<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองบัญชาการ “ตำรวจไซเบอร์” สู้สึกเฟกนิวส์-ปราบโจรโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของประเทศไทยเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเกือบทุกวัน ยอดติดเชื้อเหลือเลขหลักเดียว ยอดสะสมผู้ติดเชื้อ 2,938 ราย แต่เป็นที่น่ายินดีผู้ป่วยเหล่านั้นหายดีสามารถกลับบ้านได้แล้ว 2,652 คน แต่ทางศูนย์บริหารสถานการโควิด-19 (ศบค.) ย้ำเตือนยังต้องยกการ์ดสูงเฝ้าระวังอยู่ตลอด ถึงแม้เราจะมีมาตรการที่รัดกุม&amp;nbsp; เพราะยังมีคนไทยที่อยู่ประเทศกลุ่มเสี่ยงแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศอีกจำนวนมาก รวมทั้งช่องทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต่างบูรณาการกำลังต่อสู้กับไวรัสโควิดกันอย่างเข้มแข็ง มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลายฉบับเป็นแนวทางการปฏิบัติและข้อบังคับใช้เพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะการรวมกลุ่มพบปะสังสรรค์ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี รัฐบาลได้มีการประกาศปิดสถานบันเทิง สถานบริการ ต่อด้วยคำสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้&amp;nbsp; เพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดให้มีประสิทธิภาพ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 มีมติขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 1 เดือน คือวันที่ 1-31 พ.ค.63 และให้คง 4 มาตรการ 1.ควบคุมการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร 2.ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. 3.งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตจังหวัด และ 4.งดการดำเนินกิจกรรมในคนหมู่มาก เพราะสถานการณ์ยังไม่นิ่ง มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถานโดยไม่มีเหตุผลสมควรกว่า 16,000 กว่าคน และผู้ฝ่าฝืนรวมกลุ่ม ชุมนุม หรือมั่วสุม ในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้ออีกกว่า 1,800 กว่าคน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากการต่อสู้กับไวรัสโควิดแล้ว เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งยังต้องต่อสู้กับไวรัสโควิดไซเบอร์ มีผู้โพสต์ข่าวปลอมทางโซเชียลสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม บิดเบือนข้อมูลสร้างความแตกแยกของคนในสังคม ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิด &amp;ldquo;ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม&amp;rdquo; (Anti-Fake News Center) ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT) เพื่อกลั่นกรอง ตรวจสอบกำจัดข่าวปลอม ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เข้าใจรู้เท่าทันข่าว โดยเฉพาะข่าวโรคระบาด ภัยพิบัติ เศรษฐกิจ สร้างความแตกแยกในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับตั้งแต่เชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาด มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผู้โพสต์ แชร์ ข่าวปลอมสร้างความตื่นตระหนกในสังคมจำนวนมาก มีทั้งตั้งใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถูกจับกุมดำเนินคดี พ.ร.บ.คอมพ์ ไปเป็นจำนวนมาก โดยในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เป็นหน่วยงานหลักการจับกุมผู้กระทำความผิดคดีโซเชียล&amp;nbsp; โดยกองบังคับการตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งมี พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น เป็นผู้นำหน่วย มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี สืบสวนสอบสวน ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน ตลอดจนให้คำปรึกษา แนะนำตลอดจนรวบรวมสภาพปัญหา เพื่อเสนอแนะแนวทางในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ด้วยสภาพปัญหาการขยายตัวของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศในโลกยุคดิจิทัล ทำให้คดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้น ทั้งคดีที่ส่งผลต่อความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง และคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จึงได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อปกป้องประชาชน เยาวชน สังคมและประเทศชาติให้มีความปลอดภัย ให้มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีครอบคลุมทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงได้มอบหมายให้สำนักงานกำลังพลไปทำการศึกษาและพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองบัญชาการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตลอดจนมีวิธีการปฏิบัติงานเพื่อให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความจำเป็นในการตั้ง &amp;ldquo;บช.ปอท.&amp;rdquo; พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. ได้ชี้แจงด้วย ปัจจุบันคดีอาชญากรรมจำนวนมากกระทำผ่านเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต เช่น การฉ้อโกงหลอกขายสินค้าออนไลน์, การหลอกให้โอนเงิน, Fake News, Roman Scam, การเข้าถึง โจมตีหรือทำลายข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งคดีเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความซับซ้อน การสืบสวนสอบสวนจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน การเก็บพยานหลักฐาน การตรวจพิสูจน์ การวิเคราะห์แนวโน้มอาชญากรรม รวมถึงการพัฒนาระบบและบริหารจัดการองค์ความรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำเป็นจะต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจนสามารถร่วมปฏิบัติหรือสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ในปัจจุบัน มีขีดจำกัดในด้านกำลังพล ไม่สามารถรองรับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มจำนวนคดีที่เกิดขึ้นสูงขึ้นในอนาคตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานต่างๆ ที่มีภารกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้&amp;nbsp; ในการจัดตั้งกองบัญชาการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยจะพิจารณาถึงขีดความสามารถในการอำนวยความยุติธรรมและการให้บริการประชาชนเป็นหลัก ยืนยันไม่ได้ดำเนินการเพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และการแสดงความคิดเห็นของประชาชน แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมุ่งมั่นทุ่มเทและพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อพิทักษ์ปกป้องประชาชน เยาวชน สังคม และประเทศชาติ ให้ปลอดภัยจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงเป็นหลักประกันความยุติธรรมในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่มีมาตรฐานสากล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โจรไม่เลือกวันเวลาอาศัยช่องเทคโนโลยีเป็นเครื่องก่อเหตุ แต่ละนาทีมีผู้ตกเป็นเหยื่อต้องสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก การยกระดับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เป็นกองบัญชาการฯ ย่อมเป็นสิ่งที่ดี ทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp; งบประมาณ อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาสกัดช่องทางการก่อเหตุและติดตามตัวคนร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คนคอยจ้องจะก่อเหตุจะก้าวนำเจ้าหน้าที่อยู่ก้าวหนึ่งตลอด &amp;ldquo;ตำรวจไซเบอร์&amp;rdquo; จึงจะเป็นอีกหน่วยสกัดโจรโซเชียล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64557</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, กองบัญชาการ “ตำรวจไซเบอร์” สู้สึกเฟกนิวส์-ปราบโจรโซเชียล, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea837272048c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
