<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดยอดหัวใจ! ทีมรพ.อุ้มผางฝ่าเส้นทางทรหด7ชั่วโมง ช่วยชาวกะเหรี่ยงติดโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค 64 - ที่อำเภออุ้มผาง จ.ตาก ว่าเจ้าหน้าที่ทีมสวบสวนโรคโรงพยาบาลอุ้มผาง &amp;nbsp;ได้ใช้รถโฟร์วิลล์ติดทั้งโซ่ติดล้อเดินทางด้วยความยากลำบากกว่า 7 ชั่วโมง เร่งลุยเข้าพื้นที่ปลายทางที่หมู่บ้านบ้านเลตองคุ (หมู่บ้านกะเหรี่ยงลัทธิฤาษีผมยาว) ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง &amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านสวนใหญ่เป็นชาวกระเหรี่ยงที่นับถือลัทธิฤาษี เก่าแก่ และหมู่บ้านชาวฤาษี ที่ตั้งในป่าลึก เขตทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งด้าน จังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งขณะนี้มีข่าวว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เบื้องต้น จำนวน &amp;nbsp;3 ราย &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ ทีมสอบสวนโรคเร่งสว้อป หาเชื้อเพิ่มทั้งผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทันทีและแจ้งให้ชาวบ้านแยกกันอยู่ทันที &amp;nbsp;ส่วนจะมีผ้ติดเชื้อเพิ่มหรือไม่เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางกลับมายังโรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อตรวจด้วยน้ำยาอีกครั้ง แล้วจะแจ้งผลให้ทราบ&amp;nbsp;
ในเวลาเดียวกันทีมสาธารณสุขในพื้นที่ อ.อุ้มผาง เดินทางเข้าพื้นที่ในป่า ด้วยวิธี เดินเท้า ลุยโคลน ตากฝน เพื่อติดตามสอบสวนโรค กับชาวบ้านเพื่อตรวจหาเชื้อโควิดตั้งแต่เช้าไปจนถึงกลางดึก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน อ.อุ้มผาง เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 7 ราย ยอดสะสม 136 ราย &amp;nbsp;หมู่บ้านที่น่าห่วงส่วนใหญ่อยู่ติดชายแดนไทย-เมียนมา คือ บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน บ้านวะครีโค๊ะ บ้านแม่กลองคี ต.โมรโกร อ.อุ้มผาง ส่วน CI. สนาม ในฝั่งเมียนมาก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112608</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยง, รพ.อุ้มผาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fa608b2e47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพภาคที่ 3 เผยนำเสบียงผู้ใจบุญส่งให้ชาวกะเหรี่ยงหนีภัยฝั่งพม่าเรียบร้อยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.64 - พลโทอภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยถึงการบริจาคสิ่งของให้ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ชายแดนไทยเมียนมาว่า สำหรับสถานการณ์ชายแดน ไทย-เมียนมา&amp;nbsp;ขณะนี้มีปัญหาผู้ลี้ภัยข้ามจากฝั่งเมียนมาเข้าไทย โดยเข้ามาในช่วงแรกที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจำนวนมากกว่า 2-3 พันคน โดยกลุ่มผู้ลี้ภัย เมื่อเห็นว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง ก็จะเดินข้ามกลับไปฝั่งโน้นบ้าง&amp;nbsp;และพอตกเวลากลางคืน เมื่อไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัยก็จะเดินทางกลับข้ามมายังฝั่งไทย&amp;nbsp;ทำให้มีเหตุการณ์ผู้อพยพลี้ภัยข้ามกลับไปกลับมา&amp;nbsp;โดยช่วงนี้มีผู้ที่อยู่ยังฝั่งไทยประมาณ 100 กว่าคน แต่ในช่วงกลางคืนจะกลับมาอยู่ประมาณ 1,000 กว่าคน&amp;nbsp;ยอดต่ำสุดประมาณ 100 กว่าคนแต่กลางคืนก็จะกลับมาพันกว่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องของบริจาคมีผู้มาช่วยเหลือ แต่เนื่องจากมีความไม่ปลอดภัยตามแนวชายแดน ต้องมีการเดินทางจากแม่สามแลบโดยทางเรือ เป็นที่ทราบดีว่ามีการขัดแย้งระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ทางทหารไทยจึงไม่ปล่อยให้เรือวิ่งได้อย่างเสรี ช่วงแรกเราจะดูว่าเขาดำรงชีพไปได้ไหม 2-3 วัน ประกอบกับมีคนขอบริจาคสิ่งของช่วยเหลือด้วย วันนี้เราเริ่มทยอยนำสิ่งของไปบริจาคให้กับผู้ลี้ภัย แต่ไม่ได้อนุญาตให้ผู้บริจาคไปเอง ทางทหารขนไปส่งยังฝั่งเมียนมาโดยมีเรือทหารพราน 36 คุ้มกันเรือ เพื่อความปลอดภัย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่ไม่อนุญาตให้ผู้บริจาคไปเอง เนื่องจากกลัวติดโรคระบาด แต่สำหรับผู้ลี้ภัยที่ข้ามมาก็จะอาศัยอยู่โซนเดิมๆ ถ้าเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ก็สามารถควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อช่วง 10.00 น.&amp;nbsp;ทหารได้ขนสิ่งของบริจาคไปให้ผู้ลี้ภัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว และทราบว่าในขณะนี้ยังมีผู้มีจิตศรัทธา&amp;nbsp;เอ็นจีโอ&amp;nbsp;นำข้าวสารอาหารแห้งเข้ามาให้อีก ที่อำเภอสบเมย อำเภอแม่สะเรียง ก่อนขนมาที่ อ.แม่สามแลบ โดยหลักๆจะเอาสิ่งของไปส่งให้กับผู้ลี้ภัยการสู้รบตามแนวชายแดน ทหารก็จะจัดนำส่งให้ตามความประสงค์ของผู้บริจาคมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยง, จังหวัดพิษณุโลก, ชายแดนเมียนมา, ผู้ลี้ภัยสู้รบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ad273e1739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2021 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บางกลอย&#039; ยิ้มออก! นายกฯบอกอีกไม่กี่เดือน จะมีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 64 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง ผ่าน PM PODCAST ทางเพจไทยคู่ฟ้า ถึงการแก้ปัญหาของชาวบางกลอยว่า เรื่องนี้ถือเป็นความทุกข์ร้อนของชาวบางกลอย ซึ่งตนได้ติดตามมาโดยตลอด และล่าสุดได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 67 / 2564 ตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ทำกินพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านบางกลอย จังหวัดเพชรบุรีแล้ว เพื่อให้ไปศึกษาและรวบรวมปัญหา ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคดีทางปกครอง ทั้งอาญาและแพ่งอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเด็นหลักของปัญหานี้อย่างหนึ่งก็คือการไม่มีที่ดินทำกินและปัจจัยการผลิต ซึ่งเราต้องมาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรชาวบางกลอยจะมีพื้นที่ทำมาหากิน เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ลงไปสำรวจปัญหาและได้มีการขุดบ่อบาดาลเพื่อให้มีน้ำประปาใช้ และศึกษาระบบการจัดการปัญหาน้ำเพื่อทำการเกษตร ตนเชื่อว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะสามารถแก้ปัญหาพื้นที่ทำการเกษตรได้ ส่วนเรื่องการตรวจสอบสิทธิในที่ดินก็ต้องพิสูจน์กันไป ทั้งหลักฐานทางภาพถ่าย การถือครองกรรมสิทธิ์ต่างๆซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีตัวแทนของรัฐบาลลงพื้นที่ไปพบปะกับพี่น้องชาวบางกลอยเพื่อพูดคุยแก้ปัญหาร่วมกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยง, ชาติพันธุ์, บางกลอย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012c52aa4e70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮลั่น! ส.ส.ก้าวไกล เตรียมยื่นประกันตัว 22 ชาวบางกลอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.64 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ ว่า &amp;quot;ส.ส. ก้าวไกล จะใช้ตำแหน่งประกันตัวให้ชาวบางกลอย ที่ถูกจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมเอกสาร และประสานงานกับทางทนายสิทธิฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้ชาวบ้านที่ยืนยันว่าเขาอยู่อาศัย และมีรากเหง้า ณ พื้นที่นั้น มาก่อนการประกาศเป็นเขตป่าสงวน ได้ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ของนายวิโรจน์ สืบเนื่องจากข่าวเจ้าหน้าที่บุกจับกุมชาวกะเหรี่ยง ในพื้ยที่บางกลอยบน จำนวน 22 คน ข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95162</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยง, บางกลอย, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4b3e9372168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ชุมชนบ้านพุเม้ยง์  ดินแดนแห่งอัตลักษณ์  วิถีวัฒนธรรม  ภูมิปัญญากะเหรี่ยงโผล่ว”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสมจิตร&amp;nbsp; จันทร์เพ็ญ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พี่น้องชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกและหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดงาน &amp;ldquo;มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตะวันตก และสถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์ (ภูเหม็น) ตำบลวังทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&amp;rdquo;&amp;nbsp; งานนี้ถือว่าเป็นการสานพลังพี่น้องเครือข่ายชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตะวันตกซึ่งส่วนใหญ่เป็น &amp;lsquo;กะเหรี่ยงโผล่ว&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;โปว์&amp;rsquo; (กะเหรี่ยงทางภาคเหนือส่วนใหญ่เป็น &amp;lsquo;ปกาเกอยอ&amp;rsquo;) ภายในงานมีการจัดนิทรรศการฐานการเรียนรู้ &amp;nbsp;วิถีวัฒนธรรมภูมิปัญญา&amp;nbsp; อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ของกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การทอผ้า&amp;nbsp; ย้อมผ้า&amp;nbsp; พืชผักที่ปลูก&amp;nbsp; การแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวท้องถิ่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;ldquo;พุเม้ยง์&amp;rdquo; หรือดอกเข้าพรรษา&amp;nbsp; เป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัตลักษณ์ 9 อย่างของกะเหรี่ยงโผล่วบ้านพุเม้ยง์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนกะเหรี่ยงโผล่วบ้านพุเม้ยง์ &amp;nbsp;หรือคนภายนอกออกเสียงว่า &amp;ldquo;ภูเหม็น&amp;rdquo; สำหรับคนเมืองเพียงแค่ได้ยินชื่อบ้าน &amp;ldquo;ภูเหม็น&amp;rdquo; ก็มีคำถามชวนให้หาคำตอบว่าทำไม &amp;ldquo;ภูจึงเหม็น?&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านเล่าว่า &amp;ldquo;พุเม้ยง์&amp;rdquo;&amp;nbsp; (ออกเสียงคล้าย &amp;ldquo;พุเม่น&amp;rdquo;) หรือ &amp;ldquo;ภูเหม็น&amp;rdquo; เป็นพืชตระกูลขิง &amp;nbsp;คนไทยเรียกกันว่า &amp;ldquo;ว่านเข้าพรรษา&amp;rdquo; หรือต้นเข้าพรรษา&amp;nbsp; มีดอกสีเหลืองเป็นช่อ&amp;nbsp; จะออกดอกมากในช่วงฤดูเข้าพรรษา&amp;nbsp; (ชาวสระบุรีนิยมนำมาทำบุญถวายพระในช่วงวันเข้าพรรษา) &amp;nbsp;แต่คนภายนอกเรียกเพี้ยนจาก &amp;ldquo;พุเม้ยง์&amp;rdquo; กลายเป็นภูเหม็นจนถึงวันนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแต่งกายของผู้หญิงบ้านภูเหม็น มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ผู้หญิงจะสวมชุดเสื้อสีแดงและผ้าถุงสีแดง&amp;nbsp; เสื้อและผ้าถุงทุกบ้านจะทอใช้เอง&amp;nbsp; เสื้อจะทอสีดำและปักมือด้วยด้ายสีแดง&amp;nbsp; บางตัวใช้เวลานับปี &amp;nbsp;ช่วงว่างจากงานไร่นาจึงมาทอผ้า ลายผ้ามีความละเอียดมาก&amp;nbsp; กลางคืนแสงไฟไม่พอ&amp;nbsp; การปักด้วยมือช่วงกลางวันจะสะดวกรวดเร็วกว่า เมื่อสังเกตลายผ้าถุงอย่างละเอียดพบว่า 1 ผืน มี 3 ชิ้นต่อกัน&amp;nbsp; ผู้หญิงบ้านพุเม้ยง์บอกว่า&amp;nbsp; หากทอไม่ครบ 3 ชิ้น จะไม่ใส่เพราะถือว่ายังไม่เสร็จ เสื้อและผ้าถุงสีแดงนี้จะใส่ในโอกาสพิเศษเท่านั้น&amp;nbsp; ไม่ได้ใส่ในชีวิตประจำวันทั่วไป นอกจากเสื้อผ้าแล้วยังมี &amp;ldquo;ย่าม&amp;rdquo; เอาไว้ใส่ข้าวของซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งกายเช่นกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัฒนธรรมการแต่งกายนี้ ถือเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นอัตลักษณ์ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงพุเม้ยง์ 9 ข้อ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.เจ้าวัตร (เจ้าวัด)&amp;nbsp; คือผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; จะนุ่งขาวห่มขาว&amp;nbsp; นับถือศีล 5 แบบชาวพุทธ &amp;nbsp;แต่สามารถมีครอบครัวและอยู่ในบ้าน&amp;nbsp; เพราะชาวกะเหรี่ยงไม่มีวัด เป็นผู้นำในการทำพิธีกรรมต่างๆ ชาวกะเหรี่ยงให้ความเคารพนับถือ&amp;nbsp; 2.เจดีย์ มีลักษณะเป็นพื้นที่ 4 เหลี่ยม ทำด้วยไม้ไผ่&amp;nbsp; ใช้ในการประกอบพิธีกรรมที่สำคัญ 3.ภาษา&amp;nbsp; ชาวกะเหรี่ยงโผล่วมีภาษาพูดและตัวหนังสือเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; 4. การแต่งกาย ผู้หญิงจะสวมเสื้อผ้าสีแดง&amp;nbsp; ส่วนเด็กผู้หญิงจะสวมชุดสีขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.อาหาร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวกะเหรี่ยงนิยมกินข้าวกับน้ำพริกต่างๆ เช่น&amp;nbsp; น้ำพริกมะเขือ&amp;nbsp; น้ำพริกปลา&amp;nbsp; น้ำพริกกะปิ&amp;nbsp; กินกับผักสด&amp;nbsp; ผักต้ม&amp;nbsp; และมีแกงต่างๆ เช่น&amp;nbsp; แกงไก่ใส่หยวก แกงเผือกมะเขือส้ม ฯลฯ ส่วนใหญ่อาหารจะมาจากพืชผักที่ปลูกเอาไว้ หากมีงานสำคัญจึงจะมีไก่หรือหมู&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ด้ายเหลือง มีความเชื่อว่าทุกคนต้องผูกด้ายเหลืองตั้งแต่สายสะดือหลุด ด้ายเหลืองผูกข้อมือครั้งแรก เชื่อว่าเหมือนได้บวชลูกเป็นเทวดาแล้ว&amp;nbsp; และเป็นการเรียกขวัญให้อยู่กับตัว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ไร่ข้าว เมื่อก่อนชาวกะเหรี่ยงจะปลูกข้าวไร่แบบหมุนเวียน&amp;nbsp; แต่เมื่อมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินกับทางหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; พื้นที่ทำไร่หมุนเวียนจึงลดน้อยลงไป&amp;nbsp; พิธีกรรม &amp;nbsp;เช่น การทำขวัญข้าว&amp;nbsp; การเรียกขวัญข้าวจึงแทบสูญหายไป&amp;nbsp; 8. การละเล่น&amp;nbsp; มีการละเล่นในงานที่สำคัญ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สะบ้า&amp;nbsp; เดินขาหย่าง ตีลูกข่าง &amp;nbsp;การรำตง&amp;nbsp; ฯลฯ 9.ความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆ เช่น&amp;nbsp; พิธีล้างเท้าให้เจ้าวัตรหรือผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน&amp;nbsp; เพื่อความเป็นสิริมงคล&amp;nbsp; พิธีกรรมอาบน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ขนมมิงสิทำจากข้าวเหนียวนึ่งตำในครกกระเดื่อง ใส่เกลือและงา&amp;nbsp; รสชาติหวานมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารอัตลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงหนึ่งใน 9 ข้อ&amp;nbsp; อาหารที่นิยมทำกินกันและเลี้ยงเวลามีงานหรือพิธีที่สำคัญ&amp;nbsp; ผู้เข้าร่วมงานจะได้ลองลิ้มรสจากแม่ครัวบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ขนมมิงสิ (ทองโย้)&amp;nbsp; ตำข้าวเหนียวที่นึ่งแล้วด้วยครกกระเดื่อง&amp;nbsp; จนกลายเป็นแป้งเหนียวแล้วใส่งา&amp;nbsp; ใส่เกลือ &amp;nbsp;กลิ่นงาผสมกับข้าวเหนียวหุงใหม่ ๆ หอมชวนกินเมื่อเดินเข้าสู่บริเวณงาน&amp;nbsp; จากนั้นแม่ครัวจะนำไปทอดให้กินกรอบนิด ๆ หนึบ ๆ เคี้ยวเพลินทั้งเด็กและผู้ใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; แกงไก่ใส่หยวกกล้วย&amp;nbsp; ใช้เครื่องแกงพื้นบ้าน ไก่บ้าน&amp;nbsp; และหยวกกล้วย (จากต้นกล้วยที่ยังไม่เคยออกลูก)&amp;nbsp;&amp;nbsp; แกงเผือกมะเขือส้ม หากทำให้เจ้าวัตร จะใส่เนื้อปลาแทนเนื้อหมู &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ผลงานของเด็กนักเรียนบ้านตลิ่งสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดงาน &amp;ldquo;มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตะวันตก&amp;rdquo; ครั้งแรกที่บ้านพุเม้ยง์นี้&amp;nbsp; พี่น้องชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้าน (200 ครัวเรือน&amp;nbsp; ประมาณ 700 คน)&amp;nbsp; มาช่วยงานกันอย่างเต็มที่&amp;nbsp; และแบ่งงานกันทำ &amp;nbsp;เช่น ฝ่ายงานครัว ฝ่ายต้อนรับ&amp;nbsp; ฝ่ายจัดซุ้มนิทรรศการ&amp;nbsp; กิจกรรมสานสัมพันธ์ ฯลฯ งานนี้รวมหญิงชายทุกกลุ่มวัยทั้งผู้ใหญ่&amp;nbsp; เด็กและเยาวชน&amp;nbsp; กิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ คือ โครงการปลูกใจเยาวชนคนรักษ์มรดกโลกห้วยขาแข้งของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านตลิ่งสูง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่ง&amp;nbsp; สุริยะกานต์&amp;nbsp; ผอ.โรงเรียนบ้านตลิ่งสูง &amp;nbsp;&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp; เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้คุณค่าของสัตว์ป่าและผืนป่ามรดกโลก เด็กได้ทำกิจกรรมดูนกเงือก รู้จักเอกลักษณ์ของนกแต่ละตัว บันทึกข้อมูลนกผ่านการวาดรูป ซึมซับและเกิดสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานมีการนำเสนอผลงานของเด็ก และเด็กๆ ก็มาเล่นดนตรีในงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาปนาพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรม &amp;ldquo;สืบชะตาลำน้ำพุเม้ยง์ บวชป่าต้นไม้ใหญ่ สักการะแผ่นดินบรรพชน&amp;rdquo; โดย &amp;lsquo;เจ้าวัตร&amp;rsquo; ผู้นำจิตวิญญาณ ได้พาชาวกะเหรี่ยงและผู้ร่วมพิธีเดินเวียนรอบต้นไม้ใหญ่ 3 รอบ ผู้ร่วมพิธีถือเทียนขี้ผึ้งจากธรรมชาติ&amp;nbsp; และจุดเทียนเมื่อเดินครบ 3 รอบ&amp;nbsp; มีการแนะนำครอบครัวผู้ดูแลต้นไม้ใหญ่ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น&amp;nbsp; ทั้งหมดเป็นผู้หญิง ตั้งแต่รุ่นแม่ คือ&amp;nbsp; นางโพธิ์&amp;nbsp; ภูเหม็น อายุ 58 ปี, รุ่นลูก นางบุญพึ่ง&amp;nbsp; กระแหน่ อายุ 40 ปี,&amp;nbsp; รุ่นหลาน นางสาวนารี&amp;nbsp; ภูเหม็น อายุ &amp;nbsp;32 ปี&amp;nbsp; และนางสาวประวีณา&amp;nbsp; กระแหน่ อายุ 23 ปี&amp;nbsp; จนถึงรุ่นเหลน คือ ด.ญ.ชญานิศ&amp;nbsp; ไม้เจ๊ง (หนูยิ้ม) อายุ 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ครอบครัวที่ดูแลต้นไม้ยักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้&amp;nbsp; คือต้นผึ้ง มีอายุประมาณ 300 ปี&amp;nbsp; ต้องใช้คนจับมือกันประมาณ 30 คนจึงจะโอบต้นไม้นี้ได้&amp;nbsp; และมีความสูงราว 30 เมตร&amp;nbsp; ครอบครัวที่ดูแลต้นไม้ต้นนี้บอกว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;เห็นต้นไม้ต้นนี้ตั้งแต่เด็ก&amp;nbsp; จะไม่ตัด ไม่ทำลายต้นไม้&amp;nbsp; ดีใจที่ได้ดูแลต้นไม้&amp;nbsp; และจะสืบทอดการดูแลต้นไม้จนถึงรุ่นต่อ ๆ ไป&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีพิธีปักหมุดพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; ซึ่งเป็นไปตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ&amp;nbsp; เวชชาชีวะ &amp;nbsp;ที่มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอเรื่อง &amp;lsquo;แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีแนวปฏิบัติที่สำคัญ เช่น&amp;nbsp; 1. ให้เพิกถอนพื้นที่ป่าที่มีหลักฐานประจักษ์ว่าชุมชนอยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการประกาศกฎหมายทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp; 2.ยุติการจับกุมและให้ความคุ้มครองชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่พิพาทเรื่องที่ทำกิน ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อปกป้องและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความเปราะบางให้สามารถดำรงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของตนเองต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การประกาศเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษเป็นแนวคิดการจัดการพื้นที่เพื่อคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ให้สามารถธำรงวิถีชีวิต&amp;nbsp; บนพื้นฐานองค์ความรู้&amp;nbsp; ภูมิปัญญาตามประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ผสานความรู้ใหม่&amp;nbsp; สอดคล้องกับบริบทของชุมชนท้องถิ่นที่มีนัยของความพอเพียง&amp;nbsp; มีคุณธรรม&amp;nbsp; จริยธรรม&amp;nbsp; ความยั่งยืนในกระบวนการดำรงวิถีชีวิตตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 โดยกำหนดแนวเขตเพื่อคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; ครอบคลุม &amp;lsquo;พื้นที่ทำกิน&amp;nbsp; พื้นที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และพื้นที่จิตวิญาณ&amp;rsquo; ของกลุ่มชาติพันธุ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดงานในวันสุดท้าย&amp;nbsp; มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องชาวกะเหรี่ยงในจังหวัดต่างๆ ที่มาร่วมงาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ราชบุรี&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; รวมทั้งบอกเล่าปัญหา&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยซึ่งทับซ้อนกับเขตป่าไม้&amp;nbsp; ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp; อุทยาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ซึ่งมาประกาศทีหลัง&amp;nbsp; เพราะชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่อยู่อาศัยกันมานานกว่า 100 ปีก่อนที่จะมี พ.ร.บ.ป่าไม้ฉบับต่างๆ&amp;nbsp; และปิดท้ายงานด้วยการประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชุมชนบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; ดินแดนแห่งอัตลักษณ์&amp;nbsp; วิถีวัฒนธรรม&amp;nbsp; ภูมิปัญญากะเหรี่ยงโผล่ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;พวกเราขอเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ปฏิบัติตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วย &amp;lsquo;แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo;&amp;nbsp; อันได้แก่&amp;nbsp; การเพิกถอนพื้นที่ป่าที่มีหลักฐานประจักษ์ว่าชุมชนอยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการประกาศกฎหมายทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp; การสร้างความเข้าใจเรื่องไร่หมุนเวียน&amp;nbsp; ยุติการคุกคาม&amp;nbsp; จับกุม&amp;nbsp; ดำเนินคดี&amp;nbsp; ยึดพื้นที่ชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; การผลักดันให้มีการประกาศเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ&amp;nbsp; และการผลักดันให้การทำไร่หมุนเวียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ผู้มาเยือนได้เรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรมของชุมชนกะเหรี่ยงโผล่วบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; หลายคำตอบช่วยคลี่คลายความสงสัย ทั้งจากเอกสารประกอบการจัดงาน &amp;nbsp;ข้อมูลจากการพูดคุยกับชาวบ้าน&amp;nbsp; คำตอบที่เรียบง่าย ตามวิถีวัฒนธรรมกะเหรี่ยง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า &amp;ldquo;ลูกเรียนอยู่ชั้นไหน&amp;nbsp; อนาคตอยากให้เป็นอะไร ?&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบของแม่คนหนึ่งที่มีลูกเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นบอกว่า &amp;ldquo;อยากให้ลูกเรียนปริญญาตรี ได้งานดี ๆ เพราะการทำไร่มันเหนื่อยลำบาก &amp;nbsp;สมัยก่อนเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ&amp;nbsp; ตอนที่เตรียมเพาะปลูกพืชไร่ก็ต้องวิ่งหนีเพราะกลัวเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;เคยมีเจ้าหน้าที่จับกุมชาวบ้านข้อหาบุกรุกป่า &amp;nbsp;แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว&amp;nbsp; เพราะมีการพูดคุยแก้ปัญหาเรื่องนี้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยง, ชุมชนบ้านพุเม้ยง์, พอช, วิถีวัฒนธรรม, อุทัยธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0b03351875.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษแห่งที่ 13 ‘กะเหรี่ยงพุเม้ยง์’ จ.อุทัยธานี   ขณะที่กะเหรี่ยง 3 จังหวัดยื่นหนังสือถึง รมว.กระทรวงทรัพยากรฯ ร้องปัญหาที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การประกาศพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรมชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์ (ภูเหม็น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;จ.อุทัยธานี / พี่น้องกะเหรี่ยงและภาคีเครือข่ายร่วมพิธีสถาปนา &amp;lsquo;เขตคุ้มครองวัฒนธรรมพิเศษ&amp;rsquo; ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; เป็นแห่งที่ 13 ของประเทศ&amp;nbsp; ตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ ตั้งเป้าปี 2564 ประกาศเขตคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์อีก 34 &amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp; ขณะที่ตัวแทนชาวกะเหรี่ยง 3 จังหวัดยื่นหนังสือผ่าน &amp;lsquo;นพดล&amp;nbsp; พลเสน&amp;rsquo; ผู้ช่วย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติฯ เรียกร้องให้ &amp;lsquo;วราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;rsquo; แก้ไขปัญหาที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ&amp;nbsp; ด้านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย-อาชีพ-คุณภาพชีวิตพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ&amp;nbsp; ประเดิมที่บ้านพุเม้ยง์ 200 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคมนี้&amp;nbsp; มีการจัดงาน &amp;lsquo;มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตะวันตก&amp;rsquo;&amp;nbsp; และพิธี &amp;lsquo;สถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์หรือ &amp;lsquo;ภูเหม็น&amp;rsquo; &amp;nbsp;ต.ทองหลาง&amp;nbsp; อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ภาคตะวันตก 6 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; ราชบุรี&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; และอุทัยธานี&amp;nbsp; พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนประมาณ 400 คนเข้าร่วมงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ผู้ช่วย รมว.กระทรวงทรัพยากรฯ ร่วมงานสถาปนาเขตคุ้มครองฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;โดยในวันนี้ (8 ธันวาคม) นายนพดล&amp;nbsp; พลเสน&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.ทส.) เดินทางมาร่วมงาน&amp;nbsp; และร่วมพิธีสถาปนา &amp;lsquo;เขตคุ้มครองวัฒนธรรมพิเศษ&amp;rsquo; ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์ (ภูเหม็น) &amp;nbsp;โดยมีเจ้าวัตร-แม่ย่า (ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยง) และชาวกะเหรี่ยงประมาณ 100 คนร่วมกันทำพิธีและสวดมนต์บริเวณหลักหมุดเขตคุ้มครองฯ&amp;nbsp; เพื่อความเป็นสิริมงคล&amp;nbsp; และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองชาวกะเหรี่ยงพุเมยง์ให้อยู่ดี&amp;nbsp; กินดี&amp;nbsp; มีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายนพดล&amp;nbsp; พลเสน&amp;nbsp; (เสื้อกั๊กดำ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;นายนพดล&amp;nbsp; พลเสน&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เนื่องจากในวันนี้เป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.ทส.&amp;nbsp; จึงมอบหมายให้ตนมางานนี้แทน&amp;nbsp; โดยนายวราวุธได้ฝากข้อคิดเห็นมาถึงพี่น้องกระเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์ 3 ประเด็น&amp;nbsp; คือ 1.จะทำอย่างไรให้บ้านพุเม้ยง์ เป็นต้นแบบในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; เช่นเดียวกับที่บ้านน้ำพาง&amp;nbsp; อ.แม่จริม&amp;nbsp; จ.น่าน&amp;nbsp; ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ภูเขาหัวโล้นจากการบุกรุกทำการเกษตร&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านช่วยกันปลูกต้นไม้&amp;nbsp; รักษาป่าต้นน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;พื้นที่ใดมีสายน้ำก็มีชีวิต&amp;nbsp; ดังนั้นชาวบ้านพุเม้ยง์จะต้องช่วยกันทำฝายกักเก็บน้ำ&amp;nbsp; เพื่อนำมาสร้างอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp; โดยหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรฯ เช่น&amp;nbsp; อุทยานห้วยคต&amp;nbsp; และหน่วยงานต่างๆ จะช่วยกันสนับสนุนเพื่อให้พี่น้องมีอาชีพ&amp;nbsp; มีรายได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายนพดลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;2.ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp; โดยเฉพาะที่บ้านพุเม้ยง์มีต้นทุนทางธรรมชาติ&amp;nbsp; คือมีอากาศดี&amp;nbsp; มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น&amp;nbsp; สามารถทำเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนได้&amp;nbsp; โดยชุมชนต้องเตรียมเรื่องที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp; และเตรียมจัดการเรื่องขยะจากการท่องเที่ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;3.หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ จะต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน&amp;nbsp; ไม่รังแกประชาชน&amp;nbsp; และหากประชาชนทำผิดครั้งแรกให้ตักเตือน&amp;nbsp; หากทำผิดซ้ำให้ดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp; และหากพื้นที่ใดที่ประชาชนได้รับเอกสารสิทธิ์ (พื้นที่ป่าไม้) ห้ามมีการเปลี่ยนมือหรือซื้อขาย&amp;nbsp; หากตรวจพบจะยึดพื้นที่คืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ชาวกะเหรี่ยง 3 จังหวัดยื่นหนังสือถึง รมว.ทส.ร้องปัญหาที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ขณะเดียวกันผู้แทนชาวกะเหรี่ยงใน 3 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ราชบุรี&amp;nbsp; และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ได้ยื่นหนังสือผ่านนายนพดลถึงนายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ&amp;nbsp; เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านป่าผาก&amp;nbsp; ต.วังยาว&amp;nbsp; อ.ด่านช้าง&amp;nbsp; &amp;nbsp; จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยึดพื้นที่ทำกินตั้งแต่ปี 2528&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันบางส่วนได้รับการจัดสรรพื้นที่ทำกินแล้ว&amp;nbsp; แต่ยังมีอีก 15 ครอบครัว&amp;nbsp; รวม 80 คน&amp;nbsp; ยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน&amp;nbsp; จึงขอให้ รมว.ทส.แก้ไขปัญหา&amp;nbsp;2.ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุระกำ&amp;nbsp; อ.สวนผึ้ง&amp;nbsp; จ.ราชบุรี&amp;nbsp; จะได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ 2,000 ไร่&amp;nbsp; มีชาวบ้านได้รับผลกระทบประมาณ 70 ครอบครัว&amp;nbsp; จึงอยากให้กระทรวง ทส.ชะลอโครงการนี้ก่อน&amp;nbsp; และศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน&amp;nbsp; และ 3.ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านป่าหมาก&amp;nbsp; อ.สามร้อยยอด&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ประมาณ 170 ครอบครัวจะได้รับผลกระทบด้านที่ดินที่อยู่อาศัยจากการประกาศพื้นที่มรดกโลกแก่งกระจาน (รวมพื้นที่ในเขตอำเภอสามร้อยยอด) จึงขอให้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ช่วยแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ตัวแทนชาวกะเหรี่ยงยื่นหนังสือกับนายนพดล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ด้านนายนพดล พลเสน&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.ทส. กล่าวว่า&amp;nbsp; นายวราวุธได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องเรียนจากผู้แทนชาวกะเหรี่ยง 3 จังหวัด&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะนำเรื่องเรียนไปนำเสนอต่อนายวราวุธเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;มติ ครม. 3 สิงหาคม 2553&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นชอบ &amp;lsquo;แนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่กันมานานหลายร้อยปี&amp;nbsp; รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาอยู่ในภายหลัง&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 70 กลุ่ม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กะเหรี่ยง&amp;nbsp; อาข่า&amp;nbsp; ม้ง&amp;nbsp; เย้า&amp;nbsp; ลัวะ&amp;nbsp; ลาหู่&amp;nbsp; ไทใหญ่&amp;nbsp; กูย&amp;nbsp; ชาวเล&amp;nbsp; มันนิ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประชากรรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 6.1 ล้านคน&amp;nbsp; โดยมีชาวกะเหรี่ยงมากที่สุดประมาณ&amp;nbsp; 300,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ&amp;nbsp; ที่ผ่านมาชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp; เพราะมีวิถีชีวิต&amp;nbsp; ประเพณี&amp;nbsp; วัฒนธรรมในการผูกพันพึ่งพากับป่าไม้และธรรมชาติ&amp;nbsp; แต่สวนทางกับนโยบายของรัฐในอดีตที่ต้องการให้คนออกจากป่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;คณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชาชีวะ&amp;nbsp; ได้มีมติเมื่อ 3 สิงหาคม 2553 &amp;nbsp;โดยเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอเรื่อง &amp;lsquo;แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีแนวปฏิบัติที่สำคัญ เช่น&amp;nbsp; 1. ให้เพิกถอนพื้นที่ป่าที่มีหลักฐานประจักษ์ว่าชุมชนอยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการประกาศกฎหมายทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp; 2.ยุติการจับกุมและให้ความคุ้มครองชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่พิพาทเรื่องที่ทำกิน ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อปกป้องและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความเปราะบางให้สามารถดำรงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของตนเองต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; เนื่องจากมีการเปลี่ยนรัฐบาลหลายครั้ง&amp;nbsp; มติ ครม. 3 สิงหาคม 2553&amp;nbsp; จึงไม่ถูกนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง&amp;nbsp; จนถึงวันนี้เป็นเวลา 10 ปีแล้ว&amp;nbsp; แต่กลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงยังได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปัญหาเรื่องการประกาศเขตพื้นที่ป่าทับซ้อนกับที่ดินทำกินของชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; ทำให้ชาวกะเหรี่ยงถูกขับไล่หรือถูกจับกุมดำเนินคดี&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;เจ้าวัตรและแม่ย่า&amp;rsquo;&amp;nbsp; ผู้นำทางจิตวิญาณชาวกะเหรี่ยงทำพิธีสวดมนต์บริเวณหมุดคุ้มครองวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดังนั้นพี่น้องชาวกะเหรี่ยงและหน่วยงานภาคีเครือข่ายจึงร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้มติ ครม. ดังกล่าวมีผลในทางปฏิบัติ&amp;nbsp; โดยการสนับสนุนการจัดตั้ง &amp;lsquo;เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมกะเหรี่ยง&amp;rsquo; ขึ้นมาแล้วจำนวน 12 พื้นที่ในภาคเหนือ &amp;nbsp;และผลักดันให้มติ ครม.ยกระดับเป็นกฎหมายที่มีผลในทางปฏิบัติต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ได้อย่างแท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;พื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษแห่งที่ 13 &amp;lsquo;กะเหรี่ยงพุเม้ยง์&amp;rsquo; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; ต.ทองหลาง&amp;nbsp; อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; ถือเป็นพื้นที่หรือชุมชนชาวกะเหรี่ยงแห่งที่ 13 ของประเทศไทยที่ได้รับการสถาปนาหรือจัดตั้ง &amp;lsquo;เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมพิเศษชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo; ขึ้นมาในวันนี้ (8 ธันวาคม)&amp;nbsp; มีประมาณ 200 ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 700 คน&amp;nbsp; มีอาชีพทำการเกษตร&amp;nbsp; ปลูกข้าวไร่&amp;nbsp; มันสำปะหลัง&amp;nbsp; ข้าวโพด&amp;nbsp; สับปะรด&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ลุงอังคาร&amp;nbsp; ครองแห้ง&amp;nbsp; ผู้นำชาวกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยท์&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; หมู่บ้านพุเม้ยท์ก่อตั้งมานานประมาณ 148 ปี&amp;nbsp; โดยมีหลักฐานว่ามีผู้ใหญ่บ้านคนแรกในปี 2415&amp;nbsp; มีต้นมะพร้าวอายุกว่า 100 ปีที่ชาวบ้านปลูก&amp;nbsp; ปัจจุบันต้นมะพร้าวมีความสูงประมาณ 30&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; และมีต้นไม้ใหญ่คือ &amp;lsquo;ต้นผึ้ง&amp;rsquo; ที่ขึ้นตามธรรมชาติ&amp;nbsp; มีความกว้างใหญ่ประมาณ 30 คนโอบ&amp;nbsp; สันนิษฐานว่ามีอายุกว่า 300 ปี&amp;nbsp; โดยชาวบ้านช่วยกันดูแลรักษา&amp;nbsp; ถือเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ต้นผึ้งขนาด 30 คนโอบ&amp;nbsp; อายุกว่า 300 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;เราอยู่กันมานานเกือบ 150 ปี&amp;nbsp; ก่อนจะมีกฎหมายป่าไม้&amp;nbsp; และมีเขตอุทยาน&amp;nbsp; แต่เมื่อมีการปลูกสวนป่าในปี 2535 และประกาศเขตอุทยานห้วยคตในปี 2557 ชาวบ้านจึงเริ่มได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เพราะเข้าไปปลูกข้าวไร่แบบหมุนเวียนไม่ได้&amp;nbsp; หากเข้าไปก็จะถูกจับ&amp;nbsp; เมื่อไม่มีพื้นที่ปลูกข้าว&amp;nbsp; ชาวกะเหรี่ยงก็ไม่มีข้าวกิน&amp;nbsp; ต้องเปลี่ยนไปปลูกข้าวโพด&amp;nbsp; ปลูกมันสำปะหลังขาย&amp;nbsp; ต้องใช้ปุ๋ย&amp;nbsp; ใช้สารเคมี&amp;nbsp; ทำให้มีรายได้ไม่พอกิน&amp;nbsp; ต้องเป็นหนี้สิน&amp;nbsp; เราจึงร่วมกันต่อสู้&amp;nbsp; เรียกร้องวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมกลับคืนมา&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้นำกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ทั้งนี้การเจรจาแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อนของชาวกะเหรี่ยงกับเขตอุทยานห้วยคตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือที่ดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ&amp;nbsp; อุทยานห้วยคต&amp;nbsp; โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; และทางอุทยานฯ ได้อนุญาตให้ชาวบ้านเข้าไปร่วมดูแลรักษาป่า&amp;nbsp; ใช้ประโยชน์จากป่าโดยไม่ทำลายต้นไม้&amp;nbsp; แหล่งน้ำ เช่น&amp;nbsp; ปลูกข้าวไร่&amp;nbsp; ปลูกพืชผัก&amp;nbsp; เก็บเห็ด&amp;nbsp; หน่อไม้&amp;nbsp; ฯลฯ ในพื้นที่ประมาณ 13,000 ไร่ที่ประกาศเป็นเขตคุ้มครองวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;เกรียงไกร&amp;nbsp; ชีช่วง&amp;nbsp; เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม&amp;nbsp; เขตงานตะนาวศรี&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การประกาศเขตคุ้มครองวัฒนธรรมเป็นการยืนยันว่าชาวกะเหรี่ยงอยู่อาศัยในพื้นที่นี้มานานแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีวัฒนธรรม&amp;nbsp; ประเพณีเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การปลูกข้าวไร่แบบหมุนเวียน&amp;nbsp; สลับกันไป&amp;nbsp; เพื่อให้ผืนดินได้พักฟื้น และกลับมามีความอุดมสมบูรณ์โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp; ไม่ใช่เป็นการทำไร่เลื่อนลอย&amp;nbsp; หรือทำลายป่าไม้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;การประกาศเขตวัฒนธรรมพิเศษของชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; ไม่ใช่จะทำให้เรามีสิทธิเหนือกว่าคนอื่น&amp;nbsp; แต่เป็นการรักษาประเพณี&amp;nbsp; วิถีชีวิตของเราเอาไว้&amp;nbsp; และเป็นการทำตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2563&amp;nbsp; ซึ่งมติ ครม.นี้เป็นแนวนโยบายที่รัฐจะได้ประโยชน์อย่างชัดเจน&amp;nbsp; ทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp; การสร้างความเป็นธรรม&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; สร้างสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp; รวมทั้งมิติสิทธิชุมชน&amp;nbsp; นี่คือการทำตามนโยบายและแนวทางของรัฐบาล&amp;nbsp; คือจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายกะเหรี่ยงกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;พิธีสักการะต้นผึ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;บันทึกข้อตกลงความร่วมมือคุ้มครองวิถีชีวิตฯ ชาวกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;การจัดงานที่บ้านพุเม้ยง์ในวันที่ 8 ธันวาคม&amp;nbsp; มีพิธีลงนาม &amp;lsquo;บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ&amp;nbsp; ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษบ้านพุเม้ยง์ ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ ตามมติ&amp;nbsp; ครม. 3 สิงหาคม 2553&amp;nbsp; เรื่อง &amp;lsquo;แนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo; เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษบ้านพุเม้ยง์เป็นไปตามหลักการคุ้มครองสิทธิทางวัฒนธรรม และการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม&amp;nbsp; ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ภาครัฐ&amp;nbsp; ภาควิชาการ&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; และเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงจึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; โดยมีข้อตกลงร่วมมือกันดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;1.ส่งเสริมสิทธิการมีส่วนร่วมในการจัดการบำรุงรักษา&amp;nbsp; อนุรักษ์ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน &amp;nbsp;ตามหลักจารีตประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน&amp;nbsp; โดยยึดหลักปฏิบัติตามแนวฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;2.ส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เร่งรัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่และส่งเสริมให้กลุ่มชาติพันธุ์ใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสืบทอดวิถีภูมิปัญญาวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;3.สนับสนุนการสืบทอดวิถีวัฒนธรรมของชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งสร้างกลไกขับเคลื่อนการทำงานในเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ&amp;nbsp; ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp; ในวิถีวัฒนธรรมที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ที่ดินทำกิน&amp;nbsp; และพื้นที่จิตวิญญาณของชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;สำหรับรายชื่อหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่ร่วมลงนาม&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; 1.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ &amp;nbsp;2.สำนักจัดการทรัพยกรป่าไม้ที่ 4 สาขานครสวรรค์&amp;nbsp; 3.อำเภอห้วยคต&amp;nbsp; 4.องค์การบริหารส่วนตำบลทองหลาง &amp;nbsp;5.ผู้แทนเครือข่ายกะเหรี่ยงภาคตะวันตก&amp;nbsp; 6.ที่ปรึกษาชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น &amp;nbsp;7.มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ&amp;nbsp; 8.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) 9.กำนันตำบลทองหลาง และ 10. ผู้แทนชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้งย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;เตรียมประกาศเขตวัฒนธธรมพิเศษกลุ่มชาติพันธ์อีก 34 พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;นายอภินันท์ &amp;nbsp;ธรรมเสนา หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารความรู้และเครือข่ายสัมพันธ์&amp;nbsp; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร&amp;nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การประกาศพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ&amp;nbsp; ขณะนี้ประกาศไปแล้วในชุมชนกะเหรี่ยง 13 แห่ง (รวมทั้งบ้านพุเม้ยง์)&amp;nbsp; เช่น บ้านห้วยลาดหินใน &amp;nbsp;ต.ป่าโป่ง &amp;nbsp;อ.เวียงป่าเป้า &amp;nbsp;จ.เชียงราย, &amp;nbsp;บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน &amp;nbsp;อ.แม่วาง &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่, ชุมชนบ้านกลาง อ.แม่เมาะ &amp;nbsp;จ.ลำปาง, บ้านดอยช้างป่าแป๋ &amp;nbsp;ต.ป่าพลู &amp;nbsp;อ.บ้านโฮ่ง &amp;nbsp;จ.ลำพูน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ส่วนในปี 2564 นี้&amp;nbsp; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทรฯ และภาคีเครือข่ายจะร่วมกันสนับสนุนให้พื้นที่หรือชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่มีความพร้อมประกาศพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษอีก&amp;nbsp; รวม 34 พื้นที่&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ชุมชนชาวเลภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน 14 พื้นที่&amp;nbsp; และชุมชนชาวกะเหรี่ยงในภาคเหนือและตะวันตกอีก 20 พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ทั้งนี้การประกาศเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษเป็นแนวคิดการจัดการพื้นที่เพื่อคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ให้สามารถธำรงวิถีชีวิต&amp;nbsp; บนพื้นฐานองค์ความรู้&amp;nbsp; ภูมิปัญญาตามประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ผสานความรู้ใหม่&amp;nbsp; สอดคล้องกับบริบทของชุมชนท้องถิ่นที่มีนัยของความพอเพียง&amp;nbsp; มีคุณธรรม&amp;nbsp; จริยธรรม&amp;nbsp; ความยั่งยืนในกระบวนการดำรงวิถีชีวิตตามมติ ครม. 2 มิถุนายน (การคุ้มครองชาวเล)&amp;nbsp; และมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 (ชาวกะเหรี่ยง)&amp;nbsp; โดยกำหนดแนวเขตเพื่อคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; ครอบคลุม &amp;lsquo;พื้นที่ทำกิน&amp;nbsp; พื้นที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และพื้นที่จิตวิญาณ&amp;rsquo; ของกลุ่มชาติพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ส่วนปัจจัยการขับเคลื่อนเขตวัฒนธรรมพิเศษ นายอภินันท์กล่าวว่า &amp;nbsp;มีปัจจัยดังนี้&amp;nbsp; 1.ชุมชนต้องเข้มแข็ง&amp;nbsp; เห็นคุณค่าภูมิปัญญาวัฒนธรรมของตนเอง&amp;nbsp; 2.สร้างแนวร่วมการทำงานทั้งภายในและภายนอก&amp;nbsp; เน้นสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp; ไม่สร้างความขัดแย้ง&amp;nbsp; 3.สร้างพื้นที่รูปธรรมให้เห็นว่าชุมชนสามารถจัดการตนเองได้บนฐานทุนทางวัฒนธรรม&amp;nbsp; และ 4.บูรณาการทุนความรู้ชุมชนกับความรู้จากภายนอก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;เจ้าวัตร&amp;rsquo; ผู้นำจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยงพุเม้ยง์ถือศีล 5 แบบชาวพุทธ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการสนับสนุนการประกาศเขตวัฒนธรรมพิเศษแล้ว&amp;nbsp; รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลได้จัดความสำคัญให้เป็นกฎหมายเร่งด่วน 16 ฉบับที่ต้องจัดทำให้เสร็จภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน&amp;nbsp; (กำหนดไว้ในเอกสารภาคผนวกคำแถลงนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560) &amp;nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม &amp;nbsp;โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติ &amp;lsquo;ส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ...&amp;rsquo; ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามแผนงานคาดว่าภายในเดือนมีนาคม 2564&amp;nbsp; ร่าง พ.ร.บ.ฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จ&amp;nbsp; และจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาให้ความเห็นโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา&amp;nbsp; เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป&amp;nbsp; และคาดว่าภายในปี 2565&amp;nbsp; พ.ร.บ.ส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์จะประกาศใช้ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอภินันท์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;พอช.พร้อมสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;นายวิชัย&amp;nbsp; นะสุวรรณโน&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า พอช. จะส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ &amp;nbsp;ตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท &amp;nbsp;โดยจะเริ่มดำเนินการในปี 2564 ที่ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์ &amp;nbsp;อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; จำนวน 200 ครอบครัว &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้ที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนผุพังทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม &amp;nbsp;เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;บ้านเรือนชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้หรือไม้ไผ่ทำให้ผุพังเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ พอช.จะส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้านสังคม &amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องชาวกะเหรี่ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; รวมทั้งการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในหมู่บ้าน&amp;nbsp; และต่อไปจะขยายการทำงานจากบ้านพุเม้ยง์ให้ครอบคลุมทั้งตำบลและทั้งอำเภอห้วยคต&amp;nbsp; โดย พอช.จะร่วมกับอำเภอห้วยคตและเจ้าหน้าที่ป่าไม้&amp;nbsp; รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหา&amp;nbsp; และนำมาวางแผนการพัฒนาชุมชนร่วมกันต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายวิชัยกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86311</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), กะเหรี่ยง, กะเหรี่ยงพุเม้ยง์, จ.อุทัยธานี, นพดล  พลเสน, ภูเหม็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf68fa41a18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วสันต์ สิทธิเขตต์&#039; เปิดประมูลภาพ &#039;ปู่คออี้&#039; นำรายได้ช่วยพี่น้องชาวกะเหรี่ยงบางกลอยเคราะห์ซ้ำจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63 นายวสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินนักเคลื่อนไหวทางสังคม โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่ภาพวาด &amp;quot;ปู่คออี้&amp;quot; ผู้นำจิตวิญญาณชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเปิดให้ประมูลเพื่อนำเงินมอบให้แก่ชาวกะเหรี่ยงที่กำลังเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเขียนข้อความว่า&amp;nbsp;โลกทั้งผองพี่น้องกัน!!! ยามวิกฤติโควิด พี่น้องกระเหรี่ยงบางกลอย ยากลำบากยิ่ง คดีบิลลี่ ชัยวัฒน์ยกฟ้อง เรายังมีกำลังพอช่วยเหลือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กลุ่มเครือข่ายศิลปินเพื่อชุมชนและธรรมชาติ&amp;nbsp;นำโดย เลน-จิตติมา ผลเสวก โพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า เคราะห์ซ้ำ อยุติธรรมซัด วิบัติโควิดเติม ชาวบ้านบางกลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครบ 6 ปี บิลลี่หายไป ความเป็นธรรมยังไม่เห็น ชาวบ้านยังไม่ได้กลับใจแผ่นดิน ที่ดินทำกินก็ยังไม่มีพอ ก่อนนี้ก็อดอยากกันมาตลอด ช่วงโควิดยิ่งสาหัส ชาวบ้านที่ออกไปทำงานรับจ้างไม่มีงานทำ ต้องกลับบ้านมือเปล่า ท้องกิ่ว อีกไม่นานข้าวสารที่มีคนช่วยส่งไปให้คงหมดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินระบือนามระดับโลก ผู้ไม่เคยดูดายทุกข์ร้อนชาวบ้าน มอบภาพเขียนชิ้นนี้ให้ประมูลเพื่อนำรายได้ช่วยชาวบางกลอย เป็นผลงานที่เขียนสดประกอบเสียงเตหน่า ในงาน 15 ปีศิลปะชุมชนที่ผ่านมาเมื่อปลายปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่องาน : ปู่คออี้ บิลลี่ ถังแดง และเสียงกู่ของภูไพร เทคนิค สีอะครีลิคบนแคนวาส ขนาด 70X90 เซนติเมตร เริ่มต้นกันที่ 25,000 บาท หรือร่วมบริจาคคนละเล็กละน้อยช่วยชาวบ้านได้ตามหมายเลขบัญชีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชีธนาคารออมสิน ชื่อนางเนาวรัตน์ รักจงเจริญ นายสิทธิพล รักจงเจริญ และนายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร หมายเลขบัญชี 020297324905&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยง, คดีบิลลี่, ชาวบางกลอย, ประมูลภาพวาด, ปู่คออี้, วสันต์ สิทธิเขตต์, วิกฤติโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9971be1309f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
