ประเด็น ได้แก่ 1.การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (Cyberbullying) และการใช้ประทุษวาจา (Hate Speech) ในสื่อออนไลน์ที่สร้างความแตกแยกและเกลียดชังต่อผู้คนในสังคม 2.การรับมือกับข่าวปลอม (Fake News) 3.การขัดความรู้เท่าทันสื่อของประชาชนกลุ่มต่างๆ 4.เด็กติดเกมและการพนันออนไลน์ 5.การสร้างนวัตกรรมสื่อที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย เด็กและเยาวชน คนพิการและผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานเกี่ยวกับการผลิตสื่อต่างๆในต่างประเทศ ได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่าสื่อดีสร้างสรรค์หลายผลงานเป็นฝีมือของคนไทยแสดงให้เห็นชัดเจนว่าคนไทยเรามีศักยภาพในการคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบต่อสังคมตนเองและสังคมโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ดังนั้น เราต้องมีการพัฒนาบุคลากรด้านสื่ออย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ขอแสดงความยินดีกับทุกโครงการที่ผ่านการพิจารณาทั้ง 68 โครงการที่ได้อาสาเข้ามาช่วยกันผลิตสื่อดี ขอให้ร่วมมือร่วมใจกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้ได้รับการยอมรับจากประชาชน ร่วมกันพัฒนาฝีมือคนไทย ขับเคลื่อนให้เกิดกลไกเฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อ พัฒนาองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การสร้างสื่อที่ดีมีประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ผลิตสื่อทุกโครงการมีการรายงานการดำเนินงานและรับการประเมินผลเป็นระยะ พร้อมเปิดให้มีการตรวจสอบและชี้แจงรายละเอียดทุกขั้นตอนให้มีความโปร่งใสและถูกต้องด้วย โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อ เจ้าหน้าที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด&amp;quot;ปลัด วธ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51590</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษศญพงษ์ ศิริ, กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de4ba1fd1c56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ปรับเกณฑ์&quot;ลดยุ่งยาก ซับซ้อน&quot;การให้ทุนผลิตสื่อสร้างสรรค์ พร้อมกับหนุนผลิตละคร&quot;ประเทศไทย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3ม.ค.62-นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 โดยได้มอบหมายให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เร่งพิจารณาสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ และเสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการของกองทุนสื่อปลอดภัยฯ เพิ่มเติม 3 คณะ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการฯด้านการเฝ้าระวังสื่อ 2.คณะอนุกรรมการฯด้านนวัตกรรมสื่อ และ3. คณะอนุกรรมการฯด้านการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจทั้ง 3 ด้านนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ขณะเดียวดัน ตนกำชับให้การขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ ดำเนินการส่งเสริมการผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เช่น การสนับสนุนการผลิตละครอิงประวัติศาสตร์ไทย และละครเรื่อง &amp;ldquo;ประเทศไทย&amp;rdquo; เพื่อสะท้อนวัฒนธรรมและความเป็นไทย &amp;nbsp;รวมทั้ง สนับสนุนการผลิตและช่วยเผยแพร่สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้มากยิ่งขึ้น อาทิ สปอตหรือคลิปวีดิโอที่หน่วยงานต่างๆผลิตขึ้น โดยมีเนื้อหารณรงค์และสร้างจิตสำนึกและค่านิยมที่ดีไปสู่สังคมไทยในวงกว้าง เช่น คลิปวีดิโอที่ได้รับรางวัลสุดยอดวัฒนธรรมสร้างสรรค์แห่งปี พ.ศ. 2561 อาทิ &amp;nbsp;เพราะ &amp;ldquo;อัลไซเมอร์&amp;rdquo; ไม่ใช่แค่ความจำเสื่อม , แม่เป็นที่เท่าไหร่ในใจคุณ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวีระ &amp;nbsp;กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ให้มีการหารือระหว่างคณะอนุกรรมการการบริหารกองทุนสื่อปลอดภัยฯและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ในคณะกรรมการกองทุนสื่อปลอดภัยฯ เพื่อร่วมกันพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการหรือกิจกรรมที่ยื่นขอรับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในปี 2562 เพื่อให้มีการผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์หลากหลายด้านมากขึ้น เช่น สื่อเพื่อผู้พิการ สื่อเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม สื่อเพื่อการศึกษา สื่อเพื่อให้ความรู้กฎหมาย เป็นต้น และมีการแยกประเภทสื่อ เช่น สิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ เป็นต้น อีกทั้งกระบวนการยื่นขอรับทุนสนับสนุนไม่ควรยุ่งยากและซับซ้อน รวมถึงตั้งคณะทำงานกลั่นกรองโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้การพิจารณาจัดสรรทุนสนับสนุนมีความหลากหลาย รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ อาจจะแบ่งกลุ่มของผู้ขอรับทุนสนับสนุนจากกองทุนสื่อปลอดภัยฯออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตสื่อมืออาชีพ กลุ่มผู้ผลิตสื่อสมัครเล่นแต่มีผลงานโดดเด่น และกลุ่มผู้ผลิตสื่อที่ยังขาดความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งกลุ่มหลังสุดนี้อาจจัดประกวดการผลิตสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัยขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นนำผู้ที่ได้รับรางวัลมาจัดอบรมความรู้ด้านการผลิตสื่อเพิ่มเติมเพื่อยกระดับความรู้ความสามารถให้ก้าวเข้าสู่การเป็นมืออาชีพในอนาคต&amp;quot; นายวีระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25674</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, ลดเกณฑ์ให้ทุนผลิตสื่อสร้างสรรค์, ละครประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be424cdf0126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
