<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ครูเป็ด’วอน‘บิ๊กตู่’ดูแลลูกหนี้กยศ. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 - นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร กรรมการบริหารพรรคกล้า กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณาเยียวยามาตรการเพิ่มเติมให้กับลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพราะลูกหนี้กองทุนนี้ก็มีสภาพไม่ต่างจากคนกลุ่มอื่น ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 เช่นเดียวกัน จึงขอเรียกร้องให้พักการชำระหนี้ ลดและพักเบี้ยปรับไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บางคนโดนดึงเงินในบัญชีทั้งที่ตกงานเพราะโควิด-19 บางคนจะไปคลอดลูกก็ไม่มีเงินไปคลอดลูก ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาอีกทอด เกิดภาระหนี้ไม่รู้จักจบสิ้น เกิดปัญหาต่อกันเป็นลูกโซ่ โดยที่หน่วยงานของรัฐยังคงตั้งหน้าตั้งตาทวงหนี้ต่อไป ไม่ได้สนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แบบนี้เหมือนกับการซ้ำเติมประชาชนทั้งน้ำตา&amp;rdquo; นายมนต์ชีพ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110539</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กรรมการบริหารพรรคกล้า, กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f79ac6c5106.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวถอนฟ้องแพ่ง &#039;กยศ.&#039; ปมชำระหนี้ครบ แต่บ้านโดนขายทอดตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.64 - นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กสมาคมทนายความฯ ว่า จากกรณี นางสาวทิพย์รัตน์ แสงใส &amp;nbsp;ลูกหนี้ ได้กู้ยืมเงินจาก กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จำนวน 151,760 บาท และได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำนวน 201,646 บาท ให้กับ กยศ. ครบถ้วนแล้ว แต่ กยศ. ไม่ได้ถอนการบังคับคดี ทำให้กรมบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินและบ้านของลูกหนี้โดยมีบุคคลภายนอกซื้อไป ในราคา 1,650,000 บาท และผู้ซื้อทรัพย์มีหนังสือให้ลูกหนี้และบิดามารดาออกจากที่ดินและบ้าน ทำให้ลูกหนี้ได้รับความเสียหาย ซึ่งต่อมา ลูกหนี้ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจาก กยศ. แล้ว แต่ กยศ. แจ้งว่า เป็นความผิดพลาดของลูกหนี้ ไม่ไปยื่นขอถอนการบังคับคดี จึงไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวทิพย์รัตน์ แสงใส จึงได้ร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ต่อมา เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 สมาคมทนายความฯ ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่ง กับ กยศ. กับพวก ต่อศาลแพ่ง เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.312/2564 &amp;nbsp;เพื่อให้ กยศ. ทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านคืนให้กับ นางสาวทิพย์รัตน์ฯ และเรียกค่าเสียหาย ซึ่งศาลแพ่งนัดชี้สองสถานในวันที่ 17 พฤษภาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากยื่นฟ้องคดีแล้ว กยศ. ได้แสดงความรับผิดชอบ และเยียวยาความเสียหายให้กับลูกหนี้ โดยได้ดำเนินการซื้อที่ดินและบ้านคืนจากผู้ซื้อทรัพย์ ในราคา 2,500,000 บาท แล้วโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านให้กับนางสาวทิพย์รัตน์ฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 &amp;nbsp;สมาคมทนายความฯ จึงได้ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องคดีแพ่งดังกล่าว โดยศาลแพ่ง มีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง และสมาคมทนายความฯ ได้ดำเนินการให้ ลูกหนี้ได้รับเงินค่าธรรมเนียมที่ศาลสั่งคืนเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 68,100 บาท ด้วย ข้อพิพาทในคดีแพ่งดังกล่าวจึงยุติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว จึงเป็นกรณีศึกษาสำหรับลูกหนี้ กยศ. และเป็นตัวอย่างที่ดีให้ประชาชนทั่วไปทราบว่า เมื่อเป็นหนี้ต้องมีวินัยทางการเงินในการชำระหนี้ที่ตนเองก่อขึ้น และเมื่อชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้แล้วก็ต้องติดตามตรวจสอบเก็บหลักฐานการชำระหนี้ไว้ และหากเกิดข้อพิพาททางคดีแล้ว ก็ต้องติดตามกระบวนการพิจารณาทางกฎหมายต่าง ๆ ให้ครบถ้วนและใช้สิทธิตามกฎหมายให้ถูกต้อง &amp;nbsp;ซึ่งในกรณีนี้ สมาคมทนายความฯ ได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ให้ได้รับความเป็นธรรม และได้รับการเยียวยาความเสียหายจาก กยศ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100248</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_6080221fedcaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย &#039;กองทุนกยศ.&#039; มีเงินมากพอให้ผู้มีคุณสมบัติกู้ได้ครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.63 - ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาแนวทางในการบริหารจัดการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร แถลงสรุปผลการทำงานของคณะกมธ.ที่ใช้เวลาศึกษาประมาณ 4 เดือน โดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเรื่องขึ้นมาแล้ว 20 ปี โดยดำริของนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ซึ่งขณะนี้มีเงินหมุนเวียนทั้งหมด 6.22 แสนล้านบาท เป็นเงินกองทุนหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศในขณะนี้ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษา ลูกคนยากคนจน ได้โอกาสทางการศึกษาเพิ่มสูงขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพิ่มคุณภาพทางการศึกษา ตลอดจนการให้นักเรียนนักศึกษา มีโอกาส มีงานทำ เพื่อสร้างอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า แต่ 5 ปีที่ผ่านมาประเทศ เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ และช่วงคณะกมธ.ศึกษาอยู่ ก็เกิดผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กองทุนมีปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ ในอัตราสูงถึงร้อยละ 60 ของจำนวนผู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ คิดเป็นเงินต้นค้างชำระทั้งหมด 78,643 ล้านบาท ทางคณะกรรมาธิการจึงร่วมกับสำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤติต่างๆ โดยจะต้องผลักดันให้การบริหารจัดการชำระหนี้กยศ. ได้รับการช่วยเหลือดูแลและแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน , กรณีที่รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็จะมีมาตรการทางช่วยเหลือ ซึ่งนอกจากเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแล้ว ยังมีค่าครองชีพอีก 300 บาทด้วย , มีข้อเสนอให้แก้ไขปัญหาการชำระหนี้ เพื่อเสถียรภาพของกองทุน , และแนวทางข้อเสนอแนะการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการกองทุนเพื่อความยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า ผู้กู้ยืมก็ต้องมีสำนึก มีวินัยทางการเงิน มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะการสร้างทัศนคติที่ดีให้เกิดขึ้น ทั้งส่วนนักศึกษาที่กู้ยืม ที่ต้องมีความรับผิดชอบในการส่งต่อโอกาสให้กับรุ่นต่อไป และสร้างจิตสำนึกให้กับส่วนราชการและผู้ประกอบการต่างๆ รับนักเรียนนักศึกษาเข้าไปทำงาน เพื่อสนองตอบต่อการรับใช้สังคม และการบริหารจัดการที่ดี คำนึงถึงหลักการเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงานของกองทุนให้มีความสามารถที่จะดำรงอยู่ และเป็นหลักประกันให้กับผู้เรียนต่อไป โดยมีข้อเสนอแนะปรับปรุงการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการใช้ระบบดิจิทัล ระบบการสื่อสารข้อมูลที่ดี และระบบการประชาสัมพันธ์ที่ทั่วถึงผู้ที่จะกู้เงินยืมเรียน โดยจะทำรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประกอบ รัตนพันธ์ โฆษกคณะกมธ.ชี้แจงสาระสำคัญ ซึ่งประเด็นที่สร้างความสับสนให้ผู้กู้เข้าใจว่า เงินที่ให้กู้ยืมไม่ได้เป็นเงินให้เปล่า ผู้กู้ทุกรายจะต้องชำระหนี้ ตามระเบียบข้อบังคับของกองทุนยกเว้นเพียงผู้พิการที่ไม่สามารถประกอบวิชาชีพได้ หรือกรณีได้รับอุบัติเหตุจนเสียชีวิต , ผู้รับรองรายได้ไม่ใช่ผู้ค้ำประกัน มีหน้าที่รับรองว่าผู้กู้หรือผู้ปกครองของผู้กู้ มีรายได้ไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี จึงไม่ต้องร่วมรับผิดชอบ , โดยผู้รับรองเงินเดือนเป็นข้าราชการ แต่ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ , กองทุน กยศ. ขณะนี้มีเงินมากพอให้ผู้ที่มีคุณสมบัติสามารถกู้ได้ครบถ้วน 100 เปอร์เซ็น ทุกคน , และไม่ต้องเปลี่ยนแปลงศาสนา ตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ยืนยันว่า เด็กที่ขาดแคลนสามารถ งกู้เงินได้ทุกคน ส่วนบุคคลที่ถูกดำเนินคดีและไม่มีเงินชำระหนี้ กองทุนให้โอกาสเสมอ มีน้อยให้ชำระน้อย มีมากให้ชำระมาก หากไม่มีชำระก็ขอให้ติดต่อกองทุน ก็พร้อมที่จะดูแล ย้ำว่าผู้รับรองรายได้จะต้องเป็นข้าราชการของรัฐ แต่ผู้ค้ำประกันจะเป็นใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76371</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, การศึกษา, กู้เงินเรียน, ชินวรณ์ บุณยเกียรติ, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f508ecf353e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะใส&#039; แนะ &#039;กยศ&#039; เพิ่มวงเงินกู้รองรับนักศึกษากลุ่มใหม่ไม่ให้หลุดระบบการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.63 - นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า&amp;nbsp; กยศ.ต้องเตรียมเพิ่มวงเงินกู้ ห่วง นร. - นศ. หลุดจากระบบ ก่อนอื่นต้องชื่นชมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาหรือ กยศ.ที่ออก 8 มาตรการเยียวยานักศึกษาที่เป็นลูกหนี้ กยศ.ทั้งที่จบไปแล้วและกำลังศึกษาอยู่กว่า 5.7 ล้านคน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ ลดดอกเบี้ยปรับลดการหักเงินเดือน พักชำระหนี้ 2 ปี การผ่อนผันการชำระหนี้และการงดหรือขะลอการบังคับคดี เป็นต้นล้วนเป็นมาตรการที่จะช่วยเหลือเยียวยาลูกหนี้ ที่เผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจอันเนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากแนวโน้มของผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ต่างยอมรับว่ารุนแรงกว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 ฃ ที่สำคัญอาจจะลุกลามไปถึงสิ้นปีหรือข้ามปีก็เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถส่งลูกหลานเรียนหนังสือได้ อาจจะมีนักศึกษาจำนวนมากต้องพักการเรียนหรือหลุดออกจากระบบการศึกษาไปกลางคัน
แต่เนื่องจากมาตรการ กยศ.ยังครอบคุมเฉพาะลูกหนี้ในปัจจุบันเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงควรมีมาตรการรองรับนักศึกษาที่อาจมาเป็นลูกหนี้รายใหม่หรืออาจจะเข้าโครงการ กยศ.เพิ่มขึ้นเพื่อส่งเสียตนเองจนจบการศึกษา กยศ.จึงควรมีมาตรการรองรับนักศึกษากลุ่มใหม่ด้วยดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สำหรับลูกหนี้ในปัจจุบันทั้งในรูปแบบ กยศ.และ กรอ. ควรพิจารณาเพิ่มวงเงินเบี้ยยังชีพ ในแต่ละเดือนให้กับนักศึกษาหรือผู้กู้ยืมในปัจจุบันด้วย
เพื่อให้เพียงพอแก่การยังชีพในสถานการณ์ที่นักศึกษาและครอบครัวเผชิญกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สำหรับลูกหนี้ที่กำลังเรียนอยู่และมีเงื่อนไขสะสมชั่วโมงจิตอาสาเทอมละ 18 ชั่วโมงระหว่างเรียนนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการคิดเชื้อ Covid-19 กยศ. ควรประสานความร่วมมือกับ กระทรวงดิจิทัล กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอุดมศึกษาฯ พิจารณาจัดรูปแบบกิจกรรมสะสมคะแนนจิตอาสาในระบบดิจิทัล และออนไลน์แทน เช่น กิจกรรมรณรงค์ต่างๆทางโซเชี่ยล ที่สามารถสมัครร่วมทำ ร่วมเผยแพร่ กำหนดจุดเสี่ยงเฝ้าระวังต่างๆกับภาครัฐ การเป็น อาสาสมัครสอนออนไลน์ หรือการอ่านหนังสือเสียงให้คนตาบอด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สำหรับผู้ที่จะยื่นกู้รายใหม่ ควรพิจารณาเพิ่มวงเงินเข้ากองทุน กยศ. โดยอาจสุ่มสำรวจจำนวน นศ.ที่อาจเป็นลูกหนี้รายใหม่จากแต่ละสถาบันการศึกษา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพราะที่ผ่านมา มี นศ.จำนวนมากที่เคยขอกู้และไม่ผ่านหรือกู้ได้บางส่วน กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษามากที่สุด จะทำให้ กยศ.สามารถคาดการณ์จำนวนเงินในเบื้องต้นได้ว่าต้องเพิ่มเข้ากองทุน กยศ.เป็นจำนวนเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ควรขยายฐานให้ผู้กู้รายใหม่สามารถกู้ได้ง่ายขึ้นโดยลดหรือยกเลิกเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคในการกู้มากจนเกินไป จนทำให้ นศ.ไม่สามารถกู้ได้เลยหรือกู้ได้มั้งหมดทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.รัฐบาลควรประกาศเพิ่มวงเงินล่วงหน้า และชูนโยบายฝ่าวิกฤติ &amp;ldquo;ทุกคนที่อยากเรียนต้องได้เรียน&amp;rdquo; โดยให้สถาบันการศึกษาช่วยประสานงานความต้องการของนักเรียนนักศึกษาแต่ละแห่งว่ามีจำนวนเท่าไร หรือเปิดลงทะเบียนเพื่อคัดกรองสำหรับคนที่วิกฤติจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุริยะใส กตะศิลา
คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61718</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, ผ่อนผันการชำระหนี้, มาตรการเยียวยา, สุริยะใส กตะศิลา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e847321d2536.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานชวนลงมีด!ใครเบี้ยวหนี้กยศ.อดเป็นขรก.สภา-เรียนพระปกเกล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2562 - นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวว่านายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ตระหนักถึงปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่นายชวนริเริ่มดำเนินการขณะเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี2535 แต่ปัจจุบันมีผู้กู้ยืมเงิน กยศ.ไม่ยอมใช้หนี้ตามข้อกำหนดกองทุนฯ โดยมีข้าราชการจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ยอมชำระหนี้ กยศ. ซึ่งนายชวนได้ย้ำว่า ในส่วนผู้กู้ที่ประสบปัญหาจริงๆ อาทิ กำลังตกงาน แต่มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวจนขาดสภาพคล่องทางการเงินจริงๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบควรพิจารณาหาทางช่วยเหลือในลำดับต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายชวนมอบนโยบายแก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบและดำเนินการให้ผู้กู้ยืมเงินจาก กยศ.ปฏิบัติตามประกาศการหักเงินจากผู้กู้ยืมเงินแต่ละราย ซึ่งในส่วนข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร มีผู้กู้ยืมเงิน กยศ. 116 คน ได้ดำเนินการหักรายได้นำส่งเงินคืนกองทุนไปแล้ว &amp;nbsp;206,070 บาท &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา (ก.ร.) นายชวนได้เห็นชอบให้เพิ่มหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ &amp;nbsp;โดยให้การคืนเงินหรือไม่คืนเงินกองทุน กยศ. เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ใช้พิจารณาสรรหาและบรรจุเข้ารับราชการ&amp;rdquo;นายอิสระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิสระ &amp;nbsp;กล่าวว่า ขณะเดียวกันการประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2562 นายชวนเป็นประธานการประชุม ได้เสนอความเห็นต่อที่ประชุมว่า ผู้เข้าเรียนและจบหลักสูตรสถาบันพระปกเกล้าล้วนเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีชื่อเสียง ควรเป็นตัวอย่างต้องมีคุณธรรมจริยธรรมด้วย จึงเสนอให้การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกองทุน กยศ.คือ ไม่ได้คืนเงินเข้ากองทุน เป็นหนึ่งในคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครหลักสูตรของสถาบันด้วย เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45796</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, ชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, เลขานุการประธานรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d7888beac8bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยหนูยันดันแผนแก้หนี้ กยศ.ของพรรคเข้านโยบายรัฐบาลแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 ก.ค.2562 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคจะนำนโยบายที่ได้รณรงค์หาเสียงไปเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการยกร่างนโยบายของรัฐบาลที่จะนำเสนอต่อรัฐสภา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนโยบายแก้หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นโยบายแก้หนี้ กยศ.ของพรรค ภท.หาเสียงมี 6 เรื่อง คือ 1.ปลดภาระผู้ค้ำประกัน &amp;nbsp;ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันอีกต่อไป ทั้งหนี้เก่าและหนี้ใหม่ &amp;nbsp; 2.ไม่มีดอกเบี้ย 3.ไม่ต้องมีเบี้ยปรับ &amp;nbsp;4.ใช้ภาษีเงินได้ประจำปีมาหักลดยอดหนี้เงินกู้ได้ 5.ผ่อนคืนเงินต้น 10 ปี และ 6.พักหนี้ 5 ปี สำหรับ ลูกหลาน ที่ไม่มีเงินจะชำระจริงๆ เพื่อเป็นการหยุดการดำเนินคดี ไม่ต้องฟ้องร้องบังคับคดี หรือฟ้องยึดทรัพย์ ไว้ 5 ปีให้ผู้กู้ได้มีเวลาตั้งสติตั้งตัวกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องดูว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะเห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอนโยบาย แก้หนี้ กยศ.หรือไม่ และจะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างไรต่อไป และในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการพรรคได้ที่นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง จะแบ่งงานอย่างไรด้วย และได้ดู กยศ. หรือไม่ด้วย&amp;rdquo;นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40344</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, คณะกรรมการยกร่างนโยบายของรัฐบาล, นโยบาย, พรรคภูมิใจไทย, ภท., อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d216a0eec649.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นศ.ชายแดนใต้บุกศาลากลางเมืองคอน ร้องกยศ.ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.62 - ที่ลานตะเคียนหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวนประมาณ 300 คน นำโดยนายจักรี เกิดศรีเหล็ก อายุ 22 ปี และ น.ส.ณัฐมล สุยบางดำ อายุ 19 ปี นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ เดินทางมารวมตัวกันตั้งขบวนเดินไปที่อาคารศาลากลาง เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงการคลัง ผ่านนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช แต่ติดราชการนอกกพื้นที่ ต่อมานางจีราภา รอดเพชร ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกมารับเรื่องแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรี เกิดศรีเหล็ก กล่าวว่า นักศึกษาที่เดินทางมาร้องทุกข์ในวันนี้ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา จ.นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ทั้งหมดกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ทางรัฐบาลให้กู้ยืมเป็นค่าเล่าเรียน&amp;nbsp;ทั้งๆที่ทุกคนได้ดำเนินการทุกด้านทั้งด้านเอกสารและด้านอื่นๆครบถ้วน และทางวิทยาลัยได้ส่งเรื่องไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 กระทั่งบัดนี้ระยะเวลาผ่านมานานกว่า 6 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับเงินแต่อย่างใด ทำให้ผู้ปกครองต้องกู้หนี้ยืมสินจากนายทุนเงินกู้นอกระบบ และนำทรัพย์สินไปจำนำมาเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อให้บุตรหลานได้เล่าเรียนผ่านมาถึงตอนนี้เทอมที่ 2 กำลังจะสอบแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับเงินกู้ กยศ.แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ณัฐมล สุยบางดำ กล่าวว่า นักศึกษาที่มาเรียนในสถาบันแห่งนี้ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา มาเรียนต่อในระดับปริญญาตรี เนื่องจากปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกได้ว่า &amp;ldquo;หนีตายมาเรียน&amp;rdquo; หนีร้อนมาพึ่งเย็น และยังมีนักเรียนส่วนหนึ่งเดินทางมาเรียนในจังหวัดสงขลา อีกไม่น้อยเดินทางมาเรียนที่นครศรีธรรมราช เมื่อสอบเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, จังหวัดนครศรีธรรมราช, นักศึกษาทวงเงินกยศ., มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5ad1700d9cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
