<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;โทนี่&#039;หน้าหงาย!โดนสวนกลับตั้งโรงจำนำดัดจริตรับไม่ได้ แต่ตั้งกองทุนหมู่บ้านเป็นหนี้ทุกครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มิ.ย.64-นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว ทีมโฆษกพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ตั้งโรงรับจำนำ ทำเป็นดัดจริตรับไม่ได้ แต่โทนี่ตั้งกองทุนหมู่บ้านให้ชาวบ้านกู้ เป็นหนี้ทุกครัวเรือน ก็ยังใช้หนี้กันไม่จบสิ้น ดอกท่วมต้น รีดเลือดกับปู กลับถือว่าเป็นผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมพูดคุยกับ CARE ClubHouse x CARE Talk ในหัวข้อ &amp;ldquo;โทนี่ขอถามจริงๆ เมื่อไหร่จะหายวุ่น ทำไมทำเรื่องง่าย ให้เป็นเรื่องยาก&amp;rdquo; โดยพูดถึงแนวคิดขยายโรงรับจำนำ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ผมสะอื้นเลย ที่อื่นเขาลดโรงรับจำนำจนจะไม่เหลือแล้ว ดอกเบี้ยก็แพง สองเป็นที่ที่จำนำของคนจน วันนี้ต้องหาทางให้คนจนมีรายได้ เรื่องการจ้างงานเอย ช่องทางทำมาหากิน ต้องรีบทำก่อน ไม่ใช่ขยายโรงรับจำนำ ขยายช่องทางทำมาหากินดีกว่าช่องทางหมดตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเอาเงินไปแจก เอาไปปิดแผลเก่า ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะมันไม่มีโอกาสที่จะไปลงทุนอะไรเลย ภาวะของเศรษฐกิจในประเทศไม่เอื้ออำนวย ท่องเที่ยวไม่มา ปิดหมด มีเงินเท่าไหร่ก็คือเจ๊ง วันนี้คนอยู่ได้คือสายป่านยาว หรือ ธุรกิจตรงกับที่อยู่ได้ช่วงโควิด ค้าออนไลน์ไรแบบนี้อยู่ได้ คนอยู่บ้านซื้อ คนมีกำลังซื้อ มีเงินออม ยังซื้อได้อยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนหมู่บ้าน, บุญเกื้อ ปุสสเทโว, หนี้ครัวเรือน, โทนี่ วู้ดซัม, โรงรับจำนำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6cf19775be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;โว4ปี กองทุนหมู่บ้านเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62- นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการสัมนากองทุนหมู่บ้าน &amp;ldquo; กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาชน แก้จน ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;rdquo; ว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กองทุนฯดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างมาก สามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ทำให้เกิดการพัฒนากองทุนให้เกิดความยั่งยืนบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า แผนแม่บทที่เกิดจากการทำร่วมกันของสมาชิกเครือข่ายทุกระดับ ทำให้การพัฒนากองทุนหมู่บ้านใน 4-5 ปีข้างหน้ามีความชัดเจน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การลดความเหลื่อมล้ำ เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทั้งในกลุ่มสมาชิก ผู้บริหาร เครือข่ายระดับต่างๆ ซึ่งถ้าเราทำให้สมาชิกและตัวกองทุนเข้มแข็ง เศรษฐกิจระดับหมู่บ้านก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย ทั้งนี้ผลของการเดินงานกองทุนหมู่บ้านได้มีการพัฒนาที่ชัดเจนตลอดเวลา 4 ปีกว่าที่ผ่านมา จากการเป็นกองทุนหมุนเวียนกลายเป็นกองทุนเจ้าของวิสาหกิจชุมชนประเภทต่างๆ สร้างผลผลิต สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำรายได้และผลกำไร พัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกและชุมชน ที่สำคัญสามารถดึงเพื่อนชาวกองทุนที่ประสบปัญหา มีความล้มเหลว ให้กลับพลิกฟื้นกลับมาบริหารจัดการกองทุนได้อีกครั้ง โดยมีแผนฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ มีภาคีจากสำนักงานอัยการสูงสุด ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ภาคราชการ เข้ามาสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม กองทุนหมู่บ้านจึงก้าวไปข้างหน้าในมิติใหม่ได้อย่างภาคภูมิใจ 4 กว่าปีที่ผ่านมาจึงนับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า แผนแม่บทจะเป็นเครื่องมือช่วยการบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในอนาคต รัฐบาลปัจจุบันมองไปในอนาคตมากกว่ามองถึงผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างเดียว มองความเข้มแข็งในอนาคตมากกว่าการให้เงินแล้วไม่ได้พัฒนา จึงสนับสนุนการจัดทำแผนแม่บท สนับสนุนให้ชาวกองทุนหมู่บ้านมองอนาคตของกองทุน ชีวิตของสมาชิกในอนาคต ลูกหลานจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อนาคตของกองทุนหมู่บ้านก็คือความภาคภูมิใจของรัฐบาลปัจจุบันนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับผมแล้ว การทำงานกับกองทุนหมู่บ้านเป็นความประทับใจ เป็นความดีใจและภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสนำความคิดริเริ่มของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาสานต่อ มาขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องชาวกองทุน ยิ่งเมื่อได้เห็นการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า ไม่สูญเปล่าจากการทำงานร่วมกันก็ยิ่งดีใจ ก็ได้แต่หวังว่าชาวกองทุนหมู่บ้านจะไม่หยุดยั้งเพียงแค่นี้ ต้องทำให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต ทำให้เราเป็นที่พึ่งของพี่น้องในหมู่บ้านชุมชนได้อย่างแท้จริง รัฐบาลนี้มีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกับพี่น้องชาวกองทุน&amp;rdquo;นายสุวพันธุ์​ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนหมู่บ้าน, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a8cf82e3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทุนหมู่บ้านฯ สานพลังจัดงาน “มหกรรมแสดงผลการดำเนินงานโครงการตามแนวทางประชารัฐ” ช่วยเศรษฐกิจฐานรากได้ผลตามเป้า เผย ๓ ปี ยกระดับชุมชนกว่า ๗๐,๐๐๐ กองทุน ผ่าน ๒๐๐,๐๐๐ โครงการ เกิดการจ้างงานกว่า ๑.๖ ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นประธานในงาน &amp;ldquo;มหกรรมแสดงผลการดำเนินงานโครงการตามแนวทางประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จัดโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พร้อมระบุ ๓ ปีที่ผ่านมา (๒๕๕๙-๒๕๖๑) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชน ในหมู่บ้านและชุมชนเมืองกว่า ๗๐,๐๐๐ กองทุน ผ่านการดำเนินโครงการตามแนวทางประชารัฐ กว่า ๒๐๐,๐๐๐ โครงการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการทำประชาคมโดยประชาชน เพื่อประชาชน ผ่านกลไกของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ โดยมีผู้แทนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจากทุกจังหวัดทั่วประเทศมาร่วมงานประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน ณ อาคารชาเลนเจอร์ ๒ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ระบุว่า รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลมีความเชื่อมั่น และไว้วางใจในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองซึ่งมีอยู่ ทั่วประเทศว่าจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้เป็นอย่างดี รัฐบาลจึงได้สนับสนุนงบประมาณให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ทั้ง ๗๙,๕๙๕ กองทุน ให้ดำเนินโครงการตามแนวทางประชารัฐ ใน ๓ ปีต่อเนื่อง คือ ๑. โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ในปี ๒๕๕๙ วงเงิน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ๒.โครงการเพิ่มศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ในปี ๒๕๖๐ วงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท และ ๓.โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชา ตามแนวทางประชารัฐ ในปี ๒๕๖๑ วงเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตลอดระยะเวลาเกือบ ๓ ปี กองทุนหมู่บ้านและชุมเมือง กว่า ๗๐,๐๐๐ กองทุน ได้จัดทำและดำเนินโครงการตามแนวทางประชารัฐดังกล่าว กว่า ๒๐๐,๐๐๐ โครงการ ก่อให้เกิดประโยชน์หลายมิติ เช่น ทำให้เกิดร้านค้าชุมชนไม่น้อยกว่า ๒๕,๐๐๐ ร้านค้าทั่วประเทศ โครงการน้ำดื่มชุมชนไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ โครงการ โครงการส่งเสริมการเกษตรไม่น้อยกว่า ๕๖,๐๐๐ โครงการ โครงการบริการเพื่ออุปโภค-บริโภค ไม่น้อยกว่า ๔๕,๐๐๐ โครงการ โครงการผลิตภัณฑ์ประชารัฐไม่น้อยกว่า ๓๗,๐๐๐ โครงการ และโครงการตลาดประชารัฐไม่น้อยกว่า ๒,๙๐๐ โครงการ นอกจากนี้ การดำเนินโครงการประชารัฐยังก่อให้เกิดการจ้างงานประชาชนในหมู่บ้านและชุมชน กว่า ๑.๖ ล้านคน ทำให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองมีรายได้รวม ๓ ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่น้อยกว่า ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท ได้รับผลกำไรกว่า ๘,๕๐๐ ล้านบาท ประการสำคัญก็คือ การทำให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองมีโอกาสฟื้นฟูกลับมาเป็นกองทุนที่เข้มแข็ง ตามนโยบายของรัฐบาที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกกว่า ๕,๐๐๐ กองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และเพื่อประกาศความสำเร็จที่จะนำไปสู่การถอดบทเรียนเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความพร้อมเพื่อการพัฒนาต่อยอดการดำเนินโครงการตามแนวทางประชารัฐที่ดำเนินการโดยกลไกของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และเป็นการให้กำลังใจแก่คณะกรรมการของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มุ่งมั่น ตั้งใจดำเนินโครงการจนประสบผลสำเร็จ รวมทั้งการขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความเชื่อมั่น และไว้วางใจในความมุ่งมั่น ตั้งใจ และศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั้งประเทศ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมการบริหารโครงการ จึงมีมติเห็นชอบให้มอบรางวัลโครงการประชารัฐตัวอย่างให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในทุกจังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะทำงานในแต่ละจังหวัด แบ่งเป็นรางวัลในภาพรวมของแต่ละจังหวัด ๒๓๑ รางวัล และรางวัลตามยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีของประเทศ ใน ๖ ด้าน ในแต่ละจังหวัด ได้แก่ ๑.การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน สร้างความสุขและความมั่นคง ๒.การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการพัฒนา ๓.การพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ ๔.การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ำ ๕.การพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ ๖.การบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จำนวนทั้งสิ้น ๑,๓๘๖ รางวัล รวมทั้งสิ้น ๑,๖๑๗ รางวัล โดยหวังว่าจะมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างคุณค่า และมูลค่าของโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นสินทรัพย์ของแผ่นดิน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กล่าวว่า ภายใต้การดำเนินโครงการของกองทุน ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมสนับสนุนตามแนวทางประชารัฐให้โครงการเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น เช่น กระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนการพัฒนาร้านค้าประชารัฐ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับ คุณภาพโครงการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้การรับรองคุณภาพ และคุณธรรมของโครงการด้วยการมอบตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภคให้โครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ และมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ร่วมติดตามประเมินผล และสนับสนุนการพัฒนาต่อยอดโครงการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับกิจกรรมในวันนี้ (๑๐ ม.ค. ๖๒) นอกจากมีการมอบรางวัลให้กับโครงการของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ตามแนวทางประชารัฐซึ่งได้มีการคัดเลือกจากแต่ละจังหวัดแล้วยังมีการจัดกิจกรรมในรูปแบบนิทรรศการของโครงการตัวอย่างที่คัดเลือกมาจากแต่ละจังหวัด และการนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของหน่วยภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานสำหรับเป็นบทเรียนแห่งการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในระยะต่อไป โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) นอกจากได้มอบรางวัล และมอบนโยบายในการขับเคลื่อนงานต่อไปแล้ว ยังเปิดปฏิบัติการ การพัฒนาต่อยอดโครงการของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐเพื่อให้โครงการได้ดำเนินการต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลตาม &amp;ldquo;วิถีประชารัฐ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน&amp;rdquo; และในช่วงบ่ายได้เปิดโอกาสให้มีการลงทะเบียนเป็นอาสาพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจากสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่เข้าร่วมกิจกรรม กว่า ๑๘,๐๐๐ คน ทั้งนี้ เพื่อจะได้ให้ อาสาพัฒนาได้ช่วยประสานงานและสนับสนุนการต่อยอดโครงการตามแนวทางประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและ ชุมชนเมือง เพื่อการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนในแต่ละพื้นที่ให้สัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26725</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนหมู่บ้าน, นายกรัฐมนตรี, ประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อิมแพค เมืองทองธานี, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3edd9b93d63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยเย้ยไทยนิยมยั่งยืนเหลว ชูกองทุนหมู่บ้านยุคแม้วเหนือกว่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;ต.ค. 61 - นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืนว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณของรัฐไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ผลประโยชน์ไม่ตกถึงมือประชาชนเพราะการทำโครงการไม่ได้ครอบคลุมประชาชนทั้งหมด ภาพที่ออกมาว่าประชาชนมีส่วนร่วมไม่เป็นความจริง เนื่องจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของกระทรวงมหาดไทยในแต่ละหมู่บ้านนั้น บางหมู่บ้านมีประชากร 700 คนแต่มีผู้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นกับกระทรวงมาไทยเพียง 60 - 70 คนเท่านั้น&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้มีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้จักโครงการ สุดท้ายโครงการนี้จะไม่ยั้งยืนเหมือนชื่อเป็นเพียงโครงการสร้างภาพของรัฐบาล ไม่เหมือนนโยบายกองทุนหมู่บ้านของพรรคไทยรักไทย ที่ประชาชนตอบรับอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ทราบว่าพรรคพลังประชารัฐที่มีรัฐมนตรีในรัฐบาลเข้าไปมีส่วนร่วม กำลัง สำรวจความคิดเห็นประชาชนถึงคะแนนนิยมระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยผลออกมาว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังให้ความนิยมในพรรคเพื่อไทยอยู่จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าโครงการไทยนิยมยังยืนของรัฐบาลไม่เป็นผล&amp;rdquo; อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19644</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนหมู่บ้าน, นายวรชัย เหมะ, เพื่อไทย, โครงการไทยนิยมยั่งยืน, ไทยรักไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180203/image_big_5a75438cb9404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม้ว&#039;น้ำตาไหล!อ้างผลงานกองทุนหมู่บ้านถูกแปรสภาพเป็นประชารัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.61 - นายพานทองแท้ ชินวัตร &amp;nbsp;บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra ว่า &amp;quot;คุณพ่อผมส่งรูปพวกนี้มาให้ผมทางไลน์ แล้วเขียนข้อความสั้นๆว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เห็นแล้วน้ำตาจะไหล...&amp;rdquo; ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กองทุนหมู่บ้าน&amp;rdquo; คือโครงการหนึ่งที่คุณพ่อผมภูมิใจ และตั้งใจทำเพื่อพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงิน 7 หมื่นกว่าล้านบาท ทุกบาททุกสตางค์ไม่มีการรั่วไหล ถูกส่งตรงไปถึงทุกหมู่บ้าน ที่มีความพร้อมในการรับผิดชอบเงินทั้งก้อนให้งอกเงยออกมาเป็นวิสาหกิจชุมชน สินค้า OTOP และเงินทุนประกอบอาชีพของคนในชุมชน เพื่อสนับสนุนนโยบาย &amp;ldquo;ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณพ่อผมมุ่งมั่นที่จะลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน โดยตั้งเป้าจะทำให้คนไทย &amp;ldquo;หายเจ็บ(ไข้ได้ป่วย) และหายจน&amp;rdquo; ภายในระยะเวลา 8 ปี จึงได้คิดนโยบายต่างๆขึ้นมามากมาย แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะโดนกระทำรัฐประหารเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้ง กับอีก 1 รัฐบาลที่จัดตั้งในค่ายทหาร เคยมีความพยายามที่จะเลิกล้มนโยบายต่างๆที่คุณพ่อผมทำไว้ มีการยั่วยุให้ประชาชนเบี้ยวหนี้กองทุนบ้าง หาว่าเอาเงินไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยบ้าง แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถจะล้มเลิกได้ เพราะเป็นที่ชื่นชอบของพี่น้องประชาชน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาจึงจำเป็นต้องทำต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันโครงการกองทุนหมู่บ้าน ถูกย้อมแมวสวมเขา จนหน้าตากลายเป็นร้านค้า &amp;rdquo;ประชารัฐกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง&amp;rdquo; โดยตั้งชื่อให้สอดคล้องกับพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวขวัญว่า เป็นนอมินีของทหาร และถูกจัดตั้งขึ้นมาจากในทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิธีในการทำงาน ก็ถูกปรับเปลี่ยนไปเหมือนกับมหรสพหาเสียงของนักการเมืองสมัยเก่า ที่ยังไม่มี กกต. คอยตรวจสอบ ใช้ทั้งนักร้อง หางเครื่อง โคโยตี้นุ่งน้อยห่มน้อย เพื่อดึงดูดชาวบ้านให้มางาน &amp;ldquo;ประชารัฐ&amp;rdquo; อะไรนี่ โดยไม่มีร่องรอยของโครงการกองทุนหมู่บ้านในอดีตหลงเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือที่มาของคำว่า &amp;ldquo;เห็นแล้วน้ำตาจะไหล&amp;rdquo; ซึ่งประชาชนอย่างพวกเราก็คงทำอะไรมากไม่ได้ คงต้องปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ จนถึงวันที่ทหารจะกล้าเปิดโอกาสครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดโอกาสให้ประชาชน &amp;ldquo;หย่อนบัตร&amp;rdquo; เมื่อไหร่ คงจะได้รู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เขาชื่นชอบหรือรังเกียจกิจกรรมการเมืองที่รัฐบาลนี้กำลังทำอยู่ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11611</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนหมู่บ้าน, ประชารัฐ, พานทองแท้, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6b09479ad29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;ขวางคสช.ห้ามเอากองทุนหมู่บ้านไปหาเสียงล่วงหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พท.ชี้ รัฐบาลคสช.อย่าฉกฉวยหาประโยชน์จากนโยบายของคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารคำปฏิญาณตนของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่เนื้อหาของคำกล่าวเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ว่า เอกสารคำปฏิญาณตนที่เผยแพร่ออกมา ไม่แน่ใจว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ถ้าจริงไม่แน่ใจว่าผู้จัดทำมีเจตนาแอบแฝงอย่างไร ความจริงคนรู้กันทั้งประเทศ กองทุนหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นในยุคของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เพื่อให้โอกาสประชาชนบริหารจัดการและพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนด้วยทรัพยากร ภูมิปัญญา การมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างโอกาส สร้างรายได้ ซึ่งอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจ สร้างศักยภาพการบริหารจัดการเงินกองทุน ควบคุม ตรวจสอบ ติดตามประเมินผลความคืบหน้าด้วยตนเอง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จนหลายประเทศนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สังเกตได้จากหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับการปล่อยกู้ในสถาบันการเงินทั่วไป สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีศักยภาพในการบริหารจัดการกองทุนและควบคุมด้วยตนเอง แม้ว่าจะถูกโจมตีว่าเป็นนโยบายประชานิยม แต่หลายปีที่ผ่านมาก็ไม่มีรัฐบาลไหนกล้ายกเลิก ไม่อยากให้นำกองทุนหมู่บ้านไปฉกฉวยหาประโยชน์ในการหาเสียงล่วงหน้า การพูดว่าเราจะประสานพลังประชารัฐ ซึ่งบังเอิญตรงกับชื่อพรรคการเมืองและมีบุคคลที่สื่อมวลชนคาดหมายว่าเป็นแกนนำในการจัดตั้งพรรคนี้ ไปอยู่ในคำกล่าวปฏิญาณตนของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองน่าจะไม่เหมาะสมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลคสช.ต้องแยกแยะให้ออก จะไปบอกว่าบังเอิญเป็นคำที่ตรงกันคงฟังได้ยากหรือไม่ ดังนั้นถ้าจะหาเสียงอะไรควรหาเสียงจากผลงานที่ตนเป็นคนคิดขึ้นมาเอง อย่าไปฉกฉวยเกาะกระแสหาประโยชน์เล็กๆน้อยๆในการหาเสียงล่วงหน้าด้วยการแอบอ้างนโยบายของคนอื่นเขาเอามาเป็นของตัวเอง จะมีศักดิ์ศรีกว่าหรือไม่&amp;rdquo;นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11345</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนหมู่บ้าน, ประชารัฐ, พรรคเพื่่อไทย, รัฐบาลคสช., หาเสียงล่วงหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b21eb73060e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส. อัดอีกพันล้านปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้านแก้หนี้นอกระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธ.ก.ส. อัดเพิ่มอีก 1 พันล้านบาท ปล่อยกู้ให้กองทุนหมู่บ้านและสถาบันการเงินชุมชน หวังช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของสมาชิก พร้อมจัดทัพเสริมองค์ความรู้ ลุยพัฒนาผู้นำกองทุนหมู่บ้านเป็นที่ปรึกษาดูแลสุขภาพทางการเงินแก่สมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงศ์ นิลพันธุ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยในพิธีเปิดงานโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ในปี 2561 ธ.ก.ส. ได้เตรียมวงเงินสนับสนุนสินเชื่อให้กับกองทุนหมู่บ้านและสถาบันการเงินชุมชน เพิ่มเติมจำนวน 1 พันล้านบาท เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นอกจากการสนับสนุนสินเชื่อแล้ว ยังได้นำองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ เช่น การบริหารจัดการกลุ่ม การพัฒนาศักยภาพด้วยระบบโปรแกรมงานด้านบัญชี พร้อมพัฒนาผู้นำกองทุนหมู่บ้านเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพทางการเงิน แก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธนาคารได้เข้าไปร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตั้งแต่ ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน ธ.ก.ส.ได้ดูแลให้การสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 3.36 หมื่นกองทุน จากกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ 7.95 หมื่นกองทุน ทั้งการให้บริการด้านเงินฝาก และการให้บริการด้านสินเชื่อ ซึ่งได้ดำเนินการหลายโครงการ อาทิ โครงการสินเชื่อให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อเป็นทุนให้กู้แก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน โครงการสนับสนุนสินเชื่อกองทุนหมู่บ้านและสถาบันการเงินชุมชนเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาหนี้นอกระบบของสมาชิก เป็นต้น รวมวงเงินกว่า 4.09 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo; นายสุรพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ สินเชื่อเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบ ระยะที่ 3 มีวงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท กำหนดกลุ่มเป้าหมาย 3 แสนราย ให้วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 1แสน บาท อัตราดอกเบี้ย 3% &amp;nbsp;โดยในส่วนของโครงการกองทุนหมู่บ้าน มีสนับสนุนสินเชื่อกองทุนหมู่บ้านและสถาบันการเงินชุมชน เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาหนี้นอกระบบ 1 พันแห่ง ซึ่งสมาชิกมีหนีนอกระบบหรือมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและจำเป็นในครัวเรือน 5 หมื่นราย โดยตั้งวงเงินกู้รวมวงเงินให้กู้รวมไม่เกิน 1 พันล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2561 ถึงวันที่ 31 มี.ค.2563 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับลูกค้าชั้นดี (เอ็มแอลอาร์)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11334</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนหมู่บ้าน, ธ.ก.ส., สถาบันการเงินชุมชน, หนี้นอกระบบ, แก้หนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b21c7c276101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
