<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกสาวบรรยิน&#039;บุกกองปราบลั่นพ่อเป็นคนดีครอบครัวถูกกลั่นแกล้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.63-ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.​บุษญา ตั้งภากรณ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 บุตรสาวของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ &amp;nbsp;ซึ่งถูกตำรวจกองปราบปรามนำหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นที่บ้านเลขที่เลขที่ 119/11 ม.4 ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และควบคุมตัวมายังกองบังคับการกองปราบปราม เพื่อสอบสวนขยายผลในคดีการหายตัวไปของพี่ชาย ผู้พิพากษาประจำศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้เดินทางมาที่กองปราบ หลังทราบข่าวจากครอบครัวบิดาถูกตำรวจปราบปรามจับกุมที่บ้านในจังหวัดนครสวรรค์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.บุษญา กล่าวทั้งน้ำตาว่า เชื่อมั่นในตัวบิดาไม่ได้ทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่หากทำผิดจริง ก็เชื่อว่าบิดาน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง เพราะว่าบิดาเป็นคนดี และพร้อมจะอยู่เคียงข้างบิดาเสมอ ส่วนเรื่องคดีหรือสาเหตุที่บิดาถูกจับกุมในครั้งนี้ ตนเองไม่ทราบรายละเอียด เพราะที่ผ่านมา เรื่องเกี่ยวกับคดีความ จะให้บิดาเป็นผู้ดำเนินการ ตนเองไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ส่วนตัวมองว่า ผู้เสียชีวิตในคดีนี้ คือพี่ชายของผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งก็ถือว่าไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป ที่จะสามารถก่อเหตุลักษณะดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทราบข่าวจากน้องชายโทรบอก พ่อถูกจับและกำลังเอาตัวเข้ามาสอบสวนที่กองปราบปราม​ และบ้านที่จังหวัดนครสวรรค์ถูกตำรวจเข้าค้น​ ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบว่า​ พ่อถูกจับในความผิดใด​ แต่หากเป็นเรื่องคดีที่พ่อตกเป็นผู้ต้องหา​ในคดีที่ศาลอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี​ ส่วนตัว​ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว​แต่เชื่อว่า​พ่อทำทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุผลเสมอ​ และวันนี้อยากขอความเป็นธรรมให้ครอบครัว​ เพราะเชื่อว่า​ ตลอดระยะเวลาครอบครัวถูกกลั่นแกล้งดังนั้นส่วนตัวเชื่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะเป็นอีกครั้งที่ครอบครัวถูกกลั่นแกล้ง เหมือนที่ครอบครัวถูกกระทำมาโดยตลอด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นส.บุศญา ยังปฏิเสธ ถึงกรณีที่ ครอบครัวของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน กล่าวหาว่า บิดาของตนเอง จ้างคนไปข่มขู่ ยืนยันว่า บิดาของตนเอง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะคงไม่มีใคร จะจ้างคนไปทำร้ายคู่กรณีระหว่างที่มีคดีความกันอยู่เพื่อให้ตนเองตกเป็นผู้ร้ายซ้ำอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57941</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการกองปราบปราม, น.ส.​บุษญา ตั้งภากรณ์, พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e523356f12b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 5 หลักเกณฑ์การรับคดีของ&#039;กองปราบปราม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62-เพจกองปราบปราม โพสต์แจ้งถึง &amp;lsquo;5 หลักเกณฑ์&amp;rsquo; การรับคดีของ &amp;lsquo;กองปราบปราม&amp;rsquo; ระบุว่า 1.คดีมีความซับซ้อนเชื่อมโยงหลายพื้นที่ 2.คดีความมั่นคงภายในประเทศ 3.คดีสะเทือนขวัญกระทบจิตใจ 4.คดีสำคัญอาชญากรรมร้ายแรง 5.มูลค่าความเสียหายเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37492</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการกองปราบปราม, คดี, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf47aae5e5f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจรวบแล้ว &#039;พันศักดิ์&#039; มือปืนฆ่าเสี่ยเจ้าของปั๊มน้ำมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.61 -&amp;nbsp;ที่กองปราบปราม&amp;nbsp;พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รักษาการ ผบก.ป.พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2.บก.ป. พ.ต.ท.พัฒน์พงษ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผกก.2.บก.ป. พ.ต.ท.ปกรเกียรติ พงษ์ธนนิกร สว.กก.2.บก.ป. พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2.บก.ป. นำกำลังจับกุม นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อายุ 62 ปี อดีตตำรวจยศ พ.ต.ท.มือปืนชื่อดังพร้อมด้วย นางธนพร สุขโขจัย อายุ 50 ปี สองผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยจับกุมทั้งคู่ได้ที่รีสอร์ทครัวใหญ่ ต.ละหารไร่ อ.ปลวกแดงจ.ระยอง ก่อนจะนำทั้งคู่มาสอบสวน

หลังการสอบสวน นายพันศักดิ์ และนางธรพร ประมาณครึ่งชั่วโมง พ.ต.อ.จิรภพ ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุมือปืนยิง นายประชา วรทัด อายุ 52 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมันศรีสุวรรณรุ่งเรือง ถนนเทศบาล 6 อ.เมืองสระแก้ว และยิง นางปริดา วรทัด อายุ 50 ปี บาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ตั้งชุดไล่ล่าผู้ต้องหาทั้งคู่ประกอบด้วย พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒน์พงษ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผกก.2 บก.ป.พ.ต.ท.ปกรเกียรติ&amp;nbsp;พงษ์ธนนิกร พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2บก.ป. พร้อมกำลังประมาณ 30 นาย ออกสืบสวนจับกุมตัวมาตลอดเนื่องจากเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจและสะเทือนขวัญเป็นอย่างยิ่ง

พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวต่อว่า กระทั่งวันนี้ ชุดไล่ล่าของปราบปรามได้นำพยานที่เป็นเพื่อนของ นายพันศักดิ์ ที่รู้จักกันขณะต้องโทษอยู่ภายในเรือนจำมาเค้นสอบจนทราบว่านายพันศักดิ์ พร้อมนางธนพร ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในรีสอร์ทดังกล่าวหลายวันแล้ว จึงนำกำลังพร้อมอาวุธครบมือไปปิดล้อมกดดัน ผู้ต้องหาที่รีสอร์ทดังกล่าว เมื่อเวลา 13.00 น. หลังจากการเจรจาผ่านไปประมาณ 10 นาที นางธนพรและนายพันศักดิ์ จึงได้ยอมออกจากห้องมอบตัวแต่โดยดี จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนขนาด .380 และกระสุนปืนอีก13 นัด จึงได้ควบคุมตัวนำกลับมาสอบสวนที่กองปราบปราม

พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพันศักดิ์ ให้การรับสารภาพ ว่าได้รับการว่าจ้างจาก นายดำรงค์ฤทธิ์ กิตติวราภรณ์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เฮียท้ง&amp;nbsp;อายุ 66 ปี&amp;nbsp;ชายพิการที่ฆ่าตัวตายโดยการเข็นรถวีลแชร์ลงบึงฆ่าตัวตาย ในราคาหลักแสน ให้มายิงนายประชา แต่นายพันศักดิ์ อ้างว่า ไม่ได้เป็นคนลงมือยิงเอง โดยแค่เป็นคนจัดหาปืนมาให้มือปืนที่รับช่วงต่ออีก&amp;nbsp;2 คนไปยิงแทน ส่วนสาเหตุที่รับงานนี้เพราะ มีความสนิทสนมกับเฮียท้ง มาตั้งแต่ตอนที่รับราชการตำรวจอยู่ หยิบยืมเงินเป็นประจำ รวมทั้งยังได้รับการช่วยเหลือเรื่องเงินระหว่างที่หลบหนีอีกด้วย เมื่อเฮียท้งขอความช่วยเหลือจึงรับงานดังกล่าว&amp;nbsp;

พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้จากคำให้การของ นายพันศักดิ์ นั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลว่าใครเป็นคนรับงานไปยิงนายประชา ส่วนสาเหตุการตายของเฮียท้ง นั้น ได้สั่งให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3.บก.ป.ไปตรวจสอบ เบื้องต้นจากแนวทางการสืบสวนสอบสวน น่าเชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากอาจจะสำนึกผิดในเรื่องที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังจากนี้จะขยายผลในเรื่องต่างๆ ที่ผู้ต้องหาให้การไว้ เมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นจะประสานให้ตำรวจสระแก้วมารับตัวไปดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19788</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการกองปราบปราม, พ.ต.ท.ปกรเกียรติ พงษ์ธนนิกร, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช, พันศักดิ์ มงคลศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc0a86d58cd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเอสไอหิ้ว&#039;พิสิฐชัย&#039;ไปกองปราบรับทราบข้อหาผิดพ.ร.บ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.61- ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ได้นำตัวนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้ารับทราบข้อหา พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หลังจากที่ลงข้อความในเฟชบุ๊คส่วนตัวจะมีการดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดพิชยญาติการาม วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชสิทธิธารามราชวรวิหาร ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด จนสร้างความสับสนให้กับสังคมและแวดวงพระสฝฆ์ เพราะเจ้าอาวาสทั้ง 4 วัดล้วนแต่เป็นพระมหาเถระผู้ใหญ่ชั้นสมเด็จ ทางสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ฐานความผิด นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือพ.ร.บ.คอมพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการโพสต์ข้อความดังกล่าวเป็นที่วิพากวิจารณ์ในวงการสงฆ์มากอย่างมากทำให้เข้าใจว่าทั้ง 4 วัดจะถูกดำเนินคดีเงินทอนวัดล็อตที่4 &amp;nbsp;เพราะนายพิสิฐชัย เป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความใกล้ชิดกับคณะสงฆ์ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากมหาเถรสมาคม (มส.) ให้เป็นคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของ มส.ด้วย และคณะกรรมการดังกล่าวมี สมเด็จพระพุทธจารย์(สนิทชวนปัญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการ มส.เป็นประธาน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงได้มีคำสั่งให้พ้นจากหน้าที่เดิม ไปปฏิบัติหน้าที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ พร้อมให้กองภาษีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ถึงแม้นายพิสิฐชัย จะออกมาโพสต์เฟชบุ๊คส่วนตัวเพื่อขอโทษสังคม อ้างเข้าใจผิดข้อมูลคาดเคลื่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอมาถึง ได้พาตัวนายพิสิฐชัย เข้าให้การกับ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบ(ผบก.ป.) พร้อมพนักงานสอบสวนทันที ยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ซึ่งทาง พ.ต.ต.วรณัน รองโฆษกดีเอสไอแจ้งเพียงว่า พ.ต.ท.กรวัชร์ จะเป็นผู้ให้ข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำ ใช้เวลาในการสอบปากคำประมาณ 2ชั่วโมง พ.ต.ท.กรวัชร์ เปิดเผยว่า จากที่มีข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษไปโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องเงินทอนวัด และทางสำนักพระพุทธศาสนาได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ให้ความร่วมมือและเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้ต้องหาจึงได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เบื้องต้นนายพิสิฐชัยได้ให้การกับพนักงานสอบสวนแล้ว และได้ขอเวลารวบรวมเอกสารเพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ผู้กระทำกระทำในฐานะส่วนตัว และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการตั้งคณะกรรมการและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ไปประจำที่สำนักผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เขาเข้ามาอยู่ในส่วนที่เรากำกับดูแลได้ ในเบื้องต้น DSI ไม่ได้ทำเรื่องเกี่ยวกับเงินทอนวัดอยู่แล้ว และที่มาที่กองปราบเพราะไม่เข้าลักษณะคดีพิเศษ ให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ไมตร ีผบก. ป. เปิดเผยว่า ส่วนตัวนายพสิฐิชัย จะได้ข้อมูลมาอย่างไรเป็นรายละเอียดในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้แต่ตัวเขาเองยอมรับว่าเป็นคนโพสต์ข้อความ ส่วนรายละเอียดทั้งหมดนายพิสิฐชัย จะทำเป็นคำให้การ มาให้เพิ่มเติมภายหลัง และก่อนที่ตัวนายพิสิฐชัยจะโพสต์ข้อความดังกล่าวเจ้าหน้าที่กองปราบได้ประสานไปยัง บก.ปปป.แล้วยังไม่มีการดำเนินการตรวจสอบแต่อย่างใด ข้อมูลที่นายพิสิฐชัย นำมาโพสต์ จึงเป็นเรื่องเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายพิสิฐชัยโพสต์ครั้งนี้จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นเจ้าหน้าที่ทำงานคดีเงินทอนวัดจะทำงานยากหรือไม่ พล.ต.ต.ไมตรี ตอบว่า ไม่ยาก เราทำงานตามปกติ ผิดก็ว่ากันไปตามผิดถูกก็ว่ากันไปตามถูก ไม่มีการละเว้นการปฏิบัติอยู่แล้ว ซักต่อว่าทางวัดที่ถูกนายพิสิฐชัยกล่าวอ้างได้เข้ามาแจ้งความที่กองปราบแล้วหรือยัง. ผบก.ป.เผยว่า ยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการติดตามตัว อดีตพระพรหมเมธีที่หลบหนีไปอยู่ประเทศเยอรมันความคืบหน้าไปถึงไหน พล.ต.ต.ไมตรี ผบก. ป. ตอบว่าต้องไปถามพล.ต.อ.จักรทิพย ์ชัยจินดา ผบตร. ซักต่อว่า การทำคดีเงินทอนวัดระหว่าง รับที่ 3 กับรอบที่ 4 แตกต่างกันอย่างไร &amp;nbsp; คดีเงินทอนวัดที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า งบประมาณบางส่วนเข้าไปที่วัด และทางวัดได้ทอนคืนไปให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ล็อตที่ 3 พบว่างบประมาณออกมาจากสำนักพุทธศาสนาแล้ว ไม่ได้มีการทอนไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนหนึ่งเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว อีกส่วนบางวัดเอาไปให้บุคคลภายนอก เป็นการเอางบประมาณแผ่นดินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11210</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการกองปราบปราม, คดีเงินทอนวัด, นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, รับทราบข้อหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1f8faeb0fc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สึก&#039;ปิง&#039;เสพสังวาส! ภาพสัมพันธ์ฆราวาสชายมัด/ยืนยันตัว&#039;พรหมเมธี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับสึก &amp;quot;เจ้าคุณปิง&amp;quot; อาบัติปาราชิก หลักฐานมัดภาพถ่ายสัมพันธ์ลึกซึ้งฆราวาสชาย &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ถึงสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตประเทศเยอรมนี ยืนยันตัว &amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; แล้ว รอประสานทำเอกสารพากลับไทย 6 มิ.ย.นี้ &amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; เตรียมดึงคดี 5 ศิษย์พาอดีตเจ้าคุณจำนงค์หนีมารวมสำนวน &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาฯ สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; เตือนใช้สติปัญญาบริโภคข่าวพระเชิงลบ &amp;quot;เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;quot; นำ &amp;nbsp;&amp;quot;อดีตพระพุทธะอิสระ&amp;quot; ส่ง รพ.หลังพบเลือดออกในกระเพาะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ตั้งแต่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ในฐานะคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีทุจริตเงินทอนวัด ได้นิมนต์พระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล) หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระเลขานุการส่วนตัวของอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มาสอบปากคำที่กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) หลังจากเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นวัดสระเกศฯ เป็นครั้งที่ 3 เพื่อนิมนต์มาให้ปากคำถึงความเชื่อมโยงในคดีเมื่อวันที่ 2 &amp;nbsp;มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏเจ้าคุณปิงได้หายตัวไป รวมทั้งตรวจค้นกุฏิพบภาพบุคคลหน้าคล้ายเจ้าคุณปิงกำลังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฆราวาสชาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนิมนต์ตัวเจ้าคุณปิงมาครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาเข้าข้างอาคารเพื่อหลบกลุ่มผู้สื่อข่าว เพราะการทำงานของกองปราบปรามคดีเงินทอนวัดช่วงหลังๆ เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดในเนื้องาน เช่นเดียวกับการจับกุมอดีตพระพรหมเมธีที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตร.ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้นิมนต์พระวิสุทธิศาสนวิเทศขึ้นรถยนต์กระบะด้านข้างอาคาร ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยเดินทางไปวัดสระเกศฯ เพื่อทำพิธีลาสิกขา (สึก) เนื่องจากอาบัติปาราชิกขาดจาดความเป็นพระภิกษุ จากการพบภาพถ่ายมีสัมพันธ์กับฆราวาสหรือกลุ่มชายรักชาย ก่อนนำตัวไปตรวจค้นกุฏิเพื่อหาหลักฐานความเชื่อมโยงของคดีที่ยังเป็นข้อสงสัยของเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกรณีทุจริตเงินทอนวัดกับเจ้าคุณปิง &amp;nbsp;เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าเจ้าคุณปิงมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ จึงยังไม่สามารถพิจารณาดำเนินคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าคุณปิง หรือพระวิสุทธิศาสนวิเทศ ถือเป็นพระสงฆ์ที่มีความสนิทกับวงการศิลปินดารา มีลูกศิษย์ในวงการบันเทิงหลายคน และเจ้าคุณปิงยังเป็นพระที่ถูกจับตามอง โดยเป็นหนึ่งในพระที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์อย่างรวดเร็ว บวชมาเพียง 16 พรรษา แต่ได้เป็นถึงพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ตำแหน่งพระวิสุทธิศาสนวิเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี หรืออดีตท่านเจ้าคุณจำนงค์ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี คุมตัวระหว่างยื่นหนังสือเดินทางขอผ่านด่าน ตม.เข้าประเทศเยอรมนี หลังตำรวจสากลไทยประสานเป็นบุคคลตามหมายจับที่ทางการไทยต้องการตัว
ยืนยันตัว &amp;#39;พรหมเมธี&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมคณะที่เดินทางจากประเทศไทยไปประเทศเยอรมนีเพื่อรับตัวอดีตพระพรหมเมธี ได้เดินทางถึงสนามบินนครแฟรงก์เฟิร์ตเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเข้ายืนยันตัวบุคคลอดีตพระพรหมเมธีที่ถูกกักตัวไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งอยู่ภายในบริเวณสนามบิน เนื่องจากทางการไทยได้ขอยกเลิกพาสปอร์ตปกน้ำเงิน และเยอรมนีก็เพิกถอนวีซ่าขอเข้าประเทศด้วย เนื่องจากถูกร้องขอไม่ให้รับตัวอดีตพระพรหมเมธีเข้าประเทศ โดยขณะนี้ตำรวจไทยกำลังเตรียมการประสานข้อมูลเอกสาร รวมทั้งรายละเอียดข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อที่จะรับตัวเดินทางกลับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้จองตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับ เป็นเที่ยวบินที่ TG 921 จำนวน 14 ที่นั่ง ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 06.25 ของวันที่ 6 มิ.ย. โดยเป็นการจองแบบบล็อกทั้งโซน ซึ่งเป็นรูปแบบการจองตั๋วเพื่อเตรียมการนำตัวผู้ต้องหากลับประเทศ หากขั้นตอนการส่งกลับไม่ผิดพลาด คณะของ ผบ.ตร.ก็น่าจะนำตัวผู้ต้องหาเดินทางกลับด้วยเที่ยวบินดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงการไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธี โดยระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้ ต้องรอให้คณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินทางกลับมาและเป็นผู้ให้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าวแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวว่า การที่ตำรวจไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธีที่เยอรมนีนั้นเป็นขั้นตอนของฝ่ายบริหาร คือตำรวจได้ติดต่อกันระหว่างไทยกับเยอรมนี และน่าจะเป็นกรณีทางเยอรมนีปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศหรือไม่มีวีซ่า จึงบังคับให้เดินทางกลับประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นขั้นตอนปกติที่ตำรวจสามารถทำได้เอง ไม่เกี่ยวกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะหากเกี่ยวกับอัยการ คือชั้นขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน ที่ตำรวจต้องสอบสวนและมีความเห็นควรฟ้อง ประกอบกับศาลมีหมายจับ อัยการจึงจะประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศที่เป็นภาคีได้&amp;quot; รองโฆษก อสส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าประชุมหารือเพื่อนำคดีของอดีตพระพรหมเมธีที่เกิดในพื้นที่จังหวัดนครพนมโอนเข้ามารวมไว้ที่กรุงเทพฯ ส่วนหมายจับที่เตรียมยื่นต่อศาลจังหวัดนครพนมนั้น มีผู้ถูกกล่าวหาร่วมรู้เห็นในการพาอดีตพระพรหมเมธีหลบหนีทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วย 1.สีกาจุ๋ม ผู้มีสามีเป็นคนไทย ประกอบอาชีพด้านสัมปทานเหมืองแร่ที่แขวงสาละวัน 2.นายโค้ดคนขับรถของอดีตพระพรหมเมธี 3.สีกาจัน นักธุรกิจใหญ่ชาวลาว 4.ลูกชายสีกาจันที่ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) มาขับรถตู้ไปจอดที่วัดป่าสุคนธรักษ์ และ 5.นางปุ๋ยลูกสาวของสีกาจันที่ข้ามโขงมากับแม่เพื่อรับอดีตพระพรหมเมธีไปยัง สปป.ลาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระพรหมเมธี พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ควบคุมดูแลการทำงานด้วยตัวเองตั้งแต่การสืบสวนจับกุม ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจนครพนมเป็นเพียงผู้ปฏิบัติงาน และไม่สามารถจะตัดสินใจในการดำเนินการตามกฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูล หรือการออกหมายจับใครก็ตาม ต้องรอคำสั่งจากทาง ผบ.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นคดีสำคัญต้องมีหลายขั้นตอน อยากชี้แจงสื่อหรือการนำเสนอข้อมูลอย่าคิดกันไปเอง เกรงว่าจะเกิดความสับสน รวมถึงกระทบต่อการทำงานของตำรวจ ล่าสุดยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานตามคำสั่งของ ผบ.ตร. หากมีความชัดเจนหรือมีข้อมูลที่เปิดเผยได้ ผู้บังคับบัญชาจะเปิดเผยให้ข้อมูลตามขั้นตอน&amp;quot; ผบก.ภ.จว.นครพนมกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวถึงข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ไทยในช่วงนี้โดยเฉพาะประเด็นการทุจริตเงินทอนวัดว่า อย่าไปเล่นข่าวกันนักเพราะเกิดความเสียหาย เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งข่าวที่ออกมาเป็นลบ ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าจริงหรือไม่จริง แต่ขยายความตีข่าวจนเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี เนื่องจากกระทบกระเทือนต่อสถาบัน อาจส่งผลต่อวิกฤติศรัทธา หากข้อมูลยังไม่ชัดเจนไม่ควรนำมาเสนอ
ส่งพุทธะอิสระเข้า รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระพรหมมุนีกล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมที่ว่าง 3 ตำแหน่ง หลังมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติปลดอดีต 3 พระพรหมด้วยว่า ยังไม่มีการแต่งตั้ง กรรมการที่มีอยู่สามารถทำงานและประชุมได้ตามปกติ ไม่มีกฎกติกาว่าจะต้องครบถึงประชุมได้ แต่ต้องครบกึ่งหนึ่ง มติต่างๆ ที่ออกมาจากมหาเถรสมาคมมีเจ้าคณะหน เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด และเจ้าคณะปกครอง กลั่นกรองมาตามลำดับแล้ว เพื่อเสนอมหาเถรสมาคมรับทราบเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างไม่ใช่อำนาจตัดสินใจของ มส.เพียงอย่างเดียว แต่มีการตรวจสอบหลายชั้น ส่วนจะมาว่า มส.ทุจริตนั้นไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล มส.เป็นองค์กร อยากให้ใช้สติและปัญญาศึกษาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการบริโภคข่าว&amp;quot; เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองทัพไทย พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) &amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดว่า ในชั้นต้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในสิ่งที่เกิดขึ้นมีข้อมูลอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เพียงแต่เชิญ ร.ท.ฐิติทัตน์ไปสอบสวน ยังไม่ได้มีการกล่าวโทษแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายินดีให้ความร่วมมือหาก ร.ท.ฐิติทัตน์ มีความผิด หรือตำรวจได้ชี้ประเด็นมาว่าผิดอย่างไร เราก็จะดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว พร้อมให้การสนับสนุน ซึ่งเบื้องต้นเขามารายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว และสั่งสำรองราชการไว้ก่อน หมายถึงไม่ให้เขาใช้ตำแหน่งหน้าที่เดิมไปมีบทบาท หรือมีอิทธิพลเหนือหลักฐานต่างๆ แต่ยังคงได้รับเงินเดือนเพราะความผิดไม่สำแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา&amp;quot; พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากังวลสังคมมองมีการช่วยเหลือกันเองหรือไม่ ผบ.ทสส.กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลหากถูกมองว่า ทหารช่วยเหลือกัน เพราะทุกอย่างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางราชการ หากดำเนินการรุนแรงกว่านี้ เขาฟ้องกลับว่าใช้อำนาจเกินกว่าเหตุจะทำอย่างไร คงรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาแก่ ร.ท.ฐิติทัตน์ก่อนค่อยดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน้าที่ของกองทัพตอนนี้คือ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัย หากมีข้อสงสัยว่าเขาทำให้กองทัพเสียหาย ซึ่งก็ดำเนินการอยู่ แต่ในทางกฎหมายอาญาทางตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใด เพราะทราบมาว่า &amp;nbsp;ร.ท.ฐิติทัตน์ได้ชี้แจงต่อตำรวจกรณีมีอาวุธปืนหลายสิบกระบอก ซึ่งทุกกระบอกมีหลักฐานการครอบครองถูกต้อง ส่วนเงินทอนวัดเขาปฏิเสธไม่เกี่ยว&amp;quot; ผบ.ทสส.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ &amp;nbsp;กล่าวถึงการควบคุมอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในคดีเงินทอนวัด และนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ซ่องโจร และปลอมพระปรมาภิไธยว่า การดูแลอดีตพระผู้ใหญ่ขณะนี้เริ่มปรับตัวได้บ้างแล้วไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชกล่าวว่า ในส่วนของอดีตพระพุทธะอิสระเมื่อเช้า (4 มิ.ย.) ที่ผ่านมา พบมีอาการเลือดออกในกระเพาะอาหาร จึงนำตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อไปตรวจอาการอย่างละเอียดที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนนำตัวกลับมาคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้พบกับอดีตพระพุทธะอิสระ ได้บอกว่าฉันดื้อเองท่าน ผบ. ในเบื้องต้นพบเป็นอาการข้างเคียงจากการรับประทานยาที่รักษาอาการโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทางแพทย์ประจำโรงพยาบาล ได้เปลี่ยนเป็นยาฉีดแล้ว เพราะอดีตพระพุทธะอิสระมีระบบขับถ่ายอุจจาระเป็นสีดำมาหลายวันแล้ว ก็นำไปตรวจอาการอย่างละเอียด จึงพบมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร&amp;quot; นายกฤชกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในส่วนอาการปวดหลังยังคงทรงๆ ไม่ได้ดีขึ้น เจ้าหน้าที่จะมาไขกุญแจเปิดเรือนนอน เท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ช่วงตี 1 อดีตพระพุทธะอิสระจะลุกขึ้นมานั่งสมาธิภายในห้องขัง ที่มีเพื่อนผู้ต้องขังนอนร่วมห้องประมาณ 20 คน โดยนั่งสมาธิจนถึงช่วงเช้าก่อนออกไปทำกิจวัตรประจำวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10681</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช กระแสร์ทิพย์, กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล, กองบังคับการกองปราบปราม, ประเทศเยอรมนี, พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน), พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต, สำนักงานอัยการสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง, เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b1547fe07c92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
