<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดแล้ว &#039;ศูนย์ กอร.ฉ.&#039; หลัง ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดยพล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. แถลงว่า หลังมีประกาศราชกิจจานุเบกษา ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้อง กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง หรือ กอร.ฉ. ที่ตั้งขึ้นมาตามคำสั่งดังกล่าว ก็จำเป็นต้องยุติการทำหน้าที่ด้วยเช่นกัน แต่จะปรับไปเป็นรูปแบบอื่น ซึ่งการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ส่วนหนึ่งมาจากการที่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นผู้ประเมินสถานการณ์ต่อนายกรัฐมนตรี ที่เห็นว่า สถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ตำรวจจะกลับไปใช้กฎหมายปกติดูแลการชุมนุม เช่น พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ,พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2019 ,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายอาญาทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพรวมการชุมนุมในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ้านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่ เหตุการณ์ปะทะบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีผู้ชุมนุมฝ่ายราษฎร ที่ถูกทำร้ายร่างกาย 2 คน เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว โดยยืนยันว่า ตำรวจจะสืบสวนทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ย้ำ ไม่ว่าผู้ชุมนุมฝ่ายใดทำผิด ก็ต้องดำเนินคดีในมาตรฐานเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ยืนยันว่า จะต้องมีการตรวจสอบกลุ่มคนสวมเสื้อเหลืองในทุกมิติเช่นกัน ว่า มีการชักชวนให้มีการชุมนุม รวมถึงมีท่อน้ำเลี้ยงหรือไม่ ซึ่งหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องมีการทบทวนและปรับการดำเนินการให้เหมาะสม และเป็นไปตามกฎหมายที่เปิดช่องให้ ส่วนการจัดกำลังดูแลการชุมนุม ยังคงให้กองร้อยควบคุมฝูงชน ปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมเชื่อว่า หากถอยคนละก้าว โดยใช้กลไกรัฐสภา สถานการณ์จะดีขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; เปิดความจริงที่นักการเมืองฝ่ายค้านปฏิเสธไม่ได้
	เดือด! อาจารย์ มธ.ลำปาง ประกาศ &amp;#39;หยุดสอน&amp;#39;&amp;nbsp;
	ฮากระจาย!นักวิชาการอิสระหัวเราะก๊าก นายกฯเซ็นกลับใน3วิ&amp;#39;ไม่ออก&amp;#39;
	ร้านไก่ทอดติดป้าย &amp;#39;ไม่ขายคนจาบจ้วง&amp;#39; ขายดีลูกค้าเหมาเกลี้ยง &amp;#39;ปวิน&amp;#39; โผล่แซะเรียกแขกเพิ่ม
	&amp;#39;นักเขียนซีไรต์&amp;#39;เชื่อไม่คุ้มที่ชนะศึกการเมืองแต่ต้องสูญเสียคุณธรรมไปอย่างถาวร
	มช.แถลงลั่นไม่ยอมให้ลบหลู่พระเกียรติ ร.9 ปมล่าชื่อปลดประติมากรรม

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81447</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอร.ฉ., คณะราษฎร, พรก.ฉุกเฉิน, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f912d0d2145e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟกนิวส์!ตำรวจยันไม่มีบุกโรงงานผลิตหมวกกันน็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(โฆษก ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ &amp;nbsp;ดีพอ รองโฆษก ตร. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงสรุปภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า เรามีการดำเนินการให้เกิดความสมดุลในการบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความสงบของสังคมและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ไม่ว่ามวลชนจะฝ่ายไหนก็ตาม เรามีหน้าที่ในการควบคุมให้เกิดความสมดุลทั้งสามด้าน ส่วนกรณีที่จะมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นในอนาคต ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการปรับไปตามสถานการณ์ โดยเรื่องนี้ ผบ.ตร.ได้มีการทบทวนวิธีการปฏิบัติให้มีการสอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการดูความเคลื่อนไหวของมวลชนอยู่แล้ว เนื่องจากมีการประชุมตลอดเวลา ไม่ว่าสถานการณ์ไปในทิศทางใด ตร.ก็พร้อมปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ได้มีการชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ จุดสำคัญ บริเวณเดอะมอลล์บางแค และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า นอกจากนี้ยังมีจุดอื่นๆ ที่มีการชุมนุมแต่จำนวนไม่มากนัก เช่น เดอะมอลล์บางกะปิ, ห้างน้อมจิต, บีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว, แยกสาธุประดิษฐ์, บีทีเอสบางนา, แยกอุดมสุข และบีทีเอสรัชโยธิน ซึ่งการดำเนินการได้ให้ผู้กำกับการ หัวหน้าสถานี และผู้บังคับการพื้นที่เป็นผู้บริหารจัดการสถานการณ์ ทั้งนี้ บช.น.ได้จัดกำลังพลเสริมไว้สำหรับสนับสนุนการปฏิบัติของสน.และบก.พื้นที่ไว้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ &amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการชุมนุมที่ผ่านมา ได้มีการพยายามกระทำโดยการแจ้งข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จหรือเฟกนิวส์ ให้ประชาชนหลงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือตำรวจตระเวนชายแดนเข้าไปอยู่ในม็อบและก่อความไม่สงบ วุ่นวาย ในส่วนนี้ทาง บช.น.ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ โดยสน.บางนาได้ควบคุมตัวนายประวิทย์ สมรัตน์ ผู้ต้องหาที่ปรากฏในภาพมาดำเนินคดี ส่งฟ้องยังศาลอาญาพระโขนง ซึ่งได้มีคำพิพากษาให้รอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี คุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในเวลา 2 เดือน บริการสังคม 30 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้มารายงานตัว 3 เดือนต่อครั้ง จนครบเวลากำหนดโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า อีกกรณีทาง พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนางญาศิภัสมณี เรืองศิริสกุล ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับที่ 4 เรื่องการห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม และบุคคลตามที่ปรากฎตามภาพไว้เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี นอกจากนี้การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 63 ทาง บช.น.ได้จับกุมแล้วทั้งหมด 77 ราย เป็นการจับกุมตามหมายจับ 22 ราย ตาม พ.ร.ก. 54 ราย และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานอีก 1 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบโรงงานผลิตหมวกนิรภัย จากการตรวจสอบในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลยังไม่มีการจับกุม คาดว่าจะเป็นเฟกนิวส์ ซึ่งจะส่งเรื่องให้บก.ปอท.ตรวจสอบดำเนินการตามกระบวนการต่อไป หากมีการตรวจสอบหรือจับกุมจะเป็นการจับกุมหมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ปกติของตำรวจที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ช่วงนี้สถานการณ์สื่อสังคมออนไลน์มีการพยายามสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนและผู้ชุมนุมเกิดความหวาดกลัว มีการบิดเบือน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เช่น บอกว่า หากมีการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐจะมีการใช้อาวุธปืนใช้กระสุนจริงยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งในความเป็นจริง กอร.ฉ.ไม่มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนจริงกับผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน และขอยืนยันว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่จะดำเนินการภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีอยู่ 2 โพสต์ โพสต์แรกในทวิตเตอร์ ระบุว่า ทหารจะสั่งให้ ตร.หมอบลงจากนั้น ทหารจะยิงเข้าไปหาประชาชน อีกโพสต์เป็นเฟซบุ๊ก โดยคนโพสต์ข้อความที่อยู่ต่างประเทศได้เคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงอยู่ตลอด และมีหมายจับ ระบุข้อความว่า ช่วยกันกระจายข่าวด้วยครับ ตอนนี้มีคำสั่งรับมาแล้วว่าจะให้สังหารหมู่ประชาชนและนักศึกษา ทั้งนี้ขอยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ ที่มีเนื้อหารุนแรง ก่อความสับสน สร้างความตื่นตระหนกในสังคม การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 และฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับที่ 4 อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นโพสต์ลักษณะนี้อย่าส่งต่อ เพราะอาจสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขณะนี้มีคนดังต่างๆ ออกมาโพสต์ข้อความที่มีความเห็นต่าง อย่างเช่นคุณปารีณา ออกมาเชิญชวน ถือว่าเป็นการปลุกระดมในการชุมนุมขัดต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า รายละเอียดเนื้อหาในแต่ละกลุ่มที่เชิญชวนสุ่มเสี่ยงว่าเป็นความผิด ยืนยันว่าทาง กอร.ฉ.จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะทางเจ้าหน้าที่มีความเป็นห่วงในทุกเรื่องแม้ว่าจะชนม็อบหรือไม่ชนม็อบ ถ้าสถานการณ์พัฒนาไปในทิศทางไหน ซึ่ง ตร.มีหน่วยร่วมปฏิบัติที่พร้อมที่จะเข้าแก้ไขในทุกเรื่องอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทางกอร.ฉ.ว่าได้มีการคุยกันหรือไม่ว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือยกเลิกเพื่อลดความรุนแรงลดความกดดัน พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า การพิจารณาเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นเรื่องของทางรัฐบาล การพิจารณาในภาพรวมมีหลายมิติทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เราหน่วย กอร.ฉ.เป็นหน่วยปฏิบัติ ถ้าจะมีการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเราจะต้องได้รับคำสั่งจากทางรัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81343</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง, กอร.ฉ., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, หมวดกันน็อก, เฟกนิวส์, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8fd91052db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กอร.ฉ.&#039;ยัน&#039;บีทีเอส&#039;สมัครใจปิดบริการเพื่อความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดย น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล โฆษก กอร.ฉ. แถลงถึงกรณีสังคมตั้งคำถามเรื่องการปิดบีทีเอส และระบบขนส่งต่างๆ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกับประชาชนไปแล้วหลายครั้ง วันนี้ขอชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกท่านว่า การปิดขนส่งมวลชนต่างๆ เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการปิดชั่วคราว และเป็นความสมัครใจร่วมกันระหว่างบีทีเอสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะทำอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งการชุมนุมแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่มองว่าหากเกิดการทะเลาะวิวาทกัน แล้วตกลงไปบนรางรถไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้าแรงสูง อาจจะมีคนได้รับอันตราย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปทำลายข้าวของต่างๆ พังประตูรั้วรถไฟฟ้า หากไม่ปิดอาจจะมีเหตุลุกลามสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ สิ่งที่ภาครัฐกำลังทำเพราะห่วงชีวิตของทุกๆ คน รวมไปถึงผู้ชุมนุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นเรื่องการปิดสื่อออนไลน์วอยซ์ทีวีทุกแพลตฟอร์มนั้น ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วง และไม่ได้ต้องการปิดกั้นการทำงานของสื่อมวลชนแต่อย่างใด หากสื่อมวลชนนั้นนำเสนอข้อมูลข่าวสารออกไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั่นหมายถึงต้องไม่เป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น หมิ่นสถาบัน ขณะที่อีก 3 สื่อ คือ ประชาไท, the standard, the reporters ขอให้หน่วยงาน กสทช. และดีอีเอส ไปไปทบทวนก่อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจที่จะพูดคุยกับสื่อมลชน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ในสิ่งที่จะนำเสนอนั้น ควรจะไปในทิศทางใด เพื่อสร้างความสงบสุขและสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับกรณีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลดแรงกดดันต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ทางสภามองว่าน่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่จะเปิดให้ผู้แทนทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ได้รับข้อมูลข่าวสารมาพูดคุยร่วมกันในการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนวันและเวลาขอให้ประธานสภาเป็นผู้แจ้งความชัดเจนให้ทราบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ยังกล่าวอีกว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในแง่มิติทางสังคม เราเห็นภาพชัดเจนว่าการใช้ชีวิตประจำวัน การใช้รถใช้ถนนเป็นไปด้วยความยากลำบากในบางพื้นที่ ซึ่งประชาชนบางส่วนอาจไม่ได้ติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียตลอดเวลา และบางคนเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการรวมกลุ่มชุมนุม ก็ไปเจอรถติด วิถีการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ขณะที่ในมิติเศรษฐกิจ บางครั้งที่ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันหน้าห้างสรรพสินค้าต่างๆ ห้างไม่ได้ปิด แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่กล้าไปเดินห้างซื้อของ เนื่องจากห่วงความปลอดภัย ห่วงเรื่องการจราจร รัฐไม่ได้สั่งปิด ห้างเองก็ไม่ได้สั่งปิด พอคนไม่ไปซื้อของการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ ก็ไม่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81335</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง, กอร.ฉ., น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล, บีทีเอส, ปิดบริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8fca0654183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปิด &#039;วอยซ์ทีวี&#039; ผิดหลายกระทง-อุทธรณ์ไม่ได้ต้องไปเปิดใหม่ อีก 3 สื่อยังต้องลุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส แถลงข่าวร่วมกับกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) เผยว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง มีคำสั่งตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้ดีอีเอส ดำเนินการตรวจสอบและระงับการเผยแพร่ของสื่อที่เข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น ทางดีอีเอสได้ตรวจสอบ ประมวลโดยฝ่ายกฎหมาย เสนอศาลปิดแพลทฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทางของสื่อ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;องค์กร คือ วอยซ์ทีวี ประชาไท&amp;nbsp;The Reporters&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;The Standard&amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดมีคำสั่งจากศาล สั่งปิดทุกแพลทฟอร์มออนไลน์ของ วอยซ์ทีวี แล้ว ส่วนอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สื่อยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภุชพงค์ กล่าวว่า กรณีของวอยซ์ทีวีนั้นเนื่องจากเข้าข่ายหลายองค์ประกอบความผิด ทั้งขัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในที่นี้รวมถึงพ.ร.บ.คอมฯ ด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการขออำนาจศาลสั่งปิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงไม่สามารถอุทธรณ์ได้ แต่หากจะไปเปิดยูอาร์แอลใหม่ ก็เป็นสิทธิ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภุชพงค์ กล่าวอีกว่า บทบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เกี่ยวกับการดำเนินการของการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่ามีการเฝ้าระวังการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ในทุกด้านทุกแพลตฟอร์ม เมื่อพบการกระทำความผิดจะรวบรวมพยานหลักฐานและเสนอเรื่องขอความเห็นชอบต่อศาลให้มีคำสั่งปิดกั้น หลังจากนั้นประสานการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้หลังจากมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;กระทรวงดีอีเอสได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การชุมนุมในการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงพิจารณาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ และประสานงานการตรวจพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับความผิดต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และดำเนินการร้องขอคำสั่งศาลในการระงับหรือลบข้อมูลที่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภุชพงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีแอพลิเคชั่นเทเลแกรม (Telegram)&amp;nbsp;ศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การชุมนุมกระทรวงดีอีเอสตรวจพบการใช้แอพลิเคชันดังกล่าวในการนัดหมายเชิญชวนชุมนุม ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ประกอบมาตรา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548&amp;nbsp;จึงแจ้งเรื่องต่อไปยังผบ.ตร. ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงทราบและพิจารณาข้อมูลดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้มีสั่งที่&amp;nbsp;11/2563&amp;nbsp;เรื่องระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะโดยให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการเพื่อให้ระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบคอมพิวเตอร์ (เทเลแกรม) ขอเรียนว่ากระทรวงดีอีเอสได้ดำเนินการตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนตามกฎหมายและมีการขอความเห็นชอบต่อศาลมาโดยตลอด ไม่มีการทำเกินอำนาจหน้าที่หรือเลือกปฏิบัติโดยเคารพสิทธิการเข้าถึงสื่อทุกประเภทของประชาชนโดยเสรีภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลฯ ในภาวะปกติมีสองศูนย์ ศูนย์แรกคือศูนย์เฝ้าระวังความผิดทางเว็บไซต์ ศูนย์ที่สองคือ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ซึ่งหลังจากที่เหตุการชุมนุมก็ได้การรวมการทำงานของทั้งสองศูนย์เพื่อเฝ้าระวังการกระทำความผิดทางอินเตอร์เน็ตทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ จากต่างประเทศ เช่น ยูทูป ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และเทเลแกรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะรวบรวมหลักฐานและขอคำสั่งศาล เมื่อศาลมีคำสั่งก็จะแจ้งไปยังผู้บริการอินเตอร์เน็ต หรือแพลตฟอร์มจากต่างประเทศเหล่านั้นเพื่อทำการปิดเฉพาะแอคเคาท์ที่กระทำผิด ไม่ได้ปิดทั้งหมด แต่ตั้งแต่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินเราก็ได้ร่วมทำงานกับศูนย์ กอร.ฉ. โดยจะมีการรายงานการกระทำผิด ซึ่งในสองวันที่ผ่านมาสามารถตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดแล้วกว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ราย ที่เข้าข่าย และที่พบต้นโพสต์มีความชัดแจน&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ราย เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) 46&amp;nbsp;ราย วันนี้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย โดยสิ่งที่ทางกระทรวงฯ ทำยึดตามหลักกฎหมายและสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้สื่ออินเตอร์เน็ตทุกคน เราจะพยายามดูเพื่อไม่ให้กระทบในภาพกว้าง&amp;nbsp; สำหรับผู้กระทำความผิดจะมีโทษ ตามพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;และความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดตาม ป.วิอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81236</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Reporters, The Standard, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กอร.ฉ., ข่าวปลอม, ประชาไท, พรก.ฉุกเฉิน, ภุชพงค์ โนดไธสง, วอยซ์ทีวี, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e8bb7aeb49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กอร.ฉ.&#039; ประเมินม็อบดาวกระจาย พร้อมจัดกำลังตร.ชุดเคลื่อนที่เร็วดูแลปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ต.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริวัฒน์&amp;nbsp;ดีพอ รองโฆษก ตร. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และนายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกันแถลงสรุปภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงการดูแลการชุมนุมในภาพรวมเมื่อวานนี้ (19&amp;nbsp;ตุลาคม) มีการเตรียมกำลังตำรวจ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม ผลการปฏิบัติไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใดการควบคุมสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการนัดรวมตัวการชุมนุมในวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ใด อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อมในด้านการอำนวยความสะดวกการจราจรและการดูแลความสงบเรียบร้อยไว้พร้อมแล้ว ส่วนสถานการณ์การชุมนุมในรอบ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง มี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด คือ&amp;nbsp;1.แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(บางเขน)&amp;nbsp;2.หน้าเรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;3.มหาวิทยาลัยศิลปากร(วังท่าพระ)&amp;nbsp;4.บริเวณถนนตัดใหม่สาธุประดิษฐ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม&amp;nbsp;2 6.&amp;nbsp;สภ.เมืองนนทบุรี โดยได้เลิกชุมนุมก่อนเวลา&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายมีการจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย ได้แก่&amp;nbsp;1.นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงก์ ถูกเจ้าหน้าที่ สภ. เมืองขอนแก่น จับกุมได้ที่บ้านพักในอ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลอาญาที่ ลงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ในความผิดตามมาตรา&amp;nbsp;116 2.จับกุมนายขวัญ จีนา ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;25863&amp;nbsp;ซึ่งกระทำผิดทุบทำลายป้อมกดสัญญาณไฟจราจรแยกบางนา ดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน,&amp;nbsp;ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์,&amp;nbsp;มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองประมวลกฎหมายอาญามาตรา&amp;nbsp;215&amp;nbsp;วรรคแรก รายที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จับกุมนายประวิทย์ สมรัตน์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฏตามสื่อโซเชียลต่างๆ ว่าเป็นตำรวจปลอมตัวเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พิสูจน์ทราบแล้วว่าไม่ใช่ตำรวจ จึงได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้เสียทรัพย์ และชุมนุมเกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp; คนขึ้นไป สำหรับการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมา จำนวน&amp;nbsp;76&amp;nbsp;คน แบ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คน ความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;คน และ ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า วันนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เตรียมกำลังไว้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กองร้อย จำนวน&amp;nbsp;1,860&amp;nbsp;นาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ภายใต้การบังคับบัญชา พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย รอง ผบช.น. โดยเน้นการปฏิบัติเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณที่มีการชุมนุมและป้องกันมือที่สามก่อความไม่สงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มที่พบว่ามีความผิดนั้นมีการกระทำผิดลักษณะอย่างไร นายภุชงค์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นความผิด พรบ.คอมฯ โดยการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในภาพกว้าง ส่วนความผิดเรื่องของการยุยงปลุกปั่น ทำให้โครงสร้างพื้นฐานได้รับผลกระทบ ซึ่งผู้ที่กระทำความผิดทั้ง&amp;nbsp;58&amp;nbsp;รายนั้นได้ประสานไปยังผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ให้ระงับไปแล้ว และบางรายมีคำสั่งศาลแล้ว ส่วนบางรายก็ได้ใช้อำนาจคำสั่งของหัวหน้า พรก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าผู้ชุมนุมขีดเส้นตายให้ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ภายในเวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น. ทางศูนย์ กอร.ฉ. จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยหลังจากนี้จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมแล้ว ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมประกาศเซอร์ไพรส์เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะเป็นการแยกย้ายชุมนุมตามจุดต่าง ๆ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมโดยการจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า เจ้าหน้าที่คิดว่าผู้ชุมนุมจะยกระดับการชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวว่า จากการประเมินเชื่อว่าผู้ชุมนุมขณะนี้สามารถยกระดับได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น ส่วนการดาวกระจายจะเป็นการเคลื่อนตัวไปตามสถานีรถไฟฟ้าต่าง ๆ เท่านั้น เชื่อว่าชุดเคลื่อนที่เร็วจะสามารถเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยในส่วนนี้ได้ ส่วนกรณีที่แกนนำหลายคนได้รับการปล่อยตัวแล้วนั้น มีเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวโดยเฉพาะบางคนมีเงื่อนไขห้ามเข้าพื้นที่การชุมนุม ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่มีหมายจับที่กำลังดำเนินการอยู่หลาย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หมาย โดยทางเจ้าหน้าที่ขอย้ำเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่าการกระทำในทุกกรณีที่เข้าข่ายผิดมีเจ้าหน้าที่คอยรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส ได้ตรวจสอบพบบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการยุยงทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ได้ส่งเรื่องมาให้กอร.ฉ. ดำเนินรวมแล้ว&amp;nbsp;58&amp;nbsp;เรื่อง ส่วนกรณีการบิดเบือนข้อมูลในลักษณะข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์ ได้มีการปลุกระดมโดยผู้ไม่หวังดีโดยใช้บัญชีปิดบังตัวตนผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ชักชวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้วิธีการ&amp;nbsp;Looting&amp;nbsp;คือการปล้นสะดมในระหว่างสถานการณ์ที่มีความไม่สงบ โดยในทวิตเตอร์มีการแชทอ้างการกระทำลักษณะดังกล่าวในสถานการณ์การชุมนุมระหว่างประเทศ ซึ่งมีการชักชวนให้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปในพื้นที่บริเวณการชุมนุม เพื่อยกระดับการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องนี้ทางกอร.ฉ.มีความเป็นห่วงและขอแจ้งเตือนประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่พยายามยุยง ปลุกปั่นให้กระทำการดังกล่าว เพราะนอกจากจะเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ยังผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเข้าข่ายฐานลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือทำให้เสียทรัพย์แล้วแต่กรณี ส่วนผู้ที่ไม่หวังดีที่ทำการยุยง ปลุกปั่นในโลกออนไลน์ จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;และเป็นการฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบกลุ่มผู้ชุมนุมหลายๆ คน ได้รับข้อมูลลักษณะการเชิญชวนในทวิตเตอร์ แต่มีอีกหลายคนที่มีความเป็นห่วงเป็นใยได้มีการสื่อสารถึงกันและกัน พร้อมเตือนกันว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือ ทางกอร.ฉ.ต้องขอขอบคุณที่มีสติในการช่วยเตือนกันเป็นการป้องกันระวังภัยสำหรับบุคคลที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หรือบุคคลที่ไม่หวังดีมาแทรกแซงด้วยเจตนาร้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81232</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง, กอร.ฉ., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พรก.ฉุกเฉิน, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ภุชพงค์ โนดไธสง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, แฟลชม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e85898beef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อหมายจับม็อบเดือดทุบป้อมตร.บางนา! ซิวแล้ว74ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 11.30 น. กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) แถลงการณ์ปฏิบัติงานของตำรวจในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาว่า มีการชุมนุมจำนวน 3 พื้นที่หลักในกรุงเทพมหานคร คือ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้ชุมนุมประมาณ 12,000-14,000 คน บริเวณแยกอโศก ถนนอโศกมนตรี มีผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน และบริเวณแยกบางนา ถนนสุขุมวิมทขาเข้าและขาออก มีผู้ชุมนุมประมาณ 3,500 คน รวมมีผู้ชุมนุมทั้งสิ้น 2 หมื่นคน โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลความรักษาความสงบเรียบร้อย จำนวน 12 กองร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการกับผู้กระทำผิดกับผู้ที่ฝ่าพระราชกำหนดการบริหารราชการฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และความผิดอื่นๆ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตำรวจได้ควบคุมตัวนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงปทุมวัน ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2563 ในฐานความผิดฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากนั้นได้อายัดตัวไปดำเนินคดีต่อตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2563 ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และได้รับมอบตัว นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงปทุมวัน ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2563 ในฐานความผิดฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยขณะนี้ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายไปผัดฟ้องฝากขังยังศาลแขวงปทุมวันเรียบร้อยแล้ว ขณะที่มียอดสะสมผู้กระทำความผิดและถูกจับกุมตัว มีทั้งสิ้น 74 ราย มีทั้งแกนนำและผู้ชุมนุม ซึ่งทาง บช.น.ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดทุกราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า กรณีที่เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากมีการประการยุติการชุมนุมแล้ว มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนก่อความวุ่นวายที่บริเวณแยกบางนา ขว้างปาสิ่งของ ทุบตีป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจร ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย ขณะที่ทาง สน.บางนาได้รับคำร้องทุกข์ และวันนี้จะขอศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป ขณะที่วันนี้หากมีการชุมนุม ตำรวจได้เตรียมกำลังควบคุมฝูงชนไว้จำนวน 12 กองร้อย ไว้รักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีมือที่สาม ซึ่งอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ว่าจะมีการจัดชุมนุมที่ใด ทั้งนี้ภาพรวมการปฏิบัติหน้าที่ทาง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. จะเป็นผู้ควบคุมเหตุการณ์ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. ได้กล่าวถึงข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์ที่มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารและสร้างความสับสนเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยกอร.ฉ. ได้ตรวจพบ เช่น มีเพจเฟซบุ๊กบางเพจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว ได้มีการไลฟ์สดเหตุการณ์ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชุมนุมบริเวณแยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 โดยเพจดังกล่าวได้มีการไลฟ์สดซ้ำในช่วงค่ำของวันที่ 17 ตุลาคม 2563 เวลา 20.18 น. และวันที่ 18 ตุลาคม 2563 เวลา 19.29 น. ในช่วงเวลาที่มีการชุมนุมในลักษณะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุมมีการเผชิญหน้าและมีการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงค่ำของวันที่ 17 และ 18 ตุลาคม ทั้งที่ข้อเท็จจริงเวลาที่เพจดังกล่าวได้ทำการไลฟ์สดไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะที่เพจได้ไลฟ์สดแต่อย่างใด แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่นำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิมเตอร์ที่มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนั้นยังเป็นการฝ่าฝืนประกาศผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฉบับที่ 4 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี&amp;nbsp; หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท ทางกอร.ฉ.จะพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวต่อไป และขอฝากประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารอยากให้รับข้อมูลข่าวสารจากเว็บไซต์ของทางราชการหรือสำนักข่าวหลักที่มีการตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูลอย่างถูกต้องถี่ถ้วนแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอร.ฉ., ตร., นครบาล, พรก.ฉุกเฉิน, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8d24a6356a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดาวกระจาย‘บางกอกโมเดล’พรึ่บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอร.ฉ.แจงการปฏิบัติกับกลุ่มผู้ชุมนุมยึดกฎหมายและยุทธวิธีตามหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ นายกฯ ย้ำต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย สั่ง จนท.คอยเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีที่สร้างสถานการณ์รุนแรงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง &amp;quot;พรรคเพื่อไทย&amp;quot; เข้าเยี่ยม 6 แกนนำ พร้อมใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัว โบ้ยไม่เกี่ยวการชุมนุม &amp;quot;หมอทศพร&amp;quot; เข้ามอบตัวตามหมายจับ อ้างไปช่วยผู้ชุมนุมด้านการแพทย์ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เตือนแฟลชม็อบไม่มีแกนนำหากจับกุมตัวเพิ่มจะทำให้บานปลาย ม็อบดาวกระจายมาตามนัด ยึด &amp;quot;อนุสาวรีย์ชัยฯ-อโศก-ฟิวเจอร์พาร์ค&amp;quot; ก่อนสลายตัวช่วงค่ำ &amp;quot;บ.ก.ลายจุด&amp;quot; เปรียบ &amp;quot;บางกอกโมเดล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม การชุมนุมของกลุ่มเราคือราษฎร ยังคงนัดชุมนุมแบบดาวกระจายตามจุดสำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และได้ยุติการชุมนุมในช่วงค่ำวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงความคืบหน้าประจำวันการปฏิบัติงานของศูนย์ กอร.ฉ. โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า กอร.ฉ. ขอย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายในช่วงเวลานี้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความร้ายแรงใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน กอร.ฉ. จำเป็นต้องทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการปฏิบัติการของตำรวจดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายเป็นไปตามหลักสากล ตามยุทธวิธีที่ทั่วโลกยอมรับ โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอยู่ในช่วงบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ซึ่งต่างจากการใช้กฎหมายทั่วไป การดำเนินการใดๆ ก็ตาม เรายึดหลักกฎหมายเป็นหลัก สามารถตรวจสอบได้ตามหลักสากล ไม่มีการกระทำที่รุนแรงหรือเกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยุทธวิธีที่ใช้ก็เป็นไปตามหลักสากลนิยม ส่วนที่มีผู้เรียกร้องให้ตำรวจหยุดดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนนั้น เรื่องทางคดีทาง บช.น.จะเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป&amp;quot; พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;?นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์ชุมนุมในแต่ละสถานที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดว่า การเรียกร้องเป็นสิทธิเสรีภาพที่พึงกระทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย? นายกฯ ได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่รัฐคอยเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีที่อาจอาศัยการชุมนุมที่กระจายตัวนั้น สร้างสถานการณ์รุนแรงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง?&amp;nbsp; รัฐบาลขอย้ำว่าพร้อมรับฟังปัญหาของประชาชนทุกฝ่าย และรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ยังคงมีอยู่ให้พี่น้อง ประชาชนแต่ละกลุ่มในทุกพื้นที่? นอกจากการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบสองแล้ว ปัญหาเศรษฐกิจยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลพยายามแก้ไข และเร่งออกมาตรการทางนโยบาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม จึงขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ และติดตามข่าวสารจากรัฐบาลอย่างใกล้ชิดในทุกช่องทาง
วอนสร้างความสามัคคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เผยแพร่บทความ &amp;quot;ทางออกของประเทศไทย ใต้ร่มพระบารมี เอารอยยิ้มสยาม กลับคืนมาให้คนไทย&amp;quot; สรุปว่า ประวัติศาสตร์ชาติไทย กษัตริย์เป็นผู้สร้างและรวบรวมความเป็นปึกแผ่นมา ดังนั้นประเทศก็เหมือนบ้าน เหมือนครอบครัว ครอบครัวมีบรรพบุรุษ และทุกคนในครอบครัวจักต้องสำนึกและกตัญญูรู้คุณบุพการีและบรรพบุรุษที่ทำให้ครอบครัวนี้อยู่เย็นเป็นสุขมากี่ร้อยปีจนถึงปัจจุบัน ร.9 ทรงเสียสละเพื่อคนไทย ทรงนำพาประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์สำคัญ ทรงงานอย่างหนักมากกว่าผู้นำใดๆ ในโลก จนได้รับความศรัทธาจากพสกนิกรชาวไทยและชาวโลก ในรัชกาลปัจจุบัน ได้มีพระราชปณิธานเพื่อสืบสานและต่อยอด เพื่อบรรลุพระราชประสงค์สูงสุดของพระราชบิดา วันนี้หากคนไทยไม่สามัคคี และต้องการเอาชนะแบ่งพวก แบ่งฝ่าย ขาดสติ ไม่เอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง หากการจะได้มาในสิ่งเหล่านั้นต้องแลกมาด้วยสงคราม การสูญเสีย หากท่านชนะแล้วชัยชนะนั้นอยู่บนซากปรักหักพัง ท่านจะได้สิ่งที่ฝันไว้ไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังทุกความคิดเห็นโดยสันติ โดยไม่ละเมิดสิทธิของคนไทยส่วนใหญ่ วันนี้ที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะคือหน้าที่ที่ถูกกำหนดไว้ตามกฎหมาย และเป็นการรักษาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย ที่จะต้องได้รับการปกป้องและคุ้มครอง หากการเรียกร้องเหล่านั้นอยู่บนแนวทางในการสร้างความสามัคคี จึงขอวิงวอนให้คนไทยทุกคนลุกมายืนขึ้นเพื่อจับมือกันก้าวข้ามความขัดแย้งไปให้ได้ เพื่อให้คนไทยทุกคนมีความรักสามัคคีปรองดองกัน อยากให้ทุกคนช่วยกันเอารอยยิ้มสยามกลับมาสู่คนไทยมาสู่ประเทศไทยให้เหมือนเดิมอีกจะได้ไหมครับ&amp;quot; นายสุภรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของคณะราษฎร 2563 ว่า การชุมนุมดังกล่าวฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สำคัญการปิดถนนดาวกระจายสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในการสัญจรไปมา พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ กระทบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อยากจะขอให้ทุกฝ่ายเปิดเวทีเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันยุติความขัดแย้งทั้งหมด ไม่เช่นนั้นไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ความเสียหายจะตกอยู่กับประเทศชาติและประชาชน ทั้งนี้ เห็นด้วยที่รัฐสภาจะเป็นแกนกลางในการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุม ขอให้ผู้ชุมนุมอย่าให้แกนนำบางคนจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศไม่พอใจและออกมาเคลื่อนไหวอีก ประเทศจะวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.54 น. ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน&amp;nbsp; ภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี, น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมาเพื่อติดต่อขอเข้าเยี่ยมแกนนำทั้ง 6 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาเมื่อวันก่อน โดยมีนายกรกช แสงเย็นพันธุ์, นายวสันต์ กล่ำถาวร, นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ, นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, นายณัฐชนน พยัฆพันธ์ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยครั้งนี้มีหญิงสูงวัยได้มายืนถือป้ายมีข้อความว่า ไมค์สู้สู้&amp;nbsp; เสรีภาพ พร้อมกับชู 3 นิ้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อนายประเสริฐเปิดเผยภายหลังว่า จากการพูดคุยกับไมค์ ไม่ได้มีความกังวลใดๆ และยังมีกำลังใจที่ดี ทั้งนี้ทราบว่าในวันที่ 19 ต.ค. จะมีการส่งตัวนายไมค์ไปยังศาลอาญา และคนอื่นๆ จะถูกส่งไปยังศาลแขวง สิ่งที่มีความกังวลคือการดำเนินการจับกุมของตำรวจที่กระทำเกินกว่าเหตุ เนื่องจากเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบและไม่มีการแสดงหมายในขณะเข้าจับกุม รวมถึงมีการทุบรถ ซึ่งเรื่องนี้ในอนาคตจะพิจารณาว่าผู้ต้องหาจะมีการฟ้องร้องกลับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกระทำครั้งนี้ซึ่งถือว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่ ส่วนการประกันตัว เป็นเรื่องที่ศาลจะพิจารณา และในทางปฏิบัติสามารถประกันได้ ซึ่งในหลายพื้นที่ได้ประกันมาแล้วโดยใช้ ตำแหน่ง ส.ส. ซึ่ง ส.ส.มีหน้าที่ต้องดูแลประชาชน แต่พรรคเพื่อไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม และเท่าที่ทราบผู้ชุมนุมใช้เวลาการชุมนุมไม่นาน และเชื่อว่าผู้ชุมนุมก็คงกังวลว่าไม่อยากให้เกิดความเดือดร้อนและกระทบกับคนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ได้ประสานกับศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชนเพื่อหารือถึงการประกันตัวผู้ต้องหาต่อไปแล้ว
เตือนจับเพิ่มจะบานปลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ได้รับความไว้วางใจจากนายภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวเดินทางมายัง ตชด.ภาค 1 เพื่อเข้าเยี่ยมนายไมค์และผู้ถูกควบคุมตัวคนอื่นๆ โดยนายปิยบุตรกล่าวภายหลังเข้าพบว่า ทุกคนมีกำลังใจดีมาก โดยในวันที่ 19 ต.ค. จะนำตัวไปยังศาลแขวงปทุมวัน และต้องดูว่าศาลจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งส่วนตัวมองว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่ควรที่จะควบคุมตัวหรือจับกุมใครเพิ่ม เพราะจะทำให้สถานการณ์บานปลายมากยิ่งขึ้น ทุกคนใช้เสรีภาพในการชุมนุม และหากยิ่งจับกุมมากเท่าไร จะทำให้เกิดแฟลชม็อบ ไม่มีแกนนำโดยสมบูรณ์แบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากยังใช้มาตรการเข้มข้น เชื่อว่าการชุมนุมก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลต้องประกาศยกเลิก พ.ร.ก ฉุกเฉิน เปิดพื้นที่ให้ใช้เสรีภาพในการชุมนุม รวมทั้งปรับทิศทางต่างๆ เข้าหากันเพื่อประคับประคองสถานการณ์ได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เงื่อนไขแรกที่จะทำให้ทุกอย่างเดินต่อไปได้คือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกจากตำแหน่งหรือยุบสภา เพราะสูญเสียความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว เพื่อให้บรรยากาศทุกอย่างดีขึ้น แต่หากยังอยู่ในตำแหน่ง จะเป็นการสาดน้ำมัน และอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพฯ ของรัฐบาล เป็นการลุแก่อำนาจในการใช้กฎหมายจัดการกับประชาชน เพราะการที่รัฐบาลอ้างเหตุ เหตุเชื่อมต่อกับเหตุการณ์ที่เกิดจากข้อบกพร่องของการถวายความปลอดภัยในเส้นทางเสด็จฯ และอ้างเรื่องการป้องกันในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และข้อกำหนดที่ออกมาทั้ง 6 ฉบับ ขัดต่อความรู้สึกและเหตุการณ์จริงที่รับรู้กันโดยทั่วไป ขอให้รัฐบาลยุติการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที ประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อนของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังสามารถฟ้องร้องต่อศาลที่สามารถรับฟ้องความเดือดร้อนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อย่ามาอ้างว่ายึดหลักสากลในการสลายการชุมนุมของเด็กและเยาวชนที่สี่แยกปทุมวัน เพราะการสลายการชุมนุมเมื่อคืนนี้มันไม่ได้เป็นไปตามหลักสากลในประเทศที่เจริญแล้ว ที่จะถึงขั้นตอนใช้กำลัง เขาจะต้องเปิดโต๊ะเจรจากันก่อนการเร่งรัดสลายการชุมนุมแบบลัดขั้นตอนม้วนเดียวจบแบบนี้ มันแตกต่างจากแนวทางที่ทุกๆ รัฐบาลในอดีตเคยปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมแต่ละสีเสื้อ การเอาชนะเด็กด้วยวิธีที่เลือดเย็น แล้วปล่อยให้พ่อแม่นั่งดูการถ่ายทอดสดเรียลลิตี้เกมล่าสัตว์โชว์ของผู้มีอำนาจ โดยที่ฝ่ายหนึ่งมีอาวุธครบมือ แต่อีกฝ่ายหนึ่งหิ้วกระเป๋านักเรียนวิ่งหนี ทั้งๆ ที่ยังสวมชุดนักเรียนอยู่นั้น มันสะเทือนใจคนดูทั้งประเทศ และไม่ ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะยิ่งเลวร้ายลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย พร้อมทีมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน หลังจากที่เมื่อวันวันที่ 17 ต.ค. ศาลแขวงปทุมวันได้ออกหมายจับในความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 &amp;nbsp;
โวยช่วยด้านการแพทย์แต่โดนจับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทศพรกล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า มาแสดงเจตนาบริสุทธิ์ว่าไม่กลัวตำรวจ ไม่ต้องมาจับ ถ้าอยากจับตนจะเดินมาเอง อยากถามว่าจับกันเรื่องอะไร ตนเคลื่อนไหวทางการเมืองมาตลอดชีวิต แต่ปีนี้เป็นปีของเยาวชน ตนก็ออกมาช่วยน้องๆ นักศึกษา มาช่วยเหลือให้ข้อมูลทางการแพทย์ ไปตั้งเต็นท์แพทย์พยาบาลเพื่อมวลชน ช่วยเหลือน้องๆ ผู้ชุมนุม ไม่เคยเข้าไปกระตุ้นปลุกเร้าปลุกปั่นใดๆ แต่เข้าไปทำให้ม็อบมีความสุขมากกว่า ฝากถึงรัฐบาลว่าผู้ชุมนุมกลุ่มนักศึกษาไม่มีแกนนำ ทั้งแสนถือเป็นแกนนำทั้งหมด ดังนั้นรัฐบาลไม่มีทางจะสู้กับประชาชนเป็นแสนเป็นล้านได้ จึงขอให้จับตนคนเดียว อย่าไปรุกรานจับกุมน้องๆ วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์คือซากศพไปแล้ว ฝากบอกไปถึงทหารตำรวจ รัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล ท่านจะกอดซากศพไปทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากต้องประกันตัวทางพรรคจะรวบรวมเงินเพื่อยื่นประกันตัวคุณหมอต่อไป ขณะที่ผู้ชุมนุมรายอื่นที่ถูกจับกลุ่มทางพรรคเพื่อไทยมีแนวทางที่จะช่วยเหลือทางด้านการประกันตัว โดยมีการตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือรับข้อมูลต่างๆ ว่ามีผู้ใดถูกกล่าวหา และควรได้รับการช่วยเหลือ และมี ส.ส.หลายท่านทำหน้าที่ช่วยเป็นนายประกันให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 17.05 น. นพ.ทศพรเปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ตนทราบว่าผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และจะส่งตัวตนไปส่งพนักงานสอบสวนที่กองบังคับตำรวจตระเวนชายแดน ภาคที่ 1 ดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งไม่รู้สึกกังวลอะไร การกระทำทั้งหมดเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ พรุ่งนี้เชื่อว่าศาลจะให้ประกันตัว ขณะที่ตำรวจคุมตัว นพ.ทศพรขึ้นรถ ได้มีประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจตะโกนว่า &amp;quot;ปล่อยเพื่อนเรา&amp;quot; และ &amp;quot;ขอให้คุณหมอสู้ๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งกลุ่ม CARE โพสต์ว่า รู้จัก นพ.ทศพรร่วม 50 ปี เพราะเป็นนักเรียนรุ่นพี่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตามมาเป็นรุ่นน้องที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พี่ดำรงชีวิตในฐานะแพทย์ที่ดี และเป็นผู้แทนราษฎรที่ประชาชนรักมาตลอด มาครั้งนี้ไปอยู่ดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยและบาดเจ็บมาจากการชุมนุม เป็นความผิดจนต้องถูกหมายศาลจับด้วยหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่าย เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;รถไฟฟ้าบีทีเอส&amp;quot; แจ้งว่ารัฐบาลได้มีคำสั่งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้รถไฟฟ้าบีทีเอสปิดบริการชั่วคราว 10 สถานี ตั้งแต่เวลา 14.30 น.เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ สายสุขุมวิท ได้แก่ สถานีหมอชิต, สถานีห้าแยกลาดพร้าว, สถานีพหลโยธิน 24, สถานีอโศก, สถานีอุดมสุข และ สถานีบางนา, สายสีลม ได้แก่ สถานีช่องนนทรี, สถานีสุรศักดิ์, สถานีกรุงธนบุรี และสถานีวงเวียนใหญ่ ทั้งนี้ บริษัทยังคงเปิดให้บริการในสถานีอื่นๆ ตามปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.20 น. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีแจ้งว่า รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที สายสีน้ำเงิน มีความจำเป็นต้องปิดให้บริการใน 5 สถานี ได้แก่ 1.สถานีหัวลำโพง 2.สถานีลุมพินี 3.สถานีสุขุมวิท 4.สถานีพหลโยธิน 5.สวนจตุจักร เป็นการชั่วคราวตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป เพื่อความปลอดภัยโดยรวมของผู้โดยสาร และเราจะรีบเปิดให้บริการทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า การที่รถไฟฟ้าหยุดบริการไม่ใช่เกิดจากการกระทำของนักศึกษา เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ละเมิดสิทธิของทั้งเอกชนและประชาชนโดยไม่มีเหตุผลและความจำเป็น เป็นการลุแก่อำนาจ การอ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ฟังไม่ขึ้น อีกทั้งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเองก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ผู้ที่ต้องรับผิดต่อความเสียหายครั้งนี้และต้องยุติการสร้างความเสียหายขึ้นอีกคือรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สนใจแต่รักษาอำนาจของตนเองโดยไม่เคยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนแต่อย่างใด
ม็อบดาวกระจายมาตามนัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้นัดกันชุมนุมแบบดาวกระจาย ตามเฟซบุ๊กต่าง อาทิ เฟซบุ๊กเพจ &amp;ldquo;แนวร่วมธรรมศาสตร์และการ ชุมนุม-United Front of Thammasat and Demonstration&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายม็อบราษฎร โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;ldquo;ยังคงยืนยันจัดการชุมนุมต่อในวันนี้ ไม่ได้ยกเลิกแต่อย่างใด!!!! 15.00 น. เตรียมตัวให้พร้อมที่สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี แล้วเจอกัน ส่วนเพจเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH โพสต์ข้อความนัดชุมนุม ระบุข้อความว่า เราคือราษฎร!&amp;nbsp; #18ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย รวมทั้งยังมีจุดอื่นๆ อีกทั่วประเทศ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งมุ่งหน้าถนนพญาไท ขาเข้าเมือง เวลา 15.50 น. มีประชาชนนิสิต นักศึกษา ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุม โดยมีการประกาศให้ผู้ชุมนุมเดินลงจากสกายวอล์ก และสะพานลอยไปยังพื้นผิวจราจร ในเวลาต่อมาบีทีเอสจึงได้ทำการปิดสถานี โดยผู้ชุมนุมชูรูปนายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำคณะราษฎร และนักกิจกรรมการเมืองที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พร้อมตะโกนว่า &amp;quot;ปล่อยเพื่อนเรา&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตำรวจได้วางกำลังโดยรอบทั้ง 4 เกาะเพื่ออำนวยความสะดวกจราจร ร้องขอให้มวลชนอย่ากีดขวางทางเดินรถ แต่ไม่เป็นผล มวลชนสามารถปิดถนนพญาไทขาเข้าได้สำเร็จ เหลือทางเดินรถเพียงเลนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 16.50 น. กลุ่มมวลชนทยอยเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ทำให้พื้นที่ฝั่งเกาะพญาไทเต็มพื้นที่ พร้อมตะโกนให้ &amp;quot;ปฏิรูปสถาบัน&amp;quot; ขณะเดียวกันฝนเริ่มตกลงมา ทำให้มวลชนบางส่วนยังยืนรอใต้สกายวอล์กและบนสกายวอล์กอีกเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ชุมนุมยังพร้อมใจกันตะโกน &amp;#39;ไอ้เหี้-ตู่&amp;#39;, &amp;#39;นายกฯเหี้-&amp;#39;, &amp;#39;ขี้ข้าเผด็จการ&amp;#39; อยู่เป็นระยะๆ นอกจากนี้ ถนนทุกจุดโดยรอบทิศที่จะมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ฯ มีการนำเอารั้วเหล็กและระดมการ์ดอาสาไปตั้งแนวป้องกันเจ้าหน้าที่ รถน้ำแรงดันสูงที่อาจจะมาสลายการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.05 น. มีการเว้นพื้นที่บริเวณสี่เหลี่ยมเล็กๆ เยื้องหน้าห้างเซ็นเตอร์วัน ตั้งเครื่องขยายเสียง มีแกนนำเริ่มปราศรัยปลุกระดมให้กำลังใจผู้มาชุมนุม ชักชวนให้ตะโกนขับไล่พล.อ.ประยุทธ์อยู่เนืองๆ โดยช่วงหนึ่งผู้อยู่บนเวทีได้กล่าวขึ้นมาว่า &amp;quot;ถ้าประเทศไทยสะดวกสบาย ทำไมไม่กลับมาอยู่ประเทศไทย ทั้งนี้ หากเกิดการสลายม็อบ ขอให้พี่ร้องไปฝั่งดินแดง และสะพานควาย จะปลอดภัยที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เมื่อรถไฟฟ้าบีทีเอสวิ่งผ่าน ต่างพร้อมใจกันตะโกนใส่รถไฟฟ้า &amp;quot;ขี้ข้าเผด็จการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.47 น. มวลชนอยู่ในพื้นที่ได้ส่งสัญญาณถึงกันเป็นทอดๆ โดยการตะโกนเหมือนโดมิโน เนื่องจากเครื่องขยายเสียงที่มีขนาดเล็กไม่สามารถสื่อสารถึงกันได้ โดยแจ้งให้มวลชนทราบเวลา 20.00 น. ให้เลิกชุมนุมแล้วเดินทางกลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พื้นโดยรอบบริเวณเต็มทุกพื้นที่ทั้ง 4 ด้าน ทั้งถนนราชดำริมุ่งหน้าแยกดินแดง, ถนนดำริมุ่งหน้าแยกพระราม 6, ถนนพหลโยธินขาออกมุ่งหน้าสะพานควาย และถนนพหลโยธินขาเข้ามุ่งหน้าพญาไท
บางกอกโมเดล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ 19.00 น. มวลชนได้ประกาศขอการ์ดอาสาพร้อมแผงเหล็กกั้นบริเวณหน้าโรงพยาบาลราชวิถี ถนนราชวิถี มุ่งหน้าถนนพระราม 6 หลังจากมีข่าวลือสะพัดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน เตรียมจะเข้าสลายการชุมนุม ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีอาสาการ์ดรักษาความสงบประมาณ 200 คนได้เข้าประจำจุด โดยนั่งเป็นกำแพงมนุษย์เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม คณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนเรียกร้องให้มีการปิดสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 20.20 น. แกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ และให้ทุกคนเดินกลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที สถานีสุขุมวิทและบีทีเอสสถานีอโศก เวลา 16.00 น. ผู้ชุมนุมเริ่มรวมตัวกันหนาแน่นขึ้น พร้อมมีการนัดแนะกันว่าหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น สามารถเคลื่อนไปที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตรได้ พร้อมยังซักซ้อมแสดงสัญลักษณ์มือเพื่อสื่อสารกันเพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp; จากนั้นเวลา 16.23 น. ผู้ชุมนุมได้เดินลงไปชุมนุมในถนนอโศกมนตรี บริเวณแยกอโศกมนตรี โดยปิดการจราจร 1 เลน พร้อมย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ?ด้านนายสมบัติ? บุญงามอนงค์? บ.ก.ลายจุด? ซึ่งเดินทางมาร่วมชุมนุม?ด้วยกล่าวว่า &amp;quot;สังคมกำลังจับตาว่าการชุมนุมนี้จะคล้ายฮ่องกงโมเดล ซึ่งผมว่าคล้ายเลย หรือจะเรียกว่าเป็นบางกอกโมเดลก็ได้? แต่ขอให้ผู้ชุมนุมไม่ควรเผชิญหน้าตำรวจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.45 น. ผู้ชุมนุมที่สี่แยกอโศกประกาศยุติการชุมนุมและสลายตัว ประชาชนต่างทยอยเดินทางกลับ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการเคลียร์การจราจรให้กลับมาเป็นปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ใต้สะพานข้ามแยก ตรงข้ามศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กลุ่มมวลชนคณะราษฎร&amp;nbsp; ทยอยเดินทางมารวมตัวกันบนสะพานลอย ก่อนที่จะเคลื่อนลงมาที่ด้านล่างบริเวณฟุตปาธใต้สะพานข้ามแยก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์คอยยืนอำนวยการจราจร เพื่อไม่ให้เกิดรถติด โดยผู้ชุมนุมใช้ลำโพงที่เตรียมมาในการปราศรัย ซึ่งไม่มีแกนนำ เพียงใช้เก้าอี้มาตั้ง แล้วหากใครอยากจะพูดหรือระบายอะไรก็ให้ขึ้นมาพูดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ระหว่างการชุมนุมได้ชูมือ 3 นิ้วเพื่อทำสัญลักษณ์ และมีการร้องตะโกน เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;nbsp; พร้อมกับตะโกนขับไล่นายกรัฐมนตรี และประกาศเจตนารมณ์ ข้อเรียกร้อง 3 ข้อของคณะราษฎร และปล่อยตัวแกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกออกหมายจับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จุดบริเวณ 5 แยกลาดพร้าว ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าผู้ชุมนุมจะไปรวมตัวกันอีกครั้ง แต่สุดท้ายผู้ชุมนุมได้ยกเลิกจุดดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้บริเวณ 5&amp;nbsp; แยกลาดพร้าวมีประชาชนพบเห็นรถฉีดน้ำแรงดันสูงของเจ้าหน้าที่มาจอดรออยู่ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะประกาศไปชุมนุมจุดอื่น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81053</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอร.ฉ., ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย, ทั่วโลกยอมรับ, ยึดกฎหมายและยุทธวิธีตามหลักสากล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201018/image_big_5f8c51f8dcdae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
