<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มลูกหนี้กยศ.ยื่น4ข้อผ่านผู้นำฝ่ายค้าน เลิกดอกเบี้ย-ขยายเวลาชำระหนี้  โอดแทงใจดำ4ส.ส.ส้มหวาน-เราไม่ได้มีเงินเดือนสูง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.62 - ที่รัฐสภา เกียกกาย ตัวแทนกลุ่มลูกหนี้กองทุนให้กู้เพื่อการศึกษา(กยศ.) กลุ่มบังคับคดีสืบทรัพย์และยึดทรัพย์ จาก 4 ภาคทั่วประเทศ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้นำฝ่ายค้าน ผ่านนายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเรียกร้องการขยายเวลาชำระหนี้ (กยศ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อเรียกร้องของกลุ่มลูกหนี้ กยศ.ฯ ประกอบด้วย 1.ยกเลิกดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าทนายความ และค่าธรรมเนียมต่างๆ 2.กำหนดชำระเงินคืน ในส่วนของเงินต้นทั้งหมดภายในระยะเวลา 15 ปี &amp;nbsp;3.ยกเลิกการยึดทรัพย์ของผู้กู้ และผู้ค้ำทั้งหมด 4.กรณีผู้ที่ชำระเบี้ยปรับไปแล้ว ขอให้นำยอดเงินทั้งหมดนี้มาหักลบในส่วนของเงินต้น และชำระต่อไป ตามศักยภาพของแต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มลูกหนี้ กยศ. กล่าวว่า การมาเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกเงินต้น แต่เป็นการแสดงกำลังออกมา เพื่อต้องการชำระเงินต้น ตามศักยภาพที่สามารถชำระได้ และขอยืดระยะเวลาในการชำระออกไปให้นานกว่านี้ เนื่องจากทุกคนไม่ได้มีเงินเดือนสูง ตามที่ กยศ. ได้ออกมาตรการ ซึ่งปัจจุบันมีลูกหนี้ กยศ. ถูกยึดทรัพย์แล้ว มากกว่า 20,000 ราย เนื่องจากแต่ละคนมีรายได้เดือนละ 10,000 กว่าบาท ถ้านำเงินตรงนี้มาชำระหนี้ แล้วครอบครัวจะอยู่อย่างไร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45066</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ, กองทุนให้ยืมการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d70c009bc5e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรมช.คลัง&#039; ชำแหละ &#039;ลูกหนี้กยศ.&#039; บางรายหาช่องทางเอาเปรียบผู้อื่น การศึกษาไม่ได้ยกระดับสำนึกและคุณธรรมเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.62 - นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;quot;รัฐบาลผมเป็นผู้ก่อตั้งกองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษา โดยรมต.ธารินทร์ เป็นผู้เริ่มต้นโครงการ ผมในฐานะรมช.1 และรมช.พิสิฐ รมช.2 เป็นผู้ดำเนินการเมื่อปึ พ.ศ.2541-2542 ท่านนรม.ชวน หลีกภัย เป็นผู้ให้คำปรึกษา และอนุมัติโครงการ มีสนง.ตั้งอยู่ที่ชั้น 8 อาคารกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคำนวณกันว่า เมื่อปล่อยกู้จนถึงระยะเวลาที่มีการคืนเงินกู้เก่ามาปล่อยเงินกู้รายใหม่ รัฐต้องใช้เงินหมุนเวียนถึงมากกว่า 5 แสนล้านบาท เราเป็นห่วงมากถึงวินัยและความรับผิดชอบ หากกู้แล้วถึงกำหนดไม่ยอมคืนเงินกู้ วันหนึ่งโครงการนี้ก็จะเอาตัวไม่รอด รัฐคงไม่มีกำลังเพิ่มเงินให้กู้ใหม่ ถ้าผู้กู้รายเก่าไม่ยอมคืนเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราให้โอกาสผู้กู้อย่างเต็มที่ โดยคำนวณให้ถึงกำหนดเวลาที่น่าจะเรียนจบ และให้เวลาหางานทำระยะหนึ่งจนพอมีรายได้พอจะคืนเงินกู้ ทีแรกคิดว่าจะไม่มีดอกบี้ย แต่เมื่อเป็นเอกเบี้ยและเพื่อให้ผู้กู้คำนึงถึงการใช้คืนเงินกู้ย่อมต้องมีดอกเบี้ย จึงกำหนดให้คิดดอกเบี้ยน้อยที่สุดเพียฃร้อยละ 1 ต่อปี(ร้อยละ 1 ต่อปี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเริ่มต้นเราภูมิใจมาก ได้พบว่าคนจำนวนหนึ่งที่ไร้เงินทุนมาศึกษาต่อ เพื่อโอกาศของบุตรหลานคนยากจน โครงการนี้ได้รับความเห็นชอบและสนับสนุนจากนรม.ชวน หลีกภัยอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้เกิดความไม่มีวินัยในสังคมเกิดจึ้นหลายอย่าง เช่นมีสถานศึกษาถือโอกาศใช้โครงการนี้มาโฆษณารับนักศึกษาเข้าสถานศึกษาของตนเอง จนต่อมาพบว่าผู้กู้เงินดูดายเรียนจบแล้วไม่กระตือรือล้นในการหารายได้ที่เป็นเงินเดือน และจำนวนมากเรียนจบแล้วไม่ยอมคืนเงินกู้&amp;nbsp;ตามสถานการณ์ขณะนี้ จนเป็นห่วงว่าโครงการนี้จะมีปัญหาความอยู่รอด เพราะผ่านมาร่วม 20 ปีแล้ว รัฐยังต้องหาเงินสนับสนุนเพื่อผู้กู้รายใหม่เพราะผู้เรียนจบแล้วไม่ยอมทำงานและผู้มีรายได้แล้วไม่ยอมคืนเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเรื่องนี้เกิดเพราะคนจำนวนมากคิดหาช่องทางเอาเปรียบผู้อื่น ไม่มีวินัย และที่สำคัญที่สุดที่การศึกษาไม่ได้สร้างคุณธรรมและสำนึกความรับผิดชอบในใจคนในสังคมจำนวนหนึ่งที่ระดับการศึกษาไม่ได้ยกระดับสำนึกและคุณธรรมแก่เขาและเธอเหล่านั้นเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44457</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนให้ยืมการศึกษา, ติดหนี้กยศ., ยพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cdea04258977.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 ส.ส.ส้มหวาน มีเงินเป็นล้าน แต่ยังเหนียวหนี้ &#039;กยศ.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62 - นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก กรณีสำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบมีส.ส.พรรคอนาคตใหม่อีก 3 คนที่ยังเป็นหนี้กองทุนกยศ. โดยระบุข้อความว่า &amp;quot;อย่างนั้นเลยหรือ มีเงินเป็นล้านแต่ยังเหนียวหนี้ กยศ. แล้วเด็กที่ยากจนบางคนที่รอเงินกู้ยืมจะมีอนาคตใหม่ที่ดีกว่าได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาสามาทำงานเพื่อส่วนรวมเพื่อประชาชน สิ่งแรกคือต้องเริ่มที่จิตสำนึกของตัวเองก่อน ฐานะการเงินไม่เดือดร้อนแล้วต้องปลดหนี้เพื่อให้เงินนั้นสร้างโอกาสแก่คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเหมือนตัวเองที่เคยได้รับบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44289</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนให้ยืมการศึกษา, พรรคอนาคตใหม่, ภัทร เหมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d2fd9f6b9462.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โรม&#039;เละ!คำพูดขายฝันจะสร้าง&#039;อนาคตใหม่&#039;ให้กับเยาวชนรุ่นหลัง แต่ตนเองยังเห็นแก่ตัวแม้กระทั่งเงินเล็กน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.62 - นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;พื่อนผมคนหนึ่งเคยได้รับทุนการศึกษาเพราะยากจนมาก แต่ก็ยังไม่พอกินใช้ บรรดาเพื่อนก็ต้องช่วยกันซื้อหนังสือเรียนซื้อเครื่องคิดเลขให้ใช้ เพราะครอบครัวไม่มีปัญญาจะซื้อให้ แม้แต่ต้องหาข้าวเที่ยงให้กินในบางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเพื่อนคนนี้เรียนจบไปก็ทำงานหาเงินได้ดีพอสมควร ไต่เต้าจากพนักงานระดับเล็กๆจนถึงระดับ ผอ. นอกจากจะช่วยเหลือครอบครัวของตัวเองให้กินดีอยู่ดีกว่าแต่ก่อนแล้ว ยังเจียดเงินมาให้ทุนการศึกษาแก่รุ่นน้องทุกปี ปีละหนึ่งคน จะพูดว่าตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาตั้งแต่เพื่อนผมคนนี้เริ่มทำงานปีแรก มีเด็กยากจนใช้ทุนของเพื่อนผมที่กำลังลงทะเบียนเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยไม่ต่ำกว่าหกคนอย่างต่อเนื่อง และเรียนจบไปแล้วทำงานทำการมีชีวิตที่มั่นคงรวมกันหลายสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกปีตอนวันปีใหม่และวันสงกรานต์ เพื่อนผมคนนี้ไปเที่ยวไหนไม่ได้เลยสักปี แม้จะอยากไปเที่ยวกับลูกหลานก็ตาม เพราะต้องนั่งหน้าบ้านคอยรับไหว้รับของฝากจากบรรดารุ่นน้องหรือรุ่นลูกๆ ที่เคยได้รับทุนมาก่อนซึ่งเวลานี้พวกเขาต่างก็มีชีวิตที่ดีขึ้นจากการศึกษาที่เพื่อนผมคนนี้ให้โอกาสเล็กๆ กับคนบางคนกลับคืนสู่สังคมเหมือนที่ครั้งหนึ่งที่เขาเคยได้รับทุนการศึกษาเมื่อครั้งที่เขายากจน
************************
จริงอยู่ที่กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้โอกาสผ่อนชำระถึง 15 ปี แต่ถ้าคนนั้นทำงานมีเงินรายได้มีเงินเดือนมากพอที่จะชำระให้หมดก่อนกำหนด นั่นคือการให้ &amp;nbsp;&amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; &amp;nbsp;ที่เร็วขึ้นกับเด็กยากจนคนหนึ่งที่ไม่มีเงินเรียนสามารถได้รับเงินทุนเพื่อเปลี่ยนอนาคตของตัวเองเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถ้าคนนั้นมีความคิดมากพอ สำนึกถึงในสมัยที่ตัวเองนั้นลำบากต้องกู้เงินมาเรียนหนังสือเพื่อ &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; ถีบตัวเองให้พ้นจากความยากจน ยังมีเด็กอีกมากที่ต้องการโอกาสนั้นเช่นกัน ยิ่งจ่ายให้หมดเร็วก็ยิ่งมีเด็กอีกหนึ่งคนได้รับ &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; ของเขาเร็วขึ้นและมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; นั้นสามารถช่วยกันสร้างได้ด้วยมือของตัวเอง รวมถึงสร้าง &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; ให้กับคนอื่นด้วยการปฎิบัติที่ต้องเริ่มจากตัวเองก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่มีแต่คำพูดที่สวยหรูขายฝันในการสร้าง &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; ให้กับคนอื่นหรือเยาวชนรุ่นหลัง แต่ในกมลสันดานของตนเองนั้นยังเห็นแก่ตัวแม้กระทั่งเงินเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเดือนที่ได้รับในวันนี้ ที่แน่นอนว่ารายได้ที่ไหลมาเทมาในวันนี้ มันมาจากการศึกษาที่ตัวเขาเคยได้โอกาสนั้นมาจากการกู้ยืมทุนการศึกษาในอดีตที่ผ่านมานั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 15 ปี นั้นจะมีเด็กอีกหลายคนเลยทีเดียวที่จะพลาดการมี &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; ที่พวกเขาแสวงหา แต่ในทางกลับกันมีเด็กอีกหลายคนจะมีโอกาสได้ &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; จากเงินที่คืนเร็วกว่ากำหนด เพียงแต่คนนั้นใช้ความคิดและมีจิตสำนึกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44161</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนให้ยืมการศึกษา, นักวิชาการอิสระ, ภัทร เหมสุข, รังสิมันต์ โรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d2fd9f6b9462.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกเรื่อง!&#039;ลายจุด&#039;ด่าลั่นพวก&#039;เสือก&#039;จุ้นเรื่อง&#039;โรม&#039;ติดหนี้กยศ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.62 - นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด โพสต์ข้อความลงมีทวิตเตอร์ กรณีโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ มีรายได้จากการเป็นส.ส.เดือนละกว่าแสนบาท แต่ยังเป็นหนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษากยศ. 2 แสนบาทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสมบัติ โพสต์ว่า &amp;quot;ถ้าคุณไปกู้แบงค์มาซื้อบ้าน แล้วผ่อนจ่ายตามอัตราที่ทำสัญญาไว้ แต่เกิดมีคนรู้ว่าตอนนี้คุณได้งานเป็น ส.ส และมีเงินเดือนเป็นแสน เขาเอายอดที่ยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่มาด่าคุณว่าทำไมไม่เอาเงินเดือนสูงๆไปจ่ายให้หมด ผมเรียกคนประเภทนี้ว่า &amp;quot;เสือก&amp;quot;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44157</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กองทุนให้ยืมการศึกษา, บก.ลายจุด, รังสิมันต์ โรม, สมบัติ บุญงามอนงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cba9ed56d2cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มัฐธิณี&#039;สาวอุดรฯ ฟันธง  ปชป.ให้โอกาส-นโยบายทำได้จริงเข้าถึงง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.พ.62- &amp;nbsp;กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และผลงานเขียนชิ้นหนึ่งเปลี่ยนชีวิตของ &amp;ldquo;มัฐธิณี มูลทิพย์&amp;rdquo; สาวกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ให้วันนี้เธอได้ยืนอยู่ในฐานะผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 52 ของพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;มัฐ&amp;rdquo; มัฐธิณี สาวแดนอีสานในครอบครัวยากจน พ่อประกอบอาชีพขับรถสามล้อรับจ้าง แม่มีอาชีพค้าขาย ฝันทางการศึกษาของเธอต้องการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา แต่เพราะครอบครัวมีรายได้น้อยจึงไปไกลได้เพียงมัธยมศึกษาตอนปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทว่า ด้วยกยศ.ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ กลับทำให้ &amp;ldquo;มัฐ&amp;rdquo; ได้เรียนต่อและคว้าใบปริญญาในคณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หนูเป็นคนต่างจังหวัด นโยบายของพรรคเข้าถึงจริงๆ ครอบครัวมัฐไม่ได้ร่ำรวย แต่นโยบายกยศ.นี้ให้โอกาสเรา จากเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อทำให้ได้จบปริญญา เพราะสมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา แม่ไม่มีเงินจะส่งให้เรียนมหาวิทยาลัย แต่ในใจเราอยากเรียนให้ได้ปริญญาตรี ซึ่งโครงการกยศ.เข้ามา และเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เราจริงๆ&amp;rdquo; &amp;nbsp;เธอเล่าย้อนขณะสอบประวัติส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อถึงที่มาที่ไป จุดเชื่อมโยงว่ากลายเป็นผู้สมัครส.ส.ของประชาธิปัตย์ได้อย่างไร เธอบอกว่า เริ่มต้นจากการส่งบทความชิ้นหนึ่งเข้าร่วมประกวดในโครงการ &amp;ldquo;คิดสร้างชาติ&amp;rdquo; ของสถาบันออกแบบประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้มูลนิธิควง อภัยวงศ์ &amp;nbsp;ซึ่งในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และมีนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นเลขาธิการพรรค พรรคได้ตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาขึ้น เพราะต้องการเปลี่ยนพรรคจริงๆ &amp;nbsp;ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงได้จัดโครงการ &amp;ldquo;คิดสร้างชาติ&amp;rdquo; เพื่อเปิดรับฟังเสียงจากทั่วประเทศขึ้น โดยได้รับเสียงตอบรับดีมีคนส่งเนื้อหาเข้าสู่โครงการจำนวนมาก และเราก็ได้เข้ารอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มัฐ กล่าวว่า มาทราบภายหลังว่างานเขียนของเราสะดุดตากรรมการ เพราะนำเสนอความคิดที่แตกต่างจนกรรมการคาดไม่ถึง โดยมองเห็นปัญหาประเทศและมีทางออกให้กับปัญหานั้น นอกจากนี้ คณะกรรมการและผู้ใหญ่ในพรรคเห็นว่างานเขียนที่ส่งประกวด ทำให้เขาสรุปได้ว่าการแก้ไขความเหลื่อมล้ำของประเทศ ต้องแก้ด้วยสวัสดิการที่ดี จากนั้นพรรคก็ดึงตัวเรามาช่วยงานในด้านการวิจัยและพัฒนานโยบายตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา &amp;nbsp;ผู้ใหญ่ให้เราลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้านต่างๆ และปัญหาความเหลื่อมล้ำของภาคอีสานมารายงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริงของคนอิสานแบบมุมมองคนอิสานเองไม่ใช่แบบคนเมืองมอง และคิดเป็นนโยบายของประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าส่วนใหญ่ชาวอีสานจะชื่นชอบบางพรรคการเมือง แต่อะไรที่ทำให้ครอบครัวมูลทิพย์เลือกอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ &amp;ldquo;มัฐธิณี&amp;rdquo; ระบุว่า ครอบครัวของมัฐชื่นชอบประชาธิปัตย์ตั้งแต่รุ่นคุณย่า เพราะชอบนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 300 บาท ของรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ส่วนในรุ่นคุณพ่อนั้น เป็นคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารการเมืองค่อนข้างมาก ศึกษา อ่านด้วยตัวเอง จนรู้ว่านโยบายของพรรคการเมืองต่างๆเป็นดี ไม่ดี อย่างไร จนกระทั่งรุ่นของมัฐได้รับประโยชน์จากโครงการกยศ. ซึ่งพรรคทำไว้โดยตรง เป็นโครงการที่ให้โอกาสเราจริงๆ ทำให้เราเรียนจบปริญญาตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ได้มีใครบอกให้ชอบพรรคประชาธิปัตย์ เราก็มีความคิดของเรา เพราะเรารู้สึกได้รับโอกาสจากพรรคนี้ &amp;nbsp;แม้จะฐานะยากจน อยากจะบอกว่าเข้ามาพรรคได้ง่าย เข้าถึงง่าย &amp;nbsp;นโยบายเข้าถึงคนจนจริงๆ และดูแลทุกคนไม่เคยทิ้งใคร&amp;rdquo; พร้อมขยายความว่า ในเวลาที่เราอยู่ในทีมคิดนโยบาย ท่านหัวหน้าพรรค ย้ำอยู่เสมอว่านโยบายต่างๆต้องมีประโยชน์กับคนทุกกลุ่มและปฏิบัติได้จริง กระบวนการตามกฏหมายต้องทำได้จริงและไม่เป็นภาระงบประมาณแผ่นดินมากเกินไป และกว่าจะออกมาเป็นนโยบายสู่ประชาชนต้องกลั่นกรองจนตกผลึก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มัฐ ยังบอกเพิ่มเติมว่า พรรคขอเชื้อเชิญให้ชาวอีสานเข้ามาลอง และช่องทางการเข้าถึงอาจจะง่ายกว่าพรรคอื่นๆก็ได้ เสนอความคิดเข้ามา เพราะเราไม่ได้ตั้งธงอะไรเลย เราอิสระมาก สายตาคนภายนอกอาจมองพรรคประชาธิปัตย์ คือ พรรคอนุรักษ์นิยมและเต็มไปด้วยทายาทนักการเมือง ซึ่งความจริงสิ่งที่คนมองเห็นในพรรคประชาธิปัตย์เป็นเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 70 เปอร์เซ็นต์คือคนที่ทำงานเบื้องหลังทั้งหมด และเรามีคนจากทั่วประเทศที่ทยอยหมุนเวียนเข้าสู่การเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับหลายคนที่มองว่าคนอีสานคือเสื้อแดงทั้งหมด ตอบว่าไม่ใช่ เพียงแต่ว่าคนที่แสดงออกในอีสาน ซึ่งมีไม่เยอะเป็นเสื้อแดงต่างหาก ขณะเดียวกันเราขาดบุคคลที่จะแสดงออกทางการเมืองที่เป็นประชาธิปัตย์ในพื้นที่ และไม่ได้แปลว่าคนในพื้นที่ที่ชอบประชาธิปัตย์จะไม่มี เพียงแต่ไม่ได้แสดงออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย เธอคนนี้ตั้งใจจะใช้นโยบายประกันรายได้ของพรรคแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ให้ได้ โดยเริ่มจากการปิดช่องว่างให้กับราคาผลผลิตของเกษตรกร เพราะทราบดีว่าชาวอีสานไม่ได้อยากจะจากบ้านเกิดเข้ากรุงเทพมหานครมาทำงาน เพราะรู้ว่าชีวิตกรุงเทพไม่ได้สบายอย่างที่คิดไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29044</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนให้ยืมการศึกษา, ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ, พรรคประชาธิปัตย์, มัฐ, มัฐธิณี มูลทิพย์, สาวกุมภวาปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63dc41c4b5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
