<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานมี16จังหวัดกว่าแสนครัวเรือนจมน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64- &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 64 &amp;ndash; ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม รวม 208 อำเภอ 1,130 ตำบล 7,618 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 298,901 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 9 ราย (ลพบุรี 6 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย ชัยนาท 1 ราย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์ เลย ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี ปราจีนบุรี) ยังคงมีสถานการณ์ 16 จังหวัด รวม 74 อำเภอ 410 ตำบล 2,176 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 101,005 ครัวเรือน ดังนี้สุโขทัย น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง และอำเภอคีรีมาศ ระดับน้ำลดลง พิษณุโลก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ &amp;nbsp;ได้แก่ อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม และอำเภอบางระกำ ระดับน้ำลดลง ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอโคกโพธิ์ชัย อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอโนนศิลา อำเภอพระยืน อำเภอบ้านแฮด และอำเภอบ้านไผ่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ชัยภูมิ น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ ระดับน้ำลดลง นครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสูงเนิน อำเภอโนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอพิมาย อำเภอปักธงชัย อำเภอโนนไทย อำเภอคง อำเภอจักราช และอำเภอแก้งสนามนาง ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย อำเภอแก้งสนามนาง และอำเภอเมืองนครราชสีมา ผู้อพยพ 544 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบลราชธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 16 จุด รวม 405 ครัวเรือน 1,644 คน นครสวรรค์ น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอพยุหะคีรี และอำเภอโกรกพระ ระดับน้ำลดลง อุทัยธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานี ระดับน้ำลดลง ชัยนาท น้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม อำเภอหันคา อำเภอสรรคบุรี อำเภอสรรพยา อำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอหนองมะโมง ระดับน้ำลดลง ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอชัยบาดาล และอำเภอบ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง สระบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวังม่วง อำเภอแก่งคอย อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเสาไห้ อำเภอหนองโดน อำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองแค ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 6 จุด รวม 307 ครัวเรือน สุพรรณบุรี ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอค่ายบางระจัน อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี ระดับน้ำลดลง อ่างทอง น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอสามโก้ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 9 ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง และอำเภอบางปะหัน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผงซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลงปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., น้ำท่วม, ปภ., พายุเตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d13d8ae148.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์ภัยใน3จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 64 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดอุทกภัย 1 จังหวัด ได้แก่ ตาก เกิดน้ำไหลหลากและล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่อำเภอ &amp;nbsp;ท่าสองยาง อำเภอพบพระ อำเภอแม่ระมาด และอำเภอแม่สอด รวม 6 ตำบล 9 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 143 หลัง และพื้นที่เกิดวาตภัย 2 จังหวัด ได้แก่ ตราด เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ ผู้เสียชีวิต 1 ราย และสระบุรี เกิดวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 11 ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111372</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_6069a8330b74b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.แจงวาตภัย31จังหวัดคลี่คลายหมดแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 64 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. 64 - ปัจจุบัน (วันที่ 24 มี.ค. 64 เวลา 06.00 น.) เกิดวาตภัยในพื้นที่ 31 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา น่าน ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และพิจิตร รวม 17 อำเภอ 25 ตำบล 66 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 587 หลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี เลย ชัยภูมิ สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร มหาสารคาม ยโสธร นครราชสีมา อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครพนม รวม 79 อำเภอ 207 ตำบล 483 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,521 หลัง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (นครราชสีมา 1 ราย และหนองคาย 2 ราย) ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี รวม 4 อำเภอ 8 ตำบล 19 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 10 หลัง ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร และราชบุรี รวม 2 อำเภอ 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 69 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., วาตภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605aa6a27c612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เร่งช่วยชาวบ้านนราธิวาสที่เจอมรสุมกระหน่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2564 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) &amp;nbsp;ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ปัจจุบัน (6 มกราคม 2564 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 1 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสาคร อำเภอบาเจาะ อำเภอระแงะ อำเภอสุไงปาดี และอำเภอรือเสาะ รวม 15 ตำบล 67 หมู่บ้าน ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระดมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำ และให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่ และประเมินความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88953</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., ปภ., มรสุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fb9f619a5563.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุโซนร้อนจ่อถล่ม36จังหวัด31ก.ค.-6ส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แล้วเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำขึ้นฝั่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนบน ในวันที่ 1 - 2 สิงหาคม 2562 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ดินถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 31 กรกฎาคม - 6 สิงหาคม 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอปภ.ก. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม แยกเป็นภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ต้องติดตามผลกระทบจากคลื่นลมแรง แยกเป็น ภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนตกสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล จัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งาน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง อีกทั้งกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ห้ามประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภทในช่วงที่มีคลื่นลมแรง รวมถึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42375</URL_LINK>
                <HASHTAG>36จังหวัด, กอปภ.ก., ปภ., ฝนตกหนัก, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d410c942b727.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
