<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ.ประชุมผู้บังคับหน่วยส่งท้ายปีให้รางวัลหน่วยผลงานดีเด่นพร้อมรับมอบอุปกรณ์จากมูลนิธิฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ธ.ค.63 - เมื่อช่วงเช้า วันที่18ธ.ค.ภายในกองบัญชาการกองทัพบก มีการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวาระพิเศษ โดยผู้บังคับหน่วยจากทั่วประเทศ จนถึงระดับผู้บังคับกองพันจำนวน 731 นาย เข้าร่วมประชุม การประชุมหน่วยขึ้นตรงทุกครั้งกองทัพบกจะมีการนำเสนอวิดีทัศน์เกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ต้องการให้ผู้บังคับหน่วยได้น้อมนำพระราชปณิธานและพระราโชบาย เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานและถ่ายทอดให้กับกำลังพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้มีการนำเสนอวิดีทัศน์ เรื่อง&amp;ldquo;พระราชาผู้ปิดทองหลังพระ&amp;rdquo;เนื้อหาเป็นการรวบรวมพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานความช่วยเหลือให้กับพสกนิกร อาทิ เครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ COVID-19, ถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัย, ที่ดินพระราชทาน เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ส่วนราชการ และพระราชทานทุนการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบประกาศเกียรติคุณและรางวัล เพื่อเป็นกำลังใจให้กับหน่วยที่มีผลการจับกุมยาเสพติดดีเด่น ประจำเดือน พ.ย. 63 ได้แก่ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองกำลังสุรนารี และกองกำลังผาเมือง พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือให้กับทหารกองประจำการผลัด 2/63 ที่ภรรยาคลอดบุตร ในห้วงการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ เพื่อแบ่งเบาภาระและแทนความห่วงใยกองทัพบกที่มีต่อครอบครัวทหารใหม่ ซึ่งเป็นนโยบายล่าสุดที่ผู้บัญชาการทหารบกดำริให้ทุกหน่วยดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้กองทัพบกได้นำระบบ LOGSMIS มาสาธิตให้ผู้บังคับหน่วยได้ใช้งานระบบดังกล่าว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการควบคุมสิ่งอุปกรณ์ที่กองทัพบกอนุมัติให้หน่วยทหารนำมาใช้งานด้านส่งกำลังบำรุง เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว สามารถตรวจสอบสถานภาพได้ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้การใช้สิ่งอุปกรณ์เกิดประโยชน์และมีความคุ้มค่าสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. เป็นประธานในการรับมอบสิ่งอุปกรณ์จาก &amp;ldquo;มูลนิธิพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ (พ.ศ.2534)&amp;rdquo; โดยมีพลเอก ศักดา เนียมคำ ที่ปรึกษามูลนิธิฯ เป็นผู้ส่งมอบ ซึ่งสิ่งอุปกรณ์ที่ทางมูลนิธิฯได้มอบให้กับกองทัพบกในครั้งนี้ ประกอบด้วย รถพ่วงบรรทุกสัมภาระ M1101 จำนวน 5 คัน และเป้สนาม ทบ. แบบ A-1 จำนวน 800 ใบ เพื่อให้กองทัพบกนำไปใช้ในภารกิจทางทหาร โดยกองทัพบกมีแผนที่จะมอบรถพ่วงฯ และ เป้สนามดังกล่าวให้กับกองพลทหารราบที่ 11 ซึ่งเป็นหน่วยที่อยู่ในระหว่างการเสริมสร้างความพร้อมรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถพ่วงฯ สามารถนำไปใช้ในการพ่วงท้ายรถยนต์บรรทุก ใช้ในการขนย้ายสิ่งอุปกรณ์ เครื่องสนาม เพื่อปฏิบัติภารกิจทางทหารในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งสามารถที่จะประยุกต์ใช้ในงานบรรเทาสาธารณภัย และช่วยเหลือประชาชนในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กองทัพบกขอบคุณทางมูลนิธิพลเอกสุนทรฯ รวมถึงภาคเอกชนและองค์กรต่างๆ ที่ได้ให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของกองทัพบก ในรูปแบบต่างๆ ด้วยดี อาทิ การสนับสนุนอุปกรณ์ นวัตกรรม เพื่อใช้ในการพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยทหาร การร่วมบริจาคสิ่งของผ่านกองทัพบก เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในภัยพิบัติ รวมทั้งการร่วมในกิจกรรมสาธารณประโยชน์กับกองทัพบก แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87217</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, มูลนิธิพลเอกสุนทร คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc20df8c27f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายาบุกหน้ากองทัพบก สาดสีใส่เสื้อลายพราง-รถถังต้านรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายาบุกหน้ากองทัพบก สาดสีใส่เสื้อลายพราง-รถถัง-ปืนจำลอง อ่านแถลงการณ์เรียกร้องรบ.ยุบสภาจี้ทหารอย่าทำรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 16.30 น. ที่บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน กลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายาจำนวนหนึ่ง นำโดยนายณวิบูล ชมภู่ ประธานภาคีฯ และน.ส.อาทิตยา พรพรม เดินทางมาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต้านรัฐประหาร &amp;ldquo;Bloody Purity เลือดล้างมลหิน รัฐประหารไม่ใช่ทางออกของแผ่นดินไทย&amp;rdquo; โดยมีการสาดสีลงบนเสื้อลายพราง รถถัง และปืนจำลอง พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนางเลิ้งทั้งในและนอกเครื่องแบบจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ขณะที่เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารได้นำแผงรั้วเหล็กมากั้นบริเวณประตูทางเข้าบก.ทบ.จนถึงช่วงกึ่งกลางพื้นผิวถนนราชดำเนิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายณวิบูล อ่านแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยเกิดรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง พวกเราบอบช้ำตกต่ำทางเศรษฐกิจ มีการใช้กฎหมายเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดย 7 ปีที่ผ่านมาเห็นชัดแล้วว่ารัฐบาลทหารไม่สามารถนำพาประเทศนี้ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ โดยขาดองค์ความรู้ความสามารถและไม่ตระหนักถึงสติปัญญาของตนเองในการบริหารประเทศ อีกทั้งยังร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ บีบให้ประชาชนต้องก้มหัว และยอมจำนนต่ออำนาจไม่ชอบธรรม เราไม่อาจยอมให้ประเทศชาติถดถอยโดยปล่อยให้พวกท่านทำการกบฎต่อประเทศได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คำกล่าวอ้างที่ว่าการทำรัฐประหารทำให้บ้านเมืองสงบนั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของรัฐบาลทรราชเพื่อล้างมลทินคำสั่งการสลายการชุมนุมด้วยกระสุนจริงของพวกท่าน และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการยึดอำนาจ อย่างไรก็ตามภาคีของเป็นหนึ่งในการต่อต้านรัฐประหารทุกรูปแบบ รวมถึงการคุกคามข่มขู่ทำร้าย และความพยายามจำกัดสิทธิเสรีภาพทางความคิดการแสดงออกของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายืนยันว่าออกมาเรียกร้องเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคม และให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง โดยไม่ถูกข่มขู่คุกคามจากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ ขอเรียกร้องดังนี้ 1.รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน 2.ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ภายใต้เงื่อนไขไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติหรือนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมือง 3.ต้องไม่มีการทำรัฐประหาร 4.ต้องร่างกติกาเลือกตั้งใหม่ไม่ให้ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเลือกนายกฯ 5.แก้ไขหรือยกเลิกรัฐธรรมนูปี 60&amp;rdquo; นายณวิบูล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กลุ่มภาคีฯ กำลังทำกิจกรรมอยู่นั้น ทางนพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ได้นำภาพวาดของผู้บัญชาการเหล่าทัพและผบ.ตร.มาจัดแสดง โดยระบุว่าเป็นสัญลักษณ์ของการทำรัฐประหาร พร้อมเตือนว่าก่อนเกษียณฯอย่าตัดสินใจผิดยึดอำนาจ ไม่เช่นนั้นจะถูกสาปแช่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77760</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, ทบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f633bf9d89ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลาโหมหั่นงบ1.8หมื่นล. ทบ.เบรกซื้อรถถัง-อาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทบ.&amp;quot; ตั้งโต๊ะแจงปมเดินหน้าซื้อรถเกราะ &amp;quot;สไตรเกอร์&amp;quot; ชี้เป็นงบผูกพัน แถมจ่ายงวดแรกปี &amp;#39;63 แค่ 450 ล้านจาก 900 ล้าน ส่วนรถถังจีนชะลอทั้งโครงการ ระบุยอดรวม &amp;quot;กห.&amp;quot; ตัดงบ 1.8 หมื่นล้าน &amp;quot;ทัพบก&amp;quot; เฉือนเงินซื้ออาวุธ-รถถังเกินกึ่งหนึ่ง &amp;quot;พท.&amp;quot; จี้เยียวยา ปชช.ก่อนซื้ออาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) วันที่ 22 เม.ย. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ประกาศแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ของกรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) เรื่องยานเกราะล้อยาง หรือสไตรเกอร์ พร้อมระบบอาวุธและการบริการทางเทคนิค จำนวน 50 คัน ในวงเงิน 4,515,000,000 บาท ว่าจากนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงกลาโหมได้ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดพิจารณาปรับลดงบประมาณในปี 2563 นำไปเป็นงบประมาณกลางของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งในภาพรวมของกระทรวงกลาโหมมีการปรับลดงบประมาณจากหน่วยงานในสังกัดที่มี 7 หน่วยงาน รวมถึงเหล่าทัพด้วย โดยได้ยอดงบประมาณรวม 18,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องถูกนำไปใช้ในรูปแบบของ พ.ร.บ.การโอนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ตัวเลข 18,000 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่สูง เมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นๆ และในจำนวนนี้เป็นเงินงบประมาณปี 2563 ในส่วนของกองทัพบกเพียงหน่วยงานเดียวประมาณเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สำหรับการดำเนินการปรับลดงบประมาณตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหมนั้น หากเป็นโครงการที่ไม่ได้เป็นงบประมาณผูกพันก็จะตัดทั้งหมด แต่โครงการใดเป็นโครงการงบประมาณผูกพันก็จะตัดอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ของโครงการนั้น ดังนั้นในงบประมาณปี 2563 ทำให้ 4 โครงการขนาดใหญ่ของกองทัพบก อาทิ รถถัง ปืนใหญ่ เรดาร์ต่างๆ จะถูกตัดออกไปทั้งหมด อีกทั้งยังมีโครงการระดับกลางและระดับย่อยอีกประมาณ 26 โครงการด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณียานเกราะล้อยาง หรือสไตรเกอร์ อยู่ในกลุ่มของโครงการงบประมาณผูกพันข้ามปีคือปี 2563-2565 โดยทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง ในปีแรกจะสามารถใช้ได้เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ก่อนปรับลดงบประมาณ ซึ่งมีแผนที่จะใช้งบประมาณปี 2563 จำนวน 900 ล้านบาท เมื่อให้มีการปรับลดประมาณเกิดขึ้นก็จะเหลือให้ใช้เพียง 450 ล้านบาท&amp;quot; พ.อ.วินธัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า สรุปโครงการจัดซื้อจัดจ้างยานเกราะล้อยางยังคงมีอยู่ แต่จะใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 ได้ 450 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งคุณลักษณะของโครงการดังกล่าวเป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี FMS หรือการจัดซื้อในรูปแบบโครงการความช่วยเหลือทางทหารระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกสหรัฐที่ได้รับอนุมัติงบประมาณทั้งโครงการไว้ประมาณ 4,515,000,000 บาท จะได้ยานเกราะล้อยางทั้งสิ้น 100 กว่าคัน รวมถึงรถติดปืน ค.120 มม. รถพยาบาล รถผู้บังคับบัญชา รถโดยลาดตระเวน การจัดชุดครูฝึกสอนขับรถ รูปแบบการใช้รถทางยุทธวิธี การสอนเทคนิคต่างๆ ชิ้นส่วนอะไหล่ การซ่อมบำรุง การฝึกศึกษาในต่างประเทศ และการสร้างอาคารโรงซ่อมที่ได้มาตรฐานสูง เพื่อดูแลและรักษายานเกราะล้อยางดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพบกไทยยังได้รับการช่วยเหลือเรื่องระบบกระสุนจากสหรัฐที่มีมูลค่าถึง 6 แสนเหรียญ พร้อมกันนี้กองทัพบกสหรัฐยังได้อนุญาตได้นำนักเรียนทุนกลับมาประเทศไทยโดยเครื่องสหรัฐและไม่คิดค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับโครงการใหญ่ที่ถูกตัดจำนวน 4 ส่วนโครงการ ได้แก่ รถถัง ปืนใหญ่ เรดาร์ ส่วนยานเกราะไม่ได้ถูกตัดงบ ที่ตั้งไว้ในปี 2563 ทั้งโครงการ เพราะถือว่าได้ทำสัญญาและจัดทำเป็นโครงการที่มีการดำเนินการมาก่อน ผูกพันงบประมาณทั้งโครงการ ดังนั้นจึงตัดเพียงครึ่งเดียว โดยต้องไปเจรจาว่าในปีแรกที่คุยกันว่าใช้งบ 900 ล้านบาท แต่ขอจ่ายเงินงวดได้แค่ 450 ล้านบาท ส่วนรถถัง VT-4 ของจีนที่มีการตั้งงบประมาณจัดหาอีกล็อตหนึ่งนั้น อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ได้มีการผูกพันงบ จึงต้องชะลอทั้งโครงการ ซึ่งทั้งหมดต้องดูตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหม 2 ข้อที่ให้นโยบายมา คือ ถ้ายังไม่ผูกพัน งบก็ให้ชะลอหรือเลื่อนไปทั้งโครงการก่อน แต่ถ้ามีการตั้งงบผูกพันแล้วก็ให้จ่ายบางส่วน&amp;rdquo; โฆษกกองทัพบกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้กล่าวถึงการปรับลดงบประมาณของกองทัพบก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอำนาจกำลังรบ และกำลังพลของกองทัพบกที่ทำให้บางโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับยุทโธปกรณ์หรืออุปกรณ์ สิ่งจำเป็นที่จะต้องจัดหามาต้องชะลอและเลื่อน หรือระงับไปบ้าง แต่กองทัพบกมีความเข้าใจในความจำเป็นของประเทศ และยินดีที่จะปรับลดงบประมาณ โดยการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหลืออยู่อย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวว่า ขอฝากถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผ่านมาที่มีความเปราะบาง มีหลายความเห็นอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่จำกัด ไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน หรือนำความคิดเห็นที่ไม่ปรากฏที่มาที่ไปอย่างชัดเจนสร้างความสับสนให้กับสังคม จึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้เสนอข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีบางเพจนำเข้าข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ใส่อารมณ์ต่อว่าต่อขานกองทัพบกและผู้บังคับบัญชาระดับสูง ขอให้เบาๆ ลงกันหน่อย เพราะกองทัพบกไม่อยากใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับทางเพจที่นำข้อมูลการประชุมและการดำเนินการภายในของกองทัพบกไปวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการทุจริต อะไรที่ไม่ชัดเจนอย่าเผยแพร่&amp;rdquo; รองโฆษกกองทัพบกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กองทัพต้องตระหนักในการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาประเทศ การเยียวยาประชาชนควรเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการให้เกิดผลโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63971</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, ทบ., รถถังจีนชะลอทั้งโครงการ, สไตรเกอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea0446608a64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039; ปลุกจิตสำนึกเสียสละเตรียมพร้อม ทบ.ถูกหั่นงบ 10% หวั่นโควิด-19 กระทบเศรษฐกิจ 3 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก มีรายงานข่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ. )เพื่อรับฟังสถานการณ์ประจำวันและการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 พร้อม สั่งการให้การล้างสิ่งปนเปื้อนให้ปฏิบัติถึงวันศุกร์ที่ 3 เม.ย.เป็นวันสุดท้าย และให้ฟื้นฟูกำลังพลให้ความรู้ และคงเหลือการปฏิบัติพื้นที่หน่วยทหารเป็นหลัก พร้อมรณณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกทำความสะอาดหน้าบ้านตนเอง สำหรับการเตรียมกำลังจัดตั้งด่านตรวจ ขอให้พร้อมปฏิบัติเมื่อสั่ง ในการปฏิบัติเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ต้องชี้แจงว่ามีการผ่อนผันอะไรบ้าง จะต้องปฏิบัติอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.อภิรัชต์ ยังเน้นย้ำข้อสั่งการ ภายหลังทหารหญิงสังกัดกรมสารบรรณทหารบก ติดเชื้อโควิด-19 และพักอาศัยในแฟลตทหาร เรื่องตั้งจุดตรวจ ในพื้นที่แฟลตส่วนกลางทั้ง 10 แห่ง ประกอบด้วย แฟลต สามเสน มอบให้กองพันทหารม้าที่1กรมทหารม้าที่1รักษาพระองค์ (ม.1 พัน.1 รอ.), แฟลต บางเขน มอบให้ กองพันทหารช่างที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ช.พัน.1รอ.), แฟลต พญาไท มอบให้ กองพันสารวัตรที่11 (พัน.ส.11), แฟลตเกียกกาย มอบให้ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 รักษาพระองค์ (ปตอ.พัน.1 รอ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟลต หลังกองบัญชาการกองทัพภาคที่1(บก.ทภ.1) มอบให้ ร้อย.บก.ทภ.1,แฟลต สุทธิสาร มอบให้กองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์( ม.พัน.29 รอ.), แฟลต ดินแดง มอบให้ กองพันทหารสื่อสารที่ 12 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์(ส.พัน.12 พล.ม.2), แฟลต มหาราช มอบให้ กองพันทหารราบ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (พัน.ร.นรด.),แฟลต ประชานิเวศ 3 มอบให้กรมสรรพวุธทหารบก (สพ.ทบ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเวลาในการตั้งด่านตั้งแต่ 20.00น.-22.00น. ใช้การตรวจในลักษณะเวรสายตรวจ และให้ กองพันทหารสื่อสารที่1(ส.พัน.1) ไปติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้ง 9 จุด สามารถบันทึกการผ่านเข้า-ออก ให้ทุกหน่วยปฏิบัติอย่างเคร่งครัดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.อภิรัชต์ ย้ำในที่ประชุม ว่า จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ 2-3 ปี ขอให้ ผบ.หน่วย ปลุกจิตสำนึกในการเสียสละ งบประมาณประจำปีอาจจะถูกตัดงบประมาณ อีก 10% ต้องเตรียมการรับสถานการณ์ให้ดี ส่วนกรมการข่าวทหารบก (ขว.ทบ.) ขอให้เก็บฐานข้อมูลจากเครื่องเทอร์โมสแกนที่ติดตั้งในการจดจำใบหน้า เพื่อสามารถนำไปใช้ในการรักษาความปลอดภัยบุคคล ในกองบัญชาการกองทัพบกต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61809</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, บิ๊กแดง, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e8185345088c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภิรัชต์&#039;เข้มออก7ข้อคุมโควิด-19ประเดิมเคอร์ฟิวนายทหารห้ามกลับบ้านพักเกิน3ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มีคำสั่งการถึงกำลังพลกองทัพบกว่า เพื่อนทหารร่วมชีวิตในกองทัพบกทุกนาย จากสถานการณ์ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 รวมถึงประเทศไทย ซึ่งล่าสุดพบผู้ติดเชื้อจำนวน 827 ราย เสียชีวิตแล้ว 4 ราย กระจายอยู่ใน 47 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ซึ่งในส่วนกองทัพบกมีกำลังพลที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัส โควิด-19 จำนวน 5 นาย กำลังพลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงและอยู่ระหว่างการกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 238 นาย ทั้งนี้กำลังพลของกองทัพบกดังกล่าวได้ให้ความร่วมมือในการกักตัวอยู่บ้านตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล และกองทัพบกได้มีระบบการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มี.ค. 2563 โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ของรัฐบาล ในส่วนของกองทัพบกมีหน้าที่ในการเตรียมกำลังพล บุคลากรทางการแพทย์ และยุทโธปกรณ์ทุกประเภทสนับสนุนรัฐบาล และศอฉ. ของรัฐบาล แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 การเตรียมความพร้อมในเรื่องกำลังพลจึงมีความสำคัญสูงสุดในห้วงเวลานี้ ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมพิทักษ์ และปกป้องกำลังพล และครอบครัวของกองทัพบกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอสั่งการให้ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยมีผลการบังคับใช้กับกำลังพลในสังกัดกองทัพบกทุกนาย ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กำลังพลที่พักอาศัยในบ้านพักของทางราชการให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบริเวณโดยไม่จำเป็น ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้ามาพักอาศัยโดยเด็ดขาดยกเว้นได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไป และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการโรคระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ห้ามกลับเข้าบ้านพักของทางราชการเกินเวลา 21.00 น. หากมีความจำเป็นให้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเป็นรายบุคคลส่วนกำลังพลที่มีบ้านพักอาศัยส่วนตัวอยู่นอกหน่วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการติดตาม และเฝ้าระวังให้แจ้งที่อยู่บ้านพักและช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา ส่วนหน่วยที่มีการฝึกร่วมกับมิตรประเทศในที่ตั้งให้ดำเนินการตามมาตรการนี้เช่นเดียวกัน ยกเว้นการฝึกนอกที่ตั้งให้ปฏิบัติตามตารางการฝึกและคำสั่งของกองทัพบก เรื่องมาตรการควบคุมโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การเดินทางออกนอกพื้นที่กทม. หรือจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งให้กระทำได้ในเฉพาะกรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง เช่น การเดินทางไปราชการ การสับเปลี่ยนกำลังของหน่วย หากไม่มีคำสั่งให้กำลังพลทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้งปกติ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. ถึงวันที่ 22 เม.ย. 2563 ยกเว้นการลากิจที่จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินให้รายงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเองและผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน และอนุมัติอย่างรวดเร็ว 3.ให้ผู้บังคับหน่วยหน่วยปรับปรุงอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายในหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โรงยิมใต้ถุนกองร้อย สโมสรของหน่วยเพื่อลดความแออัดของกำลังพล และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคให้กับกำลังพล และเพื่อกักบริเวณในการระวังผู้ที่กลับจากการลาพัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ตามที่กองทัพบกได้สั่งการไปแล้วโดยให้หน่วยปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติประจำวัน เพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำขอให้หน่วยรักษาวินัยในเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เช่น การอยู่ห่างกันอย่างน้อย 2 เมตร มีอุปกรณ์ ภาชนะ กระติกน้ำดื่มส่วนตัว การกระจายที่นั่ง แบ่งผลัดรับประทานอาหารการออกกำลังกายกลางแจ้งกลางแดด กิจกรรมใดที่ต้องรวมพลพร้อมกันจำนวนมาก ให้พิจารณาแบ่งการปฏิบัติเป็นผลัดเพื่อลดความแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.งดการปล่อยลาพักของทหารกองประจำการเพื่อเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค จัดให้มีการเยี่ยมญาติสามารถปฏิบัติได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการการระวังป้องกันโรคระบาด เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล ส่วนน้องๆพลทหารฯ และกำลังพลทุกระดับที่ได้ลาพักไปแล้วเมื่อกลับมาขอให้หน่วยได้จัดสถานที่ให้อยู่ต่างหาก และกันตัวเองออกจากกำลังพลส่วนใหญ่เป็นเวลา 14วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ หากพบอาการป่วยให้ส่งตรวจรักษาทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ให้ทุกหน่วยพิจารณาจำกัดทางเข้า - ออกของหน่วย ส่วนกองร้อยกองรักษาการณ์ทุกหน่วยให้แปรสภาพเป็นเจ้าหน้าที่คัดกรองเฝ้าระวังบุคคลเข้าหน่วย โดยจัดหาอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือตามจุดเข้า - ออก โดยกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่กองรักษาการณ์ให้ใส่หน้ากากทุกนาย และบันทึกการเข้า-ออกอย่างเคร่งครัด และ 7.ผู้บังคับกองร้อยและผู้บังคับกองพันจะต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด และอยู่กับหน่วย ยกเว้นหน่วยในสนาม โดยมีผู้บังคับการกรม และผู้บัญชาการกองพล หรือเทียบเท่าเป็นผู้กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง หากไม่กำกับการปฏิบัติหรือได้รับการรายงานถือว่าขัดคำสั่ง จะมีผลในการปรับย้ายทันที ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล และครอบครัวของกองทัพบก ผู้บังคับหน่วยทุกนายจะต้องทุ่มเทเสียสละดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะน้องๆ พลทหาร ซึ่งมีกำลังพลถึง 120,000 นาย ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบก ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามคำสั่งทั้ง 7 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 23 เม.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ผมมีความห่วงใยต่อพลทหารกองประจำการที่กำลังจะปลดประจำการสิ้นเดือนเม.ย.2563 จึงขอเสนอทางเลือกให้สมัครเป็นทหารกองประจำการต่อโดยกองทัพบกจะพิจารณาโอกาสให้เป็นนักเรียนนายสิบ ส่วนพลทหารที่มีความประสงค์จะขอปลดประจำการในเดือนเม.ย.2563 ผมขอขอบคุณทุกคนที่ได้เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการรับใช้ประเทศชาติ และการช่วยเหลือประชาชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สุดท้ายนี้ขอให้กำลังพลทุกนายติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพบก และศอฉ.ของรัฐบาลที่ได้สั่งการไปแล้วอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นการวางมาตรการเข้มข้น และเป็นแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขให้เฝ้าระวังสถานที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ค่ายทหาร เรือนจำฯลฯ เพราะหากมีการติดเชื้อจะนำไปสู่การแพร่กระจายในวงกว้าง นอกจากนั้นยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กองทัพบกหลังพบเอกสารการขอความร่วมมือจากหน่วยราชการแห่งหนึ่งเพื่อขอให้งดการจัดมวยรายการพิเศษที่เวทีลุมพินี แต่ก็ได้รับการอนุมัติให้จัดได้ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60840</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, บก.ทบ., ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ระบาด, เชื้อไวรัส, โควิด - 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d761b646c861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ.ปลื้มสหรัฐหนุนรัฐบาลบิ๊กตู่ เล็งซื้อยานเกราะสไตรเกอร์เพิ่มอีก 50 คัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.62 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการส่งมอบยานเกราะลำเลียงพลสไตรเกอร์ ( Stryker M1126)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ส่ง สไตรเกอร์ถึงประเทศไทยจำนวน 2 คัน โดย พลเรือเอก ฟิลลิป เอส เดวิดสัน ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐภาคพื้นอินโดแปซิฟิค มารอรับด้วยที่ ท่าอากาศยานทหาร 2กองบิน 6 ดอนเมืองด้วย ตามสัญญาจะมีการส่งมอบให้ครบ 60 คันภายในสิ้นปีนี้ เป็นไปตามการจัดหาในปีงบประมาณ 2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ ทบ.ได้ซื้อจำนวน 37 คัน และ สหรัฐฯให้เปล่าอีก 23 คัน สำหรับปีงบประมาณหน้าคาดว่ามีงบประมาณพอที่จะจัดซื้อเพิ่มเติมอีก 50 คัน และสหรัฐฯอาจให้เปล่าอีก30 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะทำให้กองทัพบกไทยจัดตั้งกรมยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ที่มียานเกราะบรรจุในอัตรา 100 กว่าคัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ยานเกราะรุ่นดังกล่าวมีหลายรุ่น เช่น M1126, M1127,M1129&amp;nbsp;โดย 60 คันแรก จะเป็น M1126 และ M1127 คละกัน มีการติดเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120 ม.ม.โดยแต่ละรุ่นออกแบบมาใช้ในภารกิจต่างกัน ขึ้นอยู่กับอัตราการจัดของหน่วย โดยราคาแต่ละรุ่นไม่แตกต่างกันมากนัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างนี้กำลังพล30 นายของ ทบ.กำลังเดินทางไปฝึกที่สหรัฐฯ และสหรัฐฯเองก็ได้ส่งช่างซ่อมมาสนับสนุนเราด้วย เพราะถือว่ายังเป็นยุทโธปกรณ์ที่สหรัฐฯ ใช้อยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะแตกต่างจากการซื้ออาวุธในโครงการความช่วยเหลือทางด้านทหารของสหรัฐฯ หรือ ระบบ เอฟเอ็มเอสที่ผ่านมา เช่น รถถังบางประเภทที่ไม่ได้ใช้งาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือโอนไปให้หน่วยNational Guard&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็จะจำหน่ายให้ประเทศอื่นได้ แต่สำหรับสไตรเกอร์ แล้ว ทาง ผบ.กกล.สหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิค ยืนยันว่า เป็นยานเกราะที่สหรัฐฯใช้ประจำการอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่นอน เพราะฉะนั้นเรื่องอะไหล่ สแปร์พาร์ท จะดูแลเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีข้อมูลทางเว็บไซต์ว่าสไตร์เกอร์เป็นยานเกราะเก่ามือสองนั้น พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า หลายสื่อพยายามไปหาข้อมูล แต่อยากให้เข้าใจว่ายานเกราะที่ ทบ.ไทยซื้อเป็นยานเกราะ Refurbished เครื่องยนต์ถูก เซ็ตซีโร่ สีของตัวรถ เบาะของพลประจำรถมีการเปลี่ยนใหม่หมด เป็นแบบ Level A ไม่ใช่เป็นการซื้อตามสภาพ บางคันกลับจากภารกิจในอิรัก อัฟกานิสถาน แล้วนำมาเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สำคัญทุกอย่างให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งระบบเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน ยาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เขาใส่ใจเพราะเป็นรถที่ทบ.สหรัฐฯใช้ประจำการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ถือได้ว่ากองทัพบกสหรัฐ โดยเฉพาะรัฐบาลสหรัฐฯออกมาแสดงท่าทีชัดเจนในการที่รัฐบาลที่มีการเลือกตั้ง มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีผู้นำสหรัฐฯ หลายระดับให้ความสนใจและให้การสนับสนุน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการสนับสนุนด้านการทหารเป็นไปตามโครงการเอฟเอ็มเอส และ ทุนการศึกษา IMET&amp;nbsp;ให้กำลังพลในกองทัพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การกลับมาของสหรัฐ ครั้งนี้คงมีความช่วยเหลือต่างๆ อีกเยอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย วันที่ 7-8 ก.ย.นี้จะมีการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นแปซิฟิคซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมกันระหว่างกองทัพบกไทยและสหรัฐฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะมีผบ.ทบ.32ประเทศร่วมปรึกษาหารือ ทั้งนี้เป็นไปตามแผนงานอินโดแปซิฟิคของ ทบ.สหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะสะท้อนให้สาธารณชนให้รับทราบว่าทำไมต้องซื้ออาวุธเยอะขนาดนี้ทั้งที่ไทยไม่มีภัยคุกคามเรื่องการสู้รบแล้ว ผบ.ทบ. กล่าวว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวพูดไปก็ไปเข้าเรื่องการเมืองอีก ไม่เป็นไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;รอให้มาเยอะๆ ก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44631</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d68c2cc3cd67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหยหาอำนาจทหาร!แฝดมหาประลัยร้องทบ.ช่วยจับคนร้าย เหน็บ&#039;อภิรัชต์&#039;เพราะการข่าวดีกว่าตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.62 -​ &amp;nbsp;นายเอกชัย หงษ์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักกิจกรรมทางการเมือง เดินทางไปยื่นหนังสือที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อขอให้ช่วยให้ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับคดีการคุกคาม 9 คดี โดยนายเอกชัย เปิดเผยว่า ช่วงปี 2561-2562 หรือ 2 ปีที่ผ่านมาตนได้ถูกคุกคามถึง 9 ครั้ง แต่มีเพียง 2 คดีที่ตำรวจจับคนร้ายได้ และอีก 1 คดีตำรวจจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เหลืออีก 6 คดีนั้นยังไม่สามารถจับกุมได้ โดยวันที่ 2 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุระเบิดหลายแห่งในกรุงเทพ ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย ในวันเดียวกันพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์สื่อระบุว่าอาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์ของคนกลุ่มเดิมที่เคยก่อเหตุในปี 2549 ตนมองเห็นว่า การข่าวของกองทัพบก มีประสิทธิภาพมาก กว่าการข่าวของตำรวจตนจึงขอเรียกร้องให้กองทัพบก ร่วมแลกเปลี่ยนข่าวกับตำรวจ เพื่อตามล่าคนร้ายที่คุกคามตนในคดีที่เหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีนายทหารผู้ใหญ่ออกมารับหนังสือเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42826</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพบก, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d48f9ab0d244.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
