<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนมุมคาบ้าน! ตร.บุกรวบหนุ่มวัย 24 แก้ข้อมูลใส่ร้าย &#039;หมอยง&#039; ในวิกิพีเดีย-เพจดังแชร์ต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีนายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ ได้มอบอำนาจให้นางโศรยา ประสิทธิ์สมสกุล มาพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา แจ้งว่าได้ตรวจพบว่ามีบุคคลไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด แก้ไข้เพิ่มเติมข้อมูลของนายแพทย์ยง&amp;nbsp;บนเว็บไซต์วิกิพีเดีย (wikipedia) ว่า &amp;quot;เป็นเชลล์ขาย Sinovac ให้กับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; อีกทั้งยังปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ตามเพจต่างๆ ของเฟสบุ๊ก เช่น Dram-addict ฯลฯ ว่ามีการนำข้อมูลที่เป็นเท็จมาเผยแพร่ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งมีบุคคลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับนายแพทย์ยง นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้&amp;nbsp;กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. จึงได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ดำเนินการ สืบสวน ติดตาม ผู้ที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวน ตรวจสอบ วิเคราะห์ หาตัวผู้กระทำความผิดจากข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ ปรากฏพบข้อมูลของผู้ที่ก่อเหตุภายในบ้านพักอาศัยของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ (13 ก.ค.64) เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.1 จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นบ้านพักอาศัยหลังดังกล่าว พบโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการก่อเหตุและผู้ที่ก่อเหตุ เป็นชาย อายุ 24 ปี ทราบว่าเพิ่งจบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ยังไม่ประกอบอาชีพ ใช้เวลาว่างทำเพลงใต้ดินลงยูทูบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการกระทำดังกล่าวของผู้ก่อเหตุ ที่เข้าไปแก้ไขข้อมูล เป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และยังเป็นการได้กระทำการโดยโฆษณา เข้าข่ายความผิดฐาน &amp;ldquo;หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา&amp;rdquo; ตาม ป.อาญา ม.328 และ อาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หรือไม่ คงจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงได้ดำเนินการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือที่ก่อเหตุ เพื่อ นำไปตรวจวิเคราะห์ ทานิติวิทยาศาสตร์และกระบวนการพิสูจน์ทางเทคโนโลยี ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประชาสัมพันธ์ ไปยังพี่น้องประชาชนให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร และขอให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่สร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับทั้งตนเองและสังคม หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1441 ได้ในวัน เวลาราชการ และหมายเลขโทรศัพท์ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109582</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, วัคซีนซิโนแวค, วิกิพีเดีย, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed77c60f6e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;สั่งเอาจริง!จัดหนักบูลลี่ทางโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเด็กหญิงถูกเพื่อนบูลลี่สีผิวว่าดำในสื่อออนไลน์ ว่าการใช้เเพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ ในปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้ว ซึ่งหากใช้อย่างถูกต้องก็จะก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ในทางกลับกันหากใช้ในทางไม่ถูกต้องก็จะก่อให้เกิดผลร้ายตามมามากเช่นกัน อย่างการระรานทางไซเบอร์ หรือ Cyberbullying หมายถึง การกลั่นแกล้ง การให้ร้าย การด่าว่า การข่มเหง หรือการรังแกผู้อื่นทางสื่อสังคมต่างๆ เช่น Facebook, Twitter เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) นอกจากจะส่งผลร้ายในด้านของจิตใจและอาจส่งผลต่อร่างกายของผู้ที่ถูกกระทำแล้ว ในทางกฎหมายอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนทั่วไปสามารถเห็นหรือเข้าถึงข้อความดังกล่าวได้อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญ และตระหนักถึงภัยจากอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีในการกระทำความผิดมาโดยตลอด จึงได้สั่งการ บช.สอท.เร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ได้สนองนโยบายดังกล่าว และสร้างการรับรู้ถึงพิษภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมกับแนวทางการป้องกันให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ขอฝากแนวทางการป้องกัน การระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ เก็บข้อมูลส่วนตัวของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์, ผู้ปกครองต้องคอยสอดส่องพฤติกรรม ให้คำแนะนำในการใช้สื่อออนไลน์แก่บุตรหลาน และควรสร้างความสัมพันธ์อันดี เพื่อให้บุตรหลานไว้วางใจ เมื่อมีปัญหาจะได้กล้าขอคําปรึกษา นอกจากนี้ยังฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนทุกคนให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีสติ หากพบเห็นการ Cyberbullying ก็อย่าแชร์ต่อ อย่าคอมเมนต์ อย่าไปยุ่งเกี่ยวไม่ว่าจะทางใด เพื่อให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันปัญหาและทำให้สังคมออนไลน์เป็นสังคมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91851</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, บช.สอท., ผบ.ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รองโฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a31f08be4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขาหื่นวิตถารเตรียมซวย!ตร.ชี้คนดูคลิปโป้เด็กผิดกม.ด้วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) แถลงถึงแนวทางการป้องกันจากกรณีมีการจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่สื่อลามกบนโลกออนไลน์ และการใช้อินเทอร์เน็ตในการซื้อขายทางลามกอนาจาร ว่าในการจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับการนำภาพของผู้เสียหายมาข่มขู่เพื่อเรียกเอาทรัพย์, การล่อลวงให้เด็กและเยาวชนกระทำลามกอนาจาร และการเผยแพร่สื่อลามกบนโลกออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีผู้เสียหายในคดีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงอยากฝากข้อคิดไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ต่างๆ ขอให้ใช้วิจารณญาณในการใช้สื่อออนไลน์ให้มาก เพราะท่านเองอาจจะตกเป็นเหยื่อ หรืออาจจะเป็นผู้สนับสนุนการเผยแพร่สื่อลามกโดยไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดีย รวมถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ ว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวข้างต้นเข้า ข่ายความผิดฐาน พยายามรีดเอาทรัพย์ฯ &amp;nbsp;มาตรา 338 , ทําผลิต มีไว้ นําเข้าหรือส่งออก หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กด้วยวิธีใดๆ การค้า การแจกจ่าย การแสดงหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้า สื่อลามกอนาจารเด็กฯ มาตรา &amp;nbsp;287/2, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ ที่มีลักษณะลามกฯ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 , บังคับขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรฯ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 26, โฆษณาหรือรับโฆษณา ชักชวน เรียกร้องเพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่นฯ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี มาตรา 7 หรืออาจจะมีความผิดอื่นๆเพิ่มเติมอีก ส่วนคนดู โดยเฉพาะพวกที่สมัครเป็นสมาชิกเพื่อเข้าไปดูภาพลามกเด็กดังกล่าว อาจจะเป็นความผิดตาม มาตรา 287/1 ฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศของตนเองและผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการไปยัง พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ให้ทาง บช.สอท. เร่งรัดปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิดบนโลกออกไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เนื่องจากเป็นนโยบายที่ทาง ผบ.ตร. และรัฐบาลให้ความสำคัญ รวมถึงให้สร้างการรับรู้ถึงพิษภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมกับแนวทางการป้องกันให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงแนวทางการป้องกันการขู่กรรโชกทางเพศ(Sextortion) ดังนี้ 1. ระมัดระวังเมื่อจะเลือกรับเพื่อนจากโลกออนไลน์ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ ถึงแม้ปรากฏว่าเป็นเพื่อนของเพื่อน ก็ควรตรวจสอบว่าเป็นเพื่อนกันจริง ๆ หรือไม่ &amp;nbsp;2.การพูดคุย ส่งรูป หรือการไลฟ์สด ควรคิดให้รอบคอบ ไม่ควรส่งภาพส่วนตัวให้ใครดูทางออนไลน์ และไม่ควรหลงเชื่อการชวนให้ทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจถูกนำคลิปหรือรูปภาพส่วนตัวไปใช้ในการขู่กรรโชกเอาทรัพย์ได้ ซึ่งคนร้ายมักออกอุบายให้เหยื่อที่เป็นเด็กมาถ่ายภาพเพื่อเป็นนางแบบ หรือ ให้ส่งภาพเปลือยหน้าอกผ่านทางออนไลน์เพื่อแลกกับค่าตอบแทน แล้วใช้ภาพดังกล่าวในการข่มขู่ให้ถ่ายคลิปลามกเพิ่มเติม และ 3.หากตกเป็นเหยื่อแล้ว ไม่ควรส่งเงินหรือทำตามที่มิจฉาชีพบังคับให้ทำ เพราะจะยิ่งทำให้มิจฉาชีพได้เครื่องมือในการขู่กรรโชกเพิ่มขึ้นไปอีก โดยในเบื้องต้นควรรายงานการละเมิดนโยบายของผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ที่คนร้ายใช้เพื่อระงับบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของคนร้าย &amp;nbsp;เก็บรวบรวมข้อมูลการขู่กรรโชก และรายละเอียดของคนที่ขู่กรรโชกเราไว้เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ผู้ปกครองเองควรใส่ใจบุตรหลานรวมถึงให้คำแนะนำและควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียหรือสื่อออนไลน์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้บุตรหลานมีทัศนคติในการใช้สื่อออนไลน์ที่ถูกต้อง, &amp;nbsp;รู้จักการเลือกรับสื่อออนไลน์ที่เหมาะสม, &amp;nbsp; เข้าใจถึงพิษภัยที่มีบนโลกออนไลน์และหลีกเลี่ยงป้องกันได้อย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91145</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, คลิปเด็ก, บช.สอท., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_6010d9a0e76f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;ตั้ง11นายตำรวจรักษาราชการกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 471/2563 ลงวันที่ 15 ก.ย.2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน ใจความว่า ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2563 จัดตั้งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2563 เป็นต้นไป และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่น ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ฉบับที่17) พ.ศ.2563 ประกอบกับ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2563 มีมติให้ความเห็นชอบ การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับผู้บังคับการ ถึงผู้บัญชาการในสังกัด บช.สอท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72 (2) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2559 ลงวันที่ 5 ก.พ.2559 ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนในตำแหน่งต่างๆ จำนวน 11 ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จเรตำรวจ (สบ.8) รักษาราชการแทน ผบช.สอท. 2.พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รองผบช.สตม. รักษาราชการแทน รอง ผบช.สอท. 3.พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รองผบช.ภ.6 รักษาราชการแทน รอง ผบช.สอท. 4.พล.ต.ต.มณเทียร พันธ์อิ่ม ผบก.กองมาตรฐานวินัย รักษาราชการแทน รอง ผบช.สอท.&amp;nbsp;5.พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สส.ภ.6. รักษาราชการแทน ผบก.สอท.2 6.พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผบก.ประจำ บช.น. รักษาราชการแทน ผบก.สอท. 1 7.พ.ต.อ.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รองผบก. กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 รักษาราชการแทน ผบก.สอท.5 8.พ.ต.อ.ชัยพงศ์ ทรงผลนภจร รองผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู รักษาราชการแทน ผบก.อก.สอท.9.พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผบก.ภ.จ.ชลบุรี รักษาราชการแทน ผบก.สอท.4 10.พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผบก.กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี รักษาราชการแทนผบก.บก.ตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ 11.พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์รักษาราชการแทน ผบก.สอท.3
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, บช.สอท., ผบ.ตร., ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, รักษาราชการแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61a65349d57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
