<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูธรภาค1ทลายขบวนการค้ายาบ้าล็อตใหญ่ยึด 3.5 ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1)พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 (ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) นายประสาร หยงสตาร์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 ร่วมกันแถลงผลการตับกุมตัวนายธาราดร หรือ ปอม ใหญ่น้อย นายณัฐกานต์ หรือ บาส เอมสมุทร์ และ นายพรเทพ หรือบอม ถาดทองพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3,500,000 เม็ด ยาไอซ์ 1 กิโลกรัม รถเก๋ง ฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ศอ 6687 กรุงเทพฯ รถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ผพ 554 กรุงเทพฯ รถกระบะ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ผง 699 กรุงเทพฯ โดยจับกุมได้บริเวณบ้านเลขที่ 116/36 หมู่บ้านอินฟินิตี้ ม.7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อเนื่องด่านชั่งน้ำหนัก คลองหลวง จ.ปทุมธานี วันที่ 5 มิ.ย. เวลาประมาณ 21.45 น. และวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 05.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวว่า ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในเขตจังหวัดนนทบุรี กระทั่งทราบว่า นายธาราดร หรือ ปอม ใหญ่น้อย พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 116/36 หมู่บ้านอินฟินิตี้ ม.7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีพฤติการณ์ในการจำหน่ายยาบ้า จึงนำกำลังชุ่มเฝ้าสังเกตุการณ์กระทั้งวันที่ 5 มิ.ย. เวลาประมาณ 21.45 น. นายธาราดร
หรือปอม ขับรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า สีดำ เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ตรงตามที่ได้รับรายงานเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและทำการตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 30,000 เม็ด และพบยาไอซ์ จำนวน 1 กก. วางอยู่ที่พื้นวางเท้าด้านซ้ายฝั่งผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผล ทราบว่ายาล็อตนี้เป็นของนายณัฐกานต์ หรือ บาส จึงได้ทำการสั่งซื้อยาบ้า จำนวน &amp;nbsp;100,000 เม็ด โดยนัดหมายส่งยาบ้ากันบริเวณด่านชั่งน้ำหนัก คลองหลวง จว.ปทุมธานี ในเวลา 05.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ต่อมาพบนายณัฐกานต์ หรือ บาส เอมสมุทร์ และ นายพรเทพ หรือบอม ถาดทอง ขับรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน ผพ 554 กรุงเทพฯ มาส่งยาบ้าตามที่นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่ายังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถกระบะ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ผง 699 กรุงเทพฯที่จอดอยู่ ที่บ้านของนาย เอกราช หรือ ต้อง หอมนาน อีกจำนวนหนึ่ง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบปุย จำนวน 17 กระสอบ หรือ 3,400,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า เบื้องต้นเราทราบว่ายาล็อตนี้ถูกส่งมาจากจังหวัดชายแดนภาคเหนือ โดยมีรถเอามาส่งให้ผู้ต้องหานำมาเก็บพักไว้ที่บ้าน ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าได้สั่งยาล็อตนี้มาจำนวน 4 ล้านเม็ด ซึ่งทราบว่ามีการจำหน่ายออกไปแล้วบางส่วนในพื้นที่ นนทบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เบื้องต้นทราบว่าทำมาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105650</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, ยาบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bef443dab9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.1 สั่งเพิกถอนคำสั่งปรับ 500 พ่อค้าไม่สวมหน้ากาก ส่งศาลพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1)&amp;nbsp; แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปรากฏภาพเอกสารค่าปรับเป็นเงิน 500 บาทของพนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 25 เมษายน ในความผิดฐานไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่นอกเคหสถาน หรือต้องติดต่อกับบุคคลอื่น หรือเดินทางไปสถานที่สาธารณะฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล เผยว่า กรณีจับปรับผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัย ในพื้นที่ สภ.บางปะหัน ได้รับรายงานว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการอำเภอบางปะหัน มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านไปตรวจสอบหลังพบว่า พ่อค้าแม่ค้าขายกะทิ​ในตลาดสดแห่งหนึ่งไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยซึ่งขัดกับคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวนให้เปรียบเทียบปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ผบช.ภ.1&amp;nbsp; ยอมรับว่า พนักงานสอบสวน เข้าใจไปว่ามีอำนาจตามกฎหมายควบคุมโรคให้สามารถเปรียบเทียบปรับได้เอง จึงสั่งปรับเป็นเงิน 500 บาท แต่ทั้งนี้ พล.ต.ท.อำพล ได้แย้งไปว่า กรณีนี้พนักงานสอบสวนต้องปรับในอัตราขั้นต่ำเป็นเงิน 6,000 บาท เพราะตามกฎหมายควบคุมโรคติดต่อและตามประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัด อัตราโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท พนักงานสอบสวนไม่สามารถปรับเป็นเงิน 500 บาทได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในกรณีนี้ ผู้ถูกกล่าวหาขอให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนส่งฟ้องศาลแขวง เพื่อให้ศาลฯใช้ดุลยพินิจ​ในการสั่งปรับแทน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหา เชื่อว่า น่าจะปรับได้ต่ำกว่าเงิน 6,000 บาท&amp;nbsp; ดังนั้น กรณีนี้จึงใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งเพิกถอนการเสียค่าปรับ 500 บาทไปแล้ว โดยให้ส่งศาลฯพิจารณาพร้อมตำหนิพนักงานสอบสวนที่ทำไปโดยพละการ ซึ่งจากนี้ จะกำชับไปยังตำรวจภูธรจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางเดียวกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยังกล่าวถึงกรณีมีคำถามเกี่ยวกับการขับรถยนต์คนเดียวโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยเข้าข่ายความผิดกฎหมายหรือไม่ว่า&amp;nbsp; ซึ่งหากตีความตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ถือว่าผิด เพราะแม้ว่าจะอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว แต่คำสั่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตาม เพื่อให้เป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงไม่ต้องการให้ประชาชนตีความเป็นอย่างอื่น เพราะหากมีความผิดตำรวจก็จำเป็นจะต้องดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.1 ยืนยันว่า ตำรวจมีการใช้ดุลยพินิจ ไม่ใช่จ้องที่จะเข้าไปจับปรับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยอย่างเดียว แต่ดูที่เจตนา หรือกรณีมีการกระทำความผิด หรือได้รับการร้องเรียน ว่ามีการฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยบ่อยครั้งในพื้นที่สาธารณะ ตำรวจจึงจะเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100779</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, คกก.โรคติดต่อ, บช.ภ.1, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, สภ.บางปะหัน, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608671b64eec6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับอีกแล้ว&#039;หน้ากาก-แอลกอฮอล์&#039;ไม่ได้มาตรฐาน&#039;อัจฉริยะ&#039;มอบรายชื่ออีกกว่า100บริษัท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.2563 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค (ผบช.ภ.1) แถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้าหน้ากากอนามัยไม่ได้มาตรฐาน พร้อมของกลางจำนวน149,745 ชิ้น และเจลล้างมือ 505 แกลลอน 617 ลิตร &amp;nbsp;โดย พล.ต.ท.อำพลกล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบ ว่ามีการขายหน้ากากอนามัยเกินราคาในเฟซบุ๊ก ชื่อ Linnmuey Saejew จึงได้เข้าตรวจค้นและจับกุม น.ส.ฐิติพร ศิริฉาย พร้อมของกลางหน้ากากอนามัย 11,745 ชิ้น ได้ที่หมู่บ้านวินนิ่ง เรสซิเดนท์ แขวงบางหว้า เขตภษีเจริญ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการขยายผล ทราบว่าหน้ากากที่ น.ส.ฐิติพรนำมาจำหน่ายนั้นผลิตที่บริษัท ซาแวนท์ เอ็นจิเนียร์ริ่ง จำกัด ตั้งอยู่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 14 เม.ย.จึงขอหมายศาลตรวจค้น โดยมีนายบรรพตหรือโจ แก้ววารี แสดงตนเป็นเจ้าของบริษัท พร้อมยึดหน้ากากอนามัยยี่ห้อเอส เอ็ม พี บรรจุในลังสีน้ำตาลและในกล่องพลาสติก จำนวน 138,000 ชิ้น หากขายในเฟซบุ๊กทั่วไปจะขายชิ้นละ 12 บาท รวมมูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ตำรวจจึงทำการตรวจยึดหน้ากากอนามัยทั้งหมดไว้เป็นของกลาง โดยผู้ต้องหายอมรับว่าของกลางบางส่วนเป็นของตนเองจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่าของกลางบางส่วนอยู่ในรถตู้บรรทุกของมีนายอนัฐ ขุนไชย แสดงตนเป็นเจ้าของ และให้การว่ามีผู้ว่าจ้างชื่อเฟยว่าจ้างมารับสินค้าที่บริษัทดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งนายบรรพต ยินยอมยกหน้ากากอนามัยของกลางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ รวมหน้ากากอนามัยที่ยึดได้ทั้งหมด 149,745 ชิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคดี ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ตรวจยึดแอลกอฮอล์และเจลล้างมือที่ไม่ได้มาตรฐาน หลังสืบทราบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อโอ๊ะโอ๋ ประกันซิ่ง มีพฤติการณ์โฆษณาจำหน่ายสินค้าประเภทแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือโดยเชื่อว่าเป็นสินค้าที่ผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต ตำรวจจึงขอหมายค้นเข้าค้นที่หมู่บ้านเนเชอร่า เทรนด์ ศรีนครินทร์ อ.เมืองสมุทรปราการ โดยมีนายชาญชัย วทิชานนท์ อายุ 28 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าบ้าน พร้อมตรวจยึดของกลางแอลกอฮอล์เจล บรรจุแกลลอนตั้งแต่ขนาด 1 ลิตร 5 ลิตร จำนวน 505 แกลลอน ทั้งหมด 617 ลิตร พร้อมทั้งแผ่นสติ๊กเกอร์สำหรับติดภาชนะ มีตัวอักษรภาษาอังกฤษคำว่า Alcohol 70% จำนวนมาก โดยนายชาญชัย ยอมรับว่าเป็นผู้ โฆษณาและจำหน่ายสินค้าแอลกอฮอล์เจลล้างมือในเฟซบุ๊กให้กับประชาชนโดยไม่มีเอกสารจดแจ้งของแอลกอฮอล์ ตำรวจจึงทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาขายเครื่องสำอางเครื่องใช้ฉลากไม่เป็นไปตามมาตรา 22 และขายเครื่องสำอางไม่ได้จดแจ้งอันเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 32 ส่งพนักงานสอบสวนเมืองสมุทรปราการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำรายชื่อกว่า 100 บริษัท มามอบให้กับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ทำการสืบสวนจับกุมบริษัทที่กระทำความผิดในลักษณะนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพลกล่าวว่า รายชื่อที่นายอัจฉริยะ นำมาให้ตำรวจก็จะมีการตรวจสอบข้อมูล เพื่อสืบสวนขยายผล จับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยอมรับว่า ตำรวจชุดสืบสวนก็มีข้อมูลของบริษัทที่กระทำความผิดในลักษณะนี้ เบื้องต้นได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัด ก่อนจะเข้าตรวจยึดจับกุม เพราะบุคคลเหล่านี้ ฉวยโอกาสช่วงที่มีวิกฤต เอารัดเอาเปรียบประชาชนต้องปราบปรามให้สิ้นซาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63199</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, บช.ภ.1, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, หน้ากากอนามัย, เจล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e9698515f367.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบอดีตผู้สมัคร ส.ส.ตุ๋นซื้อตั๋วเครื่องบินราคาถูก เสียหายกว่า 7 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 - พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ,พล.ต.ต.ธนายุตม์&amp;nbsp; วุฒิจรัสธำรงค์&amp;nbsp; รอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1), พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง&amp;nbsp; ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ (ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ) ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นายทินนาถ หรือหน่อย วัฒนวิทย์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/41 ถนนคลองตะเค็ดฝั่งตะวันออก ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ จว.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการที่ 175-179/2562 ลงวันที่ 10 กันยายน 2562 ซึ่งต้องข้อหาว่ากระทำผิดฐาน &amp;ldquo;ฉ้อโกง&amp;rdquo; รวมหมายจับ 5 หมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า ทั้งนี้ได้มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความว่า นายทินนาถ หรือหน่อย วัฒนวิทย์ ซึ่งอ้างตัวเป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ใช้หมายเลขโทรศัพท์หมายเลข 088-2547788, 084-7028888 และแอปพลิเคชั่นไลน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชื่อ &amp;ldquo;พายุ เดินทางฟ้า&amp;rdquo; เสนอขายตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจให้กับผู้เสียหายในราคาต่ำกว่าปกติโดยแจ้งข้อมูลให้กับผู้เสียหายว่ามีผู้ใหญ่ในการบินไทยที่รู้จักทำตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษมาให้&amp;nbsp; โปรโมชั่นมีจำนวนจำกัด เส้นทางที่ได้รับโปรโมชั่นนี้ ได้แก่ เส้นทางประเทศในทวีปยุโรป และประเทศในทวีปเอเชียทุกประเทศ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงวันเวลาเดินทางได้ตลอดภายในระยะเวลา 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายทินนาถ ให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสศรีนครินทร์ เลขที่บัญชี 585-2-33306-7 ชื่อบัญชี นายทินนาถ วัฒนวิทย์ และส่งใบจองตั๋วเครื่องบินกลับมาให้ทางไลน์ชื่อ &amp;ldquo;พายุ เดินทางฟ้า&amp;rdquo; แต่เมื่อถึงกำหนดใกล้วันเดินทาง ผู้เสียหายได้ขอตั๋วเครื่องบินเพื่อที่จะไปทำวีซ่าในการเดินทาง ปรากฏว่า มีการจองตั๋วเครื่องบินไว้จริง แต่ตั๋วเครื่องบินได้ถูกตัดที่นั่งไปแล้ว เนื่องจากไม่มีการชำระเงินเข้าไปให้กับบริษัท ผู้เสียหายจึงได้ทวงถามต่อนายทินนาถ ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อทวงถามจาก นายทินนาถ ได้จึงมั่นใจว่าถูกหลอกลวงจึงได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ กระทั่งต่อมาศาลแขวงสมุทรปราการได้อนุมัติหมายจับในข้อหา &amp;ldquo;ฉ้อโกง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบแล้วพบว่านายทินนาถ ก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว จำนวน 11 คดี ดังนี้1. สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ จำนวน 8 ราย ความเสียหายรวมประมาณ 2 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; 2.สน. ประเวศ มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ จำนวน 1 ราย ความเสียหายรวมประมาณ 2.5 ล้านบาท&amp;nbsp; 3. สน. หัวหมาก มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ จำนวน 1 ราย ความเสียหายรวมประมาณ 2 ล้านบาท 4. สน. คลองตัน มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ จำนวน 1 ราย ความเสียหายรวมประมาณ 8 แสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด&amp;nbsp; 7.3&amp;nbsp; ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทินนาถ เป็นอดีตผู้สมัคร สส.พรรคการเมืองแห่งหนึ่ง เขต 20 กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, ฉ้อโกง, ตุ๋นซื้อตั๋วเครื่องบิน, ทินนาถ วัฒนวิทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9420246f477.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่สระบุรี ยึดยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.62 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายธวัช มีชอบ หรือบี อายุ 34 ปี นายนรินทร์ ละอองสินธ์ หรือกอล์ฟ อายุ 28 ปี และนายนิพัทน์ วราพุฒ หรือใหญ่ อายุ 31 ปี ขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ สภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 1,214,000 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก สภ.บ้านหมอ ได้ดำเนินการตามโครงการปักกลด ของ ตร.ภ.1 ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่ามีผู้เสพและลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ กระทั่งวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ทำกาจับกุมตัวนายธวัช ที่บ้านเลขที่ 70 ม.8 ต.บางโขมด อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี จากการสอบสวนขยายผลนายธวัช รับสารภาพซื้อยาบ้ามาจากนายนรินทร์ จึงได้วางแผนให้นายนรินทร์ นำยาบ้ามาส่งที่บ้านนายธวัช เมื่อนายนรินทร์ นำยาบ้ามาส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดักซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมด้วยยาบ้า 100 เม็ด นายนรินทร์ซัดทอดว่ารับซื้อยาบ้ามาจากนายนิพัทน์ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านบ้านเลขที่ 5 ม.2 ต.บางโขมด อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี พบยาบ้า 1,214,000 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เผยต่อว่า จากการสอบสวนยังทราบอีกว่า เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นายธงชัย ผณินทร หรือธง ผู้สั่งการอยู่ระหว่างติดตามจับกุมที่อาศัยหลบหนีอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้ให้นายนิพัฒน์ ไปรับยาจำนวนประมาณ 2,2000,000 เม็ด นำมาเก็บไว้ที่บ้านเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า และเคยรับยาบ้ามาจากนายนายธงชัย 4 ครั้ง รวมยาบ้าประมาณ 5,800,000 เม็ด จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30730</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, จับยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, สภ.บ้านหมอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c80a4147cfe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
