<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กเลย กอนช. เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นตลิ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 2564 ประกาศ กอนช. ฉบับ 22 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 11 &amp;ndash; 16 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉบับที่ 22/2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง &amp;nbsp;เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ และน้ำล้นตลิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 13 เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;พายุโซนร้อน&amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน คาดว่าเคลื่อนลงสู่อ่าวตังเกี๋ยและขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 10 - 11 ตุลาคม 2564 และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับต่อไป ซึ่งจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันเวลาดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น ทางตอนบนของภาค ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีกำลังแรง ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากแผนที่ฝนคาดการณ์ (ONE MAP) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี พบว่าในช่วงวันที่ 11 &amp;ndash; 16 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;มีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดสกลนคร และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด และสระแก้ว ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ภาคใต้ จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80%
และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ (จังหวัดพิษณุโลก ลำปาง สุโขทัย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดชัยภูมิ มหาสารคาม ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ อุดรธานี มุกดาหาร ยโสธร เลย บึงกาฬ นครพนม กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู และสกลนคร) ภาคตะวันออก (จังหวัดระยอง นครนายก ปราจีนบุรี ตราด สระแก้ว จันทบุรี และชลบุรี) ภาคกลาง (จังหวัดลพบุรี และสระบุรี) ภาตตะวันตก (จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์) และภาคใต้ (จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต ระนอง และสุราษฎร์ธานี) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นล้นตลิ่ง และท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1 ภาคเหนือ บริเวณแม่น้ำน่าน อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร แม่น้ำยม อำเภอสามง่าม และอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำชี อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย&amp;nbsp;
และอำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด&amp;nbsp;
และอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร แม่น้ำมูล อำเภอประโคนชัย อำเภอสตึก และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอชุมพลบุรี และอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ และอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.3 ภาคกลาง บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง และอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี แม่น้ำลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี แม่น้ำท่าจีน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เฝ้าระวังแม่น้ำโขง บริเวณจังหวัดเชียงรายจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้น
ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 หรือเกณฑ์ควบคุมสูงสุด (Upper Rule Curve) ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาบริหารจัดการ
เขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ
เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ&amp;nbsp;
และติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วม ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, ดินถล่ม, น้ำล้นตลิ่ง, น้ำล้นอ่างเก็บน้ำ, น้ำหลาก, แจ้งเตือนพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61624a2c53a5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอนช. จับตาสถานการณ์ลุ่มน้ำมูล เตือน 5 จังหวัดอีสานรับมือน้ำเอ่อล้นตลิ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศ กอนช. ฉบับที่ 20/2564 เรื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำมูล ระบุว่าคาดการณ์มวลน้ำสูงสุดผ่าน จ.อุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 16 - 20 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ในช่วงวันที่ 7-11 ตุลาคม 2564 รวมทั้งพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 10 - 11 ตุลาคม 2564 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้คาดการณ์ปริมาณฝนตก (ONE MAP) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และประเมินมวลน้ำหลากสูงสุดจากลำตะคอง ลำจักราช จังหวัดนครราชสีมา และลำน้ำสาขาลุ่มน้ำมูลตอนบนคาดการณ์มวลน้ำสูงสุดจะไหลผ่านจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 8 - 11 ตุลาคม 2564 ส่งผลให้แม่น้ำมูลมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 0.50 &amp;ndash; 1.00 เมตร โดยมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำมูล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอสตึก
2.จังหวัดสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม และอำเภอรัตนบุรี
3.จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอโพนทราย และอำเภอสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
4.จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ อำเภอบึงบูรพ์ อำเภอยางชุมน้อย อำเภอราษีไศล อำเภอศิลาลาด อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอกันทรารมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับมีมวลน้ำหลากจากแม่น้ำชี จะไหลมารวมกับแม่น้ำมูลที่จังหวัดอุบลราชธานี และไหลลงแม่น้ำโขงตามลำดับ คาดการณ์ว่ามวลน้ำสูงสุดจะไหลผ่านจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 16 - 20 ตุลาคม 2564 โดยมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำมูล บริเวณอำเภอเขื่องใน อำเภอเมือง อำเภอดอนมดแดง อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอวารินชำราบ และอำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จุดเสี่ยงและพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำชี แม่น้ำมูล และลำน้ำสาขา ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆในลุ่มน้ำ ปรับแผนการบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำ ประตูระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำ บริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ และบริหารจัดจราจรน้ำในแม่น้ำชีและมูล เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเพื่อรองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือรวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที และให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119022</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., แม่น้ำมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615e53a29a519.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอนช. จับตา เขื่อนแก่งกระจาน-ปราณบุรี-ห้วยไทรงาม เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง ช่วง 6-10 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ออกประกาศฉบับที่ 18 เรื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก และปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระบุว่า จากการคาดหมายสภาพอากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 9 ตุลาคม 2564 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จะเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้คาดการณ์ปริมาณฝนตก (ONE MAP) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ของกรมทรัพยากรธรณี พบว่าในช่วงวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564 มีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม บริเวณในพื้นที่ อำเภอแก่งกระจาน อำเภอบ้านลาด อำเภอท่ายาง อำเภอเมือง และอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย อำเภอเมือง อำเภอสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอท่าแซะ อำภอปะทิว จังหวัดชุมพร และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำเภอเมือง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นล้นทางระบายน้ำล้น ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอ่างเก็บน้ำปราณบุรี อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙๐ มิลลิเมตร ในช่วงเวลา ๒๔ ชั่วโมง บริเวณพื้นที่จุดเสี่ยงและพื้นที่ที่ยังคงสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 หรือเกณฑ์ควบคุมสูงสุด (Upper Rule Curve) ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำ และเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ สำหรับคลองชายทะเลให้พร่องน้ำ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ และติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วม ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118767</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615b061dbd7ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์’กอนช.’เตือน6จว.28อ.ระวังแม่น้ำชีล้นตลิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64- กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 4 ต.ค.64 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นทั่วประเทศ แม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ยกเว้นภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริมาณน้ำทั้งประเทศ 55,048 ล้าน ลบ.ม. (67%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 48,635 ล้าน ลบ.ม. (68%) เฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก จำนวน 16 แห่ง (บึงบอระเพ็ด อ่างฯ แม่มอก อ่างฯ แควน้อยบำรุงแดน อ่างฯ ทับเสลา อ่างฯป่าสักชลสิทธิ์ อ่างฯกระเสียว อ่างฯ จุฬาภรณ์ อ่างฯ อุบลรัตน์ อ่างฯ ลำตะคอง อ่างฯ ลำพระเพลิง อ่างฯ มูลบน อ่างฯ ลำแซะ อ่างฯ ลำนางรอง อ่างฯ ขุนด่านปราการชล อ่างฯ นฤบดินทรจินดา และอ่างฯ หนองปลาไหล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอนช. ติดตามสถานการณ์น้ำหลากบริเวณลุ่มน้ำชีตอนบน และน้ำท่วมขังในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งระดับน้ำที่เขื่อนชนบท จ.ขอนแก่น สูงกว่าตลิ่งในช่วงพื้นที่ลุ่มต่ำประมาณ 3.50 เมตร และล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำชี ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ประกอบกับระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น สูงเกินเกณฑ์ระดับน้ำควบคุมสูงสุด จึงจำเป็นต้องระบายน้ำลงลำน้ำพอง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นและล้นตลิ่ง กอนช. คาดการณ์พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งบริเวณแม่น้ำชีและลำน้ำสาขา ในช่วงวันที่ 4 &amp;ndash; 15&amp;nbsp; ต.ค. 64 ดังนี้ จ.ขอนแก่น อ.เมือง อ.โคกโพธิ์ชัย อ.มัญจาคีรี อ.แวงใหญ่ อ.แวงน้อย อ.ชนบท อ.บ้านไผ่ อ.บ้านแฮด และ อ.พระยืน &amp;nbsp;จ.มหาสารคาม อ.เมือง อ.โกสุมพิสัย และ อ.กันทรวิชัย จ.กาฬสินธุ์ อ.ฆ้องชัย อ.กมลาไสย และ อ.ร่องคำ จ.ร้อยเอ็ด อ.จังหาร อ.เชียงขวัญ อ.ธวัชบุรี อ.โพธิ์ชัย อ.เสลภูมิ อ.ทุ่งเขาหลวง อ.พนมไพร และ อ.อาจสามารถ จ.ยโสธร อ.เมือง อ.คำเขื่อนแก้ว อ.มหาชนะชัย และ อ.ค้อวัง &amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ อ.กันทรารมย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ ปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ โดยพร่องน้ำและบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ จัดจราจรน้ำในการสับหลีกการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำและเร่งระบายน้ำในแม่น้ำ รองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน ลดผลกระทบจากอุทกภัยและให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, ระบายน้ำ, เขื่อนอุบลรัตน์, แม่น้ำชี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a707eb2f44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กอนช.’เตือน6จว.อีสานเฝ้าระวังน้ำในลำน้ำชีล้นตลิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64-กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.)มีประกาศฉบับที่ 17 &amp;nbsp;เรื่อง&amp;rdquo;เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำ 6 จว. ริมน้ำชีล้นตลิ่ง ช่วง 4-15 ต.ค. นี้&amp;rdquo;ระบุว่า จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชัน &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; และแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 24 &amp;ndash; 25 กันยายน 2564 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในลุ่มน้ำชี โดยเฉพาะในลุ่มน้ำชีตอนบน บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งปริมาณน้ำสูงสุดได้เดินทางมาถึงเขื่อนชนบท อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ส่งผลให้ระดับน้ำที่เขื่อนชนบทสูงกว่าตลิ่งในช่วงพื้นที่ลุ่มต่ำประมาณ 3.50 เมตร และล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำชี ในเขตอำเภอโคกโพธิ์ชัย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น ประกอบกับระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น สูงเกินเกณฑ์ระดับน้ำควบคุมสูงสุด จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำลงลำน้ำพองและไหลไปรวมกับแม่น้ำชี ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำชีตอนกลางบริเวณอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม พบว่าเขื่อนมหาสารคาม อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม มีระดับน้ำ +147.58 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) สูงกว่าระดับเก็บกัก 0.78 เมตร (ระดับเก็บกัก +146.8 ม.รทก.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนมหาสารคาม 580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 5 เซนติเมตรต่อชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.50 &amp;ndash; 2 เมตร ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำชีในช่วงวันที่ 4 &amp;ndash; 15 ตุลาคม 2564 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จังหวัดขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอโคกโพธิ์ชัย อำเภอมัญจาคีรี อำเภอแวงใหญ่ อำเภอแวงน้อย อำเภอชนบท อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน 2. จังหวัดมหาสารคาม อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม 3. จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย และอำเภอร่องคำ 4. จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอจังหาร อำเภอเชียงขวัญ อำเภอธวัชบุรี อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอเสลภูมิ อำเภอทุ่งเขาหลวง อำเภอพนมไพร และอำเภออาจสามารถ 5. จังหวัดยโสธร อำเภอเมืองยโสธร อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอค้อวัง &amp;nbsp;6. จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอกันทรารมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้ 1. ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมในการอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ 2. ปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ โดยพร่องน้ำและบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ จัดจราจรน้ำในการสับหลีกการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ รองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน เพื่อลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยและให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว 3. เตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118655</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, ลำน้ำชี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6159aa3fda1b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กป้อม” มอบ สทนช. เร่งบูรณาการภาครัฐ – ประชาชนในพื้นที่  คลอดแผนแก้ความเค็มลุ่มน้ำแม่กลองจุดเชื่อมต่อทะเล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พลเอกประวิตร&amp;rdquo; ห่วงปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มลุ่มน้ำแม่กลองกระทบวิถีชีวิตประชาชน สั่ง สทนช. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ รับฟังแนวทางการแก้ปัญหาจากประชาชน - ภาคส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมเร่งศึกษาจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง ก่อนสรุปเสนอกรอบแนวทางแก้ปัญหาน้ำเค็มรุก 4 ลุ่มน้ำติดอ่าวไทยเสนอ กนช.ต้น ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยในโอกาสลงติดตามความก้าวหน้าแนวทางการแก้ไขปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย และความก้าวหน้าผลการศึกษาการจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง บริเวณประตูระบายน้ำบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ว่า ตามที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. มีความห่วงใยต่อปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม สั่งการให้ สทนช.เร่งบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำเค็ม น้ำท่วมและน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ที่สำคัญต้องเสนอแนวทางให้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และองค์กรผู้ใช้น้ำในระดับพื้นที่ ได้รับทราบเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงประกอบการตัดสินใจแก้ไขปัญหาร่วมกับภาครัฐที่เป็นหน่วยงานปฏิบัติหลักให้สามารถขับเคลื่อนนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจน รวมถึง สทนช.จะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวผนวกเพิ่มเติมกับการดำเนินโครงการศึกษาผังน้ำ เพื่อให้ครอบคลุมต่อแนวทางการบริหารจัดการน้ำในทุกมิติอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. พิจารณาในช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาลุ่มน้ำแม่กลองประสบปัญหาน้ำเค็มรุกจำนวน 5 ครั้ง ซึ่งกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดสรรน้ำจากเขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี เพื่อรักษาระบบนิเวศน์และป้องกันน้ำเค็มตลอดฤดูแล้งให้สัมพันธ์กับการขึ้นลงของน้ำทะเล ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์น้ำเค็มลุ่มน้ำแม่กลองอยู่ในภาวะปกติ โดยมีจุดเฝ้าระวังที่สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำหน้าที่ว่าการ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ให้มีค่าความเค็มไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสงคราม มีการเฝ้าระวังควบคุมกับการผลิตน้ำประปาที่จ่ายในพื้นที่ทุกสถานี โดยควบคุมการผลิตที่โรงผลิตน้ำแพงพวย จ.ราชบุรีอย่างใกล้ชิด และเก็บตัวอย่างน้ำดิบในแม่น้ำตรวจคุณภาพทุกชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่จุด ปตร.บางนกแขวก มีความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำเค็ม ท่วม แล้งและเสีย ควบคุมไม่ให้น้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่สวนผลไม้ สวนพืชผัก บ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงกุ้ง รวมทั้งยังช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 78,500 ไร่ โดยกรมชลประทานได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำชลประทาน หรือ JMC ซึ่งมีส่วนร่วมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ ตัวแทนเกษตรกรเพื่อร่วมบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอทุกกิจกรรม โดยเกณฑ์กำหนดค่าความเค็มควบคุมที่สถานีวัดคุณภาพน้ำ ปตร.บางนกแขวก จะส่งน้ำให้เกษตรกรจะไม่เกิน 2.0 กรัมต่อลิต รวมถึงยังมีการพัฒนาปรับปรุงคลองสุนัขหอนที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร กับแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เพื่อรับรองการระบายน้ำจากคลองสาขาสายต่าง ๆ ช่วงปี 2563 &amp;ndash; 2565 ได้แก่ 1. ขุดลอกคลองสุนัขหอนในเขต จ.สมุทรสาคร ระยะทาง 31 กิโลเมตร 2. ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำตามแนวคันควบคุมน้ำทะเล จำนวน 6 แห่ง 3. ก่อสร้างประตูระบายน้ำ กลางคลองสุนัขหอน และก่อสร้างประตูระบายน้ำปลายคลองนิคม 2 และ 4. ก่อสร้างประตูระบายน้ำปากคลองสุนัขหอน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการการเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกในระยะเร่งด่วน ในระยะกลาง สทนช.มีนำผลการศึกษาจัดทำผังคุณภาพในลุ่มน้ำที่มีพื้นที่ทะเล เพื่อเป็นกรอบในการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่ส่วนการแก้ไขปัญหาด้านน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งในส่วนผังน้ำแม่กลองคาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ โดยผลการศึกษาในการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกที่ใช้ระบบผังน้ำส่วนหนึ่ง คือ การบริหารจัดการน้ำจาก 2 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์แล้ว ยังรวมถึงการก่อสร้างคันกั้นน้ำขนานกับชายทะเล ปตร.ปลายคลองต่าง ๆ ยังไม่ครบถ้วน ดังนั้น เมื่อน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นประกอบกับฝนตกหนักทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ช้า ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรงและน้ำขังหลายวัน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การศึกษาระบบผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง สทนช.ได้รับฟังความเห็น การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนต่อโครงการฯ อาทิ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ กลุ่มเกษตร สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงชี้แจงทำความเข้าใจในการกำหนดขอบเขต 4 พื้นที่หลัก ที่อาจจะมีผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำตามผังน้ำที่ไม่ส่งผลต่อการเบี่ยงเบนทางน้ำ กระแสน้ำ หรือกีดขวางการไหลของน้ำที่เป็นอุปสรรคในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมน้ำแล้ง รวมถึงปัญหาคุณภาพน้ำได้ในอนาคต ได้แก่ 1. พื้นที่ทางน้ำริมน้ำ (ลน.) 2. พื้นที่ทางน้ำหลากเพื่อระบายน้ำ (ลร.) 3. พื้นที่น้ำนอง (น.) และ 4. พื้นที่ลุ่มต่ำ (ต.) ก่อนที่หน่วยงานจะนำผังน้ำไปใช้สนับสนุนแผนงานการป้องกันแก้ไขภัยแล้ง อุทกภัย และคุณภาพน้ำ โดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115305</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., การเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเค็ม, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, น้ำทะเลหนุนสูง, ป้องกันน้ำเค็ม, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, รักษาระบบนิเวศน์, ลุ่มน้ำแม่กลอง, สทนช., สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, ห่วงปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เกิดปัญหาน้ำท่วม, แก้ความเค็มลุ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f45e01d6d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งกอนช.รับมือฝนตกหนักจากปรากฎการณ์ลานีญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.64-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ สั่งการให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ประเมินแนวโน้มปรากฏการณ์ลานีญาที่มีนักวิชาการแสดงความกังวลและให้ข้อสังเกตผ่านสื่อมวลชนว่าปลายปีนี้ปรากฎการณ์ลานีญามีโอกาสเกิดขึ้น และหากเกิดฝนตกหนักรอบ 1,000 ปีเช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศที่ประสบอุทกภัยหนักในขณะนี้ โดยเฉพาะหากตกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอนช.ได้รายงานการติดตามและประเมินสภาพภูมิอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ พบว่า สถานการณ์ภาพรวมช่วงฤดูฝน ปี 2564 สภาพอากาศมีลักษณะคล้ายคลึงกับปี 2551 โดยช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม &amp;ndash; กรกฎาคม จะมีปริมาณฝนน้อยเสี่ยงเกิดภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ และจะมีฝนตกหนักในเดือนกันยายน &amp;ndash; ตุลาคม เสี่ยงเกิดอุทกภัยบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนช่วงปลายปีเดือนพฤศจิกายน &amp;ndash; ธันวาคม จะเกิดฝนตกหนักเสี่ยงเกิดน้ำท่วมบริเวณภาคใต้ สำหรับปริมาณฝนปี 2551 นั้นมีค่าน้อยกว่า ปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอนช.ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ 10 มาตรการรับมือฤดูฝนโดยเร็ว เพื่อบริหารจัดการน้ำ การป้องกันผลกระทบ และเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงภัยต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์แนวโน้มพายุหมุนเขตร้อนที่คาดว่าในปีนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย 2-3 ลูก ในช่วงเดือนสิงหาคม &amp;ndash; กันยายน 2564 คาดการณ์ปริมาณฝนด้วยแผนที่ ONE MAP วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและขาดแคลนน้ำช่วงเดือนสิงหาคม &amp;ndash; ธันวาคม เพื่อให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการเชิงป้องกันได้ตรงเป้าหมายและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ตรงจุดและทันสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่เปราะบางในเขตกรุงเทพมหานคร กอนช.ได้กำหนดมาตการเตรียมการป้องกันผลกระทบน้ำท่วม โดยได้บูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องโดยเฉพาะจุดรอยต่อ และจุดเสี่ยงได้รับผลกระทบต่าง ๆ เพื่อทำงานเชิงป้องกันล่วงหน้ารองรับสถานการณ์ให้เป็นไปตามมติ ครม. เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย เนื่องจากระบบระบายน้ำสามารถรองรับฝนตกได้เพียง 100-120 มม.ต่อวัน หากฝนตกมากกว่านี้ จะเกิดน้ำนองท่วมขังไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ต้องเร่งสูบระบายน้ำ ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องสูบน้ำจำนวน 1,121 เครื่อง มีศักยภาพสามารถระบายน้ำได้ 807 ลบ.ม./วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก คือ 1. ปรับปรุงเพิ่มระบบระบายน้ำเพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ของเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ การจัดหาพื้นที่หน่วงน้ำ (แก้มลิง) การเพิ่มประสิทธิภาพท่อระบายน้ำ รวมถึงการใช้ระบบตรวจวัดข้อมูลอัตโนมัติเพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำ 2. การล้างท่อระบายน้ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกคลอง และบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำสถานีสูบน้ำ และจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำชนิดเคลื่อนที่ 3. การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาหากมีเหตุไฟฟ้าขัดข้อง จะมีหน่วยงานเร่งด่วนที่สามารถเข้าแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ทันที 4. การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีกองบังคับการตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นศูนย์กลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประสานงานและแก้ไขปัญหา 5. การจัดทำแผนเผชิญเหตุน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างเกินศักยภาพระบบระบายน้ำ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในช่วงฤดูฝนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ฝนตกหนัก, ลานีญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606a8f79979ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
