<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กอช.โชว์ 7 เดือนสร้างผลตอบแทนให้สมาชิกมากกว่าฝากแบงก์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 2564 นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานล่าสุดในช่วง 7 เดือนของปีนี้ (ถึง 31 กรกฎาคม 2564) โดย กอช. สร้างผลตอบแทนการลงทุนให้สมาชิกได้ร้อยละ 1.14 ต่อปี ซึ่งยังสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำกับธนาคารอยู่ที่ร้อยละ 0.59 ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารเงินลงทุนของ กอช. ยังคงมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงของเงินลงทุน โดยที่ผ่านมา กอช. สร้างผลตอบแทนให้กับสมาชิกอย่างสม่ำเสมอ อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ตั้งกองทุนอยู่ที่ร้อยละ 2.90 ต่อปีโดยประมาณ ดีกว่าค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำกับธนาคารซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 1.30 ต่อปีโดยประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดโควิด - 19 การลงทุนของ กอช. ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเน้นการลงทุนไปที่สินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล เงินฝาก และหุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือด้านเครดิตที่ดี &amp;nbsp;ถึงแม้สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ แต่ทาง กอช. เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นหลายประการ อันบ่งบอกถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้งนโยบายทางการคลังของรัฐบาลที่พยายามจะกระตุ้นและประคับประคองเศรษฐกิจ ดังนั้น สินทรัพย์ที่มีการเติบโตสูงและให้รายได้ที่สม่ำเสมอ อาทิ ตราสารทุน และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จึงมีความน่าสนใจ และเป็นโอกาสที่ กอช. น่าจะเข้าสะสมลงทุนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาชิกมั่นใจได้ว่า จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนจาก กอช. เมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งจะได้รับเงินคืนทั้งส่วนที่เป็นเงินออมสะสมของสมาชิก และเงินสมทบเพิ่มจากรัฐบาล พร้อมผลตอบแทนการลงทุนของเงินทั้งหมดได้รับการค้ำประกัน ไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคาร วันที่สมาชิกครบอายุ 60 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอช., จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ, ผลดำเนินงาน 7 เดือน, ผลตอบแทนสมาชิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_61357fda6b923.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอช. จับมือกยศ. ส่งเสริมความรู้การบริหารจัดการเงินให้เยาวชนรู้จักออมเงิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิถุนายน 2564 ณ โถงวายุภักษ์ ชั้น 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการส่งเสริมการออมกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ระหว่าง กองทุนการออมแห่งชาติ กับ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยมี นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติและประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นประธานในพิธี &amp;nbsp;โดยมี นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และนายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ และประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กล่าวว่า &amp;nbsp;กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. เป็นกองทุนการออมภาคประชาชน เพื่อประชาชนได้มีเงินบำนาญรายเดือนไว้ใช้หลังเกษียณกับ กอช. ซึ่งกองทุนนี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติในการขับเคลื่อน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม จึงได้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 หน่วยงาน ในการขับเคลื่อนการทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน &amp;nbsp;กยศ. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เยาวชน ได้มีทุนทรัพย์ในการศึกษาเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายรายเดือน&amp;nbsp; ในช่วงขณะเรียน &amp;nbsp;ส่วน กอช. ส่งเสริมให้รู้จักการออม รู้จักการบริหารจัดการเงิน ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ได้วางแผน การเก็บออมตั้งแต่วัยเรียน จนถึงวัยทำงาน เพื่ออนาคตจะได้มีเงินบำนาญที่เพียงพอเป็นหลักประกันในการใช้จ่าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออมเงินเพื่อการเกษียณ เป็นสิ่งที่ไกลตัวสำหรับเยาวชน จะต่างกันเพียงใครเริ่มก่อนหรือรู้ตัวก่อน ถึงความสำคัญของการออม การออมในวัยเรียน &amp;ldquo;การออมก่อนใช้เงิน&amp;rdquo; แบ่งเงินออมเพียงเล็กน้อย ก่อนนำเงินไปใช้จ่าย เพื่อให้เกิดเงินที่จะนำไปใช้จ่ายน้อยลง และให้มีเงินเก็บบางส่วน พอเข้าสู่วัยทำงาน &amp;ldquo;การออมถูกที่ บริหารเงินออมให้เป็น ได้เงินมากกว่า&amp;rdquo; ในปัจจุบันการออมมีรูปแบบให้เลือกสรรมากมาย การออมกับ กอช. เป็นการออมขั้นพื้นฐาน จัดตั้งโดยรัฐบาลเพื่อประชาชนได้มีเงินออมอย่างสุขสบายในอนาคต ออมเริ่มต้นเพียง 50 บาท สูงสุด 13,200 บาทต่อปี ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุของสมาชิกสูงสุด 1,200 บาทต่อปี &amp;nbsp;ถ้าเยาวชนมีวินัยการออมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอในอนาคตจะมีเงินออมรวมล้านกว่าบาท โดย กอช. จ่ายคืนในรูปแบบเงินบำนาญรายเดือน ทั้งนี้ กอช. และ กยศ. ได้ร่วมกันบูรณาการการทำงานในการส่งเสริมให้คนไทยได้รู้จักการบริหารจัดการเงินที่ดี และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนคนไทยให้ดีขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็นกองทุนบำนาญภาคประชาชนมีภารกิจสำคัญในการผลักดันให้ประชาชนที่มีอายุระหว่าง 15 &amp;ndash; 60 ปี ไม่มีสวัสดิการจากรัฐบาลได้เข้าถึงการออม ได้ตระหนักถึงการออมเงินไว้ใช้ในอนาคต โดยการบูรณาร่วมกันในการขับเคลื่อนส่งเสริมให้มีความรู้การวางแผนทางการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้บริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิภาพ ตั้งแต่ในวัยเรียน จนเข้าสู่วัยทำงาน โดยเริ่มจากวางแผนรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้หรือภาระทางการเงิน เพื่อไม่ให้เกิดเบี้ยปรับ และการออมเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคตกับ กอช. รู้จักเก็บเล็กผสมน้อย โดยออมเริ่มต้น 50 บาท เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยตั้งเป้าหมายกำหนดไว้ สร้างวินัยการออมขึ้น สูงสูด 13,200 บาทต่อปี ทุกครั้งที่ส่งเงินออมสะสมกับ กอช. จะได้เงินสมทบเพิ่มให้ตามช่วงอายุ อายุ 15 &amp;ndash; 30 ปี รับเงินสมทบเพิ่มจากรัฐ 50% ของเงินออม สูงสุดไม่เกิน 600 บาทต่อปี หรือ คิดเป็นดอกเบี้ยเงินฝากประจำประมาณ 4% &amp;nbsp;อายุมากกว่า 30 &amp;ndash; 50 ปี รับเงินสมทบเพิ่มจากรัฐ 80% ของเงินออม สูงสุดไม่เกิน 960 บาทต่อปี หรือคิดเป็นดอกเบี้ยเงินฝากประจำประมาณ 7% &amp;nbsp;อายุมากกว่า 50 &amp;ndash; 60 ปี รับเงินสมทบเพิ่มจากรัฐ 100% ของเงินออม สูงสุดไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี หรือคิดเป็นดอกเบี้ยเงินฝากประจำประมาณ 9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาชิก กอช. สามารถดูบัญชีเงินออมของตนเองได้ที่แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;กอช.&amp;rdquo; พร้อมเงินสมทบที่รัฐสมทบเพิ่มให้ และเมื่อเข้าสู่วัยทำงานเงินออมสะสมนำไปลดหย่อนภาษีเพิ่มได้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ใน 4 ลักษณะ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์/ศึกษาในสาขา ที่เป็นความต้องการหลัก ซึ่งมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคน และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ/ศึกษาในสาขาวิชาขาดแคลนหรือสาขาวิชาที่มุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ/และเรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ ปัจจุบัน มีนักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาจากกองทุน ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษา จนถึงระดับปริญญาตรี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 - 2563 จำนวน 5.9 ล้านราย โดยกองทุนมีนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมในแต่ละปีประมาณ 6 แสนราย ซึ่งกองทุนได้กำหนดคุณสมบัติให้ผู้กู้ยืมทุกคนทำกิจกรรมจิตสาธารณะ 36 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา เพื่อสนับสนุนให้ผู้กู้ยืมได้มีโอกาสทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการสร้างวินัยทางการเงินให้กับผู้กู้ยืม โดยกองทุนหวังว่าเมื่อผู้กู้ยืมจบการศึกษาไปแล้วจะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ นอกจากจะสามารถมีเงินออมเพื่อพึ่งพาตนเองได้แล้ว ยังมีจิตสำนึกช่วยเหลือผู้อื่นและตอบแทนสังคมส่วนรวม นับเป็นการสร้างคนดีให้กับสังคมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จึงได้ร่วมมือกับกองทุนการออมแห่งชาติ ในการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมการออม ภายใต้การนับชั่วโมงกิจกรรมจิตสาธารณะ เพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินให้นักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินได้เริ่มต้นออมเงินและรู้จักการวางแผนการเงินในระยะยาว โดยผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการศึกษาสามารถนำส่งเงินออมเป็นรายเดือนเข้ากองทุน กอช. ขั้นต่ำครั้งละ 50 บาท ออมได้เดือนละ 1 ครั้ง เมื่อผู้กู้ยืมออมเงินต่อเนื่องทุกเดือน นอกจากจะมีเงินเก็บเป็นของตัวเองแล้วยังสามารถนำไปสะสมชั่วโมงจิตสาธารณะได้ 1 ชั่วโมงต่อเดือนอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107194</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., กอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d15fba7f5f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กอช.&#039;ลุยแก้ไขกม.ขยายอายุ-รัฐสมทบเพิ่มดึงคนออม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค. 2563 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอช.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ต.ค. 2563&amp;nbsp;คณะกรรมการ กอช.&amp;nbsp;ได้มีการประชุมและให้มีการศึกษาแนวทางการแก้ไขกฎหมาย กอช.&amp;nbsp;เพื่อเปิดทางให้คนที่อายุมากกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปี สมัครเข้าเป็นสมาชิกได้ แต่จะขยายให้ถึงอายุเท่าไรยังอยู่ระหว่างหาข้อสรุป

นอกจากนี้ ยังให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบเพิ่มมากขึ้น เพื่อจูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น และมีเงินใช้หลังเกษียณอายุอย่างเพียงพอ โดยปัจจุบันรัฐบาลจ่ายสมทบให้สมาชิกไม่เกิน&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;บาทต่อปี

&amp;quot;การแก้ไขกฎหมายไม่ยาก ซึ่งทั้งการขยายอายุสมาชิก และการเพิ่มเงินสมทบ เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งหากรัฐบาลมีความพร้อม ทางกระทรวงการคลังก็จะเสนอแก้ไขกฎหมาย กอช.&amp;nbsp;ดังกล่าวทันที&amp;quot;&amp;nbsp;นายกฤษฎา กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน กอช.&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;2.4&amp;nbsp;ล้านคน รัฐบาลต้องใช้เงินงบประมาณจ่ายสมทบให้สมาชิกประมาณ&amp;nbsp;600-700&amp;nbsp;ล้านบาทต่อปี&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายมีสมาชิก&amp;nbsp;2.7&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;และในระยะยาวต้องการให้แรงงานนอกระบบประมาณ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ล้านคน มาเป็นสมาชิก กอช.&amp;nbsp;ให้หมด ซึ่งรัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณที่จ่ายเงินสมทบให้กับสมาชิกแต่อย่างไร

ทั้งนี้&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กอช.&amp;nbsp;ได้จัดงานมอบรางวัลส่งเสริมการออมกับ กอช.&amp;nbsp;ยอดเยี่ยม ประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เนื่องในวันออมแห่งชาติ จำนวน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;รางวัล เพื่อเป็นการขอบคุณภาคีเครือข่าย หน่วยรับสมัครสมาชิก และตัวแทน กอช.&amp;nbsp;ที่มีอยู่กว่า&amp;nbsp;160,000&amp;nbsp;หน่วยทั่วทั้งประเทศ และพร้อมเดินหน้าส่งเสริม การออมในสถานศึกษาครอบคลุมทุกสถาบันในปี&amp;nbsp;2564

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการ กอช.&amp;nbsp;กล่าวว่า ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;กอช.&amp;nbsp;ได้มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น ผ่านตัวแทน กอช.&amp;nbsp;ที่เป็นบุคคลประจำหมู่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิกและประชาชนได้เข้าถึงการออมกับ กอช.&amp;nbsp;เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเป็นหน่วยรับสมัครสมาชิก กอช.&amp;nbsp;แก่เสมียนตราจังหวัด และเสมียนตราอำเภอ ทั่วประเทศ ในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้รับผิดชอบงาน กอช.&amp;nbsp;ในพื้นที่ ซึ่งมีการอบรมให้ความรู้ ครู ก และ ครู ข ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางบริการผ่าน บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;และบริษัท แกร็บแท็กซี่&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด ซึ่งจากเดิม กอช.&amp;nbsp;มีช่องทางรับสมัครสมาชิกผ่านทาง ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาหารสงเคราะห์ ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานคลังจังหวัด สถาบันการเงินชุมชน เทสโก้โลตัส เคาน์เตอร์เซอร์วิส และตู้บุญเติม รวมแล้วกว่า&amp;nbsp;160,000&amp;nbsp;หน่วยทั่วประเทศ และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิก กอช.ยังพัฒนาช่องทางแอปพลิเคชัน ให้สมาชิกสามารถเข้าถึงเงินออมได้ทุกที่ ทุกเวลา ตรวจสอบสิทธิ สมัครส่งเงินออมสะสม ในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82337</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอช., แก้ไขกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab861a3aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กอช.&#039;เปิดช่องชาวบ้านอ่วมไวรัสเบรกส่งเงินออม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.2563 น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ช่วงที่เกิดสถานการณ์ไวรัสโควิดบาด และเศรษฐกิจชะลอตัว กอช.ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย และเครือข่ายรับสมัครสมาชิกประจำหมู่บ้าน ให้เร่งทำความเข้าใจกับสมาชิก ทั้งผู้ประกอบอาชีพอิสระ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ว่าอย่าเพิ่งยกเลิกการเป็นสมาชิก หรือถอนเงินออมจาก กอช.ไปใช้ เพราะจะทำให้เสียสิทธิการได้รับเงินสมทบจากรัฐบาลไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากสมาชิกยังไม่พร้อมที่จะส่งเงินออมช่วงนี้ สามารถชะลอส่งเงินออมชั่วคราว 1-2 ปี และหากสถานการณ์ดีขึ้นก็กลับมาออมใหม่ได้ โดยจะยังได้รับสิทธิทั้งเงินออม และเงินสมทบจากรัฐบาลอยู่เหมือนเดิม เพราะการออมกับ กอช.แตกต่างจากระบบประกันชีวิต ที่จะต้องมีการส่งเงินออมเป็นประจำจนครบกำหนด แต่ในส่วนของ กอช.สามารถหยุดพักการออม และออมขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 50 บาท หรือสูงสุดไม่เกิน 13,200 บาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ สมาชิก กอช. ณ สิ้นเดือนมิ.ย.63 เพิ่มจากสิ้นปีก่อนเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.3 ล้านคน เนื่องจากอยู่ช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิดระบาด ทำให้การหาสมาชิกเพิ่มมีข้อจำกัด แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ยอดการยกเลิกสมาชิก กอช.ไม่มากนัก เนื่องจากภาพรวมคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าให้ความสำคัญกับการออมมากขึ้น เห็นได้ยอดเงินออมของสมาชิกรวม ได้ปรับเพิ่มขึ้นจากกว่า 6,000 ล้านบาทเมื่อปีก่อน เพิ่มเป็น 7,700 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จารุลักษณ์กล่าวต่อว่า แนวทางการบริหารเงินออใของสมาชิก กอช.ได้ปรับลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก โดยการลงทุนส่วนใหญ่จะเน้นไปที่หลักทรัพย์ที่มั่นคงสูง อาทิ พันธบัตรรัฐบาล เงินฝาก และตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีเครดิตดี ทำให้ในปี 63 ยังมีผลดำเนินงานที่ค่อนข้างน่าพอใจ โดยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.27% สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 12 เดือน ของธนาคารพาณิชย์ ขนาดใหญ่ ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.45%-0.70% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการออมเงินกับ กอช. เริ่มต้นออมเงินขั้นต่ำเพียง 50 บาท สูงสุด 13,200 บาทต่อปี และรัฐจะเติมเงินสมทบเพิ่มให้ตามช่วงอายุของสมาชิก โดยตรวจสอบสิทธิและคุณสมบัติก่อนการสมัครสมาชิกได้ที่แอปพลิเคชัน กอช. หรือที่หน่วยรับสมัครสมาชิกใกล้บ้านท่าน อาทิ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ สำนักงานคลังจังหวัด สถาบันการเงินชุมชนที่เข้าร่วม รวมทั้งธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย และเครือข่ายรับสมัครทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72893</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอช., จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ, เบรกส่งเงินออม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4d5241cc174.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอช. แจงยิบหุ้นตกไม่กระทบยันพอร์ตลงทุนยังแกร่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอช. แจงยิบหุ้นตกไม่กระทบ ยันพอร์ตลงทุนยังแกร่ง เน้นหลักทรัพย์มีความมั่นคงสูง ชู &amp;ldquo;เงินฝากพันธบัตรรัฐบาล-ตราสารเอกชน&amp;rdquo; หวังรักษาเสถียรภาพผลตอบแทนสมาชิก พร้อมการันตีผลตอบแทนสมาชิกที่ออมถึงอายุ 60 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การลงทุนทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลง เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และปัญหาจากมาตรการการค้าของประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ คือสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสภาพตลาดทุนของประเทศคู่ค้าทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักลงทุนสถาบันซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการดูแลเงินลงทุนของสมาชิกจึงต้องมีการติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยปรับแผนการลงทุนให้เหมาะสมอยู่เสมอเพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจการลงทุนของโลกขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพอร์ตการลงทุนของ กอช. ปัจจุบันมีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่น้อยกว่า 80% อาทิ เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ภาคเอกชน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผลตอบแทนเงินออมของสมาชิก และมีการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทอื่น เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมดัชนีหุ้นไทย SET50 ไม่เกิน 20%0 เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า ซึ่งเป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุนภายใต้การควบคุมดูแลของอนุกรรมการการลงทุน และคณะกรรมการ กอช. ที่มีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลงทุนของ กอช. มีความรอบคอบภายใต้กรอบของกฎหมาย พ.ร.บ. กอช. ที่กำหนดให้การลงทุนของ กอช. เป็นรูปแบบการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เน้นความปลอดภัยของเงินต้นที่เป็นเงินออมเพื่อการเกษียณของผู้เป็นสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้ไม่แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอช. เป็นกองทุนเดียวที่รัฐบาลค้ำประกันผลตอบแทนแก่ผู้ที่เป็นสมาชิกจนอายุครบ 60 ปี คือ สมาชิกจะได้รับผลตอบแทนตามจริงและค้ำประกันให้ไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนของ 7 ธนาคารขนาดใหญ่ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสมาชิกที่ลาออกจากกองทุนเพื่อขอรับเงินออมของสมาชิกคืนก่อนอายุครบ 60 ปี อัตราผลตอบแทนการลงทุนไม่มีการค้ำประกัน ทั้งนี้ การออมกับ กอช. เป็นรูปแบบการลงทุนระยะยาวที่สมาชิกจะได้รับประโยชน์เต็มสิทธิตามกฎหมายเมื่ออายุครบ 60 ปี ระหว่างทางผลตอบแทนการลงทุนมีความผันผวนได้ตามมูลค่าตลาดของหลักทรัพย์ที่ลงทุน หากผู้ออมมีสถานะเป็นสมาชิก กอช. จนถึงอายุครบ 60 ปี ก็ไม่ต้องกังวลเพราะจะได้รับค้ำประกันผลตอบแทนตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13551</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอช., การันตีผลตอบแทน, คณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ, จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ, บริหารพอร์ตลงทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4d5241cc174.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอช. จ่อชวนลูกจ้างภาครัฐเสริมสมาชิกหวังดันยอดเข้าเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
กอช. ผุดระบบหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติอำนวยความสะดวกสมาชิกนักออม &amp;ldquo;ปลัดคลัง&amp;rdquo; ฝันสิ้นปีดูดประชาชนสมัครสมาชิกแตะ 1.2 ล้านคน เล็งดึงลูกจ้างประจำภาครัฐช่วยเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า กอช. ได้เปิดตัวบริการวางแผนการออมผ่านระบบหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Direct Debit) พร้อมธนาคารรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ในการประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนการออมภาคประชาชน เพื่อร่วมส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการและให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการออมเงิน การวางแผนการเงินเพื่อยามเกษียณ โดยมุ่งเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจออมและสมัครสมาชิก กอช. มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณการออมเพื่อวัยเกษียณเพียง 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศที่มีความพร้อมด้านนี้อย่างมาก ซึ่งหลายประเทศมีการนำเงินออมในส่วนนี้ไปใช้เพื่อการลงทุนในการพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ ขณะที่ไทยเองเงินออมยังลงทุนไม่ได้ และที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้มีการผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออมเพื่อวัยเกษียณของไทยยังถือว่าต่ำมาก ซึ่งรัฐบาลพยายามส่งเสริมเรื่องนี้ผ่านช่องทางการออมในรูปแบบต่าง ๆ และให้สิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจให้เกิดการออมมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ กอช. ที่ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่เพียง 5.3 แสนราย จากเป้าหมายแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน เราอายที่ยอดสมาชิกยังไม่ถึงเป้าหมาย โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายหาสมาชิกเพิ่มเป็น 1.2 ล้านราย ก็อยากจะทำให้ได้ โดยอาจจะมีการดึงลูกจ้างชั่วคราวของภาครัฐเข้ามาเสริม เพราะการสนับสนุนให้มีการออมเงิน ถือเป็นแนวทางสำคัญที่จะทำให้ประชาชนมีความสามารถในการดูแลชีวิตของตัวเองในอนาคต และจะช่วยลดภาระของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณเข้ามาดูแลด้วย&amp;rdquo; นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย กล่าวอีกว่า ได้มีการเดินหน้าผลักดันเรื่องการออมอย่างเป็นระบบ ผ่าน 4 เสาสำคัญ ได้แก่ 1. การเสริมความรู้ทางการเงิน 2. การเสริมผลิตภัณฑ์ทางการออมใหม่ ๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออมเงิน 3. องค์กรการเงินชุมชนต้องเสริมให้แข็งแกร่ง เพราะเป็นฐานรากของการออมเงินชุมชน และ 4. เติมเต็มระบบการออมเพื่อวัยเกษียณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปศึกษาแนวโน้มอัตราประชากรของประเทศไทยในแต่ละช่วงอายุ ในช่วง 30-40 ปีจากนี้ เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมในการวางแผนบริหารจัดการประชากรอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในวัยแรกเกิด และวัยแรงงาน เนื่องจากแนวโน้มประชากรผู้สูงวัยที่จะมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเด็กแรกเกิดน้อยลง ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลกระทบถึงฐานการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นที่มาของการปรับโครงสร้างประมวลรัษฎากรซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ การให้สิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ อาทิ สนับสนุนการมีบุตรเพิ่มขึ้น เบื้องต้น รมว.การคลังได้เห็นชอบในหลักการเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องหารือในรายละเอียดกับกรมสรรพากรในอีก 2-3 ประเด็น โดยทั้งหมดคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้&amp;rdquo; นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6037</URL_LINK>
                <HASHTAG>Direct Debit, กรุงไทย, กองทุนการออมแห่งชาติ, กอช., ธ.ก.ส., ธนาคารรัฐ, ธอส., ปลัดกระทรวงการคลัง, ลูกจ้างประจำ, สมชัย สัจจพงษ์, หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ, ออมสิน, เอสเอ็มอีแบงก์, แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64aa312e660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2018 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2018 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทุนออมแห่งชาติเร่งเครื่อง เพิ่มสมาชิก”เน้น”วัยก่อนเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานในปี 2561 ตั้งเป้าหมายสมาชิกเติบโต 1.2 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 7 แสนคน คิดเป็น 120% จากปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 5.3 แสนคน กลุ่มสมาชิกเป้าหมายสำคัญในปีนี้คือ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะมีการออมระยะยาว โดย กอช. จะมีการประสานความร่วมมือกับ 10 หน่วยงานรัฐในการให้ความรู้ วางแผนการออมก่อนวัยเกษียณ ซึ่งกองทุนจะมีการขับเคลื่อนให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คือ โครงการสร้างครูต้นกล้าการออม และคัดเลือกสถานศึกษาที่มีความโดดเด่นด้านการส่งเสริมการออม ให้เป็น โรงเรียนต้นกล้าการออม พร้อมขยายผลการรณรงค์สร้างวินัยการออมไปยังพื้นที่อื่น ๆ ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้กอช.อยู่ระหว่างการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้สมาชิกกองทุนสามารถส่งเงินสะสมเข้า กอช. ได้เพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาทต่อปี จากปัจจุบันสามารถส่งเงินสะสมได้สูงสุด 13,200 บาทต่อปี ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้สมาชิกมีการออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่าง เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้อย่างแน่นอน ส่วนแนวคิดเรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้รัฐบาลสามารถส่งเงินสมทบได้เพิ่มขึ้น เป็น 1,500 บาทต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,200 บาทต่อปีนั้น ทางคณะกรรมการกองทุนฯ ยังไม่มีการพิจารณาในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่า กอช. เพิ่งเปิดดำเนินการมาได้เพียง 2 ปี จึงอยากเห็นการให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ และให้ความรู้เรื่องการออมผ่านกองทุนมากกว่า&amp;rdquo; นางสาวจารุลักษณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1836</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนออมแห่งชาติ, กอช., วัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>            https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6b3fc5046a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
