<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเล็งคลอดกฎหมายสั่งสถาบันการเงินจ่ายเงินช่วยเอสเอ็มอี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังลุยยกเครื่องกฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เล็งรีดเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มส่งเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อช่วยเหลือกรณีมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค. 2561 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังเปิดรับแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ระหว่างวันที่ 9-25 มี.ค.นี้ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ทั้งสิ้น 3 ประเด็น ประกอบด้วย การเพิ่มประเภทเงินนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้ครอบคลุม เงินนำส่งจากสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก &amp;nbsp;ซึ่งหมายถึง ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ และธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการให้สถาบันการเงินนำส่งเงินและเงินเพิ่มเข้ากองทุนฯ ตลอดจนการเพิ่มประเภทการใช้จ่ายเงินที่สถาบันการเงินนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้ใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นลูกหนี้และมีปัญหากับสถาบันการเงินได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังระบุว่าหากสถาบันการเงินใดไม่นำส่งเงินมาเข้ากองทุนหรือนำส่งไม่ครบ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกิน 2% ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ไม่นำส่ง หรือนำส่งไม่ครบ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ไขครั้งนี้เพื่อให้สถาบันการเงิน ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงิน โดยนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับฟื้นฟูกิจการของเอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ ซึ่งจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบลุกลามไปสู่ระบบสถาบันการเงิน และเป็นการสร้างเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ มีสัดส่วนสินเชื่อเป็น 1 ใน 3 ของสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินทั้งหมด ดังนั้นหากเอสเอ็มอีประสบปัญหาด้านการเงิน ย่อมส่งผลต่อระบบสถาบันการเงินในภาพรวมได้ ดังนั้น เพื่อให้การช่วยเหลือฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ประสบปัญหามีแหล่งเงินสำหรับดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง สมควรให้สถาบันการเงินต้องส่งเงินเข้ากองทุนเอสเอ็มอี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประโยชน์ที่ได้รับคาดว่า จะให้ความช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงิน &amp;nbsp;โดยอาศัยเงินนำส่งจากสถาบันการเงินไปช่วยเหลือให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นลูกหนี้ของ สถาบันการเงินฯ สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ต่อภาค เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคธุรกิจ และประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังลดปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้สินเชื่อ ส่งผลให้ ประชาชนผู้ใช้บริการทางการเงินกับสถาบันการเงินเกิดความมั่นใจในฐานะและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันเอสเอ็มอี ยังสามารถขยายกิจการ ก าลังการผลิต การลงทุนใน เครื่องมือเครื่องจักร นวัตกรรม และเพิ่มระดับการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างเสถียรภาพ ให้แก่ระบบการเงิน ระบบสถาบันการเงิน และระบบเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4765</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย, กระทรวงการคลัง, กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, คลัง, ธนาคาร, สถาบันการเงิน, เอสเอ็มอี, แบงก์พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a891d9be74d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
