<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;มอบนโยบายบอร์ดกอศ.ฝากกรรมการที่มาจากภาคธุรกิจ นำอาชีวะเชื่อมธุรกิจน้ำมัน ท่าอากาศยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21ม.ค.64- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ชุดใหม่ที่มีการประชุมเป็นครั้งแรก ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง กอศ.ชุดนี้ ซึ่งในที่ประชุมตนได้ชี้แจงให้กอศ.ได้รับทราบนโยบายการขับเคลื่อนงานอาชีวศึกษาของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งตนตั้งใจที่จะผลักดันงานอาชีวศึกษาให้มีความเข้มข้นและรับทราบถึงแนวทางการสร้างศูนย์ความเป็นเลิศอาชีวศึกษา (Excellent Center) และศูนย์พัฒนาศักยภาพรายบุคคลต้นแบบเพิ่มศักยภาพแรงงานสู่ความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) แผนพัฒนาครู ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอาชีวศึกษา และการผลักดันเรื่องอาชีวศึกษาเกษตร โดย กอศ.ชุดนี้ได้มีข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวางและหลากหลาย เช่น แนวทางการทำการเกษตรแม่นยำ ความร่วมมือกับสถานประกอบการในโครงการ 1 วิทยาลัย 1 เอกชนอย่างมีคุณภาพ เป็นต้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงเรื่องคุณภาพของผู้เรียนอาชีวศึกษา ที่จะต้องทำให้ได้มากกว่าการเน้นเรื่องปริมาณ แต่เรื่องปริมาณผู้เรียนก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในปัจจุบันจำนวนผู้เรียนในสายอาชีพยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเรื่องคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ และทักษะต่างๆ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างทรัพยากรมนุษย์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับการปรับหลักสูตรอาชีวศึกษาที่ล้าสมัยนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันและต้องการให้ปรับหลักสูตรอาชีวศึกษามีความยืดหยุ่นและทันสมัยกับโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ กอศ.ไปดำเนินการแล้ว รวมถึงการเทียบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพให้แก่ผู้เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งเมื่อเรียนจบการศึกษาแล้วจะได้ใบผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ของกรมส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ทันทีโดยที่ไม่ต้องไปฝึกอบรมเพิ่มเติมอีก เพราะเรามองว่าเด็กอาชีวศึกษาได้เรียนตามหลักสูตรมีประสบการณ์ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติมาตลอด 3 ปีของการเรียนในสถาบันแล้วจึงถือว่ามีทักษะที่มากพอ โดยไม่จำเป็นต้องไปอบรมใหม่ให้มีความซ้ำซ้อนไปอีก นอกจากนี้จะมีการสร้างธนาคารหน่วยกิต เพื่อให้เด็กนำหน่วยกิตที่สะสมไปศึกษาต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคตของตัวเองได้ ซึ่งการทำธนาคารหน่วยกิตจะมีความสะดวกต่อนักศึกษาในการประกอบอาชีพและศึกษาต่อมากที่สุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม การหารือในครั้งนี้ถือว่าเป็นการวางพื้นฐาน สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจากนี้ประธาน กอศ.เอง ก็จะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการให้ครอบคลุมงานด้านต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ศึกษาและเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับการศึกษาด้านอาชีวศึกษา รวมถึงจะมีการการนำประสบการณ์ของกรรมการหลายคน มาแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาชีวศึกษามีพร้อมทั้งเชื่อมต่อกับกลุ่มธุรกิจที่ สอศ.ยังไม่มีความสัมพันธ์ เช่น กลุ่มธุรกิจน้ำ หรือ กลุ่มธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่เราจะต้องทำงานเชื่อมโยงกับภาคเอกชนต่อไป ทั้งนี้หากเรื่องใดที่เราไม่มีความเชี่ยวชาญก็อย่าทำ ทั้งนี้หากเราทำให้อาชีวศึกษามีคุณภาพได้จริง และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ก็น่าจะเพียงพอต่อการประกอบอาชีพของผู้เรียนสายอาชีวะ&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90552</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาชีวศึกษา, กอศ., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, บอร์ดกอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60092c819af89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2018 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2018 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องเร่งปั้้น&quot;อาชีวะ&quot;อีก 5ปีต้องการ 2ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;ประจิน&amp;quot; เปิดงานสัมมนาวิชาการอาชีวะ 4.0 ศักยภาพแห่งอนาคต เผย แรวงานไทย มีแค่ 15% ที่จบอาชีวะและมีทักษะวิชาชีพ ชี้อีก 5 ปี ความต้องการแรงงานทักษะวิชาชีพของประเทศอยู่ที่ 2 ล้านคน ด้านท&amp;quot;เลขาฯ กอศ.&amp;quot; เร่ง เพิ่มสัดส่วนสายอาชีพและสามัญอยู่ที่ 50:50 &amp;nbsp;ผลิตกำลังครให้ตอบโจทย์ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14ก.ค61- พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการอาชีวะ 4.0 ศักยภาพแห่งอนาคต หรือ TVET 4.0 จัดโดยโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีนโยบายให้เร่งผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาทั้งปริมาณและคุณภาพเพื่อให้ตรงกับความต้องการในสาขาการผลิตต่างๆ โดยเฉพาะใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ S-Curve และประเทศไทย 4.0 ซึ่งจะต้องเน้นทั้งความรู้ในด้านทักษะวิชาชีพ ที่ต้องผ่านการเรียนรู้ ฝึกประสบการณ์การทำงานจริงกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย ตรงนี้จะต้องร่วมมือกับผู้ประกอบทุกภาคส่วนในการมาร่วมจัดการศึกษา ซึ่งทำให้นักศึกษาที่เรียนจบการศึกษาสามารถทำได้งานทันทีโดยไม่ต้องไปผ่านการฝึกอบรมใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีแรงงานประมาณ 35-40 ล้านคน แต่พบว่าแรงงานที่จบอาชีวศึกษาและมีทักษะวิชาชีพ ประมาณ 6-8 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน ร้อยละ 15 เท่านั้น ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแรงงานทักษะฝีมือมากถึง ร้อยละ 40-50 เพราะฉะนั้น เรายังมีช่างเทคนิคที่มีทักษะวิชาชีพน้อยเกินไปจึงต้องเร่งสปีดในการผลิต ที่ต้องให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ ซึ่งถ้ารอเพียงการผลิตในระบบการศึกษาคงไม่เพียงพอและไม่ทันกับความต้องการของประเทศที่ จึงต้องสร้างเครือข่ายร่วมกันพัฒนาแรงงานที่มีอยู่ให้มีทักษะเพิ่มขึ้น ซึ่งภายในระยะเวลา 5 ปีความต้องการแรงงานทักษะวิชาชีพของประเทศอยู่ที่ 2 ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การร่วมมือกันสร้างและผลิตกำลังคนต้องอาศัยการร่วมมือทั้งภาคการศึกษาและผู้ประกอบการซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อที่ทำให้เกิดการทำงานที่เป็นภาพใหญ่ ดังนั้น ผู้บริหารวิทยาลัยจะไม่ใช่แค่บริหารสถานศึกษา หรือดูแค่หลักสูตร แต่ต้องสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคประกอบการในการร่วมขับเคลื่อน สร้างกำลังคน ตรงนี้จะช่วยให้การผลิตกำลังคนเพื่อพัฒนาประเทศและตอบสนองความต้องการของกลุ่ม S-Curve ของประเทศประสบความสำเร็จ&amp;rdquo;รองนายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า สอศ.เร่งดำเนินการผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งภาพรวมแนวโน้มดีขึ้น โดยในปีการศึกษา 2561 สัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 39.70 และสายสามัญ ร้อยละ 60.30 ขณะที่ตามนโยบายรัฐบาลต้องการเพิ่มสัดส่วนสายอาชีพและสามัญอยู่ที่ 50:50 ซึ่ง สอศ. กำลังเร่งสร้างความเข้าใจและแรงจูงใจเพื่อเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพมากขึ้น ขณะที่ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ภายใน 5 ปี ต้องการกำลังคนจำนวน 2 ล้านคน อยู่ในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ของรัฐบาล เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เป็นต้น ซึ่งแต่ละภูมิภาคจะมีความต้องการที่แตกต่างกัน อย่างกลุ่มพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ก็จะมีความต้องการกำลังคนกลุ่มอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภายใน 5 ปีนี้จะต้องผลิตกำลังคนให้ได้ตามความต้องการของรัฐบาล และการดำเนินการจะมีการผลิตใน 2 &amp;nbsp;ระบบ คือ การเรียนในระบบ ที่ผลิตกำลังคนได้ปีละ 2 แสนคน และหลักสูตรระยะสั้น ซึ่งหลักสูตรระยะสั้นสามารถผลิตกำลังคนได้ถึง 1.2 ล้านคนต่อปี ซึ่งก็จะพยายามเร่งดำเนินเพิ่มผู้เรียนมากขึ้น และการพัฒนาเชิงคุณภาพได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม รวมถึงโครงการ &amp;ldquo;Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต&amp;rdquo; ในการร่วมกันพัฒนาทักษะครูและนักเรียนอาชีวะอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 &amp;nbsp;ซึ่งทำได้กว่า 2 แสนคนแล้วและคงจะมีความร่วมมือกันต่อไป&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต เป็นการทำงานร่วมกับ 7 องค์กรภาครัฐ ตามแนวนโยบาย &amp;ldquo;รัฐร่วมเอกชน&amp;rdquo; ในระยะเวลา 5 ปี(2558-2563) ภายใต้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท มุ่งตอบโจทย์ความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการ และพัฒนาขีดความสามารถของเยาวชน โดยนำกระบวนการสอนรูปแบบสะเต็ม (STEM) ไปสู่ระบบการศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีพครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งพลังคนสาขาสะเต็มจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เข้าสู่ปีที่ 4 ของโครงการได้ขับเคลื่อนงาน 3 ส่วน คือ การจัดตั้งศูนย์สะเต็มในโรงเรียนมัธยมศึกษา 12 แห่ง,การจัดตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ หรือ TVET Hub จำนวน 6 ศูนย์ทั่วประเทศเพื่ออบรมพัฒนาครู แรงงานนักเรียนอาชีวะเป้าหมายเพื่อผลิตช่างเทคนิคในกลุ่มอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ แปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมพลังงาน เป็นต้น และการสร้างการเรียนรู้ ความร่วมมือในการพัฒนาการเรียนรู้สะเต็มและอาชีวศึกษา โดยขณะนี้มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 9 แสนคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;หัวใจสำคัญในการผลิตช่างเทคนิคที่มีศักยภาพ คือ การเพิ่มและเติม 2S คือ STEM และ &amp;nbsp;SKILLs หมายถึง การเพิ่มองค์ความรู้ด้านสะเต็ม และเติมทักษะวิชาชีพให้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่ครูอาชีวะเพื่อนำไปถ่ายทอดและผลิตช่างเทคนิครุ่นใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีตรรกะการคิด คำนวณ วิเคราะห์ และ สื่อสาร ได้หลายภาษา รวมถึงมีภาวะผู้นำและทักษะการเข้าสังคมควบคู่ทักษะการควบคุมเครื่องจักรกลสมัยใหม่&amp;rdquo;นายอาทิตย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอศ., ความต้องการอาชีวะในอนาคต, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, อาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1f770b0ef65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาชีวะรุกปั้นอาชีพช่างซ่อมเรือเจ็ทสกี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอศ. ขานรับนโยบายรัฐบาล สร้างอุตสาหกรรม s-Curve ล่าสุดสั้งอบรมอาชีพช่างซ่อมเจ็มสกี เน้นกลุ่มเป้าหมายนักศึกษาอาชีวะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ ครั้งที่ 3 ปีการศึกษา 2560 ในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลนกำลังคน และเป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับ New Engine of Growth (S-Curve, New S-Curve) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้มอบหมายให้สอศ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยวิทยาลัยเทคนิคพัทยา ได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรงานบำรุงรักษาเครื่องยนต์เรือเจ็ทสกี และหลักสูตรงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเรือเจ็ทสกี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้กระทรวงศึกษาธิการจัดหลักสูตรระยะสั้นในการพัฒนาฝีมือและความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้แรงงานที่มีทักษะความรู้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการในยุคประเทศไทย 4.0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการกล่าวต่อไปว่า การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะ เป็นการจัดอบรมที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคน โดยมุ่งส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีสุดท้าย และประชาชนทั่วไป ให้มีความสามารถทางด้านทักษะอาชีพเพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำมากขึ้น ทั้งในส่วนที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน และการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นที่ปฏิบัติงานได้จริง ประกอบอาชีพได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ดร.ชาติชาย ตลุนจันทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพัทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรงานบำรุงรักษาเครื่องยนต์เรือเจ็ทสกี และหลักสูตรงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเรือเจ็ทสกี เป็นหลักสูตรที่ฝึกอบรมเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์เรือเจ็ทสกี 15 ชั่วโมง และระบบไฟฟ้าเรือเจ็ทสกี 21 ชั่วโมง วิทยากรที่ให้ความรู้มาจากสถานประกอบการ ที่เกี่ยวข้องกับเรือเจ็ทสกี และสโมสรเรือเจ็ทสกีเมืองพัทยา โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้ที่ทำงานในด้านเจ็ทสกี หรืออยากเปลี่ยนงานมาทำงานด้านธุรกิจเจ็ทสกี หรือผู้ที่เรียนจบแล้วกำลังหางานทำ &amp;nbsp; ซึ่งหลังจบหลักสูตรจะได้รับวุฒิบัตร และสามารถเข้าทำงานในสถานประกอบการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10075</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอศ., นักเรียนอาชีวะ, ประเทศไทย 4.0, สอศ., สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สุเทพ ชิตยวงษ์, เรือเจ็ทสกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b099914d9cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
