<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.น.-ภ.7 ตั้งคกก.สอบปืนหลวง 18 กระบอก ถูกแก๊งค้าอาวุธเถื่อนโพสต์ขายออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.64 - มีรายงานความคืบหน้ากรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนออนไลน์หลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ราชบุรี สงขลา พร้อมด้วยผู้ต้องหาหลายราย ยึดอาวุธปืนยาวปืนสั้น จำนวน 154 กระบอก ระเบิด 14 ลูก และเครื่องกระสุน อุปกรณ์ยุทภัณฑ์จำนวนมาก พบว่าเครือข่ายค้าปืนเถื่อนออนไลน์มีเงินหมุนเวียนกว่าร้อยล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเจ้าหน้าที่กองปราบ นำอาวุธปืนทั้งหมดที่ยึดได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบพบว่าปืนสั้น ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ซิกซาวเออร์ และกล็อก จำนวน 18 กระบอก มีสัญลักษณ์ตราโล่ติดอยู่และทราบว่าเป็นปืนหลวงที่เบิกมาใช้ในราชการ โดยจำแนกเป็นปืนจาก สน.บางเสาธง 1 กระบอก ,สน.ธรรมศาสา 5 กระบอก ,สน.หลักสอง 5 กระบอก ,กก.สส.ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม 2 กระบอก ,สภ.พุทธมณฑล จว.นครปฐม 2 กระบอก ,สภ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร 1 กระบอก ,สภ.โคกขาม จว.สมุทรสาคร 1 กระบอก ,ส่วนอีก 1 กระบอกที่เหลือ อยู่ระหว่างตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากแนวทางสืบสวนเชื่อว่าปืนหลวงทั้ง 18 กระบอก ที่อยู่ในความครอบครองของเครือข่ายค้าอาวุธ เกิดจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายแอบนำปืนหลวงที่เบิกออกมาไปจำนำกับนายทุนที่อยู่ในเครือข่ายดังกล่าวเป็นก่อนถูกกองปราบบุกจับกุม ล่าสุด บช.น.และ บช.ภ.7 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบเจ้าหน้าที่กระทำความผิดจริงจะถูกดำเนินการทางวินัยร้ายแรงโทษถึงให้ออกจากราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106359</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c739c4b7c83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบรวบ&#039;เด่นภูมิ&#039;โมเดลลิ่งเก๊ลวงสาวพริตตี้ข่มขืน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64-พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. นำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสจนสามารถจับกุม นายเด่นภูมิ วัฒนโชติภิญโญ หรือโจอี้ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาและศาลอาญาธนบุรี รวมจำนวน 3 หมายจับ ในข้อหา &amp;quot;ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดๆ หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกายเสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หลังหลอกเป็นโมเดลลิ่ ลวงสาวพริตตี้ไปก่อเหตุข่มขืนในหลายพื้นที่ &amp;nbsp;จนมีผู้ตกเป็นเหยื่อแสดงตัวออกมาแจ้งความแล้ว 36 ราย กระทั่งชุดคลี่คลายคดีกองปราบปรามสืบทราบว่า นายเด่นภูมิ ได้หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่คอนโดฯ โยธินเพลส ซอยเพิ่มสิน 20 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. จึงได้วางกำลังปิดล้อมตึก บุกเข้าจับกุมตัวเอาไว้ได้ขณะกำลังจะหลบหนีลงทางบันไดหนีไฟ ก่อนนำตัวกบับมาสอบสวนที่กองปราบปราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพล.ต.ต.จิรภพ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. ได้นำตัวนายเด่นภูมิ มาสอบสวนโดยให้สวมใส่ขุด พีพีอี ป้องกันโควิท-19 ก่อนจะร่วมกันแถลงผลจับกุมครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายเด่นภูมิ &amp;nbsp;ได้มีพฤติการณ์อ้างตัวเป็นโมเดลลิ่ง และ เป็นเสี่ยมีฐานะ ล่อลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นกลุ่มสาวพริตตี้ โดยทำทีติดต่อจ้างงานเอนเตอร์เทนชงเหล้าให้กับลูกค้าที่ห้องพักตามโรงแรมต่างๆ แต่เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเดินทางมาถึงกลับใช้อาวุธมีดจี้บังคับให้เสพยาก่อนใช้กำลังบังคับข่มขืน ชิงทรัพย์ &amp;nbsp;พร้อมกับถ่ายคลิปวิดีโอขณะข่มขืนไว้แบล็คเมล์ ที่ผ่านมามีเหยื้อสาวหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อนับ 10 ราย &amp;nbsp;กระจายเข้าแจ้งความตามท้องที่ต่างๆ อาทิ สน.บวรมงคล สน.บางขุนทียน สน.ประชาชื่น จนมีการออกหมายจับดังกล่าว และกำลังจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 3 หมายจับตามมา ทั้งนี้ภายหลังทราบเรื่องจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกองปราบ นำกำลังลงพื้นที่สืบสวนร่วมกับตำรวจท้องที่ จนกระทั่งทราบว่าภายหลังก่อเหตุนายเด่นภูมิ ได้หนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ย่านสายไหม จึงนำกำลังเข้าติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายเด่นภูมิ ให้การปฏิเสธ อ้างว่าผู้เสียหายสมยอม ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่ายังมีหมายจับข่มขืน ลักษณะเดียวกัน ในพื้นที่ สภ.ปักธงชัย ปี 2561 ติดตัวอีก 1 คดี รวมทั้งที่ผ่านมายังเคยถูกจับกุมข้อหาชิงทรัพย์ ข้อหายาเสพติด และครอบครองอาวุธปืน จำคุกจนออกมาเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ก่อนจะมาก่อเหตุดังกล่าว ส่วนที่ว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากนั้น น่าจะเป็น ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะถูกจับกุมในคดียาเสพติด เมื่อพ้นโทษออกมาเมื่อ 6 เมษายนที่ผ่านมา จึงมาเริ่มก่อเหตุอีกครั้ง จนเมื่อเหยื่อหญิงสาวต่างๆ เห็นพฤติดรรมที่เป็นข่าวของผู้ต้องหาจึงกล้าทยอยเข้าให้ข้อมูลรวมทั้งแจ้งความ จนทำให้มีผู้เสียหายดูเป็นจำนวนมาก แต่ที่แจ้งความดำเนินคดีตอนนี้และออกหมายจับมีอยู่ 3 หมาย และกำลังแจ้งความอีก 3 รายในท้องที่สน.บวรมงคล ขณะนี้กองปราบปรามได้ร่วมกับตำรวจนครบาล กำลังดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยหลังจากนี้จะนำตัวส่งให้ พรักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าจากแนวทางสืบสวนพบว่า นายเด่นภูมิ ชีวิตเคยมีปัญหาเรื่องครอบครัว เป็นเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ &amp;nbsp;ใช้ชีวิตอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ก่อนจะมีพ่อแม่บุญธรรมมารับไปอุปการะตั้งแต่อายุ 3 เดือน ส่งเสียเลี้ยงดูจนจบมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ต่อมากลับมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนผันตัวมาทำงานเป็นพนักงานเชียร์แขกตามสถานบริการต่างๆ จนทำให้รู้จักจุดอ่อน หรือ วิธีหลอกผู้หญิง รวมถึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะไม่ถูกแจ้งความดำเนินคดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102564</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, ลวงสาวพริตตี้, เด่นภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a7887c249a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบฯเตือนโอนสิทธิ์&#039;เราชนะ&#039;เท่ากับ&#039;ฉ้อโกง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 2564 เพจกองปราบปราม โพสต์เตือนภัยเราชนะ &amp;nbsp;โดยระบุว่า &amp;nbsp;โครงการ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; เป็นโครงการที่รัฐบาลจัดทำขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้วยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งโครงการนี้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จากโครงการ จำนวน 31.1 ล้าน คน จะได้รับเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ เป็นระยะเวลา 2 เดือน สำหรับ ม.ค.-ก.พ. 2564 รวมเป็นเงินทั้งหมด 7,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ตามโครงการ ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ทำให้สิทธิที่ท่านได้รับจากโครงการนั้นเป็นสิทธิ์จำเพาะบุคคล ไม่สามารถโอน แลกเปลี่ยนหรือมอบให้กับผู้อื่นได้ เช่นเดียวกับโครงการ &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
ทางกองปราบปราม จึงขอประชาสัมพันธ์ว่า สิทธิ์ตามโครงการ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; นั้น ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ทั้งนี้ผู้ที่รับซื้อสิทธิ์ และผู้ที่ขายสิทธิ์ อาจมีความผิดฐาน &amp;quot;ฉ้อโกง&amp;quot; และหากเป็นการกระทำผิดผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ไม่มี สมาร์ทโฟน สามารถนำบัตรประชาชน แบบ Smart Card ไปลงทะเบียนโครงการ &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; ผ่าน ธนาคารของรัฐ ประกอบด้วย ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน และ ธ.ก.ส. ทุกสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ลดความแออัด ให้ประชาชนที่มีสิทธิสามารถร่วมโครงการเราชนะได้ทั่วถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93720</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, ฉ้อโกง, เราชนะ, โอนสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_6031d761add8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบลุยจับผีพนันทั่วกรุงรวบผู้ต้องหา 22 รายยึดไพ่-ลูกเต๋าไฮโลอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.64-พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(รองผบช.ก.) ในฐานะหัวหน้าคณะทํางานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทําความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บกป. เร่งสืบสวนจับกุมกวาดล้างผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันตามพื้นที่ต่างๆ จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 5 คดี รวมผู้ต้องหา 22 ราย ยึดของกลาง อาทิ ไพ่กว่า 20 สำรับ ,ลูกเต๋า,อุปกรณ์สำหรับการเล่นไฮโล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า การกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีแหล่งมั่วสุมหรือพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงนี้ จึงสั่งการให้ตำรวจในสังกัดกระจายกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส เข้าตรวจสอบสถานที่สุ่มเสี่ยงต่างๆที่เชื่อว่าจะมีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล &amp;nbsp;อาทิ ย่านบางพลัด, นครไชยศรี &amp;nbsp;ปทุมวัน ชุมชนแปดสิบห้อง และซอยริมทางรถไฟ 3 แขวงบางยี่เรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหา 22 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ส่วนใหญ่จะลักลอบเล่นไฮโลและไพ่รัมมี่ ทั้งนี้ได้ให้ตรวจสอบทุกพื้นที่ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นนำตัวผู้กระทำผิดและของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามท้องที่ต่างๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89381</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, จับบ่อนพนัน, ระดมกวาดล้าง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffae4d868f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สว.สมชาย&#039;สะกิด&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;ส่งกองปราบไขปมพยานคดีบอสเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63-นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;ขอบคุณนายกลุงตู่ที่เด็ดขาดสั่งการผบ.ตร.อายัดศพพยานปากเอกตายอย่างมีเงื่อนงำ จากนี้ควรให้ตร.กองปราบเข้าควบคุมคดีตรวจพยานหลักฐานจยย.กล้องวงจรปิดมือถือทันที&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73199</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, นายสมชาย แสวงการ, ผบ.ตร., พยานคดีกระทิงแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed79b4768eee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบฯ ฝากขังแก๊งค้าปืนเถื่อน &#039;บันไรกัน&#039; ศาลให้ประกันตัวคนละ 3 แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองปราบปราม พร้อมกำลังได้คุมตัวนายปริญญา เอี่ยมละมัย อายุ 38 ปี, นายพัฒนะ การะเกตุ อายุ 37 ปี, นายเทพพร แก้วพระอินทร์ อายุ 31 ปี, นายสมยศ อยู่เจริญ อายุ 22 ปี, นายวรายุ กะลำพา อายุ 30 ปี, นายศรศักดิ์ นาระหัส อายุ 32 ปี, นายสิธร ศรีใส อายุ 27 ปี, นายวรวุฒิ พิมพ์สา อายุ 29 ปี และนายธนพัฒน์ ค้องรัมย์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-9 คดีค้าปืนเถื่อนออนไลน์ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้ เนื่องจากยังต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 20 ปาก รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรผู้ต้องหา รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันสร้างเพจ &amp;quot;บันไรกัน เอฟซี.&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;7 ไก่จ๋ามาแว้ว&amp;quot; ทางชาแนลยูทูปและแอพพลิเคชันไลน์ เพื่อจำหน่ายอาวุธปืนเถื่อน เครื่องกระสุน&amp;nbsp; และเครื่องระเบิด มีแอดมินหลัก 5 คน คือผู้ต้องหาที่ 1-4 และ 6 คอยดูแล โดยนายปริญญา ผู้ต้องหาที่ 1 จะมีหน้าที่รีวิว แนะนำ และสาธิตการใช้อาวุธปืนให้แก่สมาชิกและผู้สนใจ ส่วนแอดมินอื่นจะช่วยกันติดต่อดูแลการรับโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของลูกค้า ส่วนนายศรศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ 6 มีหน้าที่ปล่อยกู้เงินและการผ่อนชำระเงินของลูกค้าเพื่อใช้ซื้อสินค้า โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะขายอาวุธปืนไม่มีทะเบียนหลากหลายชนิด อาทิ ปืนยาวอัดลมแบบบีบีกัน กระบอกละ 10,000 บาท, ปืนไทยประดิษฐ์แบบหักลำกล้อง กระบอกละ 7,500 บาท, ปืนไทยประดิษฐ์แบบลูกโม่ขนาด .32 และ .38 กระบอกละ 10,000 บาท, ปืนบาเร็ตต้า กระบอกละ 26,000-28,000 บาท และระเบิดที่ใช้ในสงคราม ลูกละ 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้สืบสวน และติดต่อล่อซื้อสินค้าจากลุ่มผู้ต้องหา และขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา โดยชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบปราม ได้ร่วมกันติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางหลายรายการ อาทิ ปืนไทยประดิษฐ์ไม่มีทะเบียน รวม 11 กระบอก สิ่งเทียมอาวุธ อุปกรณ์ส่วนควบ 30 รายการ กระสุน 600 นัด ส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันทำและมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีและจำหน่ายอาวุธปืนให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อหรือมีและใช้อาวุธปืน และกระทำการเป็นอั้งยี่ ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาที่ 1-4 และ 6 รับสารภาพ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีมีการกระทำเป็นเครือข่าย หากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาญาติของผู้ต้องหาทั้งหมดได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัวระหว่างฝากขัง ศาลพิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้งหมดประกันตัวไป โดยตีราคาประกันคนละ 3 แสนบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69220</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, ศาลอาญา, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9b219c7c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้การฯกองปราบ&#039;เผย&#039;แม่ปุ๊ก&#039;รับสารภาพคดีฉ้อโกงปัดวางยาฆ่าลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.63-ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.4 บก.ป.และ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป. ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีตำรวจ กก.4 บก.ป.จับกุม น.ส.นิษฐา วงวาล หรือ แม่ปุ๊ก ในข้อหา &amp;ldquo;รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน&amp;rdquo; ที่ก่อเหตุหลอกลวงชาวเน็ตให้สั่งซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊กโดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปรักษาน้องอมยิ้ม อายุ 4 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคประหลาดก่อนจะเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2562 ต่อมา แม่ปุ๊กอ้างว่าน้องอิ่มบุญ อายุ 2 ขวบ น้องชายคนเล็กได้ป่วยแบบเดียวกัน แต่เมื่อแพทย์ตรวจสอบอาการเด็กแล้วพบพิรุธว่าเด็กอาจถูกสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายร่างกาย ขณะที่ตัวแม่ปุ๊กกลับได้เงินช่วยเหลือไปร่วม 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ กล่าวว่า คดีนี้ในส่วนของกองปราบเริ่มจากกรณีที่แม่เอม ซึ่งเป็นแม่จริงๆ ของน้องอมยิ้ม ที่เสียชีวิตไปแล้ว โดนหมายเรียกในคดีที่หลอกขายสินค้าออนไลน์ เจ้าตัวจึงเข้ามาชี้แจงว่าถูกแม่ปุ๊ก นำเอกสารส่วนตัวไปใช้เปิดบัญชีโดยอ้างว่าจะนำไปทำประกันสุขภาพให้ลูกๆ ตัวเองจึงหลงเชื่อ ต่อมาตำรวจได้สืบสวนเส้นทางการเงินจนพบว่าบัญชีในชื่อแม่เอม เกี่ยวข้องกับการรับบริจาคเงินให้น้องอมยิ้มและอิ่มบุญ เมื่อขยายผลพบว่ามีผู้เสียหายสั่งซื้อของกับแม่ปุ๊กแล้วไม่ได้รับสินค้าจำนวนมากได้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับจนกลายเป็นที่มาของการจับกุมครั้งนี้ ซึ่งเงินที่หมุนเวียนในบัญชีดังกล่าวรวม 5 ฉบับ เป็นชื่อของแม่เอม 3 ฉบับ ที่แม่ปุ๊กไปเปิดบัญชีเอง และเป็นบัญชีของแม่ปุ๊ก 2 ฉบับ รวมยอดเงินกว่า 15-20 ล้านบาท แต่ยังไม่พบหลักฐานเงินบริจาคว่าเชื่อมโยงไปถึงแม่เอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.ท.ณัฐพงษ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ข้อมูลทางการแพทย์ ระบุว่าโรคประหลาดที่แม่ปุ๊กอ้างว่าลูกทั้งสองนั้นป่วยไม่มีอยู่จริง ส่วนอาการเจ็บป่วยของเด็กซึ่งมีร่องรอยแผลไหม้ที่ปากนั้น ชัดเจนว่าเป็นการรับสารพิษเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานเข้าไป ไม่ใช่โรคทางพันธุกรรมตามคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ซึ่งแพทย์ยืนยันข้อเท็จจริงมาแล้ว โดยในวันที่จับกุมผู้ต้องหา ตำรวจได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านและพบสารเคมีเป็นของเหลวต้องสงสัยบางอย่างซึ่งกำลังส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นสารที่ออกฤทธิ์ตรงกับที่แพทย์ให้ข้อมูลเรื่องอาการของเด็กหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย แต่ยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง และหากมีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ว่า น.ส.นิษฐา เคยเรียนเภสัชกรซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการนำสารเคมีมาใช้หรือไม่ก็นับเป็นข้อมูลสำคัญที่กำลังสืบสวนอยู่ ทั้งนี้พบว่ายอดเงินบริจาคที่ได้รับไม่สอดคล้องกับค่ารักษาอาการเด็กอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะอาจมีการใช้สิทธิ์เบิกประกันอย่างไรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการที่แม่เอม ยกน้องอมยิ้มให้แม่ปุ๊กรับไปดูแลนั้น เพราะเจ้าตัวไม่พร้อมจะมีบุตร โดยไปรู้จักกันผ่านโซเชียลเท่านั้น ซึ่งแม่ปุ๊กอ้างว่าจบเภสัชกรแม่เอมจึงเชื่อว่าเด็กจะมีอนาคตที่ดีกว่า ทั้งนี้ ฝากว่าการมีบุตรในสภาพไม่พร้อมนั้น ยังมีหน่วยงานรัฐที่พร้อมให้การช่วยเหลือ การนำบุตรไปยกให้คนอื่นเองอาจไม่ปลอดภัยต่อสวัสดิภาพของเด็กอย่างที่ควรจะเป็นและกลายเป็นบ่อเกิดปัญหาสังคม ขอเตือนด้วยว่า การให้เอกสารส่วนตัวกับคนอื่นนั้นไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ และฝากประชาชนที่ได้รู้เห็นพฤติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้องอิ่มบุญน้องอมยิ้ม ขอให้ติดต่อ กก.4 บก.ป.เพื่อให้ข้อมูลประกอบการทำคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ระบุว่า ขณะนี้ผู้ต้องหารับสารภาพเฉพาะคดีฉ้อโกงประชาชน ที่มีพฤติกรรมหลอกลวงให้มาคนบริจาค ส่วนข้อหาอื่นๆ เช่น ทำร้ายร่างกาย พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาค้ามนุษย์ นั้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม คาดว่าจะส่งสำนวนสั่งฟ้องได้ภายใน1เดือน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66780</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบปราม, คดีแม่ปุ๊ก, ตำรวจ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca1ed2a70d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
