<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.แจ้งจับ 4 จนท.พศ.พ่วงเจ้าอาวาสวัดดังนนทบุรีโกงงบปริยัติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) นายสุนทรา พลไตร ผอ.ส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปง. นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตฟอกเงินงบประมาณสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จำนวน 6 ราย จากวัดหลายแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระระดับเจ้าอาวาสรวมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จักษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าวัดทั้ง 7 แห่ง ในพื้นที่ทั้งหมด 4 จังหวัด คือนนทบุรี,อุดรธานี,นครศรีธรรมราช และลำปาง ได้มีการเบิกของบปริยัติธรรม โดยกองทุนพุทธศาสนศึกษาในปีงบประมาณ 2559-2560 ไปเป็นวงเงินกว่า 60 ล้านบาท จากวงเงินรวมทั้งสิ้น 75 ล้านบาท แต่ปรากฎว่า วัดเหล่านั้นไม่มีโรงเรียนสอนปริยัติธรรมแต่อย่างใด ทาง ปปง.จึงนำเรื่องเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนกระทำผิดในครั้งนี้ ซึ่งแบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ พศ. 4 ราย พระระดับเจ้าอาวาส 1 รูปจากวัดแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และฆราวาส 1 ราย แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการจับเจ้าอาวาสสึก เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มกระบวนการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จักษ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ทาง ปปป. ได้ดำเนินคดีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 กับ เจ้าหน้าที่ พศ. 4 คนซึ่งได้สั่งฟ้องไปแล้วแต่ ในส่วนของคดีฟอกเงิน ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนซึ่งจะออกหมายเรียกผู้กระทำผิดทั้ง 6 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่การอายัดทรัพย์สินนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าวได้เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัดในช่วงเฟสที่ 2 ต่อ 3 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จักษ์ กล่าวต่อ สำหรับในกระบวนการต่อไปก็จะเรียกผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสอบปากคำ พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานจาก ปปง. ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อๆ ไปอย่างเร็วที่สุด ขณะที่ยังมีวัดอีกหลายแห่งที่จะต้องทำการตรวจสอบเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26219</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ, ทุจริตฟอกเงินงบประมาณ, นายสุนทรา พลไตร, ปปป., สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, โกงงบปริยัติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c36d1866cf2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกกาลามสูตรสยบทำลายพุทธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; ยกกาลามสูตร อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ สยบข่าวลือ พศ.จ้องทำลายศาสนา ยันไม่มีอำนาจจัดการบัญชีทรัพย์สินวัด เป็นหน้าที่ของ มส. ลั่นเตรียมรับมือม็อบพระแล้ว ถ้ามาจะถามมีหลักใดในพระพุทธธรรมบ้างที่ให้ใช้ความรุนแรง ส่วน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยังไม่ได้รับรายงาน เยอรมนีรับคำร้องลี้ภัยของ &amp;quot;เมธี&amp;quot; แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมรัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 17/2561 โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พร้อมด้วยกรรมการ มส. และ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าร่วมประชุม โดยการประชุมใช้เวลาประมาณ 25 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.พงศ์พรแถลงภายหลังการประชุมว่า กว่า 2,500 ปีที่ผ่านมา พระพุทธองค์ทรงสอนพระสูตรบทหนึ่งในกาลามสูตรว่า อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ หากไม่เห็นเป็นประจักษ์แจ้งด้วยเหตุและผล ขอให้อย่าไปเชื่อ เช่นเดียวกับข่าวลือทั้งหลาย ที่ท่านต้องพิจารณาด้วยตนเอง ซึ่งข่าวต่างๆ ที่ออกมา ต่างมีผู้รับผิดชอบ บางรายโดนตำรวจเรียกตัวไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีความเข้าใจที่ว่าสำนักพุทธฯ จะจัดการบัญชีทรัพย์สินของวัดนั้น ขอยืนยันว่า พศ.เองไม่มีอำนาจในการดำเนินการส่วนดังกล่าว เพราะการปกครองของคณะสงฆ์มีผู้ปกครองสูงสุดคือสมเด็จพระสังฆราช และมี มส.เป็นองค์กรปกครองสูงสุด ซึ่งทำหน้าที่แก้กฎสำหรับใช้ปกครอง เทียบได้เป็น พ.ร.บ.มส.จึงเปรียบเป็นสภาและรัฐบาลสงฆ์ ขณะที่มติที่ออกมาเทียบได้กับมติ ครม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า เรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับการบังคับสงฆ์หรือวัด ต้องออกผ่าน มส.เท่านั้น หนังสือที่มีการนำไปตีความแปลกแยกกันไป เมื่อพิจารณาแล้ว พศ.ต้องการเพียงตัวอย่างวัดที่จัดการเรื่องเงิน และนำไปศึกษาว่าสามารถทำได้หรือไม่เท่านั้น ซึ่งบางกรณีมีการใส่ร้ายจนอาจก่อให้เกิดความแตกแยกได้ ซึ่งในเบื้องต้นได้วัดตัวอย่างมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีตรวจสอบข้าราชการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดนั้น ผอ.พศ.กล่าวว่า ไม่ขอระบุจำนวน รายละเอียด แต่บอกได้เพียงว่ามีหลายรายที่ถูกไล่ออกไปแล้ว และยังมีบางส่วนที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีการดำเนินการตามขั้นตอน
แจงกรณีจับสึกสงฆ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะเดินทางไปแจ้งความคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตต่อไปที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เมื่อไร เนื่องจากมีการทวงถามมาจากฝั่ง ปปป. พ.ต.ท.พงศ์พรตอบว่า ไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าอาจมีการดำเนินการพร้อมระบุชื่อวัดบางแห่ง วัดเหล่านั้นเคยได้เงินจาก พศ.ในปี 2557 หรือไม่ เขาตอบว่า &amp;quot;การกล่าวอ้างในครั้งนั้น ถ้าน้องดูว่าผู้กล่าวอ้างโดนอะไรบ้างในขณะนี้ ซึ่งสิ่งที่เขากล่าวอ้างอยู่ระหว่างการพิสูจน์ แต่มีข้อสงสัยว่าเป็นเท็จจึงได้ถูกดำเนินคดีกรณีนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือความสับสน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักต่อว่า มีรายงานกรณีติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตกรรมการ มส.ในที่ประชุมหรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่การตามตัว แต่เป็นกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้อง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ทาง พศ.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และให้คำตอบแทนไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีที่พระสงฆ์บางรูปโดนจับสึก โดยไม่ได้มีโอกาสชี้แจง เป็นการละเมิด ป.วิอาญาและรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผอ.พศ.แจงว่า คดีทั้งหมดประกอบด้วยการกระทำ 2 ส่วน ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การจัดสรรงบประมาณโดยมิชอบ ซึ่งผู้รับผิดคือเจ้าหน้าที่และบุคคลอื่น ทั้งบรรพชิตและฆราวาส หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่จะผิดในฐานะผู้สนับสนุน อำนาจดำเนินคดีในส่วนนี้เป็นของ ป.ป.ช. ตำรวจสอบเบื้องต้นแล้วต้องส่งไปยัง ป.ป.ช. ก่อนดำเนินการวินิจฉัยเพื่อส่งอัยการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.หลังจากมีจำนวนเงินออกมาแล้ว เงินนั้นเป็นทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงิน ที่เรียกได้ว่าทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิด เมื่อการกระทำผิด การจัดสรรงบเป็นความผิดฐานทุจริต จึงเป็นมูลฐานหนึ่งในกฎหมายฟอกเงิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือการสอบสวนคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดฐานฟอกเงิน โดยผู้ที่ทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเทต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งอำนาจในส่วนนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.ไม่ได้ระบุไว้ว่าให้หน่วยงานใดทำ แต่เป็นเหมือนคดีอาญาตามปกติ อำนาจจึงเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดี ซึ่งผู้กระทำผิดคือผู้ที่รับเงินจากพศ. ส่วนขั้นตอนการยักย้ายถ่ายเทจะเป็นใคร ก็ให้ว่ากันไป ซึ่งเมื่อสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวจากทางเลขาฯ ป.ป.ช.ว่าจะส่งเรื่องดังกล่าวมาให้ตำรวจทำต่อ
กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศที่เจริญแล้ว การบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นใหญ่ เพียงแต่อำนาจของผู้ดำเนินคดีมีหลายองค์กร การปฏิบัติ อาจแตกต่างกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเป้าหมายของวิธีพิจารณาคดีอาญาก็คือ คนบริสุทธิ์ต้องได้รับความคุ้มครอง คนผิดจะต้องถูกลงโทษ และหนี้สินต้องได้รับการชดใช้ ซึ่งความผิดทางอาญาทาง ปปง.จะตอบได้&amp;rdquo; ผอ.พศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่จะมีการระดมพระสงฆ์มาชุมนุมที่พุทธมณฑล ในวันที่ 25 มิ.ย. เพื่อคัดค้านการจับกุมอดีตพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริต เงินทอนวัด ได้มีเตรียมการอย่างไรบ้าง พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ถ้าท่านมาตนก็จะไปกราบท่าน และมีหลักใดในพระพุทธธรรมบ้างที่ให้ใช้ความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความกังวลใจต่อกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินฟ้องร้องให้เอาผิด ผอ.พศ. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ในฐานความผิด ม.157 ฐานเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็อย่าไปกลัว&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนกระแสข่าวลือว่าการเข้ามาของ ผอ.พศ. จะทำลายพระพุทธศาสนานั้น พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า เห็นตนเป็นเสือสิงห์หรือเป็นยักษ์มาร ปิศาจอะไรกัน เป็นเพียงแค่ชาวพุทธคนหนึ่ง แม้ว่าจะนามสกุลพราหมณ์เสน่ห์ แต่ถ้าดูทะเบียนบ้าน ตนคือชาวพุทธ พ่อแม่ตนก็ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าทาง พศ.จะไปแจ้งร้องทุกข์ในคดีเงินทอนวัดล็อต 4 หรือไม่ ผอ.พศ.ตอบว่า การแจ้งความร้องทุกข์ต้องมาจากการตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้นให้เรียบร้อยว่ามีเหตุก่อน และมีหนังสือให้เรา แต่ว่าอย่าเพิ่งพูดกันถึงขั้นนั้น เพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ค่อยให้ข่าวอยู่แล้ว ถ้าตนพูดเรื่องนี้ก็จะมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ในฐานะรองโฆษก พศ. แถลง ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งให้พระเทพเมธี (สมเกียรติ โกวิโท) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามฯ เดิมรักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามฯ เป็นเจ้าอาวาสวัด และแต่งตั้งให้พระดิลกโมลี ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม มส.ที่ห้องประชุมรัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ แกนนำกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน และกลุ่มเพื่อทนายปกป้องพระพุทธศาสนา ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เรื่อง ขอให้พระสงฆ์ทั่งราชอาณาจักร แจ้งข้อกล่าวหาสำนักงาน พศ. ผ่านนายสิปป์บวร &amp;nbsp;
ยุเจ้าอาวาสแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหนังสือดังกล่าวมีข้อความระบุตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ปัจจุบัน พระสงฆ์จำนวนมากถูก พ.ต.ท.พงศ์พรร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ทั้งเรื่องทุจริตเงินทอนวัด การฟอกเงิน การใช้เงินผิดประเภท ทำให้พระสงฆ์หลายรูปถูกจับสึกอยู่ในขณะนี้ ทั้งยังไม่มีการตรวจสอบอย่างละเอียด รวมทั้งใช้กำลังจับกุมราวกับพระสงฆ์เป็นอาชญากรแผ่นดิน ขณะที่มีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง ว่าจะมีการจับกุมล็อตอื่นๆ ไปเรื่อย อันเข้าข่ายคุกคามและเบียดเบียนพระสงฆ์ จึงขอให้ มส.แจ้งต่อพระสงฆ์ทั่วประเทศทุกวัดที่ได้รับงบประมาณจาก มส. ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ให้เจ้าอาวาสหรือตัวแทนเจ้าอาวาส ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ณ สถานีตำรวจท้องที่ ว่างบประมาณที่ได้จาก พศ.นั้น อาจเป็นงบประมาณผิดประเภท ผิดวัตถุประสงค์ที่ขอไป หากมีการแจ้งข้อกล่าวหากับทางวัดว่าใช้งบประมาณผิดประเภท เงินทอนวัด หรือฟอกเงิน ทางวัดจะแจ้งความดำเนินคดีกับ พศ. และ ผอ.พศ. จนถึงที่สุด และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาไว้ก่อน พร้อมให้ตำรวจท้องที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ร่วมกับการแจ้งให้พระ สามเณร ในวัด รวมทั้งอุบาสกและอุบาสิกาเป็นพยานบุคคลไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ให้เจ้าอาวาสหรือตัวแทนเจ้าอาวาส ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จังหวัดไว้ทุกจังหวัด โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของงบประมาณดังกล่าว ที่ทางวัดได้มาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อ ป.ป.ช.จังหวัดจะได้กันวัดไว้เป็นพยาน และเป็นผู้เสียหายในคดีต่อไป และให้ดำเนินคดีกับข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่รับเงินทอนจากวัดในประเทศข้อหาฉ้อโกงเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวที่ประเทศเยอรมนีรับคำร้องขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี หรือนายจำนงค์ เอี่ยมอินทรา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ว่ายังไม่ได้รับรายงานและไม่มีเอกสารใดๆ ส่งมา เป็นการพูดไปเองกันทั้งนั้น พร้อมถามกลับว่า ข่าวที่ไหน และใครเป็นคนพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รายงานเรื่องดังกล่าวหรือไม่ รองนายกฯ ปฏิเสธว่า ไม่มี ผบ.ตร.บอกว่าไม่มีคือไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีที่ทางการเยอรมนีขอเวลา 2 เดือน เพื่อตรวจสอบเอกสารขอลี้ภัยนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่พูดแล้ว ถามอยู่นั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าดังกล่าว และปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีภาพพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ และเลขานุการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ แต่งกายในชุดฆราวาสกับผู้หญิงคนหนึ่งว่า ได้ข่าวมาว่าเขาลาสิกขาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ กำลังให้ พศ.ไปตรวจสอบอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, สมเกียรติ โกวิโท, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a5e90b6f5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรฮึ่ม!จี้ประยุทธ์ ปลดบอร์ด&#039;กยท.&#039;ยกชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวสวนยางสุดทน! เตรียมร่อนหนังสือถึง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ปลดบอร์ด กยท.ยกชุด อัดแทนที่จะยกชีวิตเกษตรกรกลับทำร้ายและซ้ำเติม ผลงานก็สุดบู่ ทำขาดทุน แต่กลับละเลงงบประมาณพะเรอเกวียน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายศิวะ ศรีชาย แกนนำเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารงานของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ว่า นับตั้งแต่มีพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 &amp;nbsp;กยท.ไม่ประสบความสำเร็จการบริหารงานเลย โดยมีปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญไม่ได้ช่วยยกระดับความเป็นอยู่เกษตรกร ทำให้ในสัปดาห์นี้เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางจะยื่นหนังสือจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้ปลด พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานบอร์ด รวมทั้งบอร์ด กยท.ออกไป และเร่งจัดหาคนที่มีความรู้ความสามารถเรื่องยางมาทำหน้าที่ดูแลโดยเร็ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกษตรกรชาวสวนยางเดือดร้อนราคายางตกต่ำมาหลายปี และยังไม่มีทิศทางดีขึ้น เราทนไม่ได้ ปัญหาสะสมมา ไม่มีใครแก้ไขให้ได้ แทนที่ กยท.เป็นหน่วยงานใหม่จะเข้ามาแก้ไข แต่กลับเป็นหน่วยงานสร้างปัญหาซ้ำเติมเกษตรกรให้เลวร้ายขึ้นไปอีก มาตรการแก้ไขจากรัฐบาลไปไม่ถึงเกษตรกร แม้แต่งบช่วยน้ำท่วม และเห็นชัดเจนเรื่องปุ๋ย ผ่านมา 2 ปี เกษตรกรเข้าโครงการปลูกทดแทนยางยังไม่ได้รับปุ๋ยและเงินส่งเสริม เพราะการจัดหาปุ๋ยมีความล่าช้า ได้ปุ๋ยไม่เต็มสูตร และยังมีราคาแพงกว่าท้องตลาดกิโลกรัมละ 3 บาท&amp;rdquo; นายศิวะกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิวะยังระบุว่า การแทรกแซงราคายางตั้งบริษัทร่วมกับ 5 เสือ ก็สร้างความเสียหาย จึงขอเรียกร้องให้มีคนมีความรู้เข้าใจการตลาด เข้าใจหัวอกเกษตรกรสวนยาง รู้กระบวนการผลิตยางดีกว่านี้ ถ้าปล่อยแบบนี้ชาวสวนยางแย่ทั้งประเทศ ตอนนี้รายได้หายไปครึ่งต่อครึ่ง ขณะที่สินค้าอื่นๆ สูงขึ้น ดังนั้นภายในสัปดาห์นี้ ม็อบยางยกระดับทั่วประเทศ ขับไล่ประธานบอร์ดและผู้ว่าฯ กยท.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวุฒิ รักษ์ทอง แกนนำเกษตรกรชาวสวนยางพาราใน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้เร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และอธิบายเหตุผลความจำเป็นในการยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ที่ให้เลิก กยท.ชุดปัจจุบัน โดยเป้าหมายหลักการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ต้องการให้ปลดคณะบอร์ด กยท.ทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมาได้บริหารงานล้มเหลวถึง 2 เรื่องใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องแรกคือ การเปิดให้เอกชนเข้ามาเก็บเงินค่าธรรมเนียมส่งออกยางพารา (เงินเซส) ที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเข้ามากินหัวคิวแต่ละปีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท ทั้งที่ในความเป็นจริง แม้ไม่มีบริษัทนี้ ทางผู้ส่งออกยางต้องมีหน้าที่นำส่งค่าธรรมเนียมให้ กยท.อยู่แล้ว และเรื่องที่ 2 การที่ กยท.ไปร่วมทุนกับบริษัทเอกชนในนามบริษัท ร่วมทุนยางไทย จำกัด โดยวาดฝันให้บริษัทร่วมทุนซื้อยางในราคานำตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ แต่โครงการนี้กลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสถาบันการเกษตรได้พยายามทักท้วงแล้ว แต่ไม่เป็นผล จนล่าสุดขาดทุนไปกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการชำระบัญชี เนื่องจากได้ปิดบริษัทไปแล้ว ถือว่าทำความเสียหายให้กับราชการและสูญเสียเงินแผ่นดินไปแล้ว จึงขอให้ดำเนินคดีอาญากับคณะบอร์ด กยท.ทั้งหมดด้วย&amp;rdquo; นายวุฒิกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวุฒิยืนยันว่า การทำงานของบอร์ด กยท.มีความผิดพลาดมาโดยตลอด คล้ายกับให้คนไม่มีความรู้เรื่องยางพารามาออกนโยบายเพื่อประโยชน์บริษัทเอกชน แต่ไม่ได้ทำเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง จนถึงวันนี้เราเลิกเรียกร้องเรื่องราคายางพารา เลิกพูดถึงเรื่องตลาดโลก แต่จะพูดถึงเรื่องการบริหารงานของ กยท.เท่านั้น และถึงเวลาแล้วที่ต้องเลิกเอาผู้ที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่เข้าใจการทำงานมากุมชะตาพี่น้องชาวสวนยางอีกต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(สยยท.) กล่าวว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กำลังตรวจสอบเรื่องการจัดประมูลปุ๋ย 6 หมื่นตันของ กยท.ที่ราคาแพงกว่าเกษตรกรซื้อเองถึง 3 บาทต่อ กก. ซึ่งการบริหารงานขาดทุนของ กยท. 800 ล้านบาทต่อปี ส่วนหนึ่งมาจากไม่ยอมรัดเข็มขัด มาจากค่าเช่ารถประจำตำแหน่งผู้บริหาร 65,000 บาทต่อเดือน ค่ารักษาพยาบาลใช้โรงพยาบาลเอกชนเกือบ 300 ล้านบาทต่อปี ทำให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯเคยแถลงว่า ถ้า กยท.ขาดทุนมากๆ ก็ยุบทิ้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ตรงใจเกษตรกรสวนยาง ที่อยากให้ยุบ กยท. เพราะบริหารไม่เป็น ถ้างดเก็บเงินเซส &amp;nbsp;เกษตรกรก็จะได้เพิ่มขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม ให้เกษตรกรพึ่งตนเองจะดีกว่าที่มีคนไม่รู้เรื่องมากำกับดูแล ถ้าอย่างนี้รัฐปล่อยเหมือนปาล์มน้ำมัน ข้าว และผลไม้จะดีกว่า&amp;quot; นายอุทัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่ 4/2561 ลงวันที่ 20 มี.ค.2561 เรื่องให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีคำสั่งให้นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าฯ กยท. ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักนายกฯ เป็นการชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษแล้ว โดยปัจจุบันมีนายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ กรรมการและเลขานุการ กยท. ทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าฯ กยท.อยู่
วันเดียวกัน เว็บไซต์ thaigov.go.th ได้เผยแพร่ข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ยินดีที่กระทรวงอุตสาหกรรมเริ่มเดินหน้าการพัฒนาศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างศูนย์ดังกล่าว ถือเป็นแห่งแรกของเอเชีย เพื่อดึงดูดการลงทุนสู่พื้นที่ EEC คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการ และเปิดให้บริการแบบครบวงจรได้ในปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไทยมีความเข้มแข็ง จึงหวังให้ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไม่ต้องส่งผลิตภัณฑ์ออกไปทดสอบและขอใบรับรองจากต่างประเทศ และยังจะช่วยดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราในไทยมากขึ้น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10610</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ, การยางแห่งประเทศไทย, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชีวิตเกษตรกร, พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วุฒิ รักษ์ทอง, สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย, สวนยาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทัย สอนหลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f3a85f0ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูปรีชา&#039;เข้ารับทราบข้อหาสนับสนุนจนท.ประพฤติผิด-ขอบคุณสื่อที่เป็นห่วง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 61 - ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.)พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า วันนี้ได้ออกหมายเรียกบุคคล 2 ราย คือ นายปรีชา ใคร่ครวญ และ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น โดยตนจะทำการสอบปากคำด้วยตนเอง พร้อมแจ้งข้อหา &amp;ldquo;สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่พนักงานประพฤติผิดมิชอบตามมาตรา 157&amp;rdquo; จากนั้นต้องมีการพิมพ์ลายนิ้วมือ และปล่อยตัวกลับไปเนื่องจากมาตามหมายเรียก ส่วน น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้เดินทางเข้าพบในวันที่ 16 มี.ค. เวลา 10.00 น. แต่หากมาพร้อมกันทั้งหมด 3 ราย ก็ยินดีทำการสอบปากคำให้แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับพฤติการณ์ของบุคคลทั้ง 3 คนมีลักษณะเดียวกัน คือ รับรู้ในการเปลี่ยนแปลงคำให้การทั้งหมดและเป็นบุคคลที่เซ็นคำให้การของตำรวจภูธรภาค 7 &amp;nbsp;ทั้งนี้จะทำการส่งสำนวนให้กับทาง ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม กรณี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้ขอเวลากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 15 วันในการชี้แจงนั้น ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถกระทำได้&amp;quot; พล.ต.ต.กมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เวลา 09.40 น. นายปรีชา ใคร่ครวญ , นางรัตนาพร สุภาทิพย์ และ น.ส.พัชริดา พรมตา เดินทางมาพร้อม ทนายความ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหา สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่พนักงานประพฤติมิชอบ ม.157 หลังพบพฤติการณ์รับรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวข้อง และส่อแววใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีชา เผยก่อนพบเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นห่วงและให้ความสนใจมาโดยตลอด ในวันนี้ตนมีความสบายใจ ไม่กังวลอะไร จะขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลอีกครั้งหลัง รับทราบข้อกล่าวหาเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางรัตนาพร กล่าวสั้นๆว่า ตนไม่มีความกังวลใจอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาน พนักงานสอบสวนได้แยกบุคคลทั้ง 3 รายเพื่อทำการสอบปากคำ โดย น.ส.พัชริดา ไม่ได้มีการพูดใดๆ เพียงแต่เดินผ่านและยิ้มให้เล็กน้อย.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5066</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ, ครูปรีชา, บก.ปปป., ลอตเตอรรี่30ล้าน, หวย30ล้าน, เจ๊บ้าบิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa16b0df70e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
