<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;สั่งพณ.นัดถกผู้ผลิตกะทิ เคลียร์ต่างชาติปมลิงเก็บมะพร้าวทารุณสัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค. 63 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีห้างสรรพสินค้าในหลายประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แบนกะทิกล่องและผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากมะพร้าวที่นำเข้าจากประเทศไทย หลังจากองค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม (พีตา) นำผลการวิจัยและออกมาเรียกร้องต่อต้านผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูปและมะพร้าวจากประเทศไทย เนื่องจากนำลิงมาเก็บมะพร้าวและทารุณกรรมสัตว์ว่า มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกิดขึ้นว่าประเทศไทยมีการใช้แรงงานลิงในการเก็บมะพร้าว เรื่องนี้ซึ่งได้เคยปรากฏเป็นประเด็นขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้ สุดท้ายก็ชี้แจงทำความเข้าใจและช่วงนี้ก็เกิดประเด็นนี้ขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เคยหารือกับผู้ประกอบการแปรรูปกะทิและผลผลิตอาหารสำเร็จรูปมาก่อนหน้านี้แล้วได้รับการชี้แจงในประเด็นนี้มาแล้วครั้งหนึ่งว่าเรื่องของการใช้ลิงเก็บมะพร้าวนั้น ส่วนใหญ่เป็นประเด็นในเรื่องทางวัฒนธรรมวิถีชีวิตและการท่องเที่ยวมากกว่า แต่การใช้ลิงเก็บมะพร้าวเพื่อการผลิตภาคอุตสาหกรรมเกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีปรากฎแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาพของการใช้ลิงเก็บมะพร้าวที่ใช้ทางการท่องเที่ยว วิถีชีวิตอาจจะยังปรากฏในคลิปอยู่และทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความเข้าใจคาดเคลื่อนตัว อย่างไรก็ตามวันพุธที่จะถึงนี้ (8 ก.ค.)&amp;nbsp; ผมได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เชิญผู้ผลิตกะทิและผู้ผลิตแปรรูปผลผลิตจากมะพร้าวมาหารือกัน หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อจะได้หาแนวทางร่วมกันในการที่จะชี้แจงทำความเข้าใจกับประเทศผู้นำเข้าที่ยังสงสัยอยู่ รวมทั้งในองค์กรพิทักษ์สัตว์ที่ต้องการข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะได้ข้อสรุปอีกครั้งหนึ่งว่าจะประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจร่วมกันในรูปแบบไหนอย่างไรและขณะเดียวกันก็มีแผนที่จะเชิญทูตที่ประจำอยู่ในประเทศไทยในประเทศที่ยังมีข้อสงสัยไปดู&amp;quot; นายจุรินทร์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต้องไปดูการผลิตและการเก็บมะพร้าวภาคอุตสาหกรรมของจริงจะได้เห็นภาพว่าเป็นอย่างไร จะได้ไม่เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อไป เพื่อต้องการที่จะคงตัวเลขการส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของไทยในตลาดต่างๆ ในโลกไว้ ถ้าเพิ่มได้ก็จะเป็นเรื่องดี ซึ่งเคยไปเยี่ยมซุปเปอร์มาร์เก็ตในแถบยุโรปบางประเทศพบว่าสินค้ากะทิจากประเทศไทย รวมทั้งผลิตภัณฑ์มะพร้าวเป็นที่นิยม และแบรนด์จากต่างประเทศบางแบรนด์ก็ใช้มะพร้าวที่ผลิตประเทศไทยซึ่งจะนำรายได้เข้าประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตลาดที่ได้รับผลกระทบขณะนี้ในตลาดสหราชอาณาจักร ปรากฏว่าซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และโรงแรมของชาวเอเชียประมาณ 70% ยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะในโซนเอเชียอาจจะมีความเข้าใจว่าเป็นอย่างไร แต่ที่ได้รับผลกระทบคือ 30% ที่มีเจ้าของเป็นชาวยุโรป ซึ่งต้องทำความเข้าใจต่อไป และวันที่8 ก.ค. จะได้ข้อสรุปร่วมกันและแก้ไขความเข้าใจผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญก็มี 2 ชนิด 1.กะทิ 2.มะพร้าวอ่อน แต่ประเด็นปัญหาที่อยู่ขณะนี้คือเรื่องของกะทิ ซึ่งกะทินั้นยอดการส่งออกเมื่อปีที่แล้วตกประมาณ 12,300 ล้านบาท โดยส่งออกไปยังสหภาพยุโรป 18% มูลค่า 2,250 ล้านบาท และในสหภาพยุโรปเป็นประเทศอังกฤษหรือสหราชอาณาจักร 8% มูลค่า 1,000 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70659</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะทิ, จุรินทร์, พาณิชย์, พีตา, ลิงเก็บมะพร้าว, อังกฤษ, อียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f02ed65bbfe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อควรจำ..เมื่อความดันสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การรับประทานยาเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด แต่ถ้าจะดีกว่าคือ การรู้จักเลือกอาหารให้ถูกสุขลักษณะ นั่นคือลดอาหารรสเค็ม หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด หมักดอง เช่น ไข่เค็ม ปลาร้าผักดอง เต้าหู้ยี้ เป็นต้น และลดการใช้เครื่องปรุง เช่น ผงปรุงรส น้ำ ปลา เกลือ หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอกแฮม ลดอาหารไขมันมาก เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทอด กะทิ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11150</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะทิ, ปลาร้า, ผงปรุงรส, ผักดอง, รสเค็ม, อาหารกระป๋อง, เกลือ, เครื่องปรุง, เต้าหู้ยี้, เล็กๆน้อยๆ, ไข่เค็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้ำมะพร้าว&#039;ของดีสำหรับผู้สูงวัย  แก้ปัญหาผิวแห้งช่วยดูดซับวิตามิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดีต่อใจและสุขภาพต้องยกให้ &amp;ldquo;น้ำมันมะพร้าว&amp;rdquo; ที่ใช้กันมานานจากรุ่นสู่รุ่น หรือตั้งแต่หนุ่มยันแก่ก็ว่าได้ และยิ่งผู้สูงอายุที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็น &amp;ldquo;วาตะ&amp;rdquo; ที่ส่งผลให้ร่างกายเกิดความแห้ง และทำให้ผิวหนังลอกเป็นขุย นอนไม่หลับ ตลอดจนมีอาการท้องผูก น้ำมันจากธรรมชาติดังกล่าวจึงถือเป็นของดีที่หลายครอบครัวต้องมีติดบ้านไว้ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมะพร้าวที่ใช้ทาถูทั้งภายนอก และการบริโภคสู่ภายในร่างกายผ่านรูปแบบของอาหารกะทิไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;น้ำมันมะพร้าว&amp;rdquo; ของดีราคาย่อมเยา ที่ช่วยป้องกันผิวผู้สูงอายุแห้งลอกและเป็นแผลติดเชื้อ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณหมอต้อม-ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;แม้น้ำมันมะพร้าวจะมีประโยชน์หลายด้าน แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการระบุว่าดีต่อหัวใจและระบบหลอดเลือด ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีข้อมูลที่ออกมารับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ ประกอบกับในน้ำมะพร้าวจะมีไขมันอิ่มตัว ที่บางงานวิจัยบอกว่าเป็นไขมันตัวร้ายที่เพิ่มไขมันให้กับหลอดเลือด แต่ระยะหลังมีข้อมูลใหม่ที่ออกมาระบุว่า ถ้ารับประทาน &amp;ldquo;น้ำมันมะพร้าวที่อยู่ในรูปแบบของกะทิ&amp;rdquo; และกินแต่พอดี จะช่วยดูดซับวิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำมัน เช่น วิตามินเอ และวิตามินอี ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า สารเบตาแคโรทีนที่อยู่ในผักใบเขียว จะดูดซึมวิตามินเอเข้าสู่ร่างกายได้ดีก็ต้องอาศัยน้ำมันจากกะทิ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงปรุง &amp;ldquo;เมนูผักต้มราดกะทิ&amp;rdquo; จิ้มน้ำพริก รับประทานกันในครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(การบริโภคน้ำมันมะพร้าวที่อยู่ในรูปแบบของกะทิ เช่น เมนู &amp;ldquo;ผักต้มราดกะทิ&amp;rdquo; จะช่วยย่อยและดูดซึมวิตามินเอที่มีอยู่ในผักใบเขียวไปสู่ร่างกายผู้สูงอายุได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ อาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบอย่าง &amp;ldquo;ต้มข่าไก่&amp;rdquo; ที่มีรสชาติไม่เผ็ดมาก และมีเครื่องแกงอย่างหอมแดงและกระเทียม ไม่เพียงลดการกำเริบของธาตุวาตะ หรือความแห้งในร่างกายแล้ว อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติดังกล่าวยังช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีอีกด้วย รวมถึง &amp;ldquo;เมนูขนมจีนซาวน้ำ&amp;rdquo; ที่ราดกะทิสดเล็กน้อย ตรงนี้ผู้สูงอายุจะได้ทั้งการบริโภคอาหารที่สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย ลดความแห้ง ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวอีกด้วย &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายมาถึงประโยชน์ของการใช้ &amp;ldquo;น้ำมันมะพร้าว&amp;rdquo; ในรูปแบบของการทาถูภายนอก ก็มีความสำคัญกับผู้สูงอายุเช่นกัน เนื่องจากร่างกายของคนวัยนี้จะมีความแห้งนั่นจึงส่งผลให้ผิวแห้ง และเมื่อผิวแห้งมากๆ ก็จะทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองได้ง่าย และภาวะผิวแห้งลอกจะทำให้เป็นทางเดินเชื้อโรคที่ดี และอาจทำเกิดการติดเชื้อที่กระแสเลือดได้หากมีแผลที่ผิวหนัง ดังนั้นการบำรุงผิวด้วยน้ำมันจากธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่ควรตระหนัก และเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ดี เพราะเป็นตัวช่วยบำรุงผิวที่ไม่เหนอะหนะ สร้างความชุ่มชื่นได้แบบบางเบา เพราะมาจากธรรมชาติ และยังมีราคาถูก ที่สำคัญหากจะใช้น้ำมันงาทาผิวก็จะทำให้เกิดความรู้สึกเหนียวตัวค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10264</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะทิ, คุณภาพชีวิต, ต้มข่าไก่, น้ำมันจากธรรมชาติ, น้ำมันมะพร้าว, ผิวแห้ง, ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร, เมนูผักต้มราดกะทิ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d4ba0e7a96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
