<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.หารือ&quot;คลัง&quot;หาทางช่วยเด็กที่ไม่ได้รับเงิน กองทุนเสมาฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20มี.ค.62-นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ทำหนังสือเพื่อขอข้อมูลนางรจนา สินที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) กรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีในการจับกุมนางรจนา ซึ่ง ศธ.ได้ดำเนินการส่งข้อมูลดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในส่วนของแนวทางการเยียวยาเด็กที่จะต้องได้รับทุนจากกองทุนนี้ แต่กลับไม่ได้รับนั้น ทาง ศธ.ได้ประสานกับกระทรวงการคลัง (กค.) เพื่อหาแนวทางการดำเนินการเรื่องซึ่งเบื้องต้นทาง กค.ได้แนะนำว่าควรใช้คำว่านักเรียนที่ไม่ได้รับทุน ไม่ควรใช้คำว่าเยียวยา โดย ศธ.ก็ได้มีการปรับแก้และเสนอไปอีกครั้ง แต่ก็ยังคงต้องรอคำตอบจาก กค.อีกครั้ง ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มที่ไม่ได้รับทุนการศึกษา ซึ่งทาง กค.ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีก 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ทางกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตได้ดำเนินการจัดสรรทุนปีการศึกษา 2561 จัดสรรเป็นทุนนักศึกษาพยาบาล จำนวน 213 คนๆละ 55,000 บาทรวมเป็นเงิน 11,715,000 บาท ทุนจ้างครูชั่วคราว ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 49 คนๆละ 18,900 บาท เป็นเงิน 9,261,000 บาท รวมทั้งสิ้น 20,976,000 บาท เรียบร้อยแล้วและมีการวางระบบการตรวจสอบทั้ง การยื่นใบเสร็จรับเงิน การแจ้งผู้ที่ได้รับทุนด้วย ซึ่งเป็นไปด้วยความโปร่งใสแน่นอน&amp;rdquo;ปลัด ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31822</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, กองทุนเสมา, การุณ สกุลประดิษฐ์, เยียวยาเด็กไม่ได้รับทุนกองทุนเสมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acca7cf1abf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.ขอคำแนะนำกพ.จัดการทุจริตกองทุนเสมาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โกศล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การุณ&amp;rdquo; ขอคำแนะนำก.พ.กรณีตั้งคกก.สอบวินัย ผู้เกี่ยวข้องทุจริตกองทุนเสมาฯ เหตุเป็นข้าราชการหลายระดับ ต่างสังกัดมีทั้งศธ.และสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ส่วนผลสืบอควาเรียม สงขลา &amp;nbsp;&amp;quot;โกศล&amp;quot;ลั่นข้อสรุปกว้างเกินไป ไม่มีการโยงใยที่ชัดเจน &amp;nbsp;หมอธีเผยจะตั้งกก.สอบความผิดวินัยในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ว่า ตามที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มอบหมายให้ตนมาพิจารณาสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยนั้น ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ที่นิติกรกำลังตรวจสอบสำนวนแล้ว พบว่ามีผู้เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ 8-11 และอยู่ในหลายสังกัด ซึ่งแบ่งเป็นหลายกลุ่มคือ ระดับ 11 รัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา ซึ่งก็มีทั้งในกระทรวงศึกษาธิการและสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่ระดับ 8-10 เป็นอำนาจของผู้บริหารองค์กรหลักใน 2 องค์กร ดังนั้นตนจึงทำหนังสือขอคำแนะนำไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อพิจารณาให้คำแนะนำ ในส่วนของการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้น ขณะนี้ตนกำลังรอคำตอบจากกระทรวงการคลังว่าสามารถนำเงินดอกเบี้ยกองทุนไปเยียวยาได้หรือไม่
&amp;ldquo;ผมจะเดินทางไปหารือกับสำนักงาน ก.พ.และกระทรวงการคลังด้วยตัวเอง เพื่อให้การดำเนินการเสร็จสิ้นโดยเร็ว ส่วนการเอาผิดฐานละเมิดนั้นอยู่ระหว่างทาบทามกรรมการ&amp;rdquo;ปลัด ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจ ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสืบฯได้สรุปความเสียหายทั้งหมด ซึ่งมีทั้งจำนวนเงินที่ต้องเรียกเงินคืนจากวิทยาลัยพยาบาล 5 แห่ง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 1 แห่ง ที่ตรวจสอบพบว่ามีการโอนเงินเกิน จำนวนกว่า 1 ล้านบาท และส่วนที่กองทุนฯ จะต้องโอนชดเชยให้กับกลุ่มนักเรียนที่ไม่ได้รับเงินจากกองทุนฯ จำนวนกว่า 18 ล้านบาท โดยจากนี้ตนจะเสนอให้คณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาเยียวยาต่อไป
ด้านพ.ต.ต.พีระพล ยอดสนิท ผู้อำนวยการกองคดี 4 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตในหน่วยงาน ปปง. ได้เข้ามาตรวจสอบ เพื่อที่จะติดตามทรัพย์ที่ถูกยักยอกไปกลับมาคืน ศธ. ให้ได้มากที่สุด ซึ่ง ปปง. มีข้อมูลในรายละเอียดเชิงลึกแล้ว แต่ขอไม่เปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา &amp;nbsp;ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายการุณ &amp;nbsp;ปลัด ศธ. &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอควาเรียมสงขลา ได้สรุปสำนวนการสืบข้อเท็จจริงการดำเนินการในระยะแรก จำนวนกว่า 800 ล้านบาท ที่มีการแก้ไขงวดงานถึง &amp;nbsp;6 ครั้งมาให้ตนรับทราบ ซึ่งได้อ่านสำนวนทั้งหมดแล้ว และมอบให้นายการุณตรวจไปสอบข้อเท็จจริงในระยะที่สองต่อทันที &amp;nbsp; ในประเด็นการส่งเงินงบประมาณลงไปก่อสร้าง แต่เป็นการดำเนินการถมดินภายนอกทั้งๆ ที่ตัวอาคารข้างในยังก่อสร้างไม่เสร็จสิ้น &amp;nbsp;นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าตนจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย &amp;nbsp;งผู้เกี่ยวข้องที่มีทั้งอดีตเลขาฯ กอศ.ส่วนผู้เกษียณอายุราชการไปแล้วนั้นไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนในกรณีของนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) อดีตเลขาฯ กอศ.นั้น ไม่ต้องโยกย้าย &amp;nbsp;เพราะนายชัยพฤกษ์ ได้พ้นจากตำแหน่งเลขาฯ กอศ.ไปแล้วจึงถือว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อการสืบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องจะโดนโทษวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงนั้น ขอให้ใจเย็นๆ คอยติดตาม เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านพล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. กล่าวว่า นายการุณได้สรุปสำนวนการสืบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเสนอมาแล้ว แต่ตนเห็นว่าข้อมูลกว้างไปยังไม่มีการโยงใยที่ชัดเจน ดังนั้น คณะทำงานของตนจะหารือร่วมกับคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ในวันที่ 8 มิถุนายนนี้เพื่อสรุปสำนวนให้ชัดเจน คาดว่าในสัปดาห์หน้าน่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.ท.โกศล &amp;nbsp;ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการส่อทุจริตในเขตพื้นที่การศึกษาทางภาคอีสานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครราชสีมา เขต 5 ที่มีการวางฎีกาเบิกเงินซ้ำซ้อนกับโรงเรียน ขณะนี้ได้มีการย้าย ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 5 มาอยู่ที่ สพป.ชัยภูมิแล้ว แต่ตนไม่เห็นด้วย เพราะมีความผิดชัดเจน ดังนั้นอย่างน้อยต้องให้มาประจำที่ สพฐ. หรือไม่ก็ต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อน ขณะที่ ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต 2 ที่ถูกร้องเรียนเรื่องการเรียกเงินตกเขียว รับเงินเปอร์เซ็นต์จากโรงเรียนก็ได้มีการโยกย้ายแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตามทั้ง 2 กรณีได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว โดยมี นายสนิท แย้มเกสร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ กพฐ.) เป็นประธาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10824</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ก.พ., กองทุนเสมา, การุณ สกุลประดิษฐ์, ทุจริตสพป.นครราชสีมาเขต5, พล.ท.โกศล ประทุมชาติ, สำนักนายกรัฐมนตรี, อควาเรียมสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acca7cf1abf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 01:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>25ขรก.เอี่ยวกองทุนเสมาระดับซี8-11 /สถานศึกษามีพิรุธส่อร่วมด้วยช่วยโกง /&quot;ป.ป.ท.-สตง.&quot;เคยท้วง-ปชช.เคยร้องทำเนียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าผลสืบสวนกองทุนเสมาฯ &amp;nbsp;เผยมีบุคลากร ศธ. เอี่ยว 25 คน ยังรับราชการอยู่ 7 คน ระดับ 8-11 และพ้นจากราชการไปแล้ว &amp;quot;อรรถพล&amp;quot;เผยพบช้อมูลใหม่ สถานศึกษามีพิรุธด้วย ส่อเงินอาจไม่ถึงมือเด็ก และมีบางสถานศึกษาโอนต่อไปให้อีกสถานศึกษา &amp;nbsp;ระบุ ป.ป.ท. -สตง.เคยทักท้วงการจ่ายเงิน และมีผู้ร้องเรียนความไม่ขอบมาพากลกับทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว แต่&amp;quot;รจนา&amp;quot;ชี้แจงยันทำถูกต้อง &amp;nbsp;เรื่องจึงไม่ถึงปลัดศธ .ส่วน 68บัญชีลึกลับ แบงก์กรุงไทยกำลังเร่งหาข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า ตนได้สรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อเสนอให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. รับทราบเรียบร้อยแล้ว โดยจากการสืบสวนพบว่ามีผู้ที่มีการกระทำซึ่งมีมูลอันควรกล่าวหาว่าทำความผิด ทำให้ราชการเสียหาย มีจำนวน 25 คน ที่เป็นบุคลากรสังกัด ศธ. ทั้งหมด มีทั้งบุคคลที่รับราชการอยู่ ประมาณ 7 ราย ตั้งแต่ระดับ 8 จนถึง ระดับ 11 และบุคคลที่พ้นจากราชการแล้ว ซึ่งจำนวนนี้มีทั้งกลุ่มที่ควรถูกกล่าวหาว่าทุจริตต่อหน้าที่ราชการ กลุ่มไม่ปฏิบัติตามแบบแผนและธรรมเนียมของทางราชการ กลุ่มที่ทุจริตถึงแม้จะไม่ใช่หน้าที่ กลุ่มรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา และกลุ่มประมาทเลินเล่อ โดยส่วนใหญ่ผิดอยู่ในฐานประมาทเลินเล่อ ทั้งนี้เมื่อมีการเสนอให้ ปลัด ศธ. แล้วขั้นตอนต่อไปคือ การดำเนินการรายบุคคล ตามความผิดที่พบ ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับใครบ้าง อย่างบุคคลที่พ้นจากราชการแล้วก็จะใช้เอกสารหลักฐานที่ชี้มูลความผิดดำเนินการทางแพ่ง รวมถึงดำเนินการความผิดทางละเมิด ส่วนจ้าราชการในสังกัดอื่นๆ ทางคณะกรรมการสืบฯ ไม่ได้ดำเนินการชี้มูลความผิดเพราะทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กำลังอยู่ระหว่างเรียกเพื่อสอบถามข้อมูล และพิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการสืบหาบัญชีที่ไม่ทราบเจ้าของ 68 บัญชี ขณะนี้ทางธนาคารกรุงไทยกำลังเร่งหาข้อมูลจากสาขากว่า 40 สาขา ซึ่งเมื่อคณะกรรมการสืบฯ ได้ข้อมูลตรงนี้ก็อาจจะทำให้ทราบว่ามีผู้กระทำผิดที่เป็นข้าราชการเพิ่มหรือไม่ หากพบก็จะต้องดำเนินการต่อ นอกจากนี้ ทางสถานศึกษาบางแห่งก็ยังไม่ได้ส่งสเตทเมนท์ หรือ รายการเคลื่อนไหวทางบัญชี ฉบับสมบูรณ์ โดยอ้างว่าส่งรายการสเตทเมนท์ตามที่คณะกรรมการสืบฯ ขอ ซึ่งตนคิดว่าส่วนหนึ่งทางสถานศึกษา อาจจะไม่ต้องการให้เห็นสเตทเมนท์ เพราะที่ผ่านมาระบบการโอนเงินไม่มีความเข้มงวด ดังนั้นการโอนเงินของบางสถานศึกษาก็ถูกโอนเข้าบัญชีอื่นๆ เช่น บัญชีเงินสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ บัญชีเงินรายได้สถานศึกษา &amp;nbsp; บัญชีเงินค่าสมัครสอบ เป็นต้น ทำให้คณะกรรมการสืบฯ ตั้งข้อสงสัยว่าเงินที่โอนไปนั้นถูกใช้กับเด็กตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหรือไม่ คงต้องมีการสืบสวนต่อในกรณีนี้ อีกทั้งตนยังได้เสนอให้สำนักงานส่งเสริมกิจการการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัด ศธ. ว่า ก่อนที่จะโอนเงินงวดต่อไป จะต้องมีการเปิดบัญชีเฉพาะ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ อีกทั้งในช่วงปี 2557-2559 คณะกรรมการสืบฯ ยังพบหนังสือสั่งการจากส่วนกลางให้สถานศึกษาแห่งหนึ่งโอนเงินไปให้สถานศึกษาอีกแห่งหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการสืบสวนทำให้ผมพบว่าที่ผ่านมาที่ป.ป.ท. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยทักทวงแล้ว และมีการส่งเอกสารไปชี้แจงเป็นเอกสารเท็จ โดยเฉพาะหนังสือร้องเรียกจากศูนย์ร้องเรียนประชาชน ทำเนียบรัฐบาลที่ได้รับเยอะสุด และผู้ที่ชี้แจงก็คือนางรจนา สินที โดยการทำเป็นหนังสือภายในที่ใช้การประทับตราแทนการลงชื่อ &amp;nbsp;เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้เรื่องขึ้นไปถึงข้าราชการตำแหน่งรองปลัด ศธ.ลงนาม ผู้บังคับบัญชาไม่ได้รับรู้ เพราะผมเชื่อว่าหากปลัด ศธ. ทุกยุคได้เห็นหนังสือร้องเรียนก็คงไม่มีการปล่อยเรื่องนี้ไปแน่นอน&amp;rdquo;ประธานคณะกรรมการสืบฯ กล่าวและว่า สำหรับข้อมูลเส้นทางการเงินที่คณะกรรมการสืบฯ ให้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ช่วยตรวจสอบนั้น ขณะนี้ ปปง.ได้รายงานกลับมาแล้วส่วนหนึ่ง ในช่วงปี 2554 จนถึงปัจจุบันเท่านั้น ผลสรุปคือ เส้นทางการเงินของบุคคลที่คณะกรรมการสืบฯ ส่งให้ตรวจสอบมีทั้งที่เชื่อมโยงกับกองทุนฯ และไม่มีความเชื่อมโยง อย่างไรก็ตาม การรายงานครั้งนี้ถือว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถือว่าเป็นการรายงานครั้งแรกเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมา, ทำเนียบรัฐบาล, ทุจริตกองทุนเสมา, ป.ป.ท., ส.ต.ง., อรรถพล ตรึกตรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1623ccb659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.เผย&#039;กองทุนเสมา&#039;มีรูรั่วพรุน ปีหลังๆโกงมากกว่าครึ่งของเงินทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.61- นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ครั้งที่ 1/2561 ว่า ในที่ประชุมนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. ได้รายงานความคืบหน้าการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต และถือว่าระยะเวลา 1 เดือน กระบวนการสืบข้อเท็จจริงต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างก้าวหน้าอย่างมาก ซึ่งทำให้เห็นรอยรั่วและความผิดพลาดของกระบวนการดำเนินการ เช่น การจ่าย รับเงินที่ไม่มีใบเสร็จ การเสนอคณะกรรมการกองทุนพิจารณาในเรื่องต่างๆ และเรื่องการปลอมแปลงเอกสารโดยบุคคลคนเดียว เป็นต้น ซึ่งเราจะนำข้อผิดพลาดตรงนี้มาปรับใช้กับการดำเนินการในกองทุนอื่นๆ ด้วย รวมถึงเรื่องการรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย และการดำเนินการความผิดทางละเมิด ซึ่งตนได้ทำการซักซ้อมกับนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. ว่าตัวแทนผู้เสีย เช่น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจาก ศธ. ได้อย่างไร โดยดำเนินการตามกระบวนกฎหมายเรื่องละเมิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ผมยังได้รายงานความคืบหน้าเรื่องสืบข้อเท็จจริงกระบวนการเช่าสัญญาณอินเทอร์ของระบบ MOENet ของ ศธ. ในที่ประชุมรับทราบด้วย รวมถึงเรื่องแก้ปัญหาโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา หรือ อควาเรียม และก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ของโรงเรียน 11 แห่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รายงานโดยพล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ.ด้วย เพราะผมต้องการให้ทุกคนใน ศธ. รับรู้ ไม่ใช่ว่าจะอ่านตามข่าวอย่างเดียว และยังชี้แจงให้ข้าราชการ ศธ.ทราบว่าไม่ต้องกุ้มใจ ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะคนที่ไม่ได้ทำผิดและรู้เห็นก็จะให้เป็นพยาน คนที่ยังอยู่ระหว่างสืบฯ ว่าจะเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ ก็จะต้องเข้าอีกกระบวนการหนึ่ง&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า ตนได้รายงานข้อมูลสรุปล่าสุดให้ที่ประชุมรับทราบว่า จากข้อมูลที่สรุปเมื่อวันที่ 18 เมษายน พบว่า จำนวนเงินที่กองทุนได้จ่ายให้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 41 แห่ง วิทยาลัยพยาบาล 26 แห่ง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัด 3 แห่ง และโอนเข้าบัญชีบุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง 39 คน และโอนเข้าบัญชีที่ไม่ทราบเจ้าของ 68 บัญชี รวมเป็นเงินที่ใช้โอนไปตั้งแต่ปี 2548 จำนวน 230,251,144 ล้านบาท และจากข้อมูลจะพบว่ามีอัตราการโกงเงินเพิ่มขึ้นทุกปี และในปี 2554, 2555, 2556, 2557 และ 2560 มีการโกงเงินเกินกว่าครึ่งของจำนวนเงินทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ถือว่าเราได้ข้อมูลจำนวนมากแล้ว แต่ก็ยังรอข้อมูลในหลายส่วน เช่น คำชี้แจ้งของอดีตผู้บริหารระดับสูงที่หลายรายมีการขอยืดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังพบว่าบางรายปรากฏลายเซ็นต์หลายครั้ง ซึ่งต้องมีการชี้แจงใหม่ ผลการตรวจสอบยืนยันจำนวนผู้ได้รับและไม่ได้รับเงินจากกองทุนจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) อีก 12 จังหวัด ที่ยังไม่ได้ส่งข้อมูลมา ข้อมูลสเตทเมนท์ของสถานศึกษา เพราะที่ผ่านมามีบางสถานศึกษาได้ส่งสเตทเมนท์มาให้ตรวจ ทำให้คณะกรรมการสืบฯ พบว่าถ้าเป็นการโอนจากสำนักงานปลัด ศธ. จะมีชื่อเป็นภาษาไทยขึ้นในสเตทเมนท์ทันที แต่ในกรณีที่โอนจากบัญชีอื่นจะมีเพียงหมายเลขบัญชีเท่านั้น ซึ่งมีการโอนจากบัญชีอื่นค่อนข้างเยอะ &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อได้เสตทเมนท์มาครบแล้ว จะสามารถขยายผลไปยังเลขที่บัญชี เพื่อนำสืบต่อและอาจจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้นก็ได้ และสำเนาหนังสือแจ้งการโอนเงินจากสถานศึกษา 65 แห่ง ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ที่พบว่าเกินครึ่งเป็นหนังสือปลอม โดยเริ่มปลอมตั้งแต่ปี 2551 อย่างไรก็ตาม เมื่อมีประเด็นความผิดเพิ่มตนจะรายงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทันที และที่ตนทราบขณะนี้ ป.ป.ท.ได้ส่งหนังสือไปยังผู้เกี่ยวข้องเกือบทุกคนแล้ว และในส่วนของคณะกรรมการสืบฯ เองก็จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รอยรั่วที่เราพบถือว่ามีหลายจุด โดยผมได้แบ่งสภาพปัญหาเป็น 4 กระบวนงาน คือ 1.ปัญหาจากการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ที่ไม่มีการแจ้งผลการอนุมัติกองทุนให้สถานศึกษา 2.การเสนอเพื่อขออนุมัติโอนเงินตามมติ ที่มีการอนุมัติคราวเดียวแต่ขออนุมัติโอนเงินหลายครั้ง โดยไม่ได้อธิบายเหตุผล และบันทึกการเสนอขออนุมัติ บางครั้งไม่ชัดเจน 3.การโอนเงินกองทุนไปสถานศึกษา ขาดการควบคุม ตรวจสอบขั้นสุดท้าย รับหลักฐานการจ่ายไม่สมบูรณ์มาประกอบบัญชี และ 4.การติดตามและประเมินผล ไม่มีการติดตามประเมินผลการดำเนินการ&amp;rdquo;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีบางวิทยาลัยพยาบาทที่รับเงินเกินและยังไม่ได้มีการเรียกเงินคืน จำนวน 60,000 บาท และโรงเรียนสังกัด สพฐ. จำนวน 2,114,633 บาทด้วย โดยหลังจากนี้คงต้องมีการดำเนินการเรียกเงินคืน และในส่วนของจำนวนเงินที่ จะต้องจ่ายเพิ่มให้กับวิทยาลัยพยาบาล เบื้องต้นจำนวน 30,414,000 บาท แต่ต้องรอข้อมูลจากวิทยาลัยพยาบาลอีก 12 แห่ง และสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. เบื้องต้น ขาดเงิน 11,447,181 บาท และต้องรอข้อมูลยืนยันจาก ศธจ.อีก 18 โรง ดังนั้น กองทุนฯ จะต้องหาเงินเพิ่มอีกประมาณ 42 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการแล้วจะมีการเสนอเข้าคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาเยียวยาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7502</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, กองทุนเสมา, กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต, นพ.ธีระเกียรติ จริญเศรษฐศิลป์, รมว.ศธ., รอยรั่ว, หมอธี, โกง#, ไม่มีใบเสร็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72748ff1501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จดหมายอ้างชื่อ&#039;รจนา สนที&#039;โผล่ศธ.  แฉยับมีโกงอีกบานแต่ยังหาคนผิดไม่ได้สักราย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 61 &amp;nbsp;- นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า วันนี้ (5 เม.ย.) นางรจนา สนที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 ไม่ได้เข้ามาให้ปากคำหรือข้อมูลใดๆ หลังจากที่คณะกรรมการสืบฯ ได้ส่งหนังสือเชิญมาให้ปากคำ ซึ่งทางคณะกรรมการสืบฯ ก็ไม่ได้วิตกกำลังวล แม้ว่านางรจนาจะไม่มาให้ปากคำ เนื่องจากข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่มีอยู่ ถือว่าสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่หากนางรจนาเข้ามาให้ข้อมูลก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับการโอนเงินจากนางรจนานั้น ขณะนี้มีการติดต่อมาที่คณะกรรมการสืบฯ เพื่อขอเข้ามาให้ข้อมูลในช่วงระหว่างวันที่ 6-8 เม.ย.นี้ โดยคนหนึ่งเป็นข้าราชการระดับ 8 สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอีกคนเป็นข้าราชการของกรมที่ดิน ซึ่งเข้าใจว่าทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนที่เรียนร่วมกับนางรจนามาในระดับปริญญาโท ซึ่งเบื้องต้นทั้งสองรายยอมรับว่าได้รับการโอนเงินจริง และพร้อมจะนำหลักฐานต่างๆ มาให้คณะกรรมการสืบฯ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันที่ 10 เม.ย.จะหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนและกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการสืบฯ อาจจะต้องขอขยายระยะเวลาในการสืบข้อเท็จจริงไปอีก 15 วัน เนื่องจากขณะนี้มีเอกสารหลักฐานและบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอดีตปลัด ศธ. ได้ขอเลื่อนการส่งเอกสารชี้แจงในเรื่องดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีจดหมายเปิดผนึก ที่อ้างว่านางรจนาเป็นผู้เขียนนั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่าไม่น่าจะใช่นางรจนา พิมพ์เอง เพราะเท่าที่ตนสืบข้อเท็จจริงเอกสารต่างๆ ของนางรจนา ส่วนใหญ่จะใช้ฟรอนท์อังสนา แต่ตัวอักษรในจดหมายเปิดผนึกเป็นฟรอน์ไทย-สารบัญ &amp;nbsp;ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีใครแอบอ้างใช้จังหวะนี้ เพื่อการเกาะแสก็เป็นได้ ดังนั้น ตนจะเก็บจดหมายเปิดผนึกชิ้นนี้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 14.00 น. มีผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนำซองเอกสารสีน้ำตาลจ่าหน้าซองถึงห้องสื่อมวลชน ศธ. ภายในซองเป็นจดหมายเปิดผนึก มีใจความระบุว่า กราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ดิฉันนางรจนา สินที อดีตข้าราชการสำนักงานปลัด ศธ.ระดับชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;ldquo;กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต&amp;rdquo; ที่กำลังโด่งดังขณะนี้ เพราะถูกพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรงโดยถูก &amp;ldquo;ไล่ออกจากราชการ&amp;rdquo; แล้วนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเขียนจดหมายเปิดผนึกครั้งนี้ ดิฉันจะไม่เรียกร้องความเห็นใจใดๆ เพราะถือว่ายอมรับทุกประการกับผลกรรมที่ได้กระทำลงไปที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการ แต่มีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อจะเป็นบทเรียนสังคมต่อไป ดังนี้ &amp;nbsp;1.ประเด็นเพื่อพิจารณา คือ การพิจารณาโทษทางวินัยของดิฉันที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการอย่างเร่งรีบ รวบรัด การตั้งคณะกรรมการไม่ได้แจ้งคำสั่งเป็นเอกสาร มิได้ให้เวลาดิฉันชี้แจงแม้แต่จำนวนเงินที่เสียหายก็ยังไม่มีข้อยุติ โดยใช้เวลาไม่ถึงเดือน (28 ก.พ.-26 มี.ค.2561) เพื่อลงโทษทางวินัย ทั้งนี้การพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรง ดังกรณีนี้หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเกิดประโยชน์ต่อทางราชการและกระทำโทษโดยถูกต้องชอบธรรมแล้ว ขอได้โปรดสั่งการกำชับ เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานดำเนินการ &amp;ldquo;ทางวินัย&amp;rdquo; แก่ข้าราชการที่กระทำความผิดทุกระดับอย่างเท่าเทียม เพื่อเป็นบรรทัดฐาน ดังเช่นที่ดำเนินการกับดิฉันจักได้ไม่เป็นที่ครหาสืบไป พร้อมขอเป็นกำลังใจให้นายกฯในการต่อสู้กับการทุจริตคอรัปชัน โดยเฉพาะกับผลการวิจัยและสำรวจหลายสถาบันชี้ว่า &amp;ldquo;มีการทุจริตในงบประมาณของประเทศทุกๆปี เฉลี่ยปีละ 5-30% คิดเป็นการสูญเสียกว่าปีละ 3,000-4,000 ล้านบาท และยังมีการรั่วไหลของเงินแผ่นดินอีกจำนวนมาก รัฐบาลนี้หรือทุกรัฐบาลต้องจัดการตรวจสอบแก้ไขต่อความเสียหายอย่างนี้ให้ยุติ &amp;ldquo;มิใช่&amp;rdquo; เกิดกระแสไฟไหม้ฟางหรือเพียงการ &amp;ldquo;จัดงานอีเวนต์&amp;rdquo; รณรงค์สร้างภาพเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในจดหมายเปิดผนึกยังระบุอีกว่า ส่วนประเด็นฝากถึงสังคม ขอความกรุณานายกรัฐมนตรีได้โปรดเร่งรัด จัดการให้ทุกหน่วยงานที่มีปัญหาการทุจริตทุกงาน ทุกโครงการ ไม่ว่ามูลค่าความเสียหายจะเท่าไหร่ จักต้องดำเนินการหาคนผิดมาลงโทษ มารับผิดชอบและขอให้สังคมเฝ้าติดตาม เพราะบางคดีเกิดขึ้นเป็นเวลานานแล้ว แต่เกิดความล่าช้า หาคนผิดไม่ได้และบางคดีอาจลืมหายไปอาทิ 2.1คดีในสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาหลายคดีความเสียหายหลายพันล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 คดีการก่อสร้างสนามฟุตซอลทั่วประเทศความเสียหายหลายร้อยล้านบาท 2.3 โครงการไทยเข้มแข็งของ อาชีวศึกษาเสียหายหลาพันล้านบาท 2.4 ความเสียหายการสร้างอควาเรียม สงขลา เสียหายกว่าพันล้านบาท 2.5ความเสียหายโครงการ MOE NET ศธ. เสียหายกว่า 3,000 ล้านบาทความเสียหาย 2.6 โครงการซีซีทีวีใต้เสียหายกว่า 400 ล้านบาท 2.7 โกงเงินธนาคารกรุงไทยเสียหายเป็นหมื่นล้าน 2.8ผลาญงบพัฒนาเมืองโบราณ (บางแห่ง) เสียหายเป็นพันล้านบาท 2.9 ทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สะสม) เสียหายเป็นหมื่นล้านบาท 2.10 ทุจริตโครงการตำบลละ 5,000,000 บาท เสียหายหลายพันล้านบาทความเสียหาย 2.11 โครงการจำนำข้าวทุกรัฐบาลเสียหายหลายแสนล้าน 2.12 โครงการโกงเงินคนจน ในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นแทบทุกที่ซึ่งเป็นข่าวก่อนเรื่องของดิฉันเป็นความเสียหายจำนวนมากและกระทบกับคนด้อยโอกาสมากมายมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องก็ยังหาคนผิดไม่ได้แม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แม้โครงการที่มีความเสียหายที่ คสช. รัฐบาลนี้ใช้อำนาจโดยผ่านม.44 ในระยะเวลา3-4 ปี มานี้บางโครงการมีมูลค่าความเสียหายมหาศาลผู้กระทำความผิดจำนวนมากแต่หาคนผิดมาลงโทษได้กี่ราย หรือแม้แต่โครงการมาหาโปรเจ็คที่รัฐเสียหายหลักพัน-หมื่น-แสนล้าน หากสามารถเร่งรัดหาคนผิดมาลงโทษได้ภายในไม่กี่ไม่ถึงเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นกรณีของดิฉันจะทำให้สังคมและบ้านเมืองได้รับประโยชน์ คนกระทำผิดจะได้เกรงกลัว ขอท่านนายกโปรดอย่าลืม หากกรณีนี้เป็นเหตุให้เกิดปรากฏการเร่งรัดเอาผิด เพื่อนำผู้กระทำผิดมารับโทษทันได้โดยเร็วและเป็นธรรม ก็ขอภาวนาให้เกิดผลกับทุกคดีทุกหน่วยงานเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติและเป็นบทเรียนสำคัญให้สังคมติดตามต่อไป ดิฉันขอยืนยันว่าจะยินดีรับในผลที่กระทำจะไม่หนีและพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของแผ่นดินต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จดหมายฉบับนี้ดิฉันขอฝากกราบขอโทษต่อคุณแม่ซึ่งอายุมากแล้ว ขอโทษญาติพี่น้องคนใกล้ชิดทุกคนที่ดิฉันได้สร้างตราบาปในชีวิตให้กับพวกเขาเหล่านั้น ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยตลอดทั้งผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานที่ทำให้เสื่อมเสียมาสู่องค์กรซึ่งดิฉันอาจให้เวลากับหน้าที่การงานมากเกินไปจนลืมว่าเวลาของดิฉันนั้นสั้นนัก คำพูดที่สะเทือนใจแต่ทำให้ดิฉันสำนึกได้มากที่สุดคือลูกชายอายุ 30 กว่าปี พูดว่าเกิดเรื่องแม่ติดคุกก็ดีแม่จะได้พักผ่อน เพราะที่ผ่านมาแม่ไม่เคยได้หยุดพัก ทำแต่งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้หากชีวิตที่ผ่านมา 59 ปี ดิฉันได้สร้างปัญหาก่อกรรมทำบาปไว้ก็ขอน้อมรับไว้แต่หากการกระทำของดิฉันประกอบ คุณประโยชน์และความดีเป็นกุศลดิฉันก็ขอน้อมมอบให้แก่ชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ที่ดิฉันยึดมั่นเคารพรักและขอมอบอุทิศให้แม้ชีวิตเพื่อแผ่นดินไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแสดงความนับถืออย่างสูง รจนา สินที ลงวันที่ 5 เมษายน 2561.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6547</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, กองทุนเสมา, ทุจริต, รจนา สินที, ศธ., อรรถพล ตรึกตรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8cb809818b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เปลว สีเงิน&#039;ชำแหละแก๊งประชาธิปไตยแบ่งกันกิน โกงยุคเลือกตั้งมาดังยุค คสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.61- คอลัมน์ เปลว สีเงิน ชำแหละ &amp;quot;ประชาธิปไตยแบ่งกันกิน&amp;quot; โดยเครือข่ายทักษิณ รัฐบาลจากการเลือกตั้ง ที่เอื้อให้มีการคอร์รัปชั่นมาร่วม 10 ปี จนหลายๆกรณีเพิ่งมาถูกจับได้ในยุครัฐบาลคสช. แต่นักการเมืองกลับพากันประโคมว่า รัฐบาลคสช.เข้ามาเพื่อโกงกิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปลว สีเงิน หยิบยกกรณี &amp;nbsp;&amp;quot;นางรจนา สินที&amp;quot; ข้าราชการ ซี ๘ สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา &amp;nbsp;ยักยอกเงิน &amp;quot;กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต&amp;quot; ต่อเนื่องมา ๑๐ ปีเต็ม &amp;nbsp;ขึ้นมาชำแหละให้เห็นภาพ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางรจนา ยักยอกเงิน &amp;quot;กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต&amp;quot; ต่อเนื่องมา ๑๐ ปีเต็ม &amp;nbsp;จาก พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๖๑ รวม ๘๘ ล้านล่าสุด ตรวจพบ &amp;quot;เงินหาย&amp;quot; ในปี ๕๐, ๕๑ และ ๕๓ อีก จำนวน ๓๐ ล้าน! &amp;nbsp;เธอสารภาพ........โกงนิ่มๆ ๑๐ ปีเต็ม แต่คนในกระทรวงศึกษาฯ ตั้งแต่รัฐมนตรี-ปลัดฯ เรื่อยลงไปถึงภารโรง &amp;nbsp; ไม่มีใครรู้เลย!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีขบวนการ &amp;quot;โกงแบ่งกัน&amp;quot; ใช้สื่อจอ-สื่อกระดาษ-สื่อโซเชียล พยายาม &amp;quot;สร้างกระแสเบี่ยง&amp;quot; ให้สังคมคล้อยตามว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นมั้ย...คุยว่าเข้ามาปราบโกง แต่ตั้งแต่รัฐบาล คสช.เข้ามา ทุจริต/คอร์รัปชัน เอากันแทบทุกวัน &amp;nbsp;พูดง่ายๆ คือ &amp;quot;ยุค คสช.โกง-กินแหลก&amp;quot; ประมาณนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ฝากนักเลือกตั้งลง &amp;quot;บัญชีแค้น&amp;quot; ไว้.......ช่วย &amp;quot;ตรวจสอบ&amp;quot; ด้วยละกัน ตอนได้กลับเข้าไปมีอำนาจกินเมืองอีก! &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตอนนี้ รัฐบาล คสช.เขาค่อนข้างจริงจังตรวจสอบ &amp;quot;คอร์รัปชัน&amp;quot; ในวงราชการ &amp;nbsp;ฉะนั้น ตอนเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง พรรคไหน-ใคร คุมกระทรวงไหน หรือเคยทำอะไรไว้ &amp;nbsp; ร้อนๆ หนาวๆ หน่อยนะ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วม ๑๐ ปี บริหารกันยังไง ไม่มีใครรู้เลย แบบนี้ก็ดีไปอย่าง คือทำให้รัฐบาลเลือกตั้ง เอาไปตั้งโม้ได้ว่า &amp;quot;การเมืองประชาธิปไตยนี่สิดี โกง-กิน ไม่ได้ เพราะมีสภาตรวจสอบ&amp;quot; เพราะสภาของนักเลือกตั้งตรวจสอบนี่ไงล่ะ.......แตะตรงไหน บ้านเมืองจึงยุบยวบตรงนั้น &amp;nbsp; เพราะปลวกเลือกตั้งผสมพันธุ์ข้าราชการ ช่วยกันแทะไปแบ่งกัน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี ๕๓-๕๗ ใครเป็นรัฐบาล เป็นรัฐมนตรีคุมกระทรวงศึกษาฯ บ้างล่ะ? ก็ประชาธิปัตย์ผลัดกับเพื่อไทยนั่นแหละ!ที่เห็นข่าวโกงโครมๆ อย่าไปลื่นไหลตามพวกจัญไรที่เบี่ยงประเด็นเป็นว่า &amp;quot;รัฐบาล คสช.เข้ามาโกง&amp;quot; รัฐบาล คสช.เขา &amp;quot;เปิดโปง&amp;quot; ที่พวกประชาธิปไตยเลือกตั้งร่วมโกงหมกไว้ตะหาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลิกอ่านรายละเอียด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5867</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมา, กองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต, คสช., คอร์รัปชัน, ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย, ประชาธิปไตยแบ่งกันกิน, เครือข่ายทักษิณ, เปลว สีเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a8636b11e276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.จ่อไล่ออกข้าราชการซี 8 ยักยอกเงินกองทุนเสมาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19&amp;nbsp;มี.ค. 61 -&amp;nbsp; นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ&amp;nbsp; เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่กลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.)ได้ตรวจพบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกว่า 88 ล้านบาทนั้น&amp;nbsp; ขณะนี้ตนต้องการการสอบสวนในเรื่องนี้แบบเชิงลึกและขยายวงกว้างให้มากขึ้น ซึ่งนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รายงานมาให้ตนรับทราบว่าได้เปลี่ยนประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง จากเดิมระดับผู้อำนวยการสำนักเป็นประธานสืบ เป็น นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธานแทน&amp;nbsp; ส่วนประเด็นการตรวจสอบข้อมูลการบันทึกบัญชีในระบบ&amp;nbsp;GFMIS&amp;nbsp;พบว่า มีการโอนเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต แต่ไม่ปรากฏเอกสารประกอบการเบิกจ่ายกว่า 30 ล้านบาทตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2551-2553&amp;nbsp;นั้น เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ใครดูแลเรื่องนี้หรือใครเป็นเจ้าของบัญชีก็ต้องรับผิดชอบ เงินหายไม่ได้แปลว่าไม่มีใครรับผิดชอบ ดังนั้นต้องตรวจสอบว่าเงินหายไปไหน ใครเป็นคนเอาไปก็ต้องรับผิดชอบ &amp;nbsp;ซึ่งขอยืนยันเรื่องนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่ โดยตนยินดีรับข้อมูลหลักฐานต่างๆจากทุกฝ่ายขอให้แจ้งเข้ามาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน &amp;nbsp;(ป.ป.ง.) ได้เข้าร่วมตรวจสอบที่มาที่ไปและเส้นทางการเงินของกองทุนนี้แล้ว ซึ่งจะมีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ส่วนผู้ที่ต้องได้รับเงินจากกองทุนฯดังกล่าวนั้นจะนำเงินจากการอายัดทรัพย์สินมาเยียวยาให้ แต่ระหว่างกระบวนการอายัดทรัพย์สินอาจล่าช้าจึงให้ ปลัด ศธ.หาเงินจากส่วนอื่นมาเยียวยาไปก่อน ขณะเดียวกันปลัด ศธ.ยังได้รายงานมาด้วยว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีการประชุม อกพ.สป.ซึ่งจะมีการพิจาณาโทษวินัยร้ายแรง โดยจะมีการไล่ออกข้าราชการซี&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายที่รับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริง ดังนั้นโทษวินัยร้ายแรงจะมีอยู่&amp;nbsp;2กรณี คือ ปลดออก กับ ไล่ออก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5327</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, กองทุนเสมา, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, ศธ., ไล่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f30ae135ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
