<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานมี16จังหวัดกว่าแสนครัวเรือนจมน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64- &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 64 &amp;ndash; ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม รวม 208 อำเภอ 1,130 ตำบล 7,618 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 298,901 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 9 ราย (ลพบุรี 6 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย ชัยนาท 1 ราย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์ เลย ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี ปราจีนบุรี) ยังคงมีสถานการณ์ 16 จังหวัด รวม 74 อำเภอ 410 ตำบล 2,176 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 101,005 ครัวเรือน ดังนี้สุโขทัย น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง และอำเภอคีรีมาศ ระดับน้ำลดลง พิษณุโลก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ &amp;nbsp;ได้แก่ อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม และอำเภอบางระกำ ระดับน้ำลดลง ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอโคกโพธิ์ชัย อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอโนนศิลา อำเภอพระยืน อำเภอบ้านแฮด และอำเภอบ้านไผ่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ชัยภูมิ น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ ระดับน้ำลดลง นครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสูงเนิน อำเภอโนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอพิมาย อำเภอปักธงชัย อำเภอโนนไทย อำเภอคง อำเภอจักราช และอำเภอแก้งสนามนาง ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย อำเภอแก้งสนามนาง และอำเภอเมืองนครราชสีมา ผู้อพยพ 544 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบลราชธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 16 จุด รวม 405 ครัวเรือน 1,644 คน นครสวรรค์ น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอพยุหะคีรี และอำเภอโกรกพระ ระดับน้ำลดลง อุทัยธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานี ระดับน้ำลดลง ชัยนาท น้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม อำเภอหันคา อำเภอสรรคบุรี อำเภอสรรพยา อำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอหนองมะโมง ระดับน้ำลดลง ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอชัยบาดาล และอำเภอบ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง สระบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวังม่วง อำเภอแก่งคอย อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเสาไห้ อำเภอหนองโดน อำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองแค ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 6 จุด รวม 307 ครัวเรือน สุพรรณบุรี ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอค่ายบางระจัน อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี ระดับน้ำลดลง อ่างทอง น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอสามโก้ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 9 ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง และอำเภอบางปะหัน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผงซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลงปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., น้ำท่วม, ปภ., พายุเตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d13d8ae148.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์ภัยใน3จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 64 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดอุทกภัย 1 จังหวัด ได้แก่ ตาก เกิดน้ำไหลหลากและล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่อำเภอ &amp;nbsp;ท่าสองยาง อำเภอพบพระ อำเภอแม่ระมาด และอำเภอแม่สอด รวม 6 ตำบล 9 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 143 หลัง และพื้นที่เกิดวาตภัย 2 จังหวัด ได้แก่ ตราด เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ ผู้เสียชีวิต 1 ราย และสระบุรี เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 11 ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111372</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_6069a8330b74b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.แจงวาตภัย31จังหวัดคลี่คลายหมดแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 64 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. 64 - ปัจจุบัน (วันที่ 24 มี.ค. 64 เวลา 06.00 น.) เกิดวาตภัยในพื้นที่ 31 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา น่าน ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และพิจิตร รวม 17 อำเภอ 25 ตำบล 66 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 587 หลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี เลย ชัยภูมิ สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร มหาสารคาม ยโสธร นครราชสีมา อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครพนม รวม 79 อำเภอ 207 ตำบล 483 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,521 หลัง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (นครราชสีมา 1 ราย และหนองคาย 2 ราย) ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี รวม 4 อำเภอ 8 ตำบล 19 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 10 หลัง ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร และราชบุรี รวม 2 อำเภอ 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 69 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., วาตภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605aa6a27c612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เร่งช่วยชาวบ้านนราธิวาสที่เจอมรสุมกระหน่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2564 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) &amp;nbsp;ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ปัจจุบัน (6 มกราคม 2564 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 1 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสาคร อำเภอบาเจาะ อำเภอระแงะ อำเภอสุไงปาดี และอำเภอรือเสาะ รวม 15 ตำบล 67 หมู่บ้าน ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระดมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำ และให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่ และประเมินความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88953</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., ปภ., มรสุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fb9f619a5563.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานอิทธิพลฝนหลงฤดู6จังหวัดคลี่คลายแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 &amp;ndash; กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทย และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ส่งผลทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน - 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย 6 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร ภูเก็ต สงขลา และยะลา รวม 11 อำเภอ 21 ตำบล 57 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 434 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด แยกเป็น พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 4 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ภูเก็ต สงขลา และยะลา รวม 7 อำเภอ 11 ตำบล 24 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 258 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 2 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี และสมุทรสาคร รวม 4 อำเภอ 10 ตำบล 33 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 176 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ร่วมกับจังหวัดหน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วได้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการประกอบอาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์ สาธารณูปโภค เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ตลอดจนซ่อมแซมและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84944</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก.}  ความกดอากาศสูง, ทะเลจีนใต้, ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f8a753254f6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอปภ.ก.สรุปพายุ&#039;ปาบึก&#039;คลี่คลายแล้ว 20 จว.เหลือแค่&#039;นครศรีฯ-สุราษฎร์-ชุมพร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62-นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 3 - 6 ม.ค.62 อิทธิพลจากพายุโซนร้อนปาบึก ส่งผลกระทบในพื้นที่ 23 จังหวัด รวม 97 อำเภอ 454 ตำบล 2,887 หมู่บ้าน 133 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 222,737 ครัวเรือน 720,885 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย ประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพจังหวัดนครศรีธรรมราช 6 จุด รวม 970 คน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 20 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์
&amp;nbsp;3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร รวม 41 อำเภอ 251 ตำบล 1,924 หมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกเป็น นครศรีธรรมราช เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ ได้แก่ อ.หัวไทร อ.ปากพนัง อ.อำเภอขนอม อ.สิชล อ.ท่าศาลา อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.อำเภอนบพิตำ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.อำเภอทุ่งสง อ.อำเภอร่อนพิบูลย์ อ.ทุ่งใหญ่ อ.พิปูน อ.พรหมคีรี อ.ช้างกลาง อ.ถ้ำพรรณรา อ.ฉวาง อ.ลานสกา อ.พระพรหม อ.ชะอวด อ.จุฬาภรณ์ อ.เชียรใหญ่ อ.นาบอน และอ.บางขัน รวม 155 ตำบล 1,400 หมู่บ้าน 105 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 179,868 ครัวเรือน 539,847 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 6 จุด รวม 970 คน จัดตั้งโรงครัวพระราชทานใน อ.ปากพนัง จัดตั้งโรงครัวประทานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;และอำเภอสิชลท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชเปิดให้บริการตามปกติแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทยประกาศหยุดเดินรถช่วงสถานีเขาชุมทอง &amp;ndash; สถานีนครศรีธรรมราช โดยมีรถรับส่งผู้โดยสารจากสถานีนครศรีธรรมราชไปขึ้นรถไฟที่เขาชุมทอง ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อ.ไชยา อ.ท่าชนะ อ.ดอนสัก อ.เกาะพะงัน อ.บ้านนาเดิม อ.พุนพิน อ.เกาะสมุย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์ อ.บ้านนาสาร อ.พระแสง และอำเภอท่าฉาง รวม 57 ตำบล 316 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,511 ครัวเรือน 23,987 คน บ้านเรือนเสียหาย 19 หลัง ท่าอากาศยานเปิดให้บริการตามปกติ ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว ส่วน จ.ชุมพร เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ละแม อ.หลังสวน อ.ทุ่งตะโก อ.สวี อ.เมืองชุมพร และ อ.ปะทิว รวม 39 ตำบล 208 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,219 ครัวเรือน 13,783 คน ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอปภ.ก โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์สถานที่ราชการ และซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเส้นทางคมนาคมให้ใช้งานได้ตามปกติ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีพ ชีวิตและทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และสิ่งสาธารณประโยชน์ สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ให้สำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25916</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, นายชยพล ธิติศักดิ์, น้ำท่วม, พายุโซนร้อนปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32ba991e6c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่ง58จว.พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมดินโคลนถล่มจากอิทธิพล &#039;พายุเบบินคา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 61 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า กอปภ.ก. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ช่วงที่ผ่านมาทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม กอปรกับประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า พายุโซนร้อน &amp;ldquo;เบบินคา&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 16 &amp;ndash; 18 สิงหาคม 2561 ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์มาก ซึ่งอาจต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น อาจเกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรง คลื่นลมทะเลสูง 2 &amp;ndash; 4 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอปภ.ก.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัย แยกเป็น&amp;nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยและดินโคลนถล่ม&amp;nbsp; 54 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง 11 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง 13 จังหวัด แยกเป็น ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะที่พื้นที่ลุ่มต่ำ ริมฝั่งแม่น้ำ ที่ลาดเชิงเขา ชายฝั่งทะเล และจุดอ่อนน้ำท่วมขัง พร้อมตรวจสอบเขื่อน ฝาย อ่างเก็บน้ำ คันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่เสี่ยงคลื่นลมแรง ให้ประสานหน่วยงานทางน้ำ อาทิ กรมเจ้าท่า กรมประมง และตำรวจน้ำออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือทุกประเภท ทั้งเรือเล็ก เรือประมง เรือท่องเที่ยว เรือข้ามฟาก และเรือเฟอร์รี่ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง มีอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอ และงดการเดินเรือ หากทะเลมีคลื่นสูงและกำลังแรง รวมถึงเน้นย้ำให้มีการตรวจสภาพความพร้อมและความปลอดภัยก่อนออกเรือทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัย พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด รวมถึงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึง ตลอดจนหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติจะได้อพยพหนีภัยทันท่วงที ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15518</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, ดินโคลนถล่ม, น้ำท่วมฉับพลัน, พายุเบบินคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b74fb27eb2ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
