<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเป็นเจ้าภาพ“ประชุมผู้นำสตรีโลก 2020” ตอกย้ำสถานะมี&quot;ผู้นำองค์กรหญิง&quot;มากที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าตามคติคนไทยโบราณบอกว่า&amp;quot;ผู้หญิง&amp;quot;เป็นช้างท้าวหลัง ผู้ชาย เป็น&amp;quot;ช้างเท้าหน้า&amp;quot; &amp;nbsp;แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป &amp;nbsp; ก็ทำให้ปัจจุบันมีการเปิดโอกาสให้ผู้หญิ &amp;quot;ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ ทั้งในระดับองค์กร ระดับประเทศ มากมาย ในวันนี้ เราเห็นผู้หญิงเป็นประธานาธิบดี เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หลายประเทศ &amp;nbsp;หรือบางคนนั่งเก้าอี้ซีอีโอใหญ่ขององค์กรระดับข้ามชาติ &amp;nbsp;รวมถึงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ อีกมากมายหลายคน &amp;nbsp;ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบทบาทของ&amp;quot;ผู้หญิงต่อโลกนี้เปลี่ยนไป และมีอิทธิพลสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อประชาคมโลกได้ไม่มากก็น้อยไปกว่าเพศชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้หญิงนั่งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมากที่สุด ซึ่งจากงานวิจัยหลาย ๆ ผลงานแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการมีทีมผู้บริหารที่มีความหลากหลาย รวมไปถึงความหลากหลายทางเพศ &amp;nbsp;ในส่วนของผู้หญิงจะมีจุดแข็งในเรื่องของการตัดสินใจ และการบริหารการเงิน &amp;nbsp;จึงทำให้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงาน &amp;nbsp; &amp;quot;ประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก 2020&amp;quot; (Global Summit of Women 2020) ระหว่างวันที่ 23-25 เม.ย.2563 ณ โรงแรมเซนทาราแกรนด์ แบงคอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ ภายใต้ธีม &amp;quot;Women Revolutionizing Economies&amp;quot; (พลังสตรีพลิกเศรษฐกิจ) โดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. และบริษัทเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญ และบทบาทของสตรีในเวทีโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก เป็นเวทีระดับโลกที่มีความสำคัญในการเชื่อมนักธุรกิจ นักวิชาชีพ ผู้บริหาร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคมจากทั่วโลกมากกว่า 60 ประเทศ มาสร้างเครือข่ายความร่วมมือ รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน และในปีนี้ยังมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นปีฉลองครบรอบ 30 ปี ของจัดประชุม จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับประเทศไทยในการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้ไปสู่สายตาเวทีโลก และตอกย้ำว่า การที่ประเทศไทยให้ความสำคัญต่อบทบาทของสตรีในภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอรีน นาทิวิแดท แถลงข่าวการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวไอรีน นาทิวิแดท (Irene Natividad) ประธานจัดการประชุมวุดยอดสตรีโลก กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการรวมกลุ่มผู้หญิงที่เป็นผู้นำด้านธุรกิจทั้งภาครัฐ เอกชนจากหลากหลายประเทศมากกว่า 60 ประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ประสบการณ์การทำงานที่แต่ละคนพบเจอ ไม่ใช่เวทีที่จะพูดคุยกันถึงปัญหาและการแก้ปัญหา แต่เน้นการเชื่อมสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายในการพาผู้นำหญิงมีโอกาสเป็นที่รู้จักในเวทีโลก ซึ่งภายในงานจะมีทั้งรัฐมนตรีหญิงจากนานาประเทศ 30 ท่าน แล้วก็มีสตรีที่เป็นผู้นำจากประเทศต่างๆ ทั้งสวีเดน คาซัคสถาน ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย กัมพูชา ตุรกี เวียดนาม ฯลฯ และเหตุที่เลือกจัดการประชุมที่ประเทศไทย เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่โดดเด่นแค่เรื่องการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ไทยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอรีน นาทิวิแดท พร้อมด้วยกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร และคณะกรรมการ ร่วมแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้ง ยังเป็นประเทศที่มีผู้นำหญิงระดับองค์กร หรือซีอีโอ มากถึง 40% แล้วก็มีซีเอฟโอ ผู้ดูแลเรื่องการเงินขององค์กรราว 42% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ขณะที่สหรัฐอเมริกาเองก็น่าจะมีผู้นำที่เป็นซีอีโอเพียง 5% เท่านั้น เพราะฉะนั้นก็เชื่อว่า จะเป็นการยกระดับให้ผู้นำหญิงมีโอกาสขยายขอบเขตการทำธุรกิจไปสู่ระดับโลกผ่านการประชุมนี้ และทำให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทยมากกว่าการเป็นประเทศท่องเที่ยว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง ปีนี้ เป็นปีที่จะมีการพูดถึงเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย และยังจะมีการเชิญชวนนักศึกษามากกว่า 200 คนมาร่วมประชุมโดยจะมีผู้นำหญิงรุ่นเยาวว์ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจมาให้แรงบันดาลใจในงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บทบาทของผู้หญิงนั้นมีส่วนสำคัญในหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องของการรับผิดชอบ ผู้หญิงนอกจากจะรับผิดชอบเรื่องงานธุรกิจของตนเองแล้ว ยังมีความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงาน ลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงชุมชนโดยรอบที่เขาเข้าไปทำธุรกิจ อีกบทบาทหนึ่งคือผู้หญิงส่วนใหญ่มักเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องราวต่างๆ ได้ดี เช่น การซื้อของ ซื้ออาหาร ซื้อรถ และเราก็หวังว่าการประชุมจะเป็นการรวมพลังของผู้หญิงที่สามารถพัฒนาธุรกิจไปยังระดับโลกได้อย่างดี&amp;rdquo; นางสาวไอรีน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการจัดงานของไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และประธาน บริษัท โตชิบาไทยแลนด์ เผยว่า การประชุมครั้งตนอยากจะตั้งหัวข้อและคำถามออกเป็นสามข้อหลักๆ ข้อแรก เหตุที่เรารับเป็นเจ้าภาพ เพราะคิดว่าการที่ผู้หญิงมารวมตัวกันจากหลากหลายประเทศ เป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการสละเวลาทำงาน สละทุกอย่างเพื่อมาพบปะและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อีกทั้งยังทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักผู้หญิงไทย รู้จักประเทศไทย รู้จักการทำธุรกิจในไทย เราเชื่อว่าผู้หญิงที่มาจาก 60 ประเทศทั่วโลก น่าจะเป็นทูตให้กับประเทศเราได้ดีที่สุด จากการที่เขาได้มาเห็นและสัมผัสด้วยตนเองจากการประชุม ข้อต่อมาคือ เรามีความเชื่อมั่นว่า ไทยเป็นประเทศที่ผู้หญิงไทยมีโอกาสทำงาน แล้วมั่นใจว่าผู้หญิงที่มาจากหลากหลายชาติจะได้อะไรกลับไปจากการประชุม และสุดท้าย การประชุมนี้ ไม่ใช่การประชุมเพื่อผู้หญิงเอง แต่เป็นเวทีช่วยสร้างคนในระดับโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางกอบกาญจน์ กล่าวต่อว่า ตั้งใจให้การประชุมนี้ ให้พิเศษสมกับเป็นการฉลอง 30 &amp;nbsp;ปีของการประชุมสตรีโลก โดยจะเน้นการประชุมเพื่อสิ่งแวดล้อม Carbon Neutral พร้อมนำเสนอสินค้าชุมชนท้องถิ่นจากทั่วประเทศไทย สร้าง โอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นพัฒนาเป็นนักธุรกิจระดับนานาชาติ ทั้งยังเชื่อมั่นว่าครั้งนี้ จะก่อเกิดพลังสตรีไทย ในการเรียนรู้และเติบโตจากสตรีผู้นำจากทั่วโลก พัฒนาเครือข่ายความเข้มแข็งทางธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือของคนทุกภาค ส่วน สร้างคนรุ่นใหม่ รวมพลังไทย อาเซียน และโลก ที่จะปฏิวัติเศรษฐกิจ เพื่อโลกที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุพัตรา จิราธิวัฒน์ และ ขัตติยา อินทรวิชัย ผู้ร่วมแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัชรพิมล ยังประภากร และ ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์%2c ม.ล.ปรียพรรณ ศรีธวัช%2c ชาลอต โทณวณิก%2c ชฎาทิพ จูตระกูล และเกศรา มัญชุศรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54827</URL_LINK>
                <HASHTAG>(Global Summit of Women 2020, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก2020, ไอริน นาทีวิแดท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21a8edb72f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดื่มด่ำงานศิลป์ นิทรรศการ &quot;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&quot; ฉลอง 50 ปี โตชิบา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดื่มด่ำผลงานยอดเยี่ยมจากเวทีศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนตุลาคมนี้มีความเคลื่อนไหวในวงการศิลปะ คนรักงานศิลป์จะได้ตื่นตาตื่นและยลโฉมงานศิลปะและพบปะศิลปินที่มีชื่อเสียงในวงการไปพร้อมกัน ใน นิทรรศการศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีที่สู่ชีวิต&amp;rdquo; เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นอีเวนต์ใหญ่ โดยนิทรรศการศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีที่สู่ชีวิต&amp;rdquo; อวดโฉมงานอาร์ตระดับคุณภาพโดยพร้อมเพรียงเพื่อต้อนรับสู่ปีที่ 30 ของการจัดงานศิลปกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดงานนิทรรศการศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีที่สู่ชีวิต&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทุกระดับตามที่จัดโครงการประกวดศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo; มาตั้งแต่ปี 2532 ทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์รูปสัตว์ ประกอบด้วย หมู แมว และหนู ด้วยสีอะครีลิกสีต่างๆ ที่จัดไว้เปิดนิทรรศการศิลปกรรมครั้งสำคัญ และทอดพระเนตรภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่ได้ทรงวาดพระราชทานเป็นสัญลักษณ์การเปิดงานประกวดศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo; ทุกครั้งตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา จำนวน 12 ภาพ รวมทั้งผลงานจากกรรมการผู้ตัดสินการประกวดตลอด 30 ปี ล้วนเป็นศิลปินแห่งชาติและศิลปินแถวหน้าของประเทศ นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ชนะการประกวดทั้งประเภทยอดเยี่ยมและดีเด่น ร่วมเพื่อแสดงพัฒนาการศิลปะร่วมสมัยและความสามารถของศิลปินรุ่นใหม่ของไทยแต่ละช่วงเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดแสดงภาพวาดฝีพระหัตถ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังจากเรือนจำและทัณฑสถานต่างๆ ทำกิจกรรมด้านศิลปะเพื่อขัดเกลาจิตใจให้อ่อนโยน และส่งผลงานเข้าร่วมแสดงศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo; ผ่านโครงการ Art For All ประตูสู่จินตนาการโครงการตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้มาชมงานไม่เพียงแต่ได้ชื่นชมกองทัพงานศิลปะมากมาย จัดแสดงที่ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก ชั้น 8 ไอคอนสยามเท่านั้น ยังมีกิจกรรมทางด้านศิลปะหลากหลาย ทั้งปาฐกถาและเวิร์กช็อปพิเศษอีกด้วย อาทิ วันที่ 6 ต.ค. เรียนรู้ Drawing (Still Life) กับอาจารย์ทวี ตั้งมงคลวณิช วันที่ 12 ต.ค. สนุกกับศิลปะ โดยแพรวา วัฒนวรางกูร วันที่ 13 ต.ค. น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 องค์อัครศิลปิน ผ่านกิจกรรม &amp;ldquo;รวมใจให้พ่อที่อยู่บนฟ้า&amp;rdquo; โดยอาจารย์สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ อดีตนายกสมาคมทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย ถ้าเป็นคนรักการถ่ายภาพ มาวันที่ 14 ต.ค. จะพบกิจกรรมแนวทางวงการถ่ายภาพในปัจจุบัน โดยอาจารย์ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการและที่ปรึกษากลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการและที่ปรึกษากลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย กล่าวว่า การประกวดศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo; จัดขึ้นครั้งแรก ปี พ.ศ.2532 และดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปี ภายใต้ปรัชญาของการ &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo; เป็นรากฐานแนวคิดมุ่งสร้างสรรค์คนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างสรรค์ศิลปะทุกระดับอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การพัฒนาศิลปะของไทยให้ก้าวหน้า ที่ผ่านมามีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 54,000 ชิ้น และเป็นที่ยอมรับจากศิลปินถึงมาตรฐานการตัดสินของศิลปินแห่งชาติและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นเวทีระดับแถวหน้า คนสนใจศิลปะมากขึ้น ที่สำคัญ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ทุกครั้ง นับเป็นสิริมงคลอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; การทำกิจกรรมพัฒนาสังคมต้องเลือกในสิ่งที่เชื่อและทำอย่างต่อเนื่อง บริษัทของเราทำเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ แต่ส่วนสำคัญที่จะนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตต้องเป็นเรื่องจิตวิญญาณ สมอง และความรู้สึก ซึ่งศิลปวัฒนธรรมพัฒนาคน ยุคนั้นการประกวดยังมีไม่เยอะ เริ่มต้นจากตรงนั้น เมื่อทำอย่างต่อเนื่องและลงลึก มีการวัดผล พัฒนาศิลปะด้านต่างๆ แต่นิทรรศการจัดที่กรุงเทพฯ คนต่างจังหวัดไม่มีโอกาสจึงปรึกษากับศิลปินเริ่มนิทรรศการสัญจร บางปีไปทุกภาค ไม่หยุดแค่นั้น สนับสนุนด้านการเรียนการสอนศิลปะจัดสัมมนาทัศนศิลป์ศึกษาแห่งชาติ ร่วมกับทบวงมหาวิทยาลัยในตอนนั้น ที่มหาวิทยาลัยบูรพา นำมาสู่การก่อตั้งคณะวิจิตรศิลป์ของ ม.บูรพา ครั้งที่ 2 สัมมนาที่เชียงใหม่ ครั้งที่ 3 มหาวิทยาลัยศิลปากร ทุกครั้งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการสัมมนา&amp;rdquo; กอบกาญจน์เล่าถึงการส่งเสริมศิลปะในหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัมผัสความสามารถของศิลปินไทยที่สร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมีย

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ โครงการประกวดศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo; หนุนสร้างงานศิลป์อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอิฐอีกก้อนสร้างฐานวงการศิลปะไทยให้มั่นคง ผู้บริหารหญิงกลุ่มโตชิบา บอกว่า ช่วงแรกนำภาพที่ชนะประกวดแสดงที่หอศิลป์ ม.ศิลปากร วังท่าพระ โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานเปิด ก่อนจะเปลี่ยนมาแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิด ปี 2545 เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งพระราชทานเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะรางวัล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ทรงให้แนวคิดว่า อยากให้เอาศิลปะเข้าไปในคุก จึงเริ่มโครงการ Art For All ตามแนวพระราชดำริ พระราชทานบทความเป็นแนวทาง ศิลปะบำบัดไม่ได้สอนให้เป็นศิลปิน แต่ใช้ศิลปะช่วยด้านจิตวิญญาณ ผู้ต้องขังออกไปไหนไม่ได้ แต่สามารถมีอิสรภาพทางความคิดและค้นพบความสุขได้ เหมือนเรานำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต ได้ร่วมไปกับวิทยากร ผลชัดเจนเรียนศิลปะทำให้ผ่อนคลายขึ้น ลดการใช้ยานอนหลับ &amp;nbsp;ช่วงทำเวิร์กช็อปมองแทบไม่ออกใครเป็นผู้ต้องขัง ผู้คุม ถ้าไม่มองโซ่ตรวนที่ข้อเท้า มีแสดงผลงานที่สยามพารากอน ชื่อ ศิลปะหลังกำแพง&amp;rdquo; กอบกาญจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอบกาญจน์บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจจากครอบครัวหนึ่งว่า พ่อขับรถไปต่างจังหวัดกับลูกชาย ซึ่งเพิ่งเรียนจบ รถมีการซ่อนยาเสพติดเยอะเพื่อขาย ตำรวจตรวจค้น ถูกจับทั้งสองคน ถูกพิพากษาให้เข้าเรือนจำ แรกๆ ลูกชายเสียใจ โกรธ และขอแยกขังจากพ่อ จนได้เข้าโครงการ Art For All ทำงานศิลปะ กลับมาจิตใจอ่อนโยนขึ้น และขอย้ายไปอยู่แดนเดียวกันเพื่ออยู่ดูแลพ่อ ตอนแรกตนไม่เข้าใจ ทำไมต้องช่วยคนทำผิด แต่เราได้เรียนรู้ การให้อภัยยากที่สุด เป็นศิลปะบำบัดที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมศิลปกรรมจาก TOSHIBA RUN 2019 ที่ราชบุรีเมืองอาร์ต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงทิศทางการสนับสนุนศิลปะของกลุ่มบริษัทโตชิบา กอบกาญจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มีโอกาสทางด้านศิลปะ เวทีประกวดมากขึ้น และมีช่องทางเผยแพร่ผลงานผ่านโซเชียลมีเดีย ดังนั้นการประกวดอาจไม่จำเป็นในการนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต โตชิบาจะค้นหาแนวทางใหม่ๆ โดยผสานศิลปะและกีฬามาอยู่ร่วมกันผ่านกิจกรรมศิลปกรรมจาก TOSHIBA RUN 2019 จัดที่ จ.จันทบุรี อุบลราชธานี ล่าสุดสนามที่ 3 ราชบุรีเมืองอาร์ต มีวิ่งประเภทกราฟฟิตี้ให้นักวิ่งมีโอกาสเป็นศิลปินเล่นสี สร้างงานบนตู้เย็น ผนัง โดยมีศิลปินช่วยเก็บผลงานให้สมบูรณ์ นิทรรศการศิลปกรรมครั้งนี้นำมาแสดงให้ชมด้วย สนามที่ 4 จะจัดที่ จ.เชียงราย เมืองศิลปะ วันที่ 27 ตุลาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานศิลปะสำคัญกับการสร้างเศรษฐกิจไทย กอบกาญจน์แสดงทัศนะประเด็นนี้ว่า ไทยเป็นประเทศขนาดกลาง สิ่งสำคัญจะต้องผลิตสินค้าและบริการด้วยความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยกล้าคิดและพัฒนามากยิ่งขึ้น โดยไม่เน้นราคาเป็นตัวหลัก ทักษะความประณีตของไทยคือจุดเด่น ศิลปะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเก๋ เท่ ดึงตัวตนออกมา เชื่อมั่นว่าวงการศิลปะไทยจะได้รับการพัฒนาและส่งเสริมมากขึ้นจากรัฐและเอกชน ทำอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาคนต้องมีศิลปะเพื่อเป็นคนที่สมบูรณ์ ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก มีศิลปะในชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ ศิลปินที่ทำงานกับโครงการศิลปกรรม&amp;quot;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน อาจารย์สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ เป็นศิลปินที่ทำงานกับโครงการศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo; มาตั้งแต่แรกเริ่ม บอกว่าปีนี้ครบ 30 ปี ศิลปกรรม &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo; เกิดแรงศรัทธาต่อวงการศิลปะ ทำให้ศิลปินแจ้งเกิดจำนวนมาก บางคนได้ทุนไปดูงานศิลปะต่างประเทศ หรือสนับสนุนให้แสดงงานศิลปะในเวทีโลก ส่วนศิลปินต่างจังหวัดได้เห็นผลงานมาตรฐาน เพราะคณะกรรมการตัดสินล้วนเป็นระดับปรมาจารย์ นอกจากนี้ยังพัฒนาอาจารย์ศิลปะผ่านการสัมมนาทัศนศิลป์ศึกษาแห่งชาติ ช่วยปลุกไฟและให้ความรู้รวมทั้งยังทำให้เกิดสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติฯ ปัจจุบันก้าวสู่ปีที่ 12 แล้ว วงการศิลปะตื่นตัวมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนิทรรศการ &amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo; ฉลอง 50 ปีนี้ สายอาร์ตห้ามพลาด อาจารย์สมศักดิ์กล่าวว่า คนมาชมงานจะได้ดื่มด่ำกับงานศิลปะที่ได้รางวัลยอดเยี่ยมและดีเด่นรวบรวมงานตลอด 30 ปีมาให้ชม ศิลปินบางคนไปสู่ระดับอินเตอร์แล้ว จะได้เห็นผลงานเก่าที่เป็นรากเหง้า เช่น ชาติชาย ปุยเปีย ปัจจุบันทำศิลปะเสียดสีสังคม แสดงการเปลี่ยนแปลงความรู้และความสามารถของศิลปินสู่สากล อีกทั้งเชิญคณะกรรมการร่วมแสดง ล้วนเป็นศิลปินแห่งชาติและมีชื่อเสียง ไฮไลต์เช่น ผลงานอาจารย์มณเฑียร บุญมา เป็นภาพสเกตช์ที่ศิลปินนำไปแสดงที่เวนิส เบียนนาเล่ หาชมได้ยากมาก ซึ่งโตชิบาเก็บคอลเลคชั่นนี้ไว้ แล้วยังมีงานประติมากรรมของ อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ภาพสีน้ำมัน &amp;ldquo;ชนะมาร&amp;rdquo; ฝีมือ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานศิลปะของ ชลูด นิ่มเสมอ และถาวร โกอุดมวิทย์ กรรมการตัดสิน ร่วมแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; มุมไฮไลต์ยังมีภาพวาดฝีพระหัตถ์ล้ำค่า อยากให้ประชาชนมาชื่นชมพระอัจฉริยภาพ ซึ่งปี 2550 จัดประกวดศิลปกรรมครบปีที่ 17 กรรมการระดับศิลปินแห่งชาติร่วมทำงานศิลปะบนเฟรมรูปสามเหลี่ยม 21 ภาพ ต่อกันเป็นสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ และทูลเชิญทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ติดตั้งบนยอดสามเหลี่ยม เป็นงานที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ขันที่พระราชทานผ่านรูปหัวใจ สัญลักษณ์ความรัก และสื่อถึงศิลปะต้องต่อยอดและบูรณาการต่อไปในอนาคต&amp;rdquo; ศิลปินชื่อดังเชื้อเชิญมาให้ชมงานศิลป์ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 14 ตุลาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47065</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพฯ, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นิทรรศการศิลปกรรมนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต, พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์, ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, โตชิบา, ไอคอนสยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d934279ad786.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการ“นำสิ่งที่ดีที่สู่ชีวิต” แสดง 12 ภาพฝีพระหัตถ์ เผยแพร่พระปรีชาสามารถ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เสด็จฯ&amp;nbsp;ทรงเปิดงานนิทรรศการศิลปกรรม&amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีที่สู่ชีวิต&amp;rdquo;&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กลุ่มบริษัทโตชิบา&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจนทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ เป็นสัญลักษณ์ของการเปิดงาน&amp;nbsp;โดยมีนางกอบกาญจน์&amp;nbsp;วัฒนวรางกูร กรรมการและที่ปรึกษากลุ่มบริษัทโตชิบา&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารและเหล่าศิลปินร่วมเฝ้าฯ&amp;nbsp;รับเสด็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ริเวอร์มิวเซียมแบงค็อก&amp;nbsp;ไอคอนสยาม&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นิทรรศการศิลปกรรม&amp;ldquo;นำสิ่งที่ดีที่สู่ชีวิต&amp;rdquo;ครั้งสำคัญนี้จัดแสดงภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ที่ได้ทรงพระราชทานเป็นสัญลักษณ์การเปิดงานประกวดศิลปกรรม&amp;rdquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตทุกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี2545&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;จำนวน12&amp;nbsp;ภาพ&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถสู่สาธารณชนทั้งยังมีผลงานจากกรรมการผู้ตัดสินการประกวดตลอด&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ล้วนเป็นศิลปินแห่งชาติและศิลปินแถวหน้าของประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ อ.สวัสดิ์ ตันติสุข ,อ.ประเทือง เอมเจริญ , ศ.ชลูด นิ่มเสมอ, ศ.เมธี เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นต้น&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังนำผลงานที่ชนะการประกวดทั้งประเภทยอดเยี่ยมและดีเด่นตั้งแต่ปี2532&amp;nbsp;เป็นต้นมาจัดแสดงเพื่อแสดงพัฒนาการศิลปะร่วมสมัยและความสามารถของศิลปินรุ่นใหม่ของไทยนิทรรศการศิลปกรรม&amp;rdquo;นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต&amp;rdquo;&amp;nbsp;จัดแสดงที่ริเวอร์มิวเซียมแบงค็อก&amp;nbsp; ชั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;-14&amp;nbsp;ตุลาคม 2562&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;10.00-22.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เข้าชมฟรี&amp;nbsp;จัดโดยกลุ่มบริษัทโตชิบา&amp;nbsp;ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46838</URL_LINK>
                <HASHTAG>50ปีโตชิบา, กรมสมเด็จพระเทพฯ, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นิทรรศการศิลปกรรมนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต, โตชิบา ประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190928/image_big_5d8f539b6f7e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ฟัน&#039;ดอน&#039;พ้นเก้าอี้รมต. ชี้&#039;เมีย&#039;ถือหุ้นเกิน/8คนรอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.มีมติฟัน &amp;quot;ดอน ปรมัตถ์วินัย&amp;quot; ขาดคุณสมบัตินั่งเก้าอี้รัฐมนตรี เหตุคู่สมรสถือหุ้นในธุรกิจเกิน 5% ไม่แจ้ง ป.ป.ช.ตามกำหนด ชี้ขัด รธน.มาตรา 264, 187 เตรียมยื่นศาล รธน.วินิจฉัย ขณะที่ 8 รมต. รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 31 พฤษภาคม มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุม กกต.เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่ประชุม กกต.มีมติเสียงข้างมากเห็นว่าการถือครองหุ้นของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ประกอบมาตรา 187 ที่บัญญัติไม่ให้รัฐมนตรีถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท หรือในกรณีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากหุ้นที่ถือครอง ให้แจ้งประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งและให้โอนหุ้นจนอาจเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ ได้มอบหมายให้สำนักกฎหมายของสำนักงาน กกต. ดำเนินการยกร่างคำร้องเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวมาจากการที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 60 ขอให้ กกต.ตรวจสอบการถือครองหุ้นสัมปทานของ 9 รัฐมนตรี ที่ประกอบไปด้วย นายดอน รมว.การต่างประเทศ, นายอดิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง, นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลฯ, นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, &amp;nbsp; นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในขณะนั้น, ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ ในขณะนั้น, พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ในขณะนั้น หลังรัฐธรรมนูญ 60 มีผลบังคับใช้เมื่อ 6 เม.ย.60 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้ความเป็น รมต.ต้องสิ้นสุดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่ง กกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นตรวจสอบและรายงานว่า คณะอนุกรรมการได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อ กกต.ว่าการถือครองหุ้นของ รมต. 8 คนนั้นไม่มีปัญหา เห็นควรที่ กกต.จะยุติเรื่อง มีเพียงของนายดอน ที่อาจมีปัญหาขัด รธน. เนื่องจากคู่สมรสถือครองหุ้นในธุรกิจอยู่เกินกว่าร้อยละ 5 และไม่มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช.ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งที่ประชุม กกต.ก็ได้มีมติตามที่อนุกรรมการตรวจสอบเสนอให้ยุติเรื่องในส่วนของ 8 รมต. ขณะที่ในส่วนของนายดอนนั้น ที่ประชุมมีความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย และที่สุดก็ได้มีการลงมติ ซึ่งในชั้นแรกผลการลงมติออกมาเท่ากัน 2 ต่อ 2 ทำให้นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ออกเสียงชี้ขาดอีก 1 เสียง จึงกลายเป็นมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 ว่าการถือครองหุ้นของนายดอนเข้าข่ายทำให้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และให้เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังเหลือคำร้องของนายเรืองไกร กรณีการถือครองหุ้นของ 3 รมต. ที่ประกอบด้วย นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ และการถือครองหุ้นของ 90 สนช.ที่ กกต.ยังดำเนินการตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ดอน ปรมัตถ์วินัย, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล, พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์, ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล, วิษณุ เครืองาม, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, อุตตม สาวนายน, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0ffe2dea581.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>KBANK ตั้ง “กอบกาญจน์” และ “พัชร” ร่วมบริหารงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสิกรไทย แต่งตั้งรองประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการคนใหม่ มีผล 4 เม.ย. 61 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;
6 เม.ย. 61 - คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) มีมติแต่งตั้ง นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เป็นรองประธานกรรมการ ประธานกรรมการอิสระ และประธานกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน และนายพัชร สมะลาภา เป็นกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 61 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร &amp;nbsp;ปัจจุบันอายุ 57 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ จาก Rhode Island School of Design &amp;nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบการณ์การทำงาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายกสมาคมไทย-ญี่ปุ่น กรรมการธนาคารกสิกรไทย ประธานกรรมการบริหาร บจก.โตชิบา ไทยแลนด์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายพัชร สมะลาภา ปัจจุบันอายุ 47 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี Bachelor of Science in Industrial Management จาก Carnegie Mellon University, Pittsburgh, PA ประเทศสหรัฐอเมริกา ปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจจาก Massachusetts Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มทำงานที่ บริษัท Deutsche Morgan Grenfell Securities (UK) บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด บริษัท เมอร์ริล ลินซ์ แอนด์ โก อิงค์ ประเทศออสเตรเลีย และบริษัท เมอร์ริล ลินซ์ ประเทศไทย และเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในปี 55 ได้เริ่มเข้าทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ทำหน้าที่ผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ และได้รับมอบหมายให้รักษาการผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัท ต่อมาเป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ สายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัท และสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการ นับเป็นกรรมการผู้จัดการคนที่ 11 ของธนาคารกสิกรไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6595</URL_LINK>
                <HASHTAG>KBANK, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ผู้บริหาร, พัชร สมะลาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac6e73b65843.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
