<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉาก “กองทุนเอฟทีเอ” พาณิชย์โอดถูกตัดงบเกลี้ยง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดฉาก &amp;ldquo;กองทุนเอฟทีเอ&amp;rdquo; หลังถูกตัดงบประมาณปี 62 ไม่เหลือ แค่เหตุผลเบิกจ่ายล่าช้า &amp;ldquo;กรมการค้าต่างประเทศ&amp;rdquo; เผยจากนี้ไป จะไม่มีเงินช่วยเหลือเกษตรกร-ผู้ประกอบการปรับตัวให้พร้อมรับผลกระทบการเปิดเสรี ในขณะที่ไทยเดินหน้าเจรจาเอฟทีเอกับหลายประเทศไม่หยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณปี 62 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนต.ค.61-ก.ย.62 กรมฯ ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการกองทุนเพื่อการปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า หรือกองทุนเอฟทีเอ (กระทรวงพาณิชย์) ที่กรมฯ ได้ของบประมาณไป&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท เพราะสำนักงบประมาณได้ตัดงบส่วนนี้ไป โดยให้เหตุผลว่ามีการเบิกจ่ายล่าช้ากว่ากำหนด โดยไม่เข้าใจถึงภารกิจของกองทุนเอฟทีเอที่ต้องช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าให้สามารถปรับตัวได้ และบางโครงการจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการที่นานกว่าปกติ เนื่องจากการปรับตัว ไม่ใช่ทำได้แค่วันสองวัน หรือแค่ไม่กี่เดือน แต่ต้องใช้ระยะเวลาเป็นปี หรือต่อเนื่องหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลจากการตัดงบประมาณดังกล่าว ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 62 กรมฯ จะไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีของไทยกับประเทศต่างๆ ได้ ในขณะที่นโยบายของรัฐบาลพยายามเดิมหน้าจัดทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต่อไป จะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้อีก ทั้งๆ ที่กองทุนเอฟทีเอ จัดตั้งโดยมติ ครม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมฯ ดำเนินโครงการกองทุนเอฟทีเอมานานถึง 10 ปี ได้รับงบประมาณเริ่มต้นที่ 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีให้ปรับตัวรองรับผลกระทบได้ และให้สามารถอยู่รอดได้อย่างเข้มแข็งมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ ต้องเขียนโครงการเข้ามาว่าจะทำอะไร งบประมาณเท่าไร แล้วต้องศึกษาความเป็นไปได้ด้วย มีคณะกรรมการกองทุนฯ เป็นผู้พิจารณา ถ้าผ่านถึงจะอนุมัติงบให้ จากนั้นเป็นขั้นตอนของการให้ความช่วยเหลือ ต้องลงพื้นที่ไปช่วยปรับตัว ไปแนะนำ มีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการ ซึ่งการช่วยเหลือจะมีขั้นตอนทำงาน ตรงนี้เลยทำให้เกิดความล่าช้า เพราะกว่าโครงการจะจบ ไม่ใช่แค่ไม่กี่เดือน บางโครงการใช้เวลาเป็นปี ก็เลยจบโครงการได้ช้า เบิกเงินได้ช้า เพราะมันไม่ได้เหมือนการแจกเงิน ที่ให้แล้วจบเลย&amp;rdquo;นายอดุลย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่กรมฯ ถูกตัดงบประมาณ และพอกระบวนการจัดทำงบประมาณจบ รัฐบาลได้เปิดช่องให้หน่วยงานต่างๆ ของบประมาณเพิ่มเติมได้ กรมฯ เลยเสนอของบกองทุนเอฟทีเอเข้าไปอีก 50 ล้านบาท แต่ก็ไปตกที่สำนักงบประมาณเช่นเคย ไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนแปรญัตติ ก็เลยไม่มีโอกาสได้ชี้แจง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกองทุนเอฟทีเอ กรมฯได้รับการจัดสรรงบประมาณลดลงทุกปี จากเริ่มต้นที่ 100 ล้านบาท แต่ล่าสุดปี 61 เหลือเพียง 5 ล้านบาท ทำให้ไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งๆ ที่ ที่ผ่านมา กองทุนเอฟทีเอ ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจนสามารถปรับตัวรองรับผลกระทบ และทำธุรกิจได้อย่างเข้มแข็ง ทั้งในกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม โคเนื้อ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหอม กระเทียม ส้ม ฯลฯ โดยผลงานที่เห็นชัดเจนที่สุด คือ ในช่วงต้นปี 61 สภาหัถตศิลป์โลก ประกาศรับรองให้จังหวัดสกลนครเป็น &amp;ldquo;นครหัตถศิลป์โลกเจ้าแห่งครามธรรมชาติ&amp;rdquo; ถือเป็นจังหวัดแรกของไทย และเป็นหนึ่งในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15741</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเอฟทีเอ, ยกเลิก, อดุลย์ โชตินิสากรณ์, อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5aa00743a4866.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
