<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปปส.&#039; แก้เกี้ยวแจ้งของกลางคือ &#039;โซเดียมไตรฟอสเฟต&#039; ยันไม่สลับ &#039;ยาเค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63 - ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.แจ้งความร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.ให้ดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการส่งออกเคตามีนไปยังประเทศไต้หวันกว่า 300 กิโลกรัม หลังไปยึดเคตามีนที่โกดังใน จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 11.5 ตัน มูลค่านับ 20,000 ล้านบาท แต่กลับพบว่าเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟตที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวว่า วันนี้นำเอกสารที่ได้รับจากประเทศไต้หวันจับกุมเคตามีนไว้ได้ 300 กิโลกรัมมาแจ้งความเอาผิดกับผู้ร่วมขบวนการลอบส่งเคตามีนไปยังประเทศไต้หวัน ซึ่งบุคคลรายนี้อยู่ในประเทศไทย โดยเช่าโกดังเพื่อเก็บเฟอร์นิเจอร์แต่เมื่อตรวจค้นกลับเป็นที่เก็บสารเคมี ทั้งนี้ขอชี้แจงถึงกรณีที่ตรวจสอบเคตามีนกว่า 11.5 ตันแล้วพบว่ามีบางส่วนเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟส เบื้องต้นพบว่าสารเคมีทั้ง 2 ชนิด มีลักษณะภายนอกเหมือนกัน ตอนตรวจค้นที่โกดังพบของกลาง 66 กระสอบถูกเปิดอยู่ ที่เหลือ 406 กระสอบยังเย็บปากถุงปิดไว้ พอตรวจสอบด้วยน้ำยาเคมีกับกระสอบที่เปิดไว้แสดงผลออกมาเป็นสีม่วง จึงเชื่อว่าเป็นเคตามีนตามที่ไต้หวันจับกุมได้จากต้นทาง จากนั้นก็ได้ร่วมกับ บช.ปส.นำของกลางไปเก็บไว้ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 โดยเช่ารถบรรทุกขนของกลางไว้ 2 คัน และมีขบวนรถจากหลายหน่วยงานคอยคุ้มกันและแวะเติมน้ำมันที่เดียว ยืนยันไม่มีการสับเปลี่ยนของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวว่า ต่อมาเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าสารเคมีดังกล่าวคือไตรโซเดียมฟอสเฟสซึ่งไม่เคยพบว่า สารตัวนี้จะแสดงผลเป็นสีม่วง โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 09.30 น.นักวิทยาศาสตร์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญของ ป.ป.ส.จะตรวจพิสูจน์สารเคมีจากของกลางทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 แต่ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะทราบว่าของกลางที่เหลือเป็นยาเสพติดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวชี้แจงว่า สาเหตุที่การตรวจสอบล่าช้านั้น แต่แรกที่ไต้หวันจับกุมตรวจยึดของกลางได้วันที่ 23 ตุลาคม ก่อนส่งเอกสารให้ไทยลงวันที่ 29 ตุลาคม 2563 และ ป.ป.ส.รับเรื่องวันที่ 2 พฤศจิกายน จึงจะสืบสวนหาข้อมูลถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน แล้วเข้าตรวจค้นโกดัง พร้อมทำบันทึกการเข้าตรวจค้น ซึ่งผลการทดสอบสารเคมีที่พบเบื้องต้นพบเป็นเคตามีนจึงบันทึกเป็นสารคล้ายเคตามีนทุกรายการ โดยมีพยานนำตรวจค้นและตำรวจท้องที่ได้สอบปากคำเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ พฐ.ได้เก็บหลักฐานเป็นที่เย็บปิดปากถุง พร้อมประสานประเทศต้นทางเก็บหลักฐานใบส่งสินค้าและอื่นๆ ซึ่งจะนำมามอบให้ บช.ปส.ภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า บช.ปส.ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงจากทั้งพยานหลักฐาน บุคคล และเอกสาร เบื้องต้นรับคำร้องทุกข์ไว้พิจารณาดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย ฉะนั้นการสอบสวน บช.ปส.ต้องเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ประสานอธิบดีอัยการตั้งคณะทำงานสอบสวน เพื่อติดตามกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติดต่อไป ทั้งนี้พบว่าเคตามีนไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย แต่เป็นทางผ่านเพื่อไปสู่ประเทศที่ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, บช.ปส., ปปส., ยาเค, สารไตรโซเดียมฟอสเฟต, เคตามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb4f82e80b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจฉี่ &#039;ปุ๊กกี้&#039; สีม่วง รับเอี่ยวแก๊งค้ายาเคข้ามชาติ ตร.สอบเข้มขยายผลคนบันเทิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.62 - ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสินผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด(ผบข.ปส.) นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นายหง เจิ้ง อี้ อายุ 28 ปี สัญชาติไต้หวัน นายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี และ น.ส.ซิลลา ปริศนา หรือ ปุ๊กกี้ อดีตนักร้องชื่อดัง พร้อมด้วยของกลางยาคีตามีน หรือยาเค จำนวน 5.1 กิโลกรัม&amp;nbsp;ซุกซ่อนอยู่ในที่เขี่ยบุหรี่ ยาไอซ์ 98.3 กรัม ยาอี 10 เม็ด ยาบ้า 8 เม็ด และกัญชา 40กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพิเศษ สำนักปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ( บก.ปส.3 บช.ปส.) &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ส่วนสืบสวนปราบปราม สำนักสืบสวนปราบปราม กรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย(ศรภ.) ร่วมปฎิบัติการโครงการสกัดกั้นยาเสพติด ท่าอากาศยานสากลในอาเซียน (Airport Interdiction Task Force หรือAITF) ได้ทำการสืบสวนรวบรวมข้อมูลการข่าวนักค้ารายสำคัญ เครือข่ายชาวไต้หวันที่เข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทยเพื่อส่งยาเสพติดไปยังไต้หวัน จนทราบว่าต้น มิ.ย.62 มีความเคลื่อนไหวมีเครือข่ายชาวไต้หวันเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อเจรจาซื้อยาเสพติดลักลอบลำเลียงกลับไปที่ไต้หวัน จึงได้จัดชุดปฏิบัติการและสืบสวนพฤติการณ์เครือข่ายดังกล่าวเรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเมื่อเย็นวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ปปส.พร้อมตำรวจ บช.ปส.เข้าจับกุมชาวไต้หวัน 1 รายชื่อนายหง เจิ้ง อี้ สัญชาติไต้หวัน อายุ 28ปี มีหน้าที่สั่งการและจัดการลำเลียงผ่านบริษัทพัสดุ ก่อนนำตัวไปตรวจค้นที่ห้อง 318 โรงแรมโกล แอร์พอร์ต สูท เลขที่ 1288/9 ซ.แขวงลาดกระบัง เขต ลาดกระบัง กทม. พบของกลางเป็นที่เขี่ยบุหรี่ 39 อัน ลักษณะเป็นเหล็กหล่อกลมๆ สามารถหมุนฐานออกและยัดยาไอซ์ในถุงพลาสติกใสก่อนปิดฝาได้ โดยยาเคตามีนทั้งหมดที่ซุกซ่อนจำนวน 5,170 กรัม อยู่ในลังกระดาษ 4 ลัง เพื่อเตรียมส่งออกนอกประเทศ ก่อนผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับยาเสพติดมาจาก 2 สามีภรรยาคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.เผยอีกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ขยายผลการตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 18/118 หมู่บ้านเดอะเทอเรส ซ.รามอินทรา65 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ก่อนจับกุมนายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี น.ส.พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือปุ้กกี้ อดีตนักร้องชื่อดัง มีหน้าที่จัดหายาเสพติดและร่วมกันผลิตยาเสพติด พร้อมของกลางยาเสพติดที่พบภายในบ้านประกอบด้วย ไอซ์ 98.3 กรัม ยาบ้า 8 เม็ด ยาอี 10 เม็ด คีตามีน 4 กรัม กัญชาแห้ง 40กรัม และสารเคมีหลายชนิด พร้อมกับอุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ผลิตยาเสพติด และตรวจยึดทรัพย์สิน 9 รายการ จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลและจากการตรวจปัสสาวะพบว่าอดีตนักร้องชื่อดังพร้อมด้วยสามี ผลการตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหา รับสารภาพว่าไปนำยาเสพติดจากย่านโชคชัย 4 แล้วบรรจุลงในผลิตภัณฑ์ที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนส่งให้กับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นชาวไต้หวัน โดยอ้างว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งสืบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งเส้นทางยาเสพติดและเส้นทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าว เพราะพบว่าผู้ต้องหาชาวไต้หวันเดินทางเข้าออกประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง ส่วนนายชลวิทย์ สามีของปุ๊กกี้ พบมีประวัติถูกจับกุมคดีค้ายาอี พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2549 ส่วนปุ๊กกี้ไม่มีประวัติเรื่องยาเสพติดแต่มีประวัติคดีเรื่องยักยอกทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีดาราศิลปินที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้ายาเสพติดหรือเป็นเครือข่ายของปุ๊กกี้หรือไม่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ตอบว่าเบื้องต้นยังไม่พบแต่ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนสืบสวนขยายผลอย่างละเอียด เมื่อถามถึงสารเคมี ซึ่งเป็นเบกกิ้งโซดาจำนวนมากที่พบในบ้านของอดีตนักร้องชื่อดังจะใช้เป็นสารตั้งต้นหรือมีส่วนในการผลิตยาเสพติดหรือไม่&amp;nbsp;รองผบ.ตร. ตอบว่าต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบเบื้องต้นยังไม่สามารถตอบได้ว่าสารดังกล่าวจะใช้ ในกระบวนการขั้นตอนการผลิตหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38855</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, จับปุ๊กกี้ค้ายา, ปุ๊กกี้ ชาลาล่า, ปุ๊กกี้ ปริศนา, ปุ๊กกี้ค้ายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08c4897a069.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
