<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.พลังประชารัฐ &#039;กลาง-อีสาน&#039; พรึ่บรับ &#039;บิ๊กป้อม&#039; ลงพื้นที่กาญจนบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 &amp;ndash; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่กลองและเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ให้รับทราบ และนายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นำเสนอภาพรวมการบริหารจัดการน้ำตามมาตรการ กอนช. รวมทั้งความก้าวหน้าโครงการผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ แนวทางการบริหารจัดการน้ำเขื่อนแม่กลองและคลองจระเข้สามพัน การเตรียมพื้นที่รับน้ำหลากปี 2564 และการเตรียมการฤดูแล้งปีถัดไป นอกจากนี้ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เข้ารายงานสถานการณ์การป้องกัน และจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี ให้รองนายกฯ ได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ พล.อ.ประวิตรได้เป็นประธานในพิธีกดปุ่มเปิดน้ำชุมชน ตำบลทุ่งกระบ่ำ อำเภอเลาขวัญ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ รับมอบสุขาลอยน้ำ จากนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะเดินทางพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศในการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีของ พล.อ.ประวิตรครั้งนี้ พบว่ามีกลุ่ม ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน รวมถึง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.จังหวัดราชบุรี นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เดินทางร่วมคณะมาด้วย ขณะที่บรรยากาศโดยรวม เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดรักษาความปลอดภัย ตรวจสอบความปลอดภัยในพื้นที่ และตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างเข้มงวด แต่ไม่พบว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลเดินทางเข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากเสร็จสิ้นการรับฟังรายงานสถานการณ์ที่สำนักชลประทานที่ 13 แล้ว รองนายกฯ ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เดินทางต่อไปยังเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ และเดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่อำเภอบ่อพลอย และมอบถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุดให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมรัง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120281</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอนช., กาญจนบุรี, ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f927d93cd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอนช. จับตาสถานการณ์ลุ่มน้ำมูล เตือน 5 จังหวัดอีสานรับมือน้ำเอ่อล้นตลิ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศ กอนช. ฉบับที่ 20/2564 เรื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำมูล ระบุว่าคาดการณ์มวลน้ำสูงสุดผ่าน จ.อุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 16 - 20 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ในช่วงวันที่ 7-11 ตุลาคม 2564 รวมทั้งพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 10 - 11 ตุลาคม 2564 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้คาดการณ์ปริมาณฝนตก (ONE MAP) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และประเมินมวลน้ำหลากสูงสุดจากลำตะคอง ลำจักราช จังหวัดนครราชสีมา และลำน้ำสาขาลุ่มน้ำมูลตอนบนคาดการณ์มวลน้ำสูงสุดจะไหลผ่านจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 8 - 11 ตุลาคม 2564 ส่งผลให้แม่น้ำมูลมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 0.50 &amp;ndash; 1.00 เมตร โดยมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำมูล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอสตึก
2.จังหวัดสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม และอำเภอรัตนบุรี
3.จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอโพนทราย และอำเภอสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
4.จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ อำเภอบึงบูรพ์ อำเภอยางชุมน้อย อำเภอราษีไศล อำเภอศิลาลาด อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอกันทรารมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับมีมวลน้ำหลากจากแม่น้ำชี จะไหลมารวมกับแม่น้ำมูลที่จังหวัดอุบลราชธานี และไหลลงแม่น้ำโขงตามลำดับ คาดการณ์ว่ามวลน้ำสูงสุดจะไหลผ่านจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 16 - 20 ตุลาคม 2564 โดยมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำมูล บริเวณอำเภอเขื่องใน อำเภอเมือง อำเภอดอนมดแดง อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอวารินชำราบ และอำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จุดเสี่ยงและพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำชี แม่น้ำมูล และลำน้ำสาขา ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆในลุ่มน้ำ ปรับแผนการบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำ ประตูระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำ บริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ และบริหารจัดจราจรน้ำในแม่น้ำชีและมูล เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเพื่อรองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือรวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที และให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119022</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., แม่น้ำมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615e53a29a519.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอนช.ชี้แม่น้ำสายหลักทั่วปท.มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นยกเว้นภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64-&amp;nbsp; เพจกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 6 ต.ค. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp; แม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ยกเว้นภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp; ปริมาณน้ำทั้งประเทศ 55,808 ล้าน ลบ.ม. (68%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 49,098 ล้าน ลบ.ม. (69%) เฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก จำนวน 16 แห่ง (บึงบอระเพ็ด อ่างฯ แม่มอก อ่างฯ แควน้อยบำรุงแดน อ่างฯ ทับเสลา อ่างฯป่าสักชลสิทธิ์ อ่างฯกระเสียว อ่างฯ จุฬาภรณ์ อ่างฯ อุบลรัตน์ อ่างฯ ลำตะคอง อ่างฯ ลำพระเพลิง อ่างฯ มูลบน อ่างฯ ลำแซะ อ่างฯ ลำนางรอง อ่างฯ ขุนด่านปราการชล อ่างฯ นฤบดินทรจินดา และอ่างฯ หนองปลาไหล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอนช. ติดตามสถานการณ์น้ำหลากจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ ในช่วงวันที่ 23 ก.ย. - 6 ต.ค. 64 พบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 32 จังหวัด 208 อำเภอ 1,130 ตำบล 7,618 หมู่บ้าน 298,901 ครัวเรือน โดยล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 16 จังหวัด 74 อำเภอ 410 ตำบล 2,176 หมู่บ้าน 101,005 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมา กอนช. ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำรวมทั้งได้ วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ&amp;nbsp; กรมอุตุนิยมวิทยา สสน. กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร จังหวัดและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ ในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยการตรวจสอบอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุ บุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อบูรณาการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที โดยมีการสื่อสารแจ้งเตือนอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยและให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118932</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอนช., ปริมาณน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d11287aed6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กป้อม” มอบ สทนช. เร่งบูรณาการภาครัฐ – ประชาชนในพื้นที่  คลอดแผนแก้ความเค็มลุ่มน้ำแม่กลองจุดเชื่อมต่อทะเล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พลเอกประวิตร&amp;rdquo; ห่วงปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มลุ่มน้ำแม่กลองกระทบวิถีชีวิตประชาชน สั่ง สทนช. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ รับฟังแนวทางการแก้ปัญหาจากประชาชน - ภาคส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมเร่งศึกษาจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง ก่อนสรุปเสนอกรอบแนวทางแก้ปัญหาน้ำเค็มรุก 4 ลุ่มน้ำติดอ่าวไทยเสนอ กนช.ต้น ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยในโอกาสลงติดตามความก้าวหน้าแนวทางการแก้ไขปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย และความก้าวหน้าผลการศึกษาการจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง บริเวณประตูระบายน้ำบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ว่า ตามที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. มีความห่วงใยต่อปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม สั่งการให้ สทนช.เร่งบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำเค็ม น้ำท่วมและน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ที่สำคัญต้องเสนอแนวทางให้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และองค์กรผู้ใช้น้ำในระดับพื้นที่ ได้รับทราบเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงประกอบการตัดสินใจแก้ไขปัญหาร่วมกับภาครัฐที่เป็นหน่วยงานปฏิบัติหลักให้สามารถขับเคลื่อนนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจน รวมถึง สทนช.จะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวผนวกเพิ่มเติมกับการดำเนินโครงการศึกษาผังน้ำ เพื่อให้ครอบคลุมต่อแนวทางการบริหารจัดการน้ำในทุกมิติอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. พิจารณาในช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาลุ่มน้ำแม่กลองประสบปัญหาน้ำเค็มรุกจำนวน 5 ครั้ง ซึ่งกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดสรรน้ำจากเขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี เพื่อรักษาระบบนิเวศน์และป้องกันน้ำเค็มตลอดฤดูแล้งให้สัมพันธ์กับการขึ้นลงของน้ำทะเล ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์น้ำเค็มลุ่มน้ำแม่กลองอยู่ในภาวะปกติ โดยมีจุดเฝ้าระวังที่สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำหน้าที่ว่าการ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ให้มีค่าความเค็มไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสมุทรสงคราม มีการเฝ้าระวังควบคุมกับการผลิตน้ำประปาที่จ่ายในพื้นที่ทุกสถานี โดยควบคุมการผลิตที่โรงผลิตน้ำแพงพวย จ.ราชบุรีอย่างใกล้ชิด และเก็บตัวอย่างน้ำดิบในแม่น้ำตรวจคุณภาพทุกชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่จุด ปตร.บางนกแขวก มีความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำเค็ม ท่วม แล้งและเสีย ควบคุมไม่ให้น้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่สวนผลไม้ สวนพืชผัก บ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงกุ้ง รวมทั้งยังช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 78,500 ไร่ โดยกรมชลประทานได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำชลประทาน หรือ JMC ซึ่งมีส่วนร่วมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ ตัวแทนเกษตรกรเพื่อร่วมบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอทุกกิจกรรม โดยเกณฑ์กำหนดค่าความเค็มควบคุมที่สถานีวัดคุณภาพน้ำ ปตร.บางนกแขวก จะส่งน้ำให้เกษตรกรจะไม่เกิน 2.0 กรัมต่อลิต รวมถึงยังมีการพัฒนาปรับปรุงคลองสุนัขหอนที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร กับแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เพื่อรับรองการระบายน้ำจากคลองสาขาสายต่าง ๆ ช่วงปี 2563 &amp;ndash; 2565 ได้แก่ 1. ขุดลอกคลองสุนัขหอนในเขต จ.สมุทรสาคร ระยะทาง 31 กิโลเมตร 2. ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำตามแนวคันควบคุมน้ำทะเล จำนวน 6 แห่ง 3. ก่อสร้างประตูระบายน้ำ กลางคลองสุนัขหอน และก่อสร้างประตูระบายน้ำปลายคลองนิคม 2 และ 4. ก่อสร้างประตูระบายน้ำปากคลองสุนัขหอน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการการเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกในระยะเร่งด่วน ในระยะกลาง สทนช.มีนำผลการศึกษาจัดทำผังคุณภาพในลุ่มน้ำที่มีพื้นที่ทะเล เพื่อเป็นกรอบในการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่ส่วนการแก้ไขปัญหาด้านน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ซึ่งในส่วนผังน้ำแม่กลองคาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ โดยผลการศึกษาในการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกที่ใช้ระบบผังน้ำส่วนหนึ่ง คือ การบริหารจัดการน้ำจาก 2 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์แล้ว ยังรวมถึงการก่อสร้างคันกั้นน้ำขนานกับชายทะเล ปตร.ปลายคลองต่าง ๆ ยังไม่ครบถ้วน ดังนั้น เมื่อน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นประกอบกับฝนตกหนักทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ช้า ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรงและน้ำขังหลายวัน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การศึกษาระบบผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง สทนช.ได้รับฟังความเห็น การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนต่อโครงการฯ อาทิ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ กลุ่มเกษตร สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงชี้แจงทำความเข้าใจในการกำหนดขอบเขต 4 พื้นที่หลัก ที่อาจจะมีผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำตามผังน้ำที่ไม่ส่งผลต่อการเบี่ยงเบนทางน้ำ กระแสน้ำ หรือกีดขวางการไหลของน้ำที่เป็นอุปสรรคในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมน้ำแล้ง รวมถึงปัญหาคุณภาพน้ำได้ในอนาคต ได้แก่ 1. พื้นที่ทางน้ำริมน้ำ (ลน.) 2. พื้นที่ทางน้ำหลากเพื่อระบายน้ำ (ลร.) 3. พื้นที่น้ำนอง (น.) และ 4. พื้นที่ลุ่มต่ำ (ต.) ก่อนที่หน่วยงานจะนำผังน้ำไปใช้สนับสนุนแผนงานการป้องกันแก้ไขภัยแล้ง อุทกภัย และคุณภาพน้ำ โดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115305</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., การเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเค็ม, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, น้ำทะเลหนุนสูง, ป้องกันน้ำเค็ม, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, รักษาระบบนิเวศน์, ลุ่มน้ำแม่กลอง, สทนช., สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, ห่วงปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เกิดปัญหาน้ำท่วม, แก้ความเค็มลุ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f45e01d6d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พลเอก ประวิตร” ห่วงฝนตกหนักช่วง 3 เดือนนี้   สั่ง สทนช.ตรวจความพร้อมพื้นที่รับน้ำนองลุ่มน้ำภาคกลาง หนุนทุ่งท่าวุ้ง – ผักไห่ - เจ้าเจ็ด...โมเดลแก้มลิงตามระบบผังน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;ldquo;พลเอก ประวิตร&amp;rdquo; ห่วงฝนตกหนักช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ สั่ง สทนช. เร่งติดตามมาตรการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำหลาก 1น ใน 10 มาตรการรับมือฤดูฝน หนุนพัฒนาระบบรับน้ำเข้าออกทุ่งท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา โมเดลเก็บน้ำช่วงฝนใช้ประโยชน์หน้าแล้ง ชี้เป็นพื้นที่แก้มลิงที่สอดล้องตามผลศึกษาจัดทำผังน้ำ ลุ่มน้ำสะแกกรัง ป่าสัก เจ้าพระยา ท่าจีน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำนองในฤดูฝนปี 2564 และความก้าวหน้าผลการศึกษาโครงการจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำสะแกกรัง ป่าสัก เจ้าพระยา ท่าจีน ในบริเวณพื้นที่รับน้ำนองท่าวุ้ง ต.บางลี่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด ณ ประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝนที่จะเริ่มตกเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนจากนี้ ดังนั้น จึงเรียกประชุม กอนช.เป็นการด่วนในวันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อติดตามประเมินผลความก้าวหน้าตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี&amp;rsquo;64 ตามที่ได้สั่งการและเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานภายใต้ กอนช.มีแผนปฏิบัติที่ชัดเจนรายพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและขาดแคลนน้ำได้ทั้งก่อนเกิดภัย และระหว่างเกิดภัยเพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที ซึ่งรวมถึงความพร้อมของพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำจุดต่างๆ หรือแก้มลิงที่มีศักยภาพรองรับน้ำหลากได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง ซึ่ง กอนช.มีการคาดการณ์ว่าในช่วงเดือน ส.ค.-พ.ย. จะมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในภาคกลาง รวม 368 ตำบล 56 อำเภอ ใน 9 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยนาท นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทุ่งท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการเตรียมการรับน้ำหลากครั้งนี้ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำใน 12 ทุ่งที่กรมชลประทานได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเริ่มจัดสรรน้ำสนับสนุนภาคเกษตรช่วงต้นฤดูฝนตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. 64 ปัจจุบันมีการเพาะปลูกในพื้นที่แล้วประมาณ 90 กว่า% และจะเริ่มเก็บน้ำเข้าทุ่งในช่วงปลายเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ ซึ่งทั้งสามทุ่งสามารถกักเก็บน้ำได้ราว 784 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เพื่อให้เกษตรกรนำน้ำไปเพาะปลูกหลังจากฤดูฝนสิ้นสุดลง และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ใกล้เคียง โดย สทนช. พร้อมสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ทั้งสามทุ่งดังกล่าว โดยมีระบบบังคับน้ำเข้า-ออก เพื่อเพิ่มศักยภาพพื้นที่เก็บน้ำดังกล่าวให้มากขึ้นในอนาคตด้วย&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำนองที่มีศักยภาพตามโครงการศึกษาจัดทำผังในพื้นที่ตอนกลาง 4 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำสะแกกรัง ป่าสัก เจ้าพระยา ท่าจีน โดยขณะนี้มีความก้าวหน้ากว่า 90% และจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือน ก.ย.นี้ แล้วส่งต่อให้หน่วยงานปฏิบัติที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติ โดยเฉพาะการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินและทางน้ำอย่างชัดเจน จะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ช่วยลดความเสียหายให้แก่ชุมชนเมือง รวมถึงพืชผลทางการเกษตรจากปริมาณน้ำที่ไหลหลากจากพื้นที่ตอนบนเข้ามารวมตัวในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น บริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ขณะเดียวกัน ยังสามารถจัดระบบทางน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้งได้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา สทนช.ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจทุกภาคส่วนในโครงการศึกษาจัดทำผังในพื้นที่ตอนกลางทั้ง 4 ลุ่มน้ำ อาทิ คณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงชี้แจงทำความเข้าใจในการกำหนดขอบเขต 4 พื้นที่หลัก ที่อาจจะมีผลกระทบกับประชาชนได้พื้นที่ ได้แก่ 1.พื้นที่ทางน้ำหลากริมแม่น้ำ 2) พื้นที่ทางน้ำหลากเพื่อระบายน้ำ 3) พื้นที่น้ำนอง และ 4) พื้นที่ลุ่มต่ำ ก่อนที่หน่วยงานจะนำผังน้ำไปใช้สนับสนุนแผนงานการป้องกันแก้ไขภัยแล้งและอุทกภัย โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำตามผังน้ำ ที่ไม่ส่งผลต่อการเบี่ยงเบนทางน้ำ กระแสน้ำ หรือกีดขวางการไหลของน้ำที่เป็นอุปสรรคในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมน้ำแล้งได้ในอนาคต &amp;rdquo;ดร.สมเกียรติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากการพัฒนาทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด ที่มีผลดำเนินการที่เห็นผลประโยชน์ได้อย่างชัดเจน คือ สามารถรองรับน้ำหลากเพิ่มขึ้น แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งให้กับประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2564 เรื่องการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลากตั้งแต่ 1 เมษายน ถึง 15 สิงหาคม 2564 ตามนโยบายของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้ว สทนช.ยังติดตามความก้าวหน้าความพร้อมการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำนองอื่นๆ อาทิ พื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ มีพื้นที่ 0.265 ล้านไร่ได้เริ่มเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ปัจจุบันเพาะปลูกไปแล้ว 0.245 ล้านไร่ รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ได้ดำเนินการเตรียมแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมาตรรวม 13.04 ล้าน ลบ.ม.ที่จะต้องมีการติดตามผลการเตรียมการให้เป็นไปตามแผนสามารถรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝนนี้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, กอนช., ขาดแคลนน้ำ, จัดสรรน้ำสนับสนุนภาคเกษตร, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พื้นที่ลุ่มต่ำ, พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย, มาตรการบริหารจัดการน้ำ, มาตรการรับมือฤดูฝน, สทนช., สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, แก้มลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_61164dcc71253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลเอก ประวิตร ติดตาม-กำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาผักตบชวาให้เป็นรูปธรรม เปิดทางน้ำ ป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 19 ก.ค. 64 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ Video Conference โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ และผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวา ระดับจังหวัด เข้าร่วมประชุมฯ หารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชให้เป็นรูปธรรม ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อเปิดทางน้ำ ให้การสัญจรสะดวก และป้องกันน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และประธานคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา กล่าวว่า ผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยการประชุมในวันนี้ เพื่อหารือแนวทางและเร่งให้การแก้ไขปัญหาผักตบชวา ระดับจังหวัด เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้ติดตามผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช ประจำปี 2564 ของทุกหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ได้มอบหมายให้นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำเปิด แหล่งน้ำเชื่อมโยงและในแหล่งน้ำปิดสาธารณะทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2564 ของหน่วยงานหลัก 5 หน่วยงาน ดังนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการจัดเก็บผักตบชวา ได้จำนวน 848,878 ตัน กรมเจ้าท่า ได้จำนวน 329,542 ตัน กรมชลประทาน ได้จำนวน 2,687,688 ตัน กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ได้จำนวน 344,874.48 ตัน และทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้จำนวน 302,854.27 ตัน รวมถึงสิ้นเดือนมิถุนายน จำนวน 4,513,836.75 ตัน ส่วนลุ่มน้ำภาคกลางและภาคตะวันออก จำนวน 19 จังหวัด โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) มีผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช ถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2564 รวมทั้งสิ้น 511,912.65 ตัน และได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการจัดเก็บผักตบชวาและวัชพืชในส่วนที่เหลือโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชของ &amp;ldquo;ชมรมคนริมน้ำ&amp;rdquo; โดยกรมการปกครอง ประจำปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;พบว่ามีการจัดตั้งชมรมคนริมน้ำแล้ว จำนวน 7,656 ชมรม มีสมาชิก จำนวน 1,424,531 คน ดำเนินการร่วมกับส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานในพื้นที่ และจิตอาสา จัดกิจกรรมกำจัดผักตบชวาและวัชพืช จำนวน 20,871 กิจกรรม พร้อมส่งเสริมการสร้างประโยชน์ในทางเศรษฐกิจจากผักตบชวา เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดสรรเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ จำนวน 1,582 ลำ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปดำเนินการดูแลจัดเก็บผักตบชวาขนาดเล็กและวัชพืชตามแหล่งน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 1,899 แหล่งน้ำ ด้านสารชีวภัณฑ์ในการกำจัดผักตบชวา ที่วิจัยและทดลองโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ปัจจุบันอยู่ในระหว่างขั้นตอนการยื่นขอขึ้นทะเบียนตาม พรบ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 กับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งจะต้องตรวจสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ผักตบชวาและวัชพืชสะสมตัวสร้างปัญหาการสัญจรทางน้ำและการระบายน้ำ ทั้งนี้หากพื้นที่มีผักตบชวาและวัชพืชสะสม เป็นจำนวนมาก ขอให้หน่วยงานหลัก กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง นำเครื่องมือเครื่องจักรเข้าดำเนินการร่วมกัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกันก็หาแนวทางในการสนับสนุนการแปรรูปผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และกำชับให้คณะอนุกรรมการฯ และคณะทำงานฯ ระดับจังหวัด ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืช บูรณาการร่วมกันทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชให้เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการปกครอง, กรมเจ้าท่า, กรมโยธาธิการและผังเมือง, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., ชมรมคนริมน้ำ, นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, ป้องกันน้ำท่วม, พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, แก้ไขปัญหาผักตบชวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f646896a274.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พล.อ.ประวิตร  ติดตามแก้ปัญหา ผักตบชวา/วัชพืช  ประชุมคกก. กำชับทุกหน่วยงาน  สั่งเร่งกำจัด/ส่งเสริมแปรรูปเพิ่มมูลค่า  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 11 มี.ค.64&amp;nbsp; พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา10.00น.&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ในฐานะ ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ครั้งที่ 1/2564&amp;nbsp; โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มท. เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp; ณ&amp;nbsp; ห้องประชุม นริศรานุสรณ์&amp;nbsp; กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp; ถนนพระรามที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุม&amp;nbsp; ได้รับทราบคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 217/2563 ลง 20 ก.ค.63 แต่งตั้ง คณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาโดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.เป็นประธานคณะกรรมการฯ และรับทราบผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวา และวัชพืชในปีงป.63 ของ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ,กรมชลประทาน ,กรมเจ้าท่า ,กรมปกครองส่วนท้องถิ่น และกทม. ซึ่งมีผลการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช รวม 12.94 ล้านตัน และรับทราบรายงานจากกรมการปกครอง เกี่ยวกับชมรมคนริมน้ำ ที่ให้ความร่วมมือมีจำนวน 7,608 ชมรม สมาชิก 1,424,050 คนได้ร่วมดำเนินการกำจัดผักตบชวาในปีงป.63 จำนวน 20,719 กิจกรรม รวมทั้งได้รับทราบ ผลการดำเนินงานโดยใช้เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ จำนวน 1,603 ลำในพื้นที่ 1,899 แหล่งน้ำ ซึ่งในภาพรวมมีความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน เป็นที่น่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาเห็นชอบ แนวทางการดำเนินการกำจัดผักตบชวาปีงป.2564 โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือการเก็บใหญ่และการเก็บเล็ก เพื่อให้แต่ละพื้นที่มีผู้รับผิดชอบ อย่างชัดเจน จากนั้นที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชในลุ่มน้ำภาคกลางและภาคตะวันออก ปีงป.2564 โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(GISTDA)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำว่า ปัญหาผักตบชวา รัฐบาลได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง และพยายามแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบ เพื่อให้หมดไปจากประเทศไทย ทั้งการกำจัดและการนำไปแปรรูปใช้ประโยชน์อื่นๆ&amp;nbsp; ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp; ได้กำชับ มท. และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้เร่งดำเนินการโดยเน้นย้ำให้ใช้เครื่องมือ/เครื่องจักร/เรือ ที่ได้จัดหาแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า พร้อมกล่าวชื่นชม เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาด้วยความทุ่มเท และขอบคุณ ชมรมคนริมน้ำ ที่มีความเสียสละ ร่วมมือด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95754</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรมชลประทาน, กรมปกครองส่วนท้องถิ่น, กรมเจ้าท่า, กรมโยธาธิการและผังเมือง, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.), กอนช., ผักตบชวา, พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049df4196633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
