<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดมุมมอง &#039;นภันต์ เสวิกุล&#039; สะท้อนปัญหาบางกลอย แนะชาวบ้านอย่าเดินตาม 3 นิ้วก็จะเห็นทางออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - นายนภันต์ เสวิกุล ผู้บันทึกย่างพระบาทที่ยาตรา ช่างภาพผู้ถวายงานการบันทึกภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงปัญหาบางกลอยว่า&amp;nbsp;ชั่วชีวิตของคนเมืองอย่างผม ก็ได้เห็นการบุกรุกทำลายป่ามาไม่น้อย&amp;nbsp;ทั้งจาก &amp;quot;รู้เท่าไม่ถึงการณ์&amp;quot; ทั้ง &amp;quot;รู้มาก&amp;quot; และ &amp;quot;จงใจ&amp;quot;&amp;nbsp;รวมทั้งเคยมีประสบการณ์และความรู้จากที่ได้เห็นวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ ทั้งอย่าง &amp;quot;ขอไปที&amp;quot; และ &amp;quot;อย่างชาญฉลาด ได้ผลที่สุด&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเรื่อง &amp;quot;เขตอุทยานฯ ครอบที่และชุมชนชาวบ้านที่อยู่มาก่อน&amp;quot; ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ใหญ่กว่านี้ก็ยังครอบมาแล้ว วังน้ำเขียวทั้งอำเภอนั่นไง&amp;nbsp;นั่นก็ใช่ ครอบแค่ชุมชน? เยอะแยะ ดูชุมชนชาติพันธุ์ที่ดอยลาง อช.ผ้าห่มปกนั่นประไร นั่นก็ถูกอพยพมาข้างล่าง แต่อนุญาตให้กลับขึ้นไปที่เดิมก็ได้แต่หน้านา อยู่เฝ้านาได้จนเกี่ยวข้าวเสร็จ ก็ต้องกลับลงมาอยู่ข้างล่าง&amp;nbsp;เกิดข้อขัดแย้งจนถึงฆ่าฟันกันหมกถัง นั่งยาง??&amp;nbsp;ก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ที่ป่าแก่งกระจานมันเกิดขึ้นทั่วทุกแห่งในประเทศนี้ ตราบเท่าที่ยังมีผู้รู้มาก โลภ เลว และ มักได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีชาวบ้านบางกลอยที่กำลังเป็นข่าวอยู่ขณะนี้&amp;nbsp;ผมมาติดตามข่าวเอาเมื่อเขาฮือฮา กลายเป็นการประท้วงและเป็นโศกนาฎกรรมไปเรียบร้อยแล้ว เป็นเกมการเมืองที่ &amp;quot;ให้ตาย ชาวบ้านก็ไม่มีทางชนะ&amp;quot;&amp;nbsp;(นี่ผมเข้าบ้างชาวบ้านนะ)​ 1.ชาวบ้านไปเดินตาม NGO ที่มีผู้ &amp;quot;รู้ทัน&amp;quot; เยอะ&amp;nbsp;2.ชาวบ้านมาประท้วง และเดินตามกลุ่มที่ชูสามนิ้ว (หรือเทือกๆนั้น) ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศเขาไม่เอาด้วย 3.ข้อเรียกร้องของชาวบางกลอย เว่อร์วังอลังการณ์ เช่นขอที่ดิน 15 ไร่ หมุนเวียนทุกรอบเท่านั้นเท่านี้ปี (แลัวก็ออกตัวไว้ก่อนว่า &amp;quot;ไม่ต้องให้สิทธิดังกล่าวนี้กับชาติพันธุ์เผ่าอื่นๆ&amp;quot;) ผมแค่คนไทยเต็มขั้นคนหนึ่งยังอยากถามเลย ว่า &amp;quot;คิดว่าตัวเองเป็นใคร?&amp;quot;​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับไปค่อยๆพิจารณาอีกทีว่า ไปกินหัวใจหมีดีมังกรมาจากไหนถึงได้เรียกร้องเอานั่นเอานี่ (ไอ้ที่เขาให้ก็ไม่เอา)&amp;nbsp;อ้อ ​นอกจาก NGO และ PMove แล้ว ยังมีกรรมาธิการที่ดินและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย รายสุดท้ายนี่อาจจะเป็นผู้ถีบชาวบ้านให้ออกมายืนเด่นอยู่แถวหน้าด้วยซ้ำ (ตามความถนัดของพรรค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมฟังคุณอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.พรรคก้าวไกล ประธานกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พูดอยู่ครึ่งชั่วโมง&amp;nbsp;อพิโธ่เอ๋ย ตัวเองก็ไม่ได้รู้อะไรนักหนาได้แต่เอ่ยวาจาเป็นแผ่นเสียงตกร่อง &amp;quot;ต้องคำนึงถึงสิทธิของชาวบ้านบางกลอย&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกๆฝ่าย (พูดประมาณ 50 ครั้ง) ต้องหาข้อยุติและสนองตอบต่อข้อเรียกร้องของชาวบ้านบางกลอย เพื่อที่ต่อไปจะได้เป็นต้นแบบในการปฏิบัติต่อชุมชนชาติพันธุ์อีก สามพันกว่าชุมชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟังปุ๊บ ต่อได้เป็นฉากเลย เพราะมันประสานกับช่วงหาเสียงที่ภาคใต้ของพรรคเดิมของพรรคที่คุณอภิชาติสังกัดอยู่ ที่จะสนับสนุนให้สามจังหวัดภาคใต้เป็นพื้นที่ปกครองพิเศษ ​และ &amp;quot;กี่สิบปีแล้วที่ชาวเขาในภาคเหนือไม่ได้รับความเป็นธรรมในที่ทำกิน ถ้าพรรคได้รับเลือกจะออกโฉนดให้ทุกชุมชุน ทุกหมู่บ้าน&amp;quot; บรา บรา บรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเข้าบ้างชาวบ้านบางกลอยนะครับ ให้ได้รับทางออกที่ดีที่สุด แต่พูดจาดีๆกับรัฐเถอะ และอย่าไปเดินตามใคร ทุกกลุ่มที่จูงชาวบ้านเดินตามอยู่นั้นทั้งลาย ทั้งหาง เพ่นพ่านไปหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96519</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงบางกลอย, นภันต์ เสวิกุล, บางกลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_60535356c7028.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 22:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดันร่างกฎหมาย คุ้มครองวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศมส.เร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ยกกรณีกะเหรี่ยงบางกลอย-ชาวเล สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน ระบุถ้ากฎหมายคลอดช่วยลดปัญหาเลือกปฏิบัติ คาดประกาศใช้ปี 65 เตรียมลงพื้นที่ทำเวทีรับฟังความเห็น พร้อมจัดเสวนาออนไลน์ยกร่าง 11 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 4 มี.ค. ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์ความไม่เข้าใจในวีถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะปัญหาที่ดินทำกินชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย รวมถึงปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย การตัดไม้ทำลายป่า และการรุกพื้นที่ทำกินของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง-ชาวเล&amp;nbsp; ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นส่งผลให้คนในสังคมอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนถึงการดำรงชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น การทำไร่หมุนเวียน ไม่ใช่การทำไร่เลื่อนลอย รวมถึงการทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ในส่วนของ ศมส. ในฐานะหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนกระบวนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการพัฒนาและสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ และการสื่อสารความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยแก่คนในสังคมมาอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.นพ.โกมาตรกล่าวว่า ด้านกฎหมาย ศมส.ได้เดินหน้าผลักดันการจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมทางเชื้อชาติ ตลอดจนส่งเสริมและให้ความคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิม คาดหวังจะให้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวประกาศใช้ได้อย่างน้อยในปี 2565 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจะผ่านได้ ต้องมีการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มชาติพันธุ์และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ศมส.จึงวางแนวทางการลงพื้นที่เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็น ควบคู่กับการจัดเสวนาสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยนำร่องจัดกิจกรรมเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจจากผู้ยกร่าง ได้แก่ ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำ (ร่าง) พ.ร.บ.ฯ, อ.คมสัน โพธิ์คง นักวิชาการกฎหมาย ประธานคณะทำงานยก (ร่าง) พ.ร.บ.ฯ และนายอภินันท์ ธรรมเสนา นักวิชาการ ศมส. ในวันที่ 11 มี.ค.64 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้อง 601 ชั้น 6 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเปิดเวทีเสวนาสาธารณะครั้งนี้เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดมานุษยวิทยากฎหมาย และสื่อสารหลักการและเจตนารมณ์ของร่าง พ.ร.บ.ฯ ให้สาธารณชนรับรู้และเข้าใจ นำไปสู่การยอมรับความแตกต่างหลากหลาย และเป็นส่วนสำคัญส่งเสริมการขับเคลื่อนแนวนโยบายและกฎหมายด้านชาติพันธุ์ให้บรรลุผล สำหรับผู้สนใจสามารลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังกิจกรรมที่ ศมส.ได้ โดยรับจำนวนจำกัด 30 คน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสามารถรับชมผ่านเพจของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร-SAC สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ยูทูบ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร-SAC&amp;quot; ดร.นพ.โกมาตรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95029</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยงบางกลอย, คุ้มครองวิถีชีวิต, ชาวเล, ปัญหาเลือกปฏิบัติ, ร่างกฎหมาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040da29917b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเลอันดามัน&#039; ขนปลาแห้งมอบชาวบางกลอย แนะรัฐปล่อยทำไร่หมุนเวียนเพราะเป็นแปลงเก่าไม่ได้บุกรุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อาวุโสกะเหรี่ยงแนะรัฐปล่อยชาวบางกลอยทำไร่หมุนเวียน ชี้ไม่ได้บุกรุกเพราะเป็นแปลงเก่า ชาวเลอันดามันให้กำลังใจ-เดินทางไกลขนปลาแห้งมอบให้ถึงหมู่บ้าน สถานการณ์ในพื้นที่ยังตึงเครียด-อุทยานฯ เปิดปฏิบัติการวันที่สอง-ลูกชายปู่คออี้ไม่ยอมลงแม้ชักแม่น้ำทั้งห้า ชาวบ้านตามขึ้นไปสมทบอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64 - พะตีตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ ผู้อาวุโสชาวปกาเกอะญอและปราชญ์ชาวกะเหรี่ยง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐนำโดยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้สนธิกำลังในยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร โดยนำชาวบ้านบางกลอยที่อพยพกลับไปอยู่ในหมู่บ้านเดิมป่าใจแผ่นดินกลับลงมา ว่าวันก่อนที่ไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ภาครัฐรับปากว่าจะไม่มีคุกคามชาวบ้านอีก ถ้ารัฐใช้กำลังบังคับก็เท่ากับข้อตกลงที่ทำร่วมกันไว้ไม่มีประโยชน์ และชาวบ้านก็คงต้องสู้ต่อไป ซึ่งตนเชื่อว่าขณะนี้คนกรุงเทพฯ รวมทั้งคนในสังคมไทยได้รับรู้ข้อเท็จจริงเยอะขึ้นมากเมื่อเทียบกับการบังคับย้ายชาวบ้านเมื่อปี 2554 โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจของราชการ &amp;nbsp;พะตีตาแยะกล่าวถึงข้ออ้างของทางการที่ระบุว่าชาวบ้านบางกลอยเผาไร่หมุนเวียน ว่าเท่าที่ดูจากภาพเห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินในแปลงดั้งเดิมโดยไม่ได้เป็นการบุกรุกป่าใหม่ ทราบว่าชาวบ้านกำลังร่วมกันทำข้อมูลอยู่ว่าแต่ละปีได้ข้าวเท่าไหร่ เพื่อชี้แจงให้หน่วยงานรัฐเข้าใจวิถีชีวิตของเขา จึงไม่ได้บุกรุกป่า เพราะการทำไร่หมุนเวียนนั้น ปลูกข้าวและพืชต่างๆ 1 ปีแล้วทิ้งไว้ให้ดินฟื้นตัว แล้วไปทำไร่หมุนเวียนแปลงอื่นที่ฟื้นตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำไร่หมุนเวียน ดีกว่าปลูกข้าวโพดเยอะ เพราะเป็นการใช้ธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ยา ใช้ปุ๋ย ที่ต้องเผาไร่ในตอนเริ่มต้นก็เพราะไฟมีประโยชน์มาก หลังจากเผาแล้วแค่เพียงครึ่งเดือนต้นไม้ก็แตกยอดออกมา เป็นการทำลายแมลงไม่ให้รบกวนข้าว การเผาไร่หมุนเวียน ไม่ได้เป็นการเผาพลาสติก จึงไม่เกิดมลพิษ แต่เป็นการเผาใบไม้ที่ไม่เกิดเชื้อโรค ถือว่าเป็นการเปิดฟ้าให้ฝนตกลงมาควันไฟต่างๆก็หาย น้ำที่ไหลจากขี้เถ้าก็ไม่เป็นพิษ สามารถดื่มกินได้เหมือนเป็นสมุนไพร&amp;rdquo; พะตีตาแยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พะตีตาแยะกล่าวว่า ปัญหาของชาวบ้านบางกลอยยืดเยื้อมานาน จนพวกเขาทนไม่ได้จนบางคนเสียชีวิตไปแล้ว ที่เหลืออยู่ก็ลำบากเพราะที่ดินทำกินไม่เพียงพอ ที่อุทยานฯแบ่งให้ตั้งแต่ปี 2539 ก็ทำกินไม่ค่อยได้ ทางที่ดีรัฐควรปล่อยให้พวกเขากลับขึ้นไปทำไร่อยู่ข้างบน เพราะอย่างน้อยเขาก็มีข้าวกิน แค่เพียงภาครัฐไปกันพื้นที่ไว้ให้เขา ชาวบ้านก็จะช่วยกันดูแลป่า ดีกว่าเอาพวกเขาลงมาแล้วไม่จัดสรรที่ดินให้ ชาวบ้านเขารู้ตรงไหนเป็นป่าอนุรักษ์ ตรงไหนเป็นป่าที่หากินได้ เขาต้องดูแลรักษาป่าเพราะไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ เขาอยู่กันหลายช่วงอายุคนจึงรู้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท กล่าวว่า การอพยพกลับขึ้นไปอยู่ของชาวบ้านบางกลอยในใจแผ่นดิน เพราะไม่สามารถทำต่อสภาพความขัดสนเนื่องจากการจัดสรรที่ดินทำกินของอุทยานฯ ไม่เพียงพอ ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของไวรัส โควิด-19 ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำรงชีพ ของชาวกะเหรี่ยงบางกลอย &amp;nbsp;และกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งชาวเลภาคใต้ของประเทศไทย เพราะส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงระบบการเยียวยาจากภาครัฐ จนนำไปสู่การทำปลาแลกข้าว จากชาวเลถึงชาวกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กะเหรี่ยงกับชาวเล เหมือนพี่น้องกัน ชาวเลราไวย์ อยากทำโครงการข้าวแลกปลา เพื่อเอาปลาไปเชื่อมร้อยกับชาวกะเหรี่ยง &amp;nbsp;และเราอยากเอาปลาแห้งไปให้ &amp;nbsp;และไปเยี่ยมให้กำลังใจ พี่น้องกะเหรี่ยง มูลนิธิชุมชนไทจึงช่วยประสานให้ชาวเลและเครือข่าวได้เดินทางไปมอบปลาให้ชาวบ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรีกล่าวว่า กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลฝั่งทะเลอันดามัน อันประกอบไปด้วยชาวมอแกน มอแกลน และ ชาวอูรักลาโว้ย เกิดแนวคิดและรวมตัวกันออกเรือหาปลาเพื่อต้องการที่จะทำปลาแห้งส่งมอบให้กับชาวกะเหรี่ยงบางกลอยขึ้น โดยตัวแทนชาวเลจาก ชุมชนราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้ออกหาปลาสด ประมาณ &amp;nbsp;500 กิโลกรัม เพื่อเอามาทำเป็นปลาแห้ง ประมาณ 150 กิโลกรัม เพื่อนำส่งมอบให้ชาวกะเหรี่ยงบางกลอยและร่วมแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตระหว่างกัน โดยชาวเลได้ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราตั้งใจจะไปนอนสัก 1 คืน &amp;nbsp;ถ้าไม่มีอุปสรรคอะไร เพราะอยากสัมผัสความรู้สึก และวิถีชีวิต พี่น้องกะเหรี่ยงบางกลอย รวมทั้งจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของคนต่างชาติพันธ์&amp;quot; นายไมตรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่บ้านบางกลอย-โป่งลึก ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานกำลังร่วมกันปฏิบัติการ &amp;ldquo;ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์นั้น ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังพื้นที่บ้านบางกลอยบนที่ชาวบ้านอพยพกลับไปอยู่ ขณะที่ชาวบ้านบ้างกลอยต่างไปปักหลักรอดูสถานการณ์อยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ กจ.10 ซึ่งเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 11.00 น. นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วยนายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในป่าใจแผ่นดินเพื่อเจรจากับนายหน่อแอะ มีมิ ลูกชายของปู่คออี้ ผู้นำจิตวิญญาณกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงกลับลงมาเมื่อเวลา 13.22 น.ซึ่งมีรายงานว่านายหน่อแอะ ไม่ยินยอมย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านบางกลอยล่าง แม้จะมีการโน้มน้าวตั้งแต่เมื่อวาน และวันนี้เป็นครั้งที่สอง ในที่สุดเจ้าหน้าที่จึงได้ถอนกำลังกลับ และหยุดปฎิบัติการในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ชาวบ้านบางกลอย 30-40 คนที่เดินเท้าออกจากบ้านบางกลอยล่างตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ภายหลังจากมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทางการจะขึ้นไปเอาตัวคนที่อยู่บางกลอยบนลงมา ได้เดินทางไปถึงบ้านบางกลอยบนและสมทบกับชาวบ้านที่เดินทางไปก่อนหน้านี้ ทำให้ขณะนี้มีจำนวนชาวบ้านราว 50 คนที่ปักหลักอยู่บ้านบางกลอยบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94012</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034c37585739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวก ทส.ฉีกข้อตกลง ชาวบ้านไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข จี้สอบเบื้องหลังยุทธการจับชาวบางกลอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.64 - ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่รัฐประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กองร้อย ตชด.144 ทหาร ฉก.ทัพพระยาเสือ ทหารรบพิเศษที่ 1 แก่งกระจาน กองกำกับการ 5 บก.ปทส. กองร้อยน้ำหวาน อช.แก่งกระจาน กองการบิน ทส. หน่วยฯ พญาเสือ สำนักป้องกันฯ กรมอุทยานฯ ได้สนธิกำลังเปิด &amp;ldquo;ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จับกุมชาวบ้านบางกลอยจำนวน 7 คนที่อพยพกลับถิ่นฐานเดิมในหมู่บ้านบางกลอยใจแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ ดอกลำไย หนึ่งในคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอยู่ระหว่างลงพื้นที่บ้านบางกลอยล่าง กล่าวว่า จริงๆแล้วชาวบ้านบางกลอยยังอยู่ในเงื่อนไขของการตกลงที่ทำไว้กับรัฐบาลว่า ในช่วงของการค้นหาข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไขปัญหาที่จะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ภายใน 45 วัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการรวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จ ก็ได้มียุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชรเกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ กล่าวว่า สิ่งที่อุทยานฯนำมาเป็นอ้างคือชาวบ้านทำผิดเงื่อนไข 2 ข้อคือเรื่องขยายพื้นที่ไร่หมุนเวียนและมีการเผาไร่ ซึ่งไม่ได้อยู่ในข้อตกลง แต่ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือชาวบ้านก็ไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขใดๆ ข้อมูลที่อุทยานฯนำมาแถลงโดยที่ปรึกษารัฐมนตรี ทส. กล่าวหาว่าขยายพื้นที่นั้น จริงๆแล้วข้อตกลงที่ทำร่วมกันทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งก่อนหน้าที่ชาวบ้านจะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล ได้ถางไร่แปลงสุดท้ายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ แต่อุทยานฯอ้างว่าถางใหม่เพราะเอาข้อมูลที่เคยถ่ายภาพไว้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม มาเปรียบเทียบกับข้อมูลเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ส่วนเรื่องการเผาไร่นั้นก็เป็นกระบวนการหนึ่งของการทำไร่หมุนเวียน เท่าที่ดูแปลงที่เผาเป็นแปลงที่ถางมาเป็นเดือนเศษและมีไม้แห้งแล้ว ชาวบ้านต้องเผาเพราะหากฝนตกก็เผาไม่ได้และทำการปลูกข้าวไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีความพยายามเชื่อมโยงชาวบ้านบางกลอยว่ามีการกระทำความผิด 2-3 เรื่อง เช่นคดีมีการจับลูกตะกั่วได้ ทั้งๆที่คนนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับชาวบ้านที่อพยพขึ้นไปเลย ที่สำคัญคือใครทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีเป็นรายไป มันไม่เกี่ยวกับชาวบ้านที่อพยพขึ้นไปเลย เช่นเดียวกับคดีพบซากเก้ง ถึงตอนนี้พนักงานสอบสวนก็ยังหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ และชาวบ้านบางกลอยต่างก็ยืนยันว่าพวกเขาไม่ทำผิดเช่นนั้นเด็ดขาดเพราะรู้ว่าถูกจับจ้องอยู่ หากทำเช่นนั้นก็เสียความชอบธรรม&amp;rdquo;นายประยงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ กล่าวว่า ปฎิบัติการยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชรครั้งนี้ ได้มีผู้บริหารระดับสูงในพื้นที่แจ้งข่าวกับชาวบ้านให้กลับลงมาภายในเวลา 18.00 น.ของวันนี้ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่เช้า 8.00 น.เป็นต้นมาได้มีเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ขนกำลังเจ้าหน้าที่ไปยังบางกลอยบน สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่อุทยานฯพูดกับชาวบ้านนั้น ไม่สามารถเชื่อถือได้เลย ที่สำคัญเรื่องนี้ได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานของคณะทำงานฯเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เจ้าหน้าที่อุทยานฯพูดกับชาวบ้านไว้เสียงดังฟังชัดว่า เขาไม่สนใจข้อตกลงที่ทำไว้แล้วเพราะเลยจุดนั้นมาแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าอำนาจของฝ่ายบริหาร ทั้งรัฐมนตรี ทส.และอธิบดีกรมอุทยานฯ ไม่มีความหมายอะไรเลย ในปฎิบัติการที่บอกว่าใช้เจรจาแต่กลับขนเจ้าหน้าที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปจำนวนมาก ซึ่งเท่ากับเป็นการข่มขู่คุกคามชาวบ้านอย่างมาก คณะทำงานที่มีทั้งผู้แทนสถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้แทนศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร สิ่งที่พวกเรากำลังการศึกษากันอยู่จะมีความหมายหรือ ก็ในเมื่อแม้แต่ข้อตกลงที่รัฐมนตรีลงนามไว้แล้ว ยังไม่ได้รับความสนใจ เราคงต้องกลับไปเริ่มต้นเจรจากันใหม่ ขณะนี้ขบวนการภาคประชาชนทั้งพีมูฟ และกลุ่ม saveบางกลอย ต่างก็รู้สึกไม่เชื่อถือในวุฒิภาวะของรัฐมนตรี ทส.ในการบริหารกระทรวงและดูแลปัญหาของประชาชน&amp;rdquo; นายประยงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ กล่าวถึงการที่เจ้าหน้าที่นำตัวชาวบ้านลงมาและจับกุมตั้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานโดยเข้าไปในเขตอุทยานฯไม่ได้รับอนุญาต ว่าการปฎิบัติการเช่นนี้ยิ่งก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน คือคณะทำงานฯ ทำหน้าที่ค้นหาปัญหาเต็มที่ หากต่อไปจัดทำเป็นข้อเสนอแล้วจะได้รับการตอบสนองอย่างจริงจังหรือไม่ ถ้าไม่ได้รับการสนองก็เป็นมวยล้ม ซึ่งขณะนี้ส่อว่าจะเป็นเช่นนั้น ดังนั้นเราจึงเรียกร้องให้ยุติการอพยพชาวบ้านก่อนโดยเราได้ทำหนังสือถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้สั่งยุติการดำเนินการเพราะกระทบต่อการแก้ไขปัญหา และขอให้มีการสืบสวนสอบสวนเบื้องหน้าเบื้องหลังของยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ กล่าวว่า ข้อค้นพบที่มาลงพื้นที่ 2-3 วันที่ผ่านมา ได้เห็นถึงขยะที่ซุกไว้ใต้พรมเยอะพอสมควร ทั้งเรื่องการสำรวจที่ดินทำกินและการปฎิบัติการอพยพชาวบ้านเมื่อปี 2554 ที่มีข้อมูลบางส่วนไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง แม้แต่การอพยพเมือปี 2539 ชาวบ้านก็ไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินตามสัญญา และเกินร้อยละ 50 เป็นที่ดินที่ทำกินไม่ได้เพราะความอุดมสมบูรณ์ต่ำ นอกจากนี้ยังพบว่าการอพยพปี 2554 ไม่ได้มีการจัดสรรพที่ดินให้ชาวบ้านที่กลับลงมาเลย ชาวบ้านต้องอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องที่ลงมาปี 2539 ทำให้บ้านบางหลังอยู่กัน 2-3 ครอบครัวจนแน่นเหมือนสลัม ทุกครัวเรือนต้องซื้ออาหารกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อมูลที่อ้างว่าชาวบ้านมีรายได้ดี 3 แสนบาทต่อครัวต่อปี หรือตกเดือนละ 3 หมื่นบาทนั้น ข้อเท็จจริงคือชาวบ้านร้อยละ 80 อยู่ในโครงการสวัสดินการแห่งรัฐซึ่งต้องมีรายได้ไม่เกิน 3 พันบาทต่อเดือนแล้ว แล้วข้อมูลตัวเลขนี้มาจากไหน มีบางฝ่ายพยายามให้ข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์เพื่อปกปิดบาดแผล เช่น เรื่องการจัดที่ดินในอดีต บอกว่าจัดให้หมดแล้ว พอขอดูแปลงที่ดินเขาก็ไม่มีหลักฐาน&amp;rdquo; นายประยงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันในหลายพื้นที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมให้กำลังชาวบ้านบางกลอย ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานได้ร่วมกันเปิดยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชรและจับกุมชาวบ้าน โดยการจุดเทียนและเปิดแฟลชโทรศัพท์ ทั้งที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนที่มาชุมนุมต่างวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯนอกจากนี้ที่บริเวณหน้าหอศิลป์ ยังได้มีการเผาหุ่นนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี ทส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ประยงค์ ดอกลำไย, วราวุธ ศิลปอาชา, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, แก่งกระจาน, ใจแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033b090d3035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกชายพิการของปู่คออี้กลับป่า &#039;ใจแผ่นดิน&#039; กลางดึก เผยยอมตายหากถูกบังคับให้ลงมาอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกชายพิการของปู่คออี้กลับป่า&amp;ldquo;ใจแผ่นดิน&amp;rdquo;กลางดึก ให้หลานผลัดกันแบกขึ้นภูเขา เผยยอมตายหากถูกบังคับให้ลงมาอีก หวั่นเจ้าหน้าที่รัฐสนธิกำลังลุยชาวบ้านหลังขึ้นเฮลิปคอปเตอร์ถ่ายภาพพบชาวบ้านเริ่มเผาไร่หมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64 - นายพชร คำชำนาญ คณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า เมื่อตอนที่ไปชุมนุมที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้มีบันทึกข้อตกลงว่าจะไม่คุกคามชาวบ้านและถอนกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจานและชุดพญาเสือออกจากพื้นที่หมู่บ้านบางกลอย ทำให้ชาวบ้านเบาใจได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่พวกตนเดินทางมาลงพื้นที่และประชุมร่วมกับหลายฝ่ายตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์จนถึงวันนี้ ปรากฏว่ามีคนที่ไม่ได้เป็นคณะทำงานรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมประชุมด้วย และได้มีการคะยั้นคะยอให้พวกตนขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปบินดูพื้นที่ในแผ่นดินซึ่งชาวบ้านอพยพกลับไปอยู่และได้มีการถางไร่ซากเดิมไปแล้วหลายแปลงและล่าสุดได้มีไร่หมุนเวียน 2 แปลงที่เผาแล้ว ซึ่งคนกลุ่มดังกล่าวได้ถ่ายภาพและพยายามให้ข่าวโจมตีชาวบ้าน โดยบางคนได้ร้องเรียนกกระทรวง ทส.เพื่อให้จับกุมชาวบ้าน พร้อมกับข่มขู่ว่าหากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการอาจมีความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่เขาพยายามบอกว่าชาวบ้านขยายพื้นที่ไร่หมุนเวียนเเพิ่มนั้น จริงๆ ไม่ได้เพิ่ม ชาวบ้านถางไร่ก่อนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ก่อนไปร่วมชุมนุมที่ทำเนียบเสียอีก ส่วนการเผาไร่ก็เป็นขั้นตอนหนึ่งของวิถีการทำไร่หมุนเวียนซึ่งชาวบ้านได้จัดทำแนวกันไฟไว้หมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงและอนุรักษ์สุดโต่งพากันไปร้องเรียนไปที่ปลัด ทส. เรารู้สึกว่าชาวบ้านไม่ได้ทำผิดกฎกติกาใดๆเลย เมื่อคุณบอกให้เขาหยุดขยายพื้นที่ เขาก็หยุด แต่เจ้าหน้าที่กำลังผิดข้อตกลง เราทราบข่าวมาจากข้าราชการระดับสูงในกรมอุทยานฯรายหนึ่งว่า อุทยานฯกำลังสนธิเพื่อขึ้นไปดำเนินการกับชาวบ้านโดยอ้างภาพถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์&amp;rdquo;นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชรกล่าวว่า ในหลายวันที่ผ่านมาเราการทำงานร่วมกันเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง เพราะอยากให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อใช้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แต่หากมีการสนธิกำลังเพื่อเล่นงานชาวบ้านเช่นนี้ทำให้ทำงานร่วมกันลำบาก และจะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้หรือไม่ ขณะนี้ทุกฝ่ายที่ติดตามการแก้ปัญหาของชาวบ้านบางกลอยกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด หากรัฐเลือกใช้วิธีการรุนแรงคงทำงานร่วมกันลำบาก และกลุ่มเซฟบางกลอยก็จะต้องรวมตัวกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เวลาเที่ยงคืน นายนอแอะ มีมิ ลูกชายของปู่คออี้ ได้ให้หลานๆ 3-4 คนพาเดินทางขึ้นไปหมู่บ้านบางกลอยบนเพื่อสมทบกับชาวบ้านที่อพยพขึ้นไปก่อนหน้านี้ โดยนายหน่อแอะซึ่งป่วยเป็นโรคเส้นประสาทอักเสบจนทำให้ขาทั้งสองข้างไม่มีแรงและเดินไม่ได้ต้องให้หลานๆผลัดกันแบกไป ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นายหน่อแอะได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันหลายครั้งว่าต้องการกลับไปอยู่บ้านพ่อ(ปู่คออี้)ที่หมู่บ้านบางกลอยใจแผ่นดินและจะไม่ยอมกลับลงมาอีกแล้ว หากถูกเจ้าหน้าที่บังคับก็พร้อมผูกคอตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันผู้แทนสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในนามสมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ เดินทางเข้าพื้นที่ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยล่าง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อนำข้าว 10 กระสอบ อาหาร น้ำ และเครื่องใช้ส่วนตัวอื่นๆ มอบให้ชุมชน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มชาวบ้านบางกลอย โดยนายธีรเนตร ไชยสกุล ผู้แทนสกต. กล่าวว่า ตนมาเป็นกำลังให้ชาวบ้านบางกลอย เพราะรู้ว่าชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ที่ถูกผลักดันลงมาแล้วในปี 2539 และ 2554 แล้วก็กลับขึ้นไปใหม่เมื่อต้นปีนี้ แต่ว่าความเป็นอยู่ตอนนี้เรื่องการเพาะปลูกก็ไม่ดี และมีสถานการณ์ที่มีเจ้าหน้าที่พยายามเข้ามาผลักดันชาวบ้านออกไปอีก ตนได้ติดตามข่าวทางโซเชียลมีเดียอยู่และกำลังจับตากันอยู่ จึงย้ำว่าเมื่อมีบันทึกข้อตกลงร่วมกับรัฐมนตรี ทส.และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วก็ควรปฏิบัติตามนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน่วยงานที่เข้ามาโดยเฉพาะอุทยานฯ ต้องเข้ามาดู เขาอยู่ในพื้นที่มาแล้วเป็นร้อยๆ ปี ป่าก็ยังอยู่ได้ ถ้าให้เขาอยู่ไปอีก เขาก็รักษาไปอีก การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการด้วยความเข้าใจตรงนี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ยึดหลักการเจรจาในการแก้ไขปัญหา ถ้าเจ้าหน้าที่ยึดแต่กฎหมาย มันจะอยู่กันไม่ได้ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็จะอยู่ลำบาก&amp;rdquo; ธีรเนตรย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุชาติ ต้นน้ำเพชร ชาวบ้านบางกลอย กล่าวว่าตนรู้สึกดีใจมากที่พี่น้องเห็นความยากลำบาก ตนไม่เคยเห็นหน้าเขา แต่น้ำใจเขามีมากขนาดนี้ พูดอะไรไม่ออกนอกจากบอกว่าขอบคุณมากๆ ที่ผ่านมาชาวบ้านลำบากมากเรื่องการกิน เรื่องข้าว ไปทำงานข้างนอกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยู่ที่นี่งานไม่มี ปลูกข้าวก็ไม่ค่อยขึ้น ข้าวสารขาดแคลนมาก จะออกไปทำงานข้างนอกก็ไม่ได้จากสถานการณ์โควิด เรารู้สึกดีใจที่พี่น้องได้กลับขึ้นไปบางกลอยบน ถ้าเป็นไปได้ เราอยากให้เขากลับขึ้นไปแล้วอยู่ได้ ใช้ชีวิตวิถีวัฒนธรรมแบบเดิม ส่วนใหญ่ที่เขากลับขึ้นไปเพราะที่ทำกินไม่มี สภาพข้างบนตอนนี้กำลังร้อนจัด ยังไม่มีข้าวกิน กำลังรอทำไร่อยู่ปีนี้ ถ้าทำได้ก็จะมีข้าวกิน&amp;rdquo; นายสุชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93773</URL_LINK>
                <HASHTAG>saveบางกลอย, กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ปู่คออี้, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_6032430bb6d7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวบางกลอย&#039; ชวน &#039;ทราย&#039; ไปกินข้าวที่ใจแผ่นดิน ขอบคุณช่วยเหลือดูแลช่วงปักหลักหน้าทำเนียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 - เพจเฟซบุ๊ก โพควา โปรดักชั่น โพสต์ข้อความว่า ชาวบ้านบางกลอยชวน ทราย เจริฐปุระ ไปกินข้าวที่ใจแผ่นดิน หลังจากได้ข้อสรุป รัฐบาลยอมเซ็นรับรองการแก้ปัญหากรณีบางกลอย ตามข้อเสนอของภาคี #saveบางกลอย ทุกคนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะแนวหน้าที่เดินทางไปเสนอข้อเรียกร้อง หน้าทำเนียบรัฐบาล หนึ่งในบุคคลที่มีส่วนช่วยเหลือพี่น้องบางกลอย และเครือข่ายกะเหรี่ยงที่ร่วมชุมชน ตลอด 3 วันคือ คุณทราย เจริญปุระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ธัชพงศ์ แกดำ ได้มีการสื่อสารว่า ชัยชนะของชาวบ้านบางกลอยครั้งนี้ ต้องขอบคุณพี่ทราย อินทิรา เจริญปุระ&amp;nbsp;ที่ช่วยเหลือชาวบ้านบางกลอย ทั้งรถห้องน้ำ เต็นท์ พัดลม อาหาร เครื่องเสียง ไฟส่องสว่าง ถือเป็นกำลังสำคัญในครั้งนี้ เพราะความเข้าอกเข้าใจในความทุกข์ยากของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่พี่ทรายเคยรับบทเป็นชนเผ่าพื้นเมืองและการได้ลงพื้นที่ศึกษาปัญหาชาวบ้านในหลายพื้นที่ นี่คือ หัวใจราษฎรจึงเข้าใจความเป็นราษฎรด้วยกัน คนเท่ากันชาติพันธุ์ก็คือคน พี่น้องชาวบ้านบางกลอย ฝากขอบคุณพี่ทรายและขอตอบแทนพี่ทรายด้วยการเชิญไปทานข้าวที่ใจแผ่นดิน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ ทราย เจริญปุระ ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;เราจะไปให้ถึงใจแผ่นดินด้วยกัน&amp;quot; อย่างไรก็ตาม มีอีกหลายบุคคล หลายองค์กร ที่ร่วมกันประสานพลังการเรียกร้อง เพื่อนำความเป็นธรรมสู่ชาติพันธุ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93363</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ทราย เจริญปุระ, อินทิรา เจริญปุระ, แก่งกระจาน, ใจแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023c71d9bd0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่น 3 ข้อเสนอให้เจรจาหลัง เม.ย. อุทยานฯส่งทีมหารือชาวบางกลอยคืนถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.64 - ชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่อพยพขึ้นไปยังหมู่บ้านเดิมในป่าใจแผ่นดิน ได้ส่งคลิปการเจรจาระหว่างกลุ่มเจ้าหน้าที่ตัวแทนอุทยานฯซึ่งเป็นลูกหลานชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และกลุ่มชาวบ้านที่อพยพขึ้นไป โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคลิปที่ชาวบ้านส่งมามีการสัมภาษณ์นายประยูร แครจี ตัวแทนเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งระบุว่า &amp;ldquo;เป็นลูกหลานชาวบ้านบางกลอย และคนที่อยู่ข้างบน(ป่า)เป็นญาติพี่น้อง ผมได้รับนโยบายจากนายมานะ (เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) เพื่อเจรจา คือ 1. ขอให้พี่น้องลงไปเจรจากับภาครัฐ ว่าต้องการอะไร ขาดอะไร 2. ให้ทางผู้นำ(ชาวบ้าน)แจ้งกับตัวแทนเจ้าหน้าที่ 3. หากต้องการคุย ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เช่น อธิบดี ผู้อำนวยการ หรือรัฐมนตรี ขึ้นมาไม่ได้ ต้องขอทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูร กล่าวว่า &amp;ldquo;ผลการเจรจาพี่น้องบอกว่าไม่ลง(ไปข้างล่าง) แต่ภาครัฐคาดเดาไว้แล้ว ทางชาวบ้านต้องการคุยกับอธิบดีและรัฐมนตรี โดยอยากให้มีตัวแทนพีมูฟและทนายความที่ยอมรับและเชื่อถือเข้าร่วมด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านถามนายประยูรว่า การเดินทางขึ้นมาเป็นอย่างไรบ้าง นายประยูร กล่าวว่า &amp;ldquo;ส่วนตัวผมกลับลงไปเรียนหนังสือตั้งแต่ปี 2532 นับเวลาที่ผมจากไป ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี ที่ได้ขึ้นมาที่นี่&amp;rdquo; เมื่อถามอีกว่าได้มาเห็นความเป็นอยู่ของพี่น้องที่นี่รู้สึกอย่างไร นายประยูร กล่าวว่า &amp;ldquo;บริเวณที่ชาวบ้านอยู่ไม่ได้มีเพิงพักหรือเป็นแคมป์ มีแค่ปูผ้ายางเป็นที่นั่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านถามว่า &amp;ldquo;ได้รับทราบอยู่ใช่มั้ย ว่าพี่น้องของเราลำบากเรื่องการขาดแคลนที่ทำกิน นายประยูร กล่าวว่า &amp;ldquo;ได้รับทราบว่าเมื่อลงไปแล้วไม่มีทำกิน ผมคิดว่าภาครัฐน่าจะหาแนวทางออกที่ดีในงวดนี้ แม้งวดที่ผ่านมา ผมมอยากให้ลืมกันไป เราจะได้คิดหาวิธีกันใหม่ อยากบอกพี่น้องเราว่า อย่าหาว่าผมเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ผมเป็นลูกหลานจริง ทุกคนอาจไม่เชื่อคิดว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯหลอกอีกแล้ว ผมอาจเสนอหัวหน้าไป เพราะชาวบ้านก็โดนมาหลายครั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านถามอีกว่า &amp;ldquo;เมื่อรู้ว่าพี่น้องไม่ยอมลงเจ้าหน้าที่มีแผนอย่างอื่นหรือไม่ &amp;ldquo; นายประยูรกล่าวว่า &amp;ldquo;คณะที่พวกผมมาไม่มีแผนอะไร แค่ขอทำที่จอดฮอ(ลานเฮลิคอปเตอร์) ถ้าพี่น้องอยากคุยกับคนระดับสูงๆที่ตัดสินใจได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อชาวบ้านถามว่าจะยังไม่มีการดำเนินคดีใดๆใช่หรือไม่ นายประยูร กล่าวว่า ยังไม่มี หัวหน้า(อุทยานฯ)บอกว่า ถ้าจะดำเนินคดีแกสั่งเป็นชุดใหญ่แล้ว แต่แกอยากประนีประนอมให้พี่น้องได้คุยกันหาแนวออกที่ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในหนังสือที่ชาวบ้านเขียนด้วยรายมือที่ยื่นให้กับนายประยูร ระบุข้อเสนอไว้ 3 ข้อ คือ 1. ต้องการเจรจาในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม 2.ต้องการหนังสือยืนยันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ 3 ทุกอย่างต้องมีหนังสือรับรองจาก 4 ท่าน &amp;nbsp;1.นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ 2.นายประยง ดอกลำไย 3.นายเกรียงไกร ชีช่วง 4.นายสุรพงษ์ กองจันทึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านบางกลอยซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และออกมาส่งข่าวแจ้งว่า คณะเจ้าหน้าที่อุทยานฯที่ขึ้นไปเจรจากับชาวบ้านครั้งนี้มีด้วยกัน 17 คนโดยทั้งหมดได้ไปพักอยู่ในอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งไม่ไกลจากจุดที่ชาวบ้านบางกลอยพัก ทั้งนี้การหารือได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ โดยคณะอุทยานฯไม่ได้เข้าไปยังจุดที่ชาวบ้านอยู่ทั้งหมด แต่ได้ส่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯและเจ้าหน้าที่ปิดทองหลังซึ่งเป็นลูกหลานชาวบางกลอยจำนวน 10 คนเข้าไปหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92221</URL_LINK>
                <HASHTAG>saveบางกลอย, กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601ea4e17aaf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
